Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนทับทอง

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนทับทอง วันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

กิจกรรม HANDS-ON PLAY SKILLS ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทั้งสนุกและได้ทักษะจริง ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐาน 1 Brain Development

ขยับร่างกาย เสริมพลังสมอง สนับสนุนโดย “โฟร์โมสต์ (Foremost)”
ฝึกสมาธิ ฝึกการควบคุมร่างกาย และพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งร่างกายและสมองให้เติบโตอย่างสมดุล ผสานการทำงานของตา มือ และสมองอย่างเต็มศักยภาพ

ฐาน 2 Magical Smile

ฟันสะอาดใส ใส่ใจสุขภาพช่องปาก สนับสนุนโดย “จอร์แดน (Jordan)”
ส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ผ่านการเล่นสนุกสนาน เช่น เกมบันไดงู ที่ขนขบวนคาแรกเตอร์สุดคิวท์ มาชวนน้อง ๆ ให้สนุก สดใส และรักการแปรงฟันมากขึ้น

ฐาน 3 Body Guard

รู้ทันร่างกาย รักษาสิทธิ์ และการเอาตัวรอดจากวิกฤต
ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การปกป้องร่างกายตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมสอนการดูแลตัวเอง และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐาน 4 Language & Communication Skills

นิทานสร้างภูมิ เสริมสร้างพัฒนาการ สนับสนุนโดย “แซมบูคอล (Sambucol)”
สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทาน ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านการพูด การวางแผน การสื่อสาร รวมถึงทักษะด้านอารมณ์และสังคม

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Foremost Omega Smart Super Gold, Emina Cheese Dessert, Jordan และ Sambucol มาร่วมเคาะประตูโรงเรียนไปพร้อมกับเรา ร่วมเติมเต็มความสนุกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกสมอง พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก รู้เท่าทันร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้การเฝ้าระวังเชื้อโรคผ่านโลกแห่งนิทานและจินตนาการ

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartGold #SambucolThailand #JordanThailand #EminaThailand #โรงเรียนทับทอง

เบื้องหลังห้องแล็บ SAFE Fertility กับมาตรฐาน RTAC ยาวนานกว่า 11 ปี

SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับบริการทางการแพทย์ ด้วยการรักษามาตรฐานสากล RTAC อย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 11 (นับตั้งแต่ได้รับการรับรองครั้งแรกเมื่อปี 2558) โดยใบรับรองฉบับล่าสุดมีผลครอบคลุมการให้บริการถึงปี 2570 ทั้งสาขาเกษรอัมรินทร์และสาขาภูเก็ต พร้อมพาไปเจาะลึกเบื้องหลังห้องปฏิบัติการ IVF เพื่อเผยเหตุผลสำคัญว่า ทำไมมาตรฐานของห้องแล็บจึงเป็นหัวใจหลักในการเลือกคลินิก IVF

RTAC คืออะไร คุณภาพการรักษาที่ทั่วโลกยอมรับ ?

RTAC (Reproductive Technology Accreditation Committee) คือมาตรฐานการรับรองคลินิกเด็กหลอดแก้วของสมาคมเพื่อการเจริญพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ที่กำหนดและตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ ART อย่างเป็นอิสระ ครอบคลุมการประเมินหลายด้าน ตั้งแต่มาตรฐานห้องปฏิบัติการ กระบวนการรักษาและลดความเสี่ยง การบริการ ไปจนถึงระบบบริหารจัดการและบุคลากร

คลินิกที่ผ่านการรับรอง จึงหมายถึงการบริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาในระดับสากล มีห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมระบบบริหารจัดการและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยลดความเสี่ยง ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด

ซึ่งการตรวจประเมินในรอบปัจจุบันของ SAFE อยู่ภายใต้ข้อกำหนด Code of Practice for ART Units – International Edition (ฉบับเดือนกันยายน 2023) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการหลัก 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกษรอัมรินทร์ และสาขาภูเก็ตตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-สิริโรจน์

ไทม์ไลน์การรับรองมาตรฐาน RTAC ของ SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic)

  • 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 (2015) ได้รับการรับรองมาตรฐาน RTAC ครั้งแรก
  • 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567 (2024) ผ่านการตรวจประเมินและต่ออายุการรับรองครั้งล่าสุด
  • 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570 (2027) อายุการรับรองของใบอนุญาตฉบับปัจจุบัน

ต้องการรายละเอียดเชิงลึกเรื่อง RTAC สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ : RTAC คืออะไร ?

เปิดเบื้องหลังห้องแล็บเลี้ยงตัวอ่อนของ SAFE Fertility Clinic

ห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน หรือห้องแล็บถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ สภาพแวดล้อมภายในห้องแล็บ รวมถึงเทคโนโลยีและระบบที่ใช้ในการดูแลตัวอ่อน ล้วนมีบทบาทต่อการเพาะเลี้ยงและพัฒนาตัวอ่อนในแต่ละระยะ

สำหรับ SAFE ได้มีการนำเทคโนโลยีและระบบสนับสนุนด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนมาใช้ เพื่อควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับกระบวนการทำ IVF/ICSI พร้อมพัฒนาแนวทางการทำงานของห้องแล็บอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี อุปกรณ์ และกระบวนการทำงาน เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการรักษา โดยมีเทคโนโลยีและระบบสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดูแลตัวอ่อน ดังนี้

SAFE Fertility
  • ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด (Time-lapse Incubator) : ตู้เลี้ยงอัจฉริยะพร้อมกล้องและ AI บันทึกภาพทุก 6-10 นาที ช่วยให้ติดตามการแบ่งเซลล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องนำตัวอ่อนออกมาภายนอก ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแสงที่อาจกระทบต่อการเจริญเติบโต
  • การตรวจคัดกรองพันธุกรรม (PGT-A / PGT-M) : วิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมและโรคทางพันธุกรรมก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติ เพื่อเลือกย้ายตัวอ่อนที่มีโอกาสฝังตัวและตั้งครรภ์ได้ รวมถึงลดความเสี่ยงของการแท้งและโรคทางพันธุกรรมบางชนิด โดย SAFE ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า PGTseq-A จาก Juno Genetics สหรัฐอเมริกา โดยวิเคราะห์ผลภายในห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์ของตนเอง (In-house Genetics Laboratory) เทคโนโลยีดังกล่าวมีรายงานการอ่านผลทีละเอียดมากกว่า PGT-A ทั่วไป จึงช่วยสนับสนุนการวางแผนการรักษาและการคัดเลือกตัวอ่อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • งานวิจัยของทีม SAFE : ทีมวิจัยของ SAFE มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำเสนองานวิจัยบนเวทีวิชาการระดับโลกอย่าง ASPIRE 2026, และ PGDIS 2026 และ the 7th BCM-CUHK Joint Symposium in Clinical Genetics 2026 ตอกย้ำมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสำหรับคลินิกเด็กหลอดแก้วมาตรฐานสากล [อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่นี่]

มาตรฐานห้องปฏิบัติการที่สะท้อนผ่านผลลัพธ์การรักษา

มาตรฐานของห้องปฏิบัติการเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา โดยสถิติอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ทางคลินิกจากการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (Clinical Pregnancy Rate from Frozen Embryo Transfer: FET) เป็นข้อมูลที่สะท้อนผลลัพธ์การรักษาของคลินิกในช่วงเวลาที่ผ่านมา

โดยข้อมูลในช่วงปี 2022–2025 สะท้อนแนวโน้มของอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ทางคลินิก ดังนี้

ปีการทำ ICSI ทั่วไปการทำ ICSI ควบคู่กับการคัดกรองโครโมโซม (PGT)
202265.30%74.40%
202366.50%75.10%
202466.36%77.79%
202563.23%81.79%
  • ในปีล่าสุด (2025) อัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์ทางคลินิกจากการทำ ICSI ร่วมกับการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (PGT) อยู่ที่ 81.79% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนผลลัพธ์จากกระบวนการรักษาที่ดำเนินการภายใต้มาตรฐานของห้องปฏิบัติการ SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic)
  •  ความสำเร็จของการทำ PGT สูงกว่าการไม่ตรวจอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับการทำ ICSI โดยไม่ตรวจ PGT ในปีล่าสุด (2025) กลุ่มที่ทำ ICSI ร่วมกับ PGT มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ทางคลินิกสูงขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ตรวจ PGT ถึง 18.56 % ทั้งนี้ ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสุขภาพ อายุ คุณภาพเซลล์สืบพันธุ์ และปัจจัยทางการแพทย์อื่น ๆ

สามารถดูสถิติและอัตราความสำเร็จฉบับเต็มได้ที่นี่ 

หมายเหตุ: Clinical Pregnancy หมายถึงการตั้งครรภ์ที่ตรวจพบถุงการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) จากการอัลตราซาวนด์ สถิติข้างต้นเป็นข้อมูลเฉพาะของ SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic) ผลลัพธ์ในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันตามปัจจัยสุขภาพเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม

ระบบควบคุมคุณภาพ : มองไม่เห็น แต่ต้องตรวจสอบได้

นอกจากการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน RTAC แล้ว SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic) ยังได้เข้ารับการตรวจสอบคุณภาพและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก (External Quality Assessment – EQA) ควบคู่ไปกับการวางระบบควบคุมมาตรฐานในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้บริการ ว่ากระบวนการปฏิบัติการทุกขั้นตอน ถูกควบคุมและตรวจสอบได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 

มาตรฐาน / โปรแกรมตรวจสอบขอบเขตการควบคุมและประเมินผล
UK NEQAS (สหราชอาณาจักร) &  EQASRM (ออสเตรเลีย)ประเมินคุณภาพงานวิเคราะห์ตัวอ่อน น้ำเชื้ออสุจิ ฮอร์โมน AMH/Oestradiol และการตรวจพิเศษ (Halo sperm DNA fragmentation, Hyaluronan binding assay)
ISO 9001:2015ระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System)
ISO/IEC 27001:2022 & 27701:2019มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ขอบเขตการรับรอง RTAC ของ SAFE ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง

จากข้อมูลใบรับรอง RTAC อย่างเป็นทางการที่ออกโดยสถาบันรับรองระดับสากล Global-Mark Pty Ltd (ประเทศออสเตรเลีย) ภายใต้รหัส Client ID : 102721 ระบุขอบเขตการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology: ART) ที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน ครอบคลุมกระบวนการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก ดังนี้

  • การทำเด็กหลอดแก้วและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF / ICSI / IUI) โดยใช้อสุจิของสามีหรือคู่สมรส
  • กระบวนการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (Thawed / Frozen Embryo Transfer)
  • การเก็บอสุจิโดยตรงจากอัณฑะหรือท่อนำอสุจิ ในกรณีฝ่ายชายมีภาวะมีบุตรยาก (MESA / PESA / TESA / TESE)
  • การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนระยะยาวเกินวันที่ 3 เป็นต้นไป (Extended embryo culture past Day 3) และการช่วยเจาะเปลือกตัวอ่อน (Assisted Hatching)
  • การเก็บตัวอย่างเซลล์จากตัวอ่อนเพื่อตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมก่อนการย้ายตัวอ่อน (Embryo biopsy for PGT) และการตรวจวิเคราะห์ด้านอสุจิ (Diagnostic Andrology)

หมายเหตุ : บริการที่ใช้ไข่, อสุจิ, ตัวอ่อนบริจาค รวมถึงการตั้งครรภ์แทน หรือ Altruistic surrogacy แม้จะอยู่ในขอบเขตการรับรองสากล แต่ในประเทศไทยต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยจำเป็นต้องศึกษาและตรวจสอบอย่างเคร่งครัด

บุคลากรเบื้องหลัง – ทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน

แม้เทคโนโลยีจะมีความก้าวหน้าเพียงใด แต่บุคลากรผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ ทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ของ SAFE ถือเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ในไทย ที่ได้รับการรับรองระดับสากล ESHRE จากสมาคมด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แห่งยุโรป (European Society of Human Reproduction and Embryology) มาตั้งแต่ปี 2557

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของทีมปฏิบัติการ ถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรัดกุม ตั้งแต่กระบวนการปฏิสนธิ การเพาะเลี้ยง ไปจนถึงการย้ายตัวอ่อน เพื่อให้การดูแลตัวอ่อนเหมาะสมตามมาตรฐานทางการแพทย์ 

มาตรฐานเหล่านี้สำคัญอย่างไรสำหรับคุณ

การมีมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ชัดเจน คือปัจจัยที่ช่วยให้กระบวนการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและตรวจสอบได้ เนื่องจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บมีความละเอียดอ่อนค่อนข้างสูง ปัจจัยแวดล้อมเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่คลาดเคลื่อนเพียง 0.5 องศาเซลเซียส หรือคุณภาพอากาศที่มีสารปนเปื้อน อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้ 

การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ SAFE Fertility Clinic ยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและควบคุมคุณภาพในห้องปฏิบัติการให้เหมาะสมสำหรับทุกคน

ดังนั้น สำหรับคู่สมรสที่กำลังวางแผนเลือกคลินิก IVF แนะนำให้ลองใช้เช็กลิสต์ 3 ข้อนี้ ในการสอบถามข้อมูลเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองก่อนตัดสินใจ 

  • Q1 : ห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนของคลินิก ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับ RTAC หรือไม่ ?
  • Q2 : คลินิกมีระบบตรวจสอบและประเมินคุณภาพห้องแล็บจากองค์กรภายนอก (External Quality Assessment) (เช่น UK NEQAS หรือ EQASRM) หรือไม่ ?
  • Q3 : ทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) มีการรับรองความเชี่ยวชาญระดับสากล (เช่น ESHRE) หรือไม่ ?

FAQ คำถามที่พบบ่อย

RTAC คืออะไร

RTAC คือ มาตรฐานการรับรองคุณภาพคลินิกและห้องปฏิบัติการเด็กหลอดแก้ว ซึ่งกำหนดขึ้นโดยสมาคมเพื่อการเจริญพันธุ์แห่งออสเตรเลีย (FSA) ใช้ควบคุมและตรวจสอบกระบวนการ เทคโนโลยี และความปลอดภัยในห้องแล็บให้เป็นไปตามหลักสากลอย่างเข้มงวด

ทุกสาขาของ SAFE ได้รับการรับรอง RTAC หรือไม่

ปัจจุบันใบรับรองมาตรฐาน SAFE Fertility Clinic RTAC (Client ID : 102721) ครอบคลุมการให้บริการใน 2 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาสำนักงานใหญ่ (เกษรอัมรินทร์ กรุงเทพฯ) และสาขาภูเก็ต ซึ่งทั้งสองแห่งผ่านเกณฑ์การตรวจสอบครบถ้วนทุกประการ

นอกจาก RTAC แล้ว SAFE Fertility มีมาตรฐานอะไรรองรับอีกบ้าง

ยังมีอีกหลากหลาย เช่น ใบรับรองวิชาชีพ ESHRE สำหรับนักวิทยาศาสตร์, โปรแกรมประเมินคุณภาพห้องแล็บจากภายนอก UK NEQAS (อังกฤษ) และ EQASRM (ออสเตรเลีย) รวมถึง ISO 27001 / ISO 27701 (รองรับ PDPA)

ก่อนเลือกคลินิกเด็กหลอดแก้ว ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง

ควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือความน่าเชื่อถือและใบรับรองของห้องปฏิบัติการ (เช่น RTAC) ความเชี่ยวชาญและใบรับรองของทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบการควบคุมคุณภาพจากองค์กรภายนอกที่ตรวจสอบได้จริง

SAFE Fertility Group PCL (SFC Clinic) ให้บริการเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยมาตรฐาน RTAC จากประเทศออสเตรเลีย พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการ ควบคู่กับระบบควบคุมคุณภาพโดยองค์กรสากล และการดูแลโดยทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ESHRE 

“เพราะการเริ่มต้นสร้างครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ” 

เราจึงพร้อมให้บริการด้วยสาขาใกล้บ้านกว่า 5 สาขา สาขาสำนักงานใหญ่ เกษรอัมรินทร์ (กรุงเทพฯ) สาขาหลักใจกลางเมืองที่ได้รับมาตรฐาน RTAC, สาขารามอินทรา (กรุงเทพฯ), สาขาศรีราชา (ชลบุรี), สาขาขอนแก่น ศูนย์กลางการรักษาในภาคอีสาน หรือสาขาภูเก็ตที่ดูแลคนไข้ภาคใต้และชาวต่างชาติด้วยมาตรฐาน RTAC

Media Contact / ช่องทางการติดต่อ:

SAFE Fertility Group PCL
Head office | Gaysorn Amarin, 17th Floor, 496-502 Ploenchit Road, Lumpini, Lumpini, Pathum Wan District, Bangkok 10330
Tel : 02-252-3833, 081-102-1000
Email : [email protected]
Website : https://www.safefertilitygroup.com

Tags

ประกันโรคร้ายแรง

ประกันโรคร้ายแรง เลือกแผนไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคนวัยทำงาน

ประกันโรคร้ายแรง เลือกแผนไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคนวัยทำงาน

หลายคนให้ความสำคัญกับการสร้างฐานะ วิ่งตามความฝัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดอย่างสุขภาพกลับเป็นสิ่งที่ถูกละเลย รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นโรคร้ายแรงโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้เงินเก็บที่หามาทั้งหมดถูกใช้ไปกับค่ารักษา ประกันโรคร้ายแรงจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญต่อเราและคนในครอบครัว บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกันว่าประกันโรคร้าย คืออะไร และมีวิธีซื้อประกันโรคร้ายแรงอย่างไรบ้าง

สารบัญบทความ

ชวนหาคำตอบประกันโรคร้ายแรง คืออะไร?

ประกันโรคร้ายแรง คือ แผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้เอาประกันภัยจากโรคร้ายแรง ตัวอย่างเช่น ประกันมะเร็งเจอจ่ายจบ โดยจุดเด่นสำคัญของประกันประเภทนี้คือ จะจ่ายเป็นเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบเป็นโรคร้ายแรงในกลุ่มที่กำหนด ซึ่งผู้เอาประกันภัย สามารถนำเงินก้อนที่ได้นี้ไปใช้ได้อย่างอิสระ ทำให้เรามีเงินสำรองไว้รักษาตัว โดยไม่กระทบกับเงินเก็บของครอบครัว

ประกันโรคร้ายแรงคุ้มครองโรคอะไรบ้าง

ประกันโรคร้ายแรงมักให้ความคุ้มครองโรคที่อาจมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการกำหนดมาตรฐานและคำนิยามสำหรับโรคร้ายแรง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ประกันภัย โรคที่ได้รับความคุ้มครอง รวมถึงเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละแบบประกันและกรมธรรม์ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำประกัน ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครอง คำนิยามของโรค ระยะของโรค และเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้ชัดเจน

วิธีเลือกประกันโรคร้ายแรงที่ใช่ให้คุ้มค่าดูอย่างไร?

การเลือกประกันโรคร้ายแรงที่ใช่ให้คุ้มค่า ไม่ใช่การเลือกแผนประกันที่มีค่าเบี้ยต่ำที่สุด หรือคุ้มครองกลุ่มโรคเยอะที่สุด แต่ต้องเป็นประกันสุขภาพโรคร้ายแรงที่ตอบโจทย์ต่อผู้เอาประกันภัยมากที่สุด โดยวิธีดังต่อไปนี้เป็นหลักเกณฑ์ที่ช่วยให้เราเลือกซื้อประกันคุ้มครองโรคร้ายได้อย่างคุ้มค่า

  1. จำนวนเงินทุนประกันภัยที่เหมาะสม – ทุนประกันเป็นเงินก้อนที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับหลังจากตรวจพบว่าเป็นกลุ่มโรคร้ายแรง ซึ่งจำนวนเงินทุนของประกันเจอจ่ายจบควรครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลส่วนเกินและค่าใช้จ่ายช่วงเวลาที่กำลังพักฟื้น
  2. กลุ่มโรคที่ตรงกับความเสี่ยง – หากคนในครอบครัวของผู้เอาประกันภัยมีประวัติการเป็นโรคมะเร็ง ควรเลือกทำประกันมะเร็งเจอจ่ายจบ หรือหากมีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ก็ควรเลือกทำประกันโรคร้ายแรงกลุ่มโรคตับ
  3. เลือกจากลักษณะของกรมธรรม์ – ประกันโรคร้ายแรงจะมีกรมธรรม์อยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ 1. ประกันโรคร้ายแรงเจอจ่ายจบ โดยจะจ่ายเงินก้อนเต็มจำนวนให้แก่ผู้เอาประกันภัยทันที เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามที่กำหนด หรือ 2.ประกันโรคร้ายแรงที่เคลมได้หลายครั้ง โดยเมื่อเคลมประกันแล้ว หากวงเงินยังคงเหลือจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล จะเคลมค่ารักษาพยาบาลสำหรับโรคอื่นต่อได้
  4. เลือกจากส่วนโปรโมชันของแผนประกัน – บริษัทประกันจะเสนอโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อประกันกับบริษัทของตนเองมากขึ้น เช่น เสนอโค้ดส่วนลดพิเศษ เมื่อซื้อแผนประกันภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือรับเครดิตเงินคืนเมื่อใช้บัตรเครดิตรูดซื้อแผนประกัน

ประกันโรคร้ายแรง เมืองไทยประกันชีวิต ประกันที่พร้อมดูแลคุณและครอบครัว

หากยังไม่รู้ว่าจะเลือกประกันโรคร้ายแรงที่ไหนดี? CI Duo Care ประกันโรคร้ายแรงจากเมืองไทยประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยรับมือกับค่าใช้จ่ายเมื่อเจอโรคร้าย โดยผสานความคุ้มครองจาก D Care ที่ให้เงินก้อนสูงสุด 1 ล้านบาท เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจาก Care Plus สำหรับโรคมะเร็งและโรคไตวายเรื้อรัง สูงสุดโรคละ 5 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD ตามแผนที่เลือก จึงช่วยรองรับทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษาโรคร้าย

สรุป ประกันโรคร้ายแรง ตัวช่วยปิดความเสี่ยงทางการเงิน

ประกันโรคร้ายแรง คือ เครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้แก่เราและคนในครอบครัว โดยจะจ่ายเป็นเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรง ทำให้เรามีเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือจากสิทธิ์ที่มี นอกจากนี้ยังสามารถนำเงินไป ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงแตกต่างจากประกันสุขภาพทั่วไปที่เน้นจ่ายค่ารักษาตามจริง ซึ่งประกันโรคร้ายแรงจากเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมแล้วที่จะดูแลคุณและครอบครัว ด้วยเงินก้อนและนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ที่เข้าถึงได้

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม 

☑️ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ Facebook : Muang Thai Life
☑️ @muangthailife

Tags

งานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569

ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ ทุนกว่า 2 ลบ.

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ขอเชิญนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจร่วมงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 2 ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ภายในงานพบกับ 70 สถาบันการศึกษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์ครบทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมทุนการศึกษารวมมูลค่าสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท และร่วมฟังการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวนพร้อมข้อมูลการสมัครจากผู้เชี่ยวชาญ (เวลา 10.30 น.) และสำหรับผู้สมัครเรียนภายในงานกับสถาบันที่ร่วมรายการรับฟรีตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม NZ Simulated Classroom ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้สัมผัสการเรียนการสอนแบบ Active Learning กับครูชาวนิวซีแลนด์ พร้อมบริการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี และรับคำแนะนำด้านการวางแผนศึกษาต่อจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเสวนาพิเศษ โดย “คุณสู่ขวัญ บูลกุล” มุมมองผู้ปกครองในการเลือกนิวซีแลนด์ตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้  11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

Tags

Kiddo Pacific เปิดตัว Kiddoland สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งสำหรับครอบครัวยุคใหม่

บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด (Kiddo Pacific Co., Ltd.) จัดงาน Grand Opening เปิดตัว Kiddoland สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 2 โซน F (ข้างลานไอซ์สเก็ต) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นและคึกคัก โดยมีผู้บริหารระดับสูง แขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และครอบครัวลูกค้าจำนวนมากร่วมแสดงความยินดี

พิธีเปิดร้านได้รับเกียรติจาก คุณSandy T Lopez กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) และ คุณอนันต์ อภิชัยเดชอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Business Development Director) บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด ร่วมตัดริบบิ้นเปิดร้านอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ คุณ Tah & FRIEND พร้อมน้องซัมเมอร์, Ms. Susan Phoebe R. Sabado และ Mr. Jason Anasarias ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย, คุณปาริชาด องอาจ Head of Leasing – Lifestyle บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ คุณอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

Kiddoland

ภายในงานได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ และครอบครัว KOLs กว่า 25 ครอบครัว ที่พาบุตรหลานมาร่วมกิจกรรม พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์ภายในร้านแห่งใหม่ ซึ่งรวบรวมสินค้าแม่และเด็ก, ของเล่นคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกไว้ในที่เดียว อาทิ Chicco, UPPAbaby, Britax Römer, Bebe Amico, Momcozy, VTech, LeapFrog, Trixie, Scoot and Rode, Paw Patrol ,Playdoh, Nerf, Squishmallows, FurReal, Luvibubs, Clickeez, Disney Princess, Slimy and etc. พร้อมกิจกรรมพิเศษ ความบันเทิง และโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดทั้งวัน

Kiddoland สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก แต่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับทุกครอบครัว ที่ผสานสินค้าคุณภาพระดับสากลเข้ากับประสบการณ์การเลือกซื้อที่ครบวงจร โดยลูกค้าสามารถทดลองสินค้า รับคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ และเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการดูแลลูกน้อยในทุกช่วงวัย

การเปิดสาขาแห่งใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Kiddo Pacific ในการยกระดับมาตรฐานการค้าปลีกสินค้าแม่และเด็กในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “Because Every Child Deserves the Best.”

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม Kiddoland สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ได้แล้ววันนี้ ณ ชั้น 2 โซน F (ข้างลานไอซ์สเก็ต) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเลือกชมสินค้าแม่และเด็กจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และรับคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญภายในร้าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Kiddoland by Kiddo Pacific
Facebook: Kiddoland
Instagram: Kiddoland.TH
Line Official: @Kiddolandflagship
Website:www.kiddopacific.com

Tags

นม UHT สูตร 3

นม UHT สูตร 3 ตระกูลกล่องทองระดับพรีเมียมตัวท็อปในใจคุณแม่

ก้าวแรกของวัย 1 ขวบปีขึ้นไป คือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด โลกกว้างขึ้น พัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อยก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โภชนาการในแต่ละวันจึงเป็นสิ่งที่คุณแม่มือใหม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ นอกจากการรับประทานอาหารมื้อหลักให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำแล้ว การมองหา ‘นมกล่องแรก’ มาเสริมศักยภาพรอบด้านก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เราได้คัดสรร นม UHT สูตร 3 กล่องทองระดับพรีเมียมตัวท็อปในใจคุณแม่มารีวิวเจาะลึก เพื่อช่วยให้การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ตอบโจทย์ลูกรักได้ดีที่สุดค่ะ

สารอาหารสำคัญในนม UHT สูตร 3 ที่คุณแม่ต้องรู้ ก่อนเลือก ‘นมกล่องแรก‘ ให้ลูกรัก

ก่อนที่แม่จะตัดสินใจเลือกนมกล่องแรกให้กับลูกน้อยวัย 1 ขวบปีขึ้นไป การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการบนฉลากเป็นสิ่งที่คุณแม่ยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามค่ะ เพราะเด็กวัยนี้ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ และมีนม UHT สูตร 3 เป็นตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต โดยสารอาหารสำคัญที่คุณแม่ควรพิจารณา มีดังนี้ค่ะ

1. สารอาหารเสริมพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้

วัย 1 ขวบขึ้นไปเป็นช่วงเวลาที่สมองของลูกรักพัฒนาอย่างรวดเร็ว การมองหาตัวช่วยบนฉลากอย่าง ดีเอชเอ (DHA)ที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานของสมอง ระบบประสาท และการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ[1],[2] รวมถึงสองสารอาหารสำคัญอย่าง สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) ที่เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ที่มีส่วนสำคัญในการส่งสัญญาณในสมองให้เกิดการเรียนรู้และการเคลื่อนไหวของร่างกาย และ แอลฟา-แล็คตัลบูมิน (Alpha-Lactalbumin) ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมี วิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง ร่วมด้วย โคลีน (Choline) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบประสาทและสมอง[2] ให้ลูกพร้อมเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุก ๆ วัน

2. สารอาหารเสริมระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

การออกไปเจอโลกกว้างอาจทำให้ลูกน้อยสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ คุณแม่จึงต้องเสริมเกราะป้องกันจากภายใน โดยสารอาหารที่ควรมีในนมกล่อง UHT เช่น วิตามินซี และวิตามินบี 6 ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

3. สารอาหารเสริมสร้างการเติบโตของร่างกาย

เมื่อลูกเริ่มเกาะเดิน หรือวิ่งซน พลังงานและโครงสร้างร่างกายจึงสำคัญมาก สิ่งที่คุณแม่ควรมองหาในนมกล่อง UHT คือ แคลเซียม ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง และ วิตามินดี ที่มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของกระดูกและฟัน เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตสมวัยพร้อมลุยทุกกิจกรรม

เมื่อคุณแม่ได้ทราบถึงเช็กลิสต์สารอาหารสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการรอบด้านของลูกรักกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โภชนาการเหล่านี้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ วันนี้ Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม 5 นมกล่องทอง ระดับพรีเมียมในใจคุณแม่ ทั้ง

  • S-26 Gold Pro UHT (เอส-26 โกลด์ โปร ยูเอชที)
  • Enfagrow A+ Superior UHT (เอนฟาโกร เอพลัส ซูพีเรียร์ ยูเอชที)
  • Hi-Q 1 Plus Super Gold UHT (ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ ยูเอชที)
  • Foremost Omega Smart Gold 1+UHT (โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท โกลด์ 1+ ยูเอชที)
  • และ Foremost Omega Smart Super Gold UHT (โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท ซูเปอร์ โกลด์ ยูเอชที)

มาสรุปข้อมูลแบบเจาะลึก เพื่อช่วยคุณแม่พิจารณาเลือก ’นมกล่องแรก‘ สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป ได้อย่างมั่นใจ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและสารอาหารสำคัญบนฉลากอย่างไรบ้าง

นม UHT สูตร 3

จากตารางเปรียบเทียบ คุณแม่คงเห็นแล้วใช่ไหมคะว่า นม UHT กล่องทอง ระดับพรีเมียมทั้ง 5 แบรนด์ ล้วนมีสารอาหารพื้นฐานที่ช่วยดูแลร่างกายและภูมิคุ้มกันอย่างหลากหลายสมกับที่เป็น “นมกล่องทอง” จริง ๆ ค่ะ

แต่จุดที่น่าสนใจและทำให้แต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน จะอยู่ในหมวดของ สารอาหารเสริมพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญอย่าง สฟิงโกไมอีลิน, แอลฟา-แล็คตัลบูมิน และลูทีน ที่มีรายละเอียดส่วนผสมบนฉลากแตกต่างกันไปค่ะ

รีวิวนมกล่องทอง นม UHT สูตร 3 สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป

เพื่อให้คุณแม่ตัดสินใจได้ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น เราไปเจาะลึกรีวิวกันต่อเลยค่ะว่า นมกล่องทองแต่ละแบรนด์มีไฮไลต์จุดเด่นเรื่องสารอาหารอย่างไร และกล่องไหนจะตอบโจทย์พัฒนาการรอบด้านของลูกรักวัย 1 ขวบปีขึ้นไปได้คุ้มค่าที่สุด

นม UHT สูตร 3

1. เอส-26 โกลด์ โปร ยูเอชที (S-26 Gold Pro UHT) รสจืด

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา ‘นมกล่องแรก’ ให้ลูกรักวัย 1 ขวบปีขึ้นไป เพื่อส่งเสริมพัฒนาการในก้าวแรกของการเรียนรู้ เอส-26 โกลด์ โปร ยูเอชที ‘กล่องทอง’ ถือเป็นหนึ่งในนมกล่องพรีเมียมที่ครบเครื่องเรื่องโภชนาการอย่างแท้จริงค่ะ

ความน่าสนใจของกล่องนี้คือมาพร้อมกับ “สูตรใหม่ อัปเกรดใหม่” ที่พัฒนาขึ้นให้ดียิ่งกว่าสูตรเดิม และเป็นสูตรที่ดีที่สุดจาก S-26 UHT* โดยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะอย่าง แอลฟา-สฟิงโกไมอีลิน พร้อมการเพิ่มปริมาณสารอาหารสำคัญบนฉลากอย่าง สฟิงโกไมอีลิน และ ดีเอชเอ ขึ้นเป็น 30 มก. รวมถึงวิตามินและสารอาหารอื่น ๆ ที่จัดสัดส่วนมาอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์พัฒนาการรอบด้านของเด็กวัยเรียนรู้

  • สฟิงโกไมอีลิน 30 มก. (เพิ่มขึ้น 275%*)
  • ดีเอชเอ (DHA) 30 มก.
  • แอลฟา-แล็คตัลบูมิน 350 มก.
  • ลูทีน 56.2 มก.
  • โคลีน 20 มก.
  • โอเมก้า 3 112 มก., โอเมก้า 6 690 มก. และ โอเมก้า 9 1,685 มก.
  • วิตามินบี 12 สูง: โดยวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

นอกจากความโดดเด่นของสารอาหารกลุ่มพัฒนาการทางสมองแล้ว ’เอส-26 โกลด์ โปร กล่องทอง’ สูตรอัปเกรดนี้ ยังให้สารอาหารมาอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและการเติบโตของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี, วิตามินบี 6, ธาตุเหล็ก รวมถึง แคลเซียม, วิตามินดี และฟอสฟอรัส ร่วมด้วยจุดเด่นเรื่องรสชาติที่เขาปรับมาให้อร่อยขึ้น ดื่มง่าย จึงเหมาะมากสำหรับเป็นนมกล่องแรกในการเปลี่ยนผ่านช่วงวัย เพื่อให้ลูกรักพร้อมกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเติบโตสมวัยในทุก ๆ วันค่ะ *(หมายเหตุ: เมื่อเทียบกับ S-26 Gold UHT)

นม UHT สูตร 3

2. เอนฟาโกร เอพลัส ซูพีเรียร์ นมกล่องยูเอชที (Enfagrow A+ Superior UHT) รสจืด

ขยับมาที่นมกล่องทองพรีเมียมแบรนด์ถัดมาสำหรับ เอนฟากรู เอพลัส ซูพีเรียร์ นมกล่องยูเอชที ถือเป็นสูตรที่จัดสรรสารอาหารสำคัญบนฉลากมาเพื่อดูแลพัฒนาการรอบด้านของเด็กวัย 1 ขวบปีขึ้นไปอย่างทั่วถึง โดยมีสัดส่วนของสารอาหารเด่นในด้านต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

ในส่วนของสารอาหารที่สนับสนุนพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ กล่องนี้มาพร้อมกับ

  • ดีเอชเอ (DHA) 25 มก.
  • โคลีน 40 มก.
  • โอเมก้า 3 40 มก., โอเมก้า 6 240 มก. และ โอเมก้า 9 900 มก.
  • วิตามินบี 12 30% ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ในกล่องยังมีสารอาหารเสริมระบบภูมิคุ้มกันและร่างกายมี วิตามินซี และ วิตามินบี 6 ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ร่วมด้วย ธาตุเหล็ก รวมถึง แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี

3. ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ นมกล่องยูเอชที (Hi-Q 1 Plus Super Gold UHT) รสจืด

มาต่อกันที่นมกล่องทองระดับพรีเมียมแบรนด์ที่ 3 ที่คุณแม่หลายท่านคุ้นเคยเป็นอย่างดีค่ะ สำหรับ ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ 3 นมกล่องยูเอชที ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรที่มีการจัดสัดส่วนสารอาหารบนฉลากมาอย่างน่าสนใจ เพื่อสนับสนุนพัฒนาการรอบด้านของเด็กวัย 1 ขวบปีขึ้นไปในทุก ๆ วันค่ะ

โดยในส่วนของสารอาหารเสริมพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ กล่องนี้ประกอบไปด้วย

  • ดีเอชเอ (DHA) 27 มก.
  • สฟิงโกไมอีลิน 11 มก.
  • โคลีน 12 มก.
  • โอเมก้า 3 73 มก., โอเมก้า 6 418 มก. และ โอเมก้า 9 1,626 มก.
  • วิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

กล่องนี้ยังมาพร้อมกับ วิตามินซี, วิตามินบี 6 และธาตุเหล็ก ร่วมด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง แคลเซียม, ฟอสฟอรัส และวิตามินดี มีรสชาติกลมกล่อมดื่มง่าย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจค่ะ

4. โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท โกลด์ 1+ นมกล่องยูเอชที (Foremost Omega Smart Gold UHT) รสจืด

อีกหนึ่งแบรนด์ที่เป้นที่รู้จักของคุแม่ โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท โกลด์ รสจืด เสริมด้วยสารอาหารที่ช่วยลูกน้อยพัฒนาระบบประสาทและสมองให้เติบโตสมวัย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน ในด้านพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย

  • ดีเอชเอ (DHA) 27 มก.
  • สฟิงโกไมอีลิน 11 มก.
  • โคลีน 10 มก.
  • โอเมก้า 3 66 มก., โอเมก้า 6 277 มก. และ โอเมก้า 9 1,210 มก.
  • วิตามินบี 12 สูงถึง 40% ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

มี วิตามินซี และวิตามินบี 6 ร่วมด้วย แคลเซียม, ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน สนับสนุนการเจริญเติบโตทางร่างกายให้ลูกน้อยพร้อมลุยค่ะ

5. โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท ซูเปอร์ โกลด์ 1+ นมกล่องยูเอชที (Foremost Omega Smart Super Gold 1+ UHT) รสจืด

สำหรับ โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท ซูเปอร์ โกลด์ 1+ เป็นสูตรที่จัดสรรสารอาหารสำคัญมาเพื่อสนับสนุนพัฒนาการรอบด้านและตอบรับกับกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กวัย 1 ขวบปีขึ้นไปในแต่ละวัน

โดยสารอาหารเด่นในด้านพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย

  • ดีเอชเอ (DHA) 30 มก.
  • สฟิงโกไมอีลิน 11 มก.
  • โคลีน 11 มก.
  • โอเมก้า 3 66 มก., โอเมก้า 6 277 มก. และ โอเมก้า 9 1,210 มก.
  • วิตามินบี 12 สูงถึง 40% ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

และในส่วนของการดูแลด้านร่างกายและสุขภาพ มี วิตามินซี และวิตามินบี 6 ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน แคลเซียม, ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ที่ทำงานร่วมกันให้ร่างกายเติบโตแข็งแรงสมวัย

… เลือกนมกล่องแรกที่ใช่เพื่อก้าวที่พร้อมของลูกรัก

มาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา ‘นมกล่องแรก’ ให้ลูกรัก คงจะเริ่มมีไอเดียในการพิจารณาเลือกซื้อจากข้อมูลสารอาหารบนฉลากกันแล้วใช่ไหมคะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ลูกน้อยได้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ โดยมีนม UHT สูตรพรีเมียมเป็นตัวช่วยเติมเต็มศักยภาพ

แต่หากคุณแม่ยังลังเลใจและเลือกไม่ได้ Amarin Baby & Kids ขอแนะนำ เอส-26 โกลด์ โปร นมกล่องยูเอชที (S-26 Gold Pro UHT) นมกล่องทองสูตรอัปเกรดใหม่ ที่นอกจากจะมีการปรับรสชาติใหม่ให้อร่อยถูกใจลูกน้อยมากยิ่งขึ้น ดื่มง่ายแล้ว ยังจัดสรรโภชนาการมาให้อย่างหลากหลายรอบด้าน ทั้งสารอาหารเสริมพัฒนาการทางสมอง เสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และช่วยเรื่องการเจริญเติบโตทางร่างกายที่สมวัย เพื่อเป็นรากฐานสำคัญให้ลูกรักพร้อมออกไปเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพในทุก ๆ วันค่ะ

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์นมกล่องทองเพิ่มเติม ที่นี่

เอส-26 โกลด์ โปร 3 นมกล่องยูเอชที https://www.s-momclub.com/products/s26-gold-pro-uht
เอนฟาโกร เอพลัส ซูพีเรียร์ 3 นมกล่องยูเอชที https://www.enfababy.com/products/crea-shop-enfagrow-uht-superior-stage3-24?variant=40803939745850
ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ 3 นมกล่องยูเอชที https://danonecareplus.com/th/product/detail/hiq-uht-1-plus-super-gold
โฟร์โมสต์ โอเมก้า สมาร์ท ซูเปอร์ โกลด์ 1+ นมกล่องยูเอชที https://www.foremostthailand.com/product-detail/omega-smart-super-gold-1plus/

อ้างอิง

  1. Omega-3 Fatty Acids and Pregnancy, NIH
  2. สารอาหารสำคัญ เพิ่มพัฒนาการทางสมองให้ลูกรัก, โรงพยาบาลศิครินทร์
โรงเรียนทอสี

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนทอสี

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนทอสี วันศุกร์ที่ 17 ส.ค. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

กิจกรรม HANDS-ON PLAY SKILLS ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทั้งสนุกและได้ทักษะจริง ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐาน 1 Brain Development

ขยับร่างกาย เสริมพลังสมอง สนับสนุนโดย “โฟร์โมสต์ (Foremost)”
ฝึกสมาธิ ฝึกการควบคุมร่างกาย และพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งร่างกายและสมองให้เติบโตอย่างสมดุล ผสานการทำงานของตา มือ และสมองอย่างเต็มศักยภาพ

ฐาน 2 Magical Smile

ฟันสะอาดใส ใส่ใจสุขภาพช่องปาก สนับสนุนโดย “จอร์แดน (Jordan)”
ส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ผ่านการเล่นสนุกสนาน เช่น เกมบันไดงู ที่ขนขบวนคาแรกเตอร์สุดคิวท์ มาชวนน้อง ๆ ให้สนุก สดใส และรักการแปรงฟันมากขึ้น

ฐาน 3 Body Guard

รู้ทันร่างกาย รักษาสิทธิ์ และการเอาตัวรอดจากวิกฤต
ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การปกป้องร่างกายตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมสอนการดูแลตัวเอง และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐาน 4 Language & Communication Skills

นิทานสร้างภูมิ เสริมสร้างพัฒนาการ สนับสนุนโดย “แซมบูคอล (Sambucol)”
สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทาน ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านการพูด การวางแผน การสื่อสาร รวมถึงทักษะด้านอารมณ์และสังคม

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Foremost Omega Smart Super Gold, Emina Cheese Dessert, Jordan และ Sambucol มาร่วมเคาะประตูโรงเรียนไปพร้อมกับเรา ร่วมเติมเต็มความสนุกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกสมอง พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก รู้เท่าทันร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้การเฝ้าระวังเชื้อโรคผ่านโลกแห่งนิทานและจินตนาการ

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartGold #SambucolThailand #JordanThailand #EminaThailand #โรงเรียนทอสี

ชนะได้ตั้งแต่แรกเริ่ม! ไขความลับ ทำไม ‘นมแม่’ คือปราการด่านแรกที่สำคัญ มีบทบาทช่วยป้องกันภูมิแพ้ในเด็ก

ความปรารถนาสูงสุดของคุณแม่ทุกคน คือการได้เห็นลูกน้อยเติบโตไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ และพร้อมที่จะออกไปเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ มาคอยขัดขวาง ซึ่งหากพูดถึงตัวร้ายอันดับต้นๆ ที่คุณแม่ยุคใหม่กังวลใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “ภูมิแพ้ในเด็ก” ที่มักจะแฝงตัวมาอย่างเงียบๆ แต่รู้ไหมคะว่า ธรรมชาติได้ให้‘อาวุธลับ’ ที่สำคัญในการรับมือและป้องกันปัญหานี้เอาไว้ให้คุณแม่แล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ลูกรักลืมตาดูโลก ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “นมแม่” นั่นเองค่ะ

ในคุณแม่หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินกันมาตลอดว่า นมแม่คือโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในมุมของโภชนาการเชิงลึก นมแม่ไม่ได้มีดีแค่สารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายเติบโตเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็น “ปราการด่านสำคัญ” ที่ช่วยสร้างมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง วันนี้ Amarin Baby & Kids จะพาคุณแม่ไปไขความลับของธรรมชาตินี้กันค่ะ

ไขความลับความล้ำค่าของสารอาหารในนมแม่… ปราการด่านแรกจากธรรมชาติเพื่อการปกป้องลูกน้อย 

เบื้องหลังการเติบโตและพัฒนาการในช่วงเริ่มต้นชีวิตของลูกน้อย หนึ่งในปัจจัยสำคัญก็คือ “นมแม่” เพราะอะไรรู้ไหมคะ? นมแม่จะมีคุณสมบัติเป็น H.A. (Hypoallergenic)” นอกจากนี้นมแม่ยังมีสารอาหารที่หลากหลายมากกว่า 200 ชนิด โดยมีสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้ในลูกน้อย ดังนี้ค่ะ

  • โปรตีนขนาดเล็ก PHP (Partially Hydrolyzed Proteins): ตามธรรมชาติแล้ว โปรตีนในนมแม่บางส่วน ได้ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งมีข้อดีคือทำให้ร่างกายของเด็กๆ ดูดซึมไปใช้ได้ง่าย และที่สำคัญคือ โปรตีนที่ถูกย่อยจนมีขนาดเล็กนี้จะไม่ไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้
  • ใยอาหารสำคัญในนมแม่ 5 Human Milk Oligosaccharides (5 HMO) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ในนมแม่นมแม่มีสารอาหารกว่า  200 ชนิด โดยหนึ่งในสารอาหารสำคัญอย่างพรีไอติกชนิดโอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารอันโอชะให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้ โดยมีกลุ่มใยอาหารหลัก 5 ชนิด (5 HMO) ที่สำคัญ ได้แก่ 2’FL, DFL, LNT, 6’SL และ 3’SL ซึ่งใยอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อต่างๆ
  • จุลินทรีย์สุขภาพ Probiotics (B. lactis): ยิ่งไปกว่านั้น นมแม่ยังมีโพรไบโอติกหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสายพันธุ์ อย่าง B. lactis (บีแล็กทิส) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มีส่วนช่วยปรับสมดุลลำไส้ สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อก่อโรคบางชนิด ทำหน้าที่ในการสนับสนุนการทำงานของลำไส้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิต

‘ภูมิแพ้ในเด็ก’… เมื่อปราการด่านแรกพังลง ส่งผลอย่างไรกับสุขภาพระยะยาวของลูก? 

หลังจากได้เห็นความล้ำค่าของน้ำนมแม่แล้ว คุณแม่อาจสงสัยว่า “ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับการดูแลปราการด่านแรกของลูกตั้งแต่วันแรกเกิดจนถึงขวบปีแรก?”

คำตอบคือ ปัจจุบันเด็กไทยมากกว่า 50% มีความเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ อีกการศึกษาพบว่าตัวเลขความเสี่ยงนี้จะพุ่งสูงถึง 80% หากคุณพ่อและคุณแม่มีประวัติภูมิแพ้ เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ อีกทั้งปัจจัยแวดล้อมอย่าง ฝุ่น PM2.5 ยังเป็นตัวกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้รุนแรงยิ่งขึ้น สัญญาณแรกที่คุณแม่มักสังเกตเห็น คือ ผื่นแดงตามผิวหนัง แก้ม หรือข้อพับ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงผื่นธรรมดา แต่หากปราการผิวหนังอ่อนแอ อาการเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ Allergic March หรือ ลูกโซ่ภูมิแพ้ ที่ทำให้โรคภูมิแพ้พัฒนาต่อเนื่องจากชนิดหนึ่งไปสู่อีกชนิดหนึ่งตามวัยของลูกค่ะ

  • ช่วงขวบปีแรก ช่วงเวลาสำคัญ (อายุต่ำกว่า 1 ขวบ): มักจะเริ่มต้นจากการแพ้อาหาร และโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ซึ่งเป็นที่มาของอาการ ผื่นแดง หรือ ผื่นเม็ดเล็กๆ คันตามผิวหนัง ที่คุณแม่พบเจอได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิตลูกน้อย
  • เมื่อเติบโตขึ้น (ช่วงอายุ 1-2 ปีขึ้นไป): หากข้อต่อแรกไม่ถูกเฝ้าระวังและป้องกัน อาการภูมิแพ้อาจพัฒนาไปสู่ระบบทางเดินหายใจ กลายเป็นโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้จมูกหรือเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งมักจะพบมากในช่วงวัยเข้าโรงเรียนยาวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยลูกจะมีอาการหายใจลำบาก ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันหรือเคืองตา หนังตาบวม หรืออาจรุนแรงไปจนถึงขั้นอาเจียน

ที่น่ากังวลคือ มีอาการภูมิแพ้หลายชนิดพร้อมกัน หรือมีอาการเดิมเกิดซ้ำต่อเนื่องตามวัย การเข้าใจกลไกนี้จึงสำคัญ เพราะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเฝ้าระวังและดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อน เป็น Allergic March หรือ ลูกโซ่ภูมิแพ้ แล้วค่ะ

ป้องกันไว้ดีกว่ารักษา… เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกรัก

การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันแรกของชีวิต เริ่มต้นได้จากโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะนมแม่ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารและองค์ประกอบสำคัญตามธรรมชาติ นอกจากนี้นมแม่ยังมีคุณสมบัติเป็น H.A. (Hypo-Allergenic) ซึ่งมีบทบาทช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ของลูกน้อย เมื่อลูกน้อยได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย ควบคู่กับการดูแลอย่างใกล้ชิดและการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง พร้อมเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัยค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการเช็กความเสี่ยงภูมิแพ้ให้กับลูก สามารถเช็กความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ที่ 
https://www.s-momclub.com/baby-allergies หรือหากต้องการปรึกษาด้านสุขภาพและโภชนาการตามช่วงวัยกับทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกวัน ทุกเวลา ที่ Line S-Mom คลับเด็กแพ้ง่าย

Reference

  1. Bergmann RL, et al. Clin Exp Allergy 1997:27:752-760
  2. Chad Z. Paediatr Child Health 2001:6(8):555-566.
  3. Hill DA and Spergel JM. Ann Allergy Asthma Immunol 2018;120:131-137.
  4. เข้าใจโรคภูมิแพ้ – BNH HOSPITAL
  5. (ch9airport.com)

Tags

กีฬาฟันดาบ

Mastery Fencing Club คลับกีฬาฟันดาบสากล

School Visit ครั้งนี้อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่ ชวนเด็ก ๆ มาทดลองกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือกิจกรรมวันเสาร์-อาทิตย์ให้ลูก ๆ ได้ทักษะด้านกีฬาเพิ่มเติม เพราะทีมแม่ ABK เชื่อว่าทักษะด้านกีฬา เป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างวินัยและแรงบันดาลใจให้กับลูก ๆ ได้เป็นอย่างดี และทักษะกีฬาที่เราจะพาไปทำความรู้จักกันในวันนี้ก็คือ กีฬาฟันดาบ

รายละเอียดและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเรียนฟันดาบคืออะไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังจากการสัมภาษณ์โค้ชระดับอดีตทีมชาติไทย ที่เล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ๆ เส้นทางของนักกีฬาฟันดาบจะดำเนินไปอย่างไร ไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

จุดเริ่มต้นของโรงเรียน

Mastery Fencing Club ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับ กีฬาฟันดาบ ในประเทศไทย และทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน เราเชื่อว่าฟันดาบไม่ใช่เพียงกีฬาเพื่อการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสมาธิ วินัย ความรับผิดชอบ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้สู่ชำนาญ (Learn to Master)” ที่มุ่งพัฒนาทั้งทักษะกีฬาและคุณภาพของคนไปพร้อมกัน

วันนี้เราได้เจอกับหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Mastery Fencing Club คนนั้นคือ โค้ชซันนี่ โค้ชที่มองเห็นสิ่งจำเป็น สิ่งสำคัญ สำหรับนักกีฬา จากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ที่เริ่มเดินทางในสายกีฬามาตั้งแต่เด็กโดยการสนับสนุนจากครอบครัว เด็กที่ถูกปลูกฝังให้รักในกีฬา ในวันที่ยังไม่เข้าใจและไม่ได้มีใจรักในกีฬา แต่ก็เปิดใจรับการฝึก จากการเล่นแบตมินตัน และต่อมาเดินตามรอยพี่สาวซึ่งเป็นนักกีฬาฟันดาบ

กว่าจะถึงเป้าหมายในการเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ระหว่างทางนั้น โค้ชซันนี่ก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ข้อผิดพลาด การเรียนรู้วินัย การเรียนรู้แก้ไขปัญหา และการวางแผน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีคุณค่ามาก และมากพอที่จะบอกต่อเด็ก ๆ ในรุ่นถัดไป จึงเกิดเป็นสโมสรฟันดาบ ที่ออกแบบมาครบทุกมิติเพื่อเด็กและเยาวชน ที่ทีมแม่ ABK อยากบอกต่อเช่นกัน

กีฬาฟันดาบ

แนวทางการเรียนรู้

หลักสูตรของ Mastery Fencing Club ออกแบบให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Beginner 1, Beginner 2, Competitive, White Arm, Yellow Arm จนถึง Gold Arm โดยแต่ละระดับมีเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับช่วงวัยและศักยภาพของผู้เรียน

สิ่งที่ Mastery Fencing Club ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การสร้างพื้นฐาน (Fundamentals) ซึ่งเชื่อว่าพื้นฐานที่แข็งแรง คือหัวใจของการพัฒนานักกีฬาในระยะยาว ดังนั้นทุกคนที่เข้ามาเรียนจะได้รับการฝึก Basic Movement หรือพื้นฐานการเคลื่อนไหวของร่างกาย ควบคู่กับ Basic Sport Skills หรือทักษะพื้นฐานเฉพาะของกีฬาฟันดาบ เพราะเราเชื่อว่า “พื้นฐานที่ดี คือ จุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จในกีฬา”

เมื่อผู้เรียนมีพื้นฐานที่ถูกต้อง การต่อยอดสู่เทคนิคที่ซับซ้อน ความเร็ว การตัดสินใจ และการแข่งขันในระดับสูง จะเป็นไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ การเรียนการสอนยังผสมผสานเทคนิคฟันดาบสมัยใหม่ วิทยาศาสตร์การกีฬา และการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาทั้งทักษะกีฬา สมรรถภาพร่างกาย ความคิดวิเคราะห์ และคุณลักษณะของนักกีฬา

เอกลักษณ์และจุดเด่นของ Mastery Fencing Club 

จุดเด่นของ Mastery Fencing Club นอกจากจะเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกซ้อมที่ครบครันแล้ว คือ การนำวิทยาศาสตร์การกีฬา (Sports Science) มาเป็นหัวใจของการพัฒนานักกีฬา

ที่นี่เป็นหนึ่งในสโมสรแรก ๆ ของประเทศไทยที่นำแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการฝึกฟันดาบอย่างเป็นระบบ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มีประสบการณ์ทำงานกับนักกีฬาระดับโลก และการแข่งขันนานาชาติ ร่วมออกแบบระบบการฝึกซ้อม ทั้งด้านสมรรถภาพร่างกาย ทักษะฟันดาบ การป้องกันการบาดเจ็บ และการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะเชื่อว่าการสร้างนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การฝึกหนัก แต่ต้องอาศัยการฝึกที่มีหลักการ มีข้อมูลรองรับ และพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทีมแม่ ABK เห็นแล้วรู้สึกสบายใจมาก ๆ ถ้าหากลูกสนใจเรียนฟันดาบ ที่นี่จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ปกครองเลยค่ะ

กีฬาฟันดาบ

การประเมินทักษะ

Mastery Fencing Club ให้ความสำคัญกับการวัดผลที่สะท้อนพัฒนาการของนักกีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งการประเมิน ออกเป็น 2 ด้าน คือ

ด้านสมรรถภาพร่างกาย (Physical Performance)

นักกีฬาจะได้รับการทดสอบสมรรถภาพตามรอบที่กำหนด โดยผลการทดสอบจะถูกบันทึกเป็นข้อมูลเชิงตัวเลข พร้อมจัดทำกราฟและการ์ดสรุปผล เพื่อให้เห็นพัฒนาการของตนเองอย่างชัดเจน และใช้เป็นแรงจูงใจในการพัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้น

ด้านทักษะฟันดาบ (Skill Progression)

สโมสรมีระบบการพัฒนาทักษะทั้งหมด 6 ระดับ ได้แก่

  • Beginner 1
  • Beginner 2
  • Competitive
  • White Arm
  • Yellow Arm
  • Gold Arm

โดยแต่ละระดับมีเป้าหมายและเกณฑ์การประเมินที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น นักกีฬาระดับ Beginner จะมุ่งเน้นการเรียนรู้พื้นฐานและเทคนิคที่ถูกต้อง ขณะที่นักกีฬาระดับ Gold Arm จะมุ่งสู่การพัฒนาเพื่อการแข่งขันในระดับสูง การวัดผลไม่ได้มีไว้เพื่อเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่าใคร แต่เพื่อให้นักกีฬาเห็นพัฒนาการของตนเอง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวสู่ระดับถัดไป ทำให้การฝึกซ้อมมีแรงจูงใจและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทางสโมสรให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่าง นักกีฬา ผู้ปกครอง และโค้ช เพราะเชื่อว่าการพัฒนาเด็กให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬาแข่งขัน ผู้ปกครองและโค้ชจะมีการสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามพัฒนาการของนักกีฬา การวางแผนการฝึกซ้อม และการแนะนำการฝึกเสริมที่บ้าน

นอกจากนี้ สโมสรยังมีการส่งสรุปผลการเรียนรู้และพัฒนาการของนักกีฬาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจเป้าหมายและสามารถสนับสนุนบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม

ในช่วงการแข่งขัน โค้ชและนักกีฬาจะโฟกัสกับการแข่งขันอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้ปกครองจะช่วยสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เช่น การดูแลเรื่องโภชนาการ การจัดการเรื่องทั่วไป และการบันทึกวิดีโอการแข่งขันเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาหลังการแข่งขัน ความร่วมมือระหว่างทั้งสามฝ่าย คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพัฒนานักกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าประสงค์สูงสุด คือ การสร้างคุณลักษณะของนักกีฬาที่ดี และการสร้างคนดีสู่สังคม ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากเหรียญรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่นักเรียนเติบโตเป็นคนที่มีวินัย ความรับผิดชอบ ความอดทน รู้จักเคารพผู้อื่น และพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

เป้าประสงค์ลำดับถัดมาคือ การต่อยอดโอกาสทางการศึกษา โดยนักกีฬาระดับซีเนียร์ของสโมสรหลายคนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำผ่านโควตาความสามารถพิเศษด้านกีฬา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญในการสร้างอนาคต

นอกจากนี้ สโมสรยังมุ่งมั่นในการพัฒนานักกีฬาคุณภาพ เพื่อก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคต และมีส่วนร่วมในการยกระดับวงการฟันดาบไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวที่ดำเนินเติบโตมาเป็น Mastery Fencing Club ที่มีคุณภาพในวันนี้ ล้วนมาจากประสบการณ์ตรงของอดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ที่เรียนรู้มาตลอดเส้นทางของนักกีฬาฟันดาบที่ฝ่าฝันอุปสรรคจนเป็นทีมชาติ และในวันนี้ได้มาส่งให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ ๆ ที่สนใจกีฬาฟันดาบเหมือนกัน ทีมแม่ ABK ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อพัฒนานักกีฬาฟันดาบให้กับประเทศไทย หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Mastery Fencing Club คนนั้นคือ โค้ชซันนี่ คนสวย ตัวเล็กใจแกร่ง คนนี้นี่เอง

โค้ชซันนี่ – กรณิการ์ สิริพราหมณกุล
“เราอยากให้มีพื้นที่ฝึกซ้อมที่ดีสำหรับนักกีฬาฟันดาบ เน้นพื้นฐานเพื่อต่อยอดให้เด็ก ๆ และทีมผู้ปกครองร่วมเดินไปยังเป้าหมายเดียวกัน”

Mommy’s Love This!

A : ทีมแม่ ABK ประทับใจสถานที่การฝึกซ้อมที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเชื่อว่าจะเป็นสโมสรฟันดาบที่ลูก ๆ นักกีฬาฟันดาบจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาฝึกซ้อม และมีเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมกำลังใจจากทั้งทีมโค้ชและอุปกรณ์สถานที่ ที่เอื้อต่อการเติมเต็มศักยภาพให้นักกีฬา

B: ทีมแม่ ABK รู้สึกถึงความสามัคคีเป็นทีมเดียวกัน ระหว่าง นักกีฬา โค้ช และผู้ปกครอง ด้วยความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่เห็นถึงความสำคัญของการประสานแบ่งหน้าที่เพื่อเป้าหมายที่ชัดเจนของนักกีฬา เป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน

หลักสูตรของ Mastery Fencing Club

Mastery Fencing Club มีหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของผู้เรียนแต่ละคน ได้แก่

  • Beginner 5,500 บาท/เดือน
  • Competitive 6,000 บาท/เดือน
  • Buffet 10,000 บาท/เดือน
  • Olym Plus 11,500 บาท/เดือน

นอกจากนี้ยังมี Private Lesson และโปรแกรมเฉพาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องการเตรียมตัวแข่งขัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง

สนใจทักสอบถามรายละเอียดและจองทดลองเรียนได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยนะคะ

Mastery Fencing Club

ที่อยู่ : 11 Moo 18 ถ. บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
โทรศัพท์ : 064 963 2388
เฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/Masteryfencing
เว็บไซต์ : https://www.masteryfencing.com


Editor : มนันพัทธ์ กุลสิริวัฒนชัย
ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล


เลี้ยงลูกให้ ฉลาด ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ
โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนราชินี

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนราชินี วันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

กิจกรรม HANDS-ON PLAY SKILLS ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทั้งสนุกและได้ทักษะจริง ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐาน 1 Brain Development

ขยับร่างกาย เสริมพลังสมอง สนับสนุนโดย “โฟร์โมสต์ (Foremost)”
ฝึกสมาธิ ฝึกการควบคุมร่างกาย และพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งร่างกายและสมองให้เติบโตอย่างสมดุล ผสานการทำงานของตา มือ และสมองอย่างเต็มศักยภาพ

ฐาน 2 Magical Smile

ฟันสะอาดใส ใส่ใจสุขภาพช่องปาก สนับสนุนโดย “จอร์แดน (Jordan)”
ส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ผ่านการเล่นสนุกสนาน เช่น เกมบันไดงู ที่ขนขบวนคาแรกเตอร์สุดคิวท์ มาชวนน้อง ๆ ให้สนุก สดใส และรักการแปรงฟันมากขึ้น

ฐาน 3 Body Guard

รู้ทันร่างกาย รักษาสิทธิ์ และการเอาตัวรอดจากวิกฤต
ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การปกป้องร่างกายตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมสอนการดูแลตัวเอง และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐาน 4 Language & Communication Skills

นิทานสร้างภูมิ เสริมสร้างพัฒนาการ สนับสนุนโดย “แซมบูคอล (Sambucol)”
สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทาน ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านการพูด การวางแผน การสื่อสาร รวมถึงทักษะด้านอารมณ์และสังคม

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Foremost Omega Smart Super Gold, Emina Cheese Dessert, Jordan และ Sambucol มาร่วมเคาะประตูโรงเรียนไปพร้อมกับเรา ร่วมเติมเต็มความสนุกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกสมอง พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก รู้เท่าทันร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้การเฝ้าระวังเชื้อโรคผ่านโลกแห่งนิทานและจินตนาการ

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartGold #SambucolThailand #JordanThailand #EminaThailand #โรงเรียนราชินี

Tags

อองฟองต์ (ENFANT) ยืนหนึ่งในใจคุณแม่! แบรนด์ออร์แกนิกอันดับ 1 ที่ทุกบ้านต้องมี

สำหรับคุณแม่ การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก คือการเลือกสิ่งที่เชื่อมั่นและไว้วางใจได้ โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก และเมื่อพบสิ่งที่ใช่ ก็ย่อมอยากส่งต่อความมั่นใจและบอกต่อสิ่งดี ๆ นั้นให้กับคนรอบตัว เช่นเดียวกับ อองฟองต์ (ENFANT) แบรนด์ผลิตภัณฑ์แม่และเด็กระดับพรีเมียมที่เติบโตคู่ครอบครัวไทยมากว่า 40 ปี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่วันนี้ต่อยอดความอ่อนโยนจากการดูแลลูกน้อย สู่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับทุกคนในครอบครัว (Organic Baby & Family Care) ภายใต้แนวคิด “Grow Together, Beautifully” พร้อมเอกลักษณ์ “กลิ่นหอมเด็กในตำนาน” ที่คุ้นเคย และส่งต่อการดูแลที่คุณแม่ไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่น

enfant

หนึ่งในไอเทมยอดนิยมของอองฟองต์ คือ Enfant Extra Moisture Daily Nourishing Lotion โลชั่นบำรุงผิว   ออร์แกนิกที่มาพร้อมนวัตกรรม Biohydrated LOC™ จากญี่ปุ่น ช่วยล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลผิวอย่างอ่อนโยน และมีกลิ่นหอมเอกลักษณ์สไตล์อองฟองต์ที่หลายคนคุ้นเคย ตอกย้ำความนิยมด้วยยอดขายอันดับ 1 บนช่องทางออนไลน์** พร้อมคว้ารางวัล Mommy’s Choice รางวัลผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็กและโลชั่นออร์แกนิกยอดเยี่ยม (2025) สะท้อนการเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ได้รับความไว้วางใจจากคุณแม่ นอกจากนี้ อองฟองต์ (ENFANT) ยังต่อยอดการดูแลจากลูกน้อยสู่ทุกคนในบ้าน ด้วย Family Care Moisture Shower Cream ครีมอาบน้ำ 2 สูตรใหม่ HYA และ Collagen ช่วยทำความสะอาดผิวจากมลภาวะ ลดการสะสมของแบคทีเรีย พร้อมดูแลและคงความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างอ่อนโยน เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป รวมถึงทุกคนในครอบครัว เพื่อให้การดูแลผิวในทุกวันเป็นเรื่องง่าย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งบ้าน

ติดตามทุกเรื่องราวและแรงบันดาลใจในการดูแลลูกน้อยและทุกคนในครอบครัวกับ อองฟองต์ (ENFANT) ได้ทาง Facebook และ LINE OA: Enfant Mom Club พร้อมเลือกชมและสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์อองฟองต์ แผนกเด็ก ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เซ็นทรัล โรบินสัน และเดอะมอลล์ รวมถึงทุกช่องทางออนไลน์ภายใต้ชื่อบัญชี “@enfantmomclub”

#EnfantThailand #อองฟองต์ #EnfantMomClub


*รางวัล Mommy’s Choice: รางวัลผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็กและโลชั่นออร์แกนิกยอดเยี่ยม (2025)
**ยอดขายอันดับ 1 ร้าน enfant.official ในช่องทาง Shopee

นมผงเด็ก

นมผงเด็ก 1 ขวบขึ้นไป ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบนมสูตร 3 สารอาหารครบ เสริมพัฒนาการ

เพราะเด็กวัยขวบปีโตเร็วกว่าที่คิด ทั้งพัฒนาการร่างกาย อารมณ์ และสมอง ลูกจึงต้องการสารอาหารที่ไม่เหมือนเดิม ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องเลือกนมให้เหมาะกับวัย เพื่อเสริมสร้างลูกรอบด้าน ซึ่งนมผงเด็ก มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ จนอาจทำให้สงสัยว่า นมผงเด็ก1 ขวบ ขึ้นไป ยี่ห้อไหนดี ที่ช่วยเสริมสร้างครบรอบด้าน ทั้งสารอาหาร ภูมิคุ้มกัน และสมอง ซึ่งนมผงเด็ก 1 ขวบขึ้นไป เราคัดมาแล้ว 3 แบรนด์นมผงยอดนิยม คือ ยี่ห้อ Hi-Q 1 Plus Super Gold สูตร 3,นมผง S26 GOLD 3 และนมผง Enfagrow A+ MIND Pro 3 ที่เหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ เพราะมีสารอาหารที่ครบถ้วน เสริมสร้างพัฒนาการพวกเขาได้อย่างรอบด้าน และร่างกายอย่างเติบโตสมวัย

นมผงเด็ก 1 ปีขึ้นไป (สูตร 3) เลือกอย่างไร

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการเลือกนมผงเด็กให้ลูกกินเสริม ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะนมผงเด็กมีหลายสูตรแตกต่างกันไปตามวัย สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไปควรเลือกนมสูตร 3 ซึ่งพัฒนาเพื่อเด็กวัยนี้โดยเฉพาะ โดยมีสารอาหารหลัก ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงเสริมพัฒนาการของสมองและดวงตา ด้วย

เพราะลูกวัย 1 ขวบมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ แตกต่างจากวัยทารกอย่างชัดเจน ทั้งร่างกายที่เติบโตขึ้น เดินวิ่งได้คล่องแคล่ว เรียนรู้ดี รวมถึงกินอาหารได้หลากหลายคล้ายกับผู้ใหญ่ ทำให้ลูกต้องการสารอาหารที่มากขึ้นเพื่อเสริมพัฒนาการรอบด้าน นมก็ไม่ใช่อาหารหลักแต่กินเพื่อเสริมสารอาหารจำเป็นให้ร่างกายได้รับอย่างหลากหลาย

“เมื่อเข้าสู่วัย 1ขวบขึ้นไป ร่างกายของลูกจะโตช้าลงเล็กน้อยหากเทียบกับช่วงวัยทารก แต่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเตาะแตะด้วยตัวเอง หยิบจับและคว้าสิ่งของได้ หยิบอาหารใส่ปากเอง รวมถึงความสามารถทางภาษาที่คล่องแคล่วมากขึ้น ทั้งพูดคำยาว ๆ 2-4 พยางค์ ประโยคสั้น ๆ และจำชื่อคน ชื่อเรียกต่าง ๆ อย่างแม่นยำ ทั้งหมดนี้เด็ก ๆ ต้องใช้พลังร่างกายและสมองอย่างมาก จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารมีประโยชน์ให้เพียงพอในแต่ละวัน” ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ Parenting Guide Book คู่มือเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่ยุคใหม่

นอกจากนี้นมผงยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็กวัย1 ขวบปีขึ้นไป โดยมีสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการให้นมผง เช่น เลือกสูตรให้เหมาะกับลูกเพราะปัจจุบันมีนมผงหลายสูตรตามช่วงวัยรวมถึงสูตรเฉพาะสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือมีอาการแพ้ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับวัยของลูก รวมไปถึงการชงที่ถูกวิธีควรชงตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดควรผสมนมผง กับน้ำตามสัดส่วนที่ระบุไว้บนกล่อง เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน1

หากคุณแม่ที่ต้องการเลือกนมผงให้ลูกกินเสริม ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะนมผงมีหลายสูตรแตกต่างกันไปตามวัย สำหรับเด็กวัยนี้ควรเลือก นมผงสำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป หรือนมสูตร 3 ซึ่งพัฒนาเพื่อเด็กวัยนี้โดยเฉพาะ โดยมีสารอาหารหลัก ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงเสริมพัฒนาการของสมองและดวงตาด้วย

คุณแม่สามารถเช็กว่านมผงเป็นสูตรใดได้ง่าย ๆ ด้วยการสังเกตจากหน้าบรรจุภัณฑ์ ที่ส่วนใหญ่จะชัดเจนว่าเป็น “นมสูตร 3” แต่ละยี่ห้ออาจมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกัน เช่น นมเสริมภูมิคุ้มกัน นมเสริมพัฒนาสมอง เป็นต้น

นมผงสูตร 3 ต่างจากสูตร 4 อย่างไร

ในท้องตลาดมีนมผงสำหรับเด็กโต 2 สูตร คือ นมผงสูตร 3 และนมผงสูตร 4 คุณแม่อาจรู้สึกว่าสามารถเลือกนมสูตรไหนให้ลูกกินก็ได้ แต่ความจริงแล้วนมทั้งสองสูตรผลิตเพื่อลูกแตกต่างวัยกัน

นมผงสูตร 4 เป็นนมสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป จะเน้นให้มีปริมาณของโปรตีนและแคลเซียมให้มากกว่านมสูตร 3 เพื่อให้เหมาะกับร่างกายต้องเคลื่อนไหวมากขึ้น และเพิ่มวิตามินบางชนิดที่อาจบกพร่องไป และมีสัดส่วนของสารอาหารพัฒนาสมองน้อยลง เพราะเด็กกินอาหารจำพวกปลา หรือไข่มากขึ้นแล้ว

สารอาหารสำคัญในนมผงเด็กโต

การดื่มนมของเด็กวัย 1 ขวบไม่ใช่อาหารหลักแทนข้าว แต่จะเสริมสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ สารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกายของเด็กวัยนี้ ก่อนจะเลือกซื้อนมผงลูกให้คุณแม่ลองอ่านข้อมูลดูก่อนว่ามีสารอาหารเหมาะสมกับวัยของลูกหรือไม่

สารอาหารสำคัญในนมผงเด็ก 1 ขวบขึ้นไป

  • โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก สารอาหารหลักที่ต้องการในปริมาณสูง เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายสมวัย
  • DHA Omega 3 6 9 และวิตามินบี มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองและสารสื่อประสาทให้ทำงานเป็นปกติ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ไว ความจำดี
  • โพรไบโอติก และใยอาหาร หรือบางยี่ห้อมี ซินไบโอติก เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้พัฒนาอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยปกป้องร่างกายของลูกให้แข็งแรง

อย่างไรก็ตาม ปริมาณนมที่เด็กควรดื่มอาจแตกต่างกันได้ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรดื่มนมมากเกินไป หรือดื่มก่อนเวลาอาหารเพราะจะทำให้ลูกกินอาหารได้น้อยลง

นมผงเด็ก 1 ขวบขึ้นไป ยี่ห้อไหนดี 2026

Amarin Baby & Kids คัดมาให้แล้ว 3 แบรนด์นมผงยอดนิยม ได้แก่ นมผง Hi Q PLUS SUPER GOLD สูตร 3,นมผง S26 GOLD 3 และนมผง Enfagrow A+ MIND Pro 3 เปรียบเทียบแต่ละสูตรแบบเจาะลึก ยี่ห้อไหนเป็นนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไปที่เหมาะกับลูกที่สุด เช็กเลย

เปรียบเทียบสารอาหาร นมผงเด็ก สูตร 3 เสริมการเติบโต สมองไว ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

แบรนด์Hi Q PLUS
SUPER GOLD 3
Enfagrow A+
MIND Pro 3
S-26
GOLD 3
ราคา / ขนาด
หมายเหตุ : ราคา Online Official Store (30 ก.ค. 69)
2,750 กรัม / 1,659 บาท2,550 กรัม / 1,406 บาท2,550 กรัม / 1,643 บาท

สารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต

โปรตีน✔✔✔
แคลเซียม✔✔✔
ธาตุเหล็ก✔✔✔

สารอาหารพัฒนาสมอง

สฟิงโกไมอีลิน✔✔✔
ดีเอชเอ✔✔✔
*มี ARA
โอเมก้า 3 6 9✔✔✔
โคลีน✔✔✔
วิตามิน บี 12✔✔✔
ทริปโตเฟน✔✘✘

สารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

โพรไบโอติก✔
(B. BREVE M-16V)
✘
(มีใยอาหาร INULIN)
✘
พรีไบโอติก✔
(GOS/lcFOS)
✘✘
2’-FL✔✔✔


Hi-Q 1 Plus Super Gold : รวมสารอาหาร DHA ซินไบโอติก เสริมภูมิคุ้มกันสมวัย

สำหรับคุณแม่กำลังเตรียมตัวเลือกซื้อนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป ขอแนะนำ นมผง Hi-Q 1 Plus Super Gold สูตร 3 ที่พัฒนาเพื่อเด็กวัย 1 ขวบ ให้ลูกดื่มเป็นประจำ ให้พร้อมเรียนรู้รอบด้านและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ด้วยซินไบโอติก (Synbiotic) ประกอบด้วย โพรไบโอติก BIFIDOBACTERIUM BREVE M-16V และพรีไบโอติก จากใยอาหาร GOS/lcFOS เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะเข้าไปช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ

พร้อมทั้งอุดมด้วย 5 สารอาหารสมองที่ขาดไม่ได้ ทั้ง ดีเอชเอ สูงถึง 40 มิลลิกรัมต่อหน่วย โอเมก้า 3 6 9 สฟิงโกไมอีลิน Tryptophan Vitamin B12 และผสม 2’-FL รวมครบทุกสารอาหารเพื่อช่วยการทำงานของระบบประสาทและสมองให้เป็นปกติ เสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด ที่มีประโยชน์กับร่างกาย คุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกจะมีร่างกายแข็งแรงและสมองไวพร้อมเรียนรู้ในทุกวัน

นมผงเด็ก

Hi-Q 1 Plus Super Gold รวมสารอาหารดูแลสมอง และภูมิคุ้มกัน

  • DHA
  • Synbiotic
  • SPHINGOMYELIN
  • Omega 3 6 9
  • TRYPTOPHAN
  • VITAMIN B12

นมผง S26 GOLD 3 เสริมพลังสมอง

เป็นนมผงอีกแบรนด์พัฒนาระบบประสาทและสมองของเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป ด้วยเอกสารสิทธิ์เฉพาะของ-S-26 ที่มีแอลฟา-สฟิงโกไมอีลิน* และสารอาหารอื่น ๆ อย่าง แกงกลิโอไซด์, ดีเอชเอ & เออาร์เอ, และวิตามินบี 12พร้อมกับใยอาหาร 2 ชนิดทั้ง 2’-FL และใยอาหารธรรมชาติโอลิโกฟรุคโตส

นมผงเด็ก
  • แอลฟา-สฟิงโกไมอีลิน*
  • แกงกลิโอไซด์
  • DHA &` ARA
  • Omega 3 6 9
  • 2’-FL
  • โคลีน

Enfagrow A+ MIND Pro 3 ปกป้องลูกด้วยภูมิคุ้มกันธรรมชาติ

นมสูตรนี้เน้นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง จากทั้ง MFGM* (Milk Fat Globule Membrane) เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในนม ดีเอชเอพลัส สฟิงโกไมอีลิน และวิตามินบี 12 แม้จะไม่มีโพรไบโอติก แต่มีใยอาหาร 2’-FL, FOS เพิ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติในลำไส้ให้ร่างกายแข็งแรง

นมผงเด็ก
  • MFGM Pro
  • DHA+
  • 2’-FL ผสมใยอาหารINULIN
  • Omega 3 6 9
  • Vitamin C

จากข้อมูลเปรียบเทียบนมผงเด็กข้างต้นแล้ว Hi-Q 1 Plus Super Gold จึงเหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับคุณแม่ที่ต้องการดูแลลูกวัย 1 ขวบขึ้นไป เพราะมี 5 สารอาหารสมองที่ขาดไม่ได้ ทั้ง ดีเอชเอ สูงถึง 40 มิลลิกรัมต่อหน่วย โอเมก้า 3 6 9 สฟิงโกไมอีลิน Tryptophan Vitamin B12 และผสม 2’-FL พร้อมโพรไบโอติก โพรไบโอติก BIFIDOBACTERIUM BREVE M-16V และใยอาหาร GOS/lcFOS ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ มีพัฒนาการสมองและภูมิคุ้มกันที่ดี ก้าวออกไปเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างมั่นใจ ในราคาสมเหตุสมผล

วิธีชงนมและเก็บรักษาคุณภาพนม

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจคือการชงนมผงเด็กให้ถูกวิธี เพื่อให้ลูกได้ดื่มนมคุณภาพและได้รับประโยชน์จากสารอาหารอย่างเต็มที่ วิธีชงนมสำหรับเด็กโตที่ถูกต้อง มีดังต่อไปนี้

  1. ล้างแก้วสำหรับดื่ม และล้างมือให้สะอาด
  2. อ่านฉลากเพื่อดูปริมาณนมและน้ำให้เหมาะสม นมแต่ละยี่ห้ออาจมีสัดส่วนแตกต่างกัน จึงควรอ่านเช็กทุกครั้ง
  3. ใช้ช้อนตวงนมตามปริมาณที่กำหนด
  4. เติมน้ำอุ่นลงในแก้ว เทนมที่ตวงไว้ แล้วคนให้เข้ากันดี จนนมละลายหมดไม่จับตัวเป็นก้อน

สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ควรชงนมข้นเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกท้องผูก แต่ถ้าชงนมจางเกินไป ทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เต็มที่

เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็มั่นใจได้ว่าลูกน้อยวัย 1 ขวบขึ้นไปจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ ทั้งยังเสริมสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคตแล้ว


อ้างอิงข้อมูล

  1. Feeding your baby with formula, PregnancyBirthbaby
  2. ผลิตภัณฑ์ S-26 GOLD 3, S-Mom Club
  3. ผลิตภัณฑ์ Hi-Q1 PLUS SUPER GOLD, Hi Family Club
  4. ผลิตภัณฑ์ Enfagrow A+ MIND PRO 3, EnfaBaby
  5. เปรียบเทียบนม Hi-Q แต่ละสูตร, https://www.hifamilyclub.com/products/product-comparison.html
  6. วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์. (2564). Parenting Guide Book คู่มือเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่ยุคใหม่. Amarin Baby & Kids/แจกฟรี.
โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถานศึกษาแห่งความสุข เรียนรู้แบบการนำตนเองเชิงสร้างสรรค์ และมีความปลอดภัยสูงสุด

School Visit ครั้งนี้จะพาไปรู้จักหนึ่งในโรงเรียนที่ทีมแม่ ABK อยากเข้าไปเยี่ยมมาก ๆ เมื่อได้มาก็ ยิ่งรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการปลูกฝัง สั่งสอนเด็ก ๆ โดยใช้ธรรมชาติมาเป็นแนวทางในการเรียนการสอน เพื่อดึงศักยภาพในตัวเด็ก ๆได้อย่างไม่ตกหล่นและมองความสุขเป็นสำคัญ โรงเรียนแห่งการเติบโต สร้างพลังแห่งความสุขนี้คือ โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุดเริ่มต้นของโรงเรียน

การมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยภายในรั่วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้บุตรหลานของบุคลากรมหาวิทยาลัย รวมถึงเด็กจากครอบครัว ภายนอก ได้เข้าถึงการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาประเทศในอนาคตของเด็ก ๆ จึงเริ่มก่อสร้างพื้นที่คุณภาพแห่งการเรียนรู้บนพื้นที่กว่า 5 ไร่

แนวทางการเรียนรู้ Play-Based Learning

ทำให้โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้มีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3–6 ปี โดยยึดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของประเทศไทยเป็นกรอบในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ พร้อมบูรณาการ องค์ความรู้ด้านพัฒนาการเด็กและนวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของศตวรรษที่ 21 เพื่อส่งเสริมให้เด็กเติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โรงเรียนให้ความสำคัญกับ การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) ซึ่งเป็นแนวทางที่ สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย โดยผสมผสานการจัดการเรียนรู้แบบ Project Approach, STEAM Education และ Self-Directed Learning เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือ ปฏิบัติ การตั้งคำถาม การสำรวจ การทดลอง และ การสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง

การจัดประสบการณ์ทุกกิจกรรมได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่งเสริม ให้เด็กได้ค้นพบความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของตนเอง พร้อมพัฒนาทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความคิดสร้างสรรค์ และการกำกับการเรียนรู้ของตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

กิจกรรมเสริมหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้

ในทุก ๆ เทอมทีมคุณครูมีการจัดการเรียนรู้เสริมหลักสูตรเพิ่มเติมทักษะให้กับเด็ก ๆ ทั้งทางด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีนคอมพิวเตอร์ นาฏศิลป์ ว่ายน้ำ กิจกรรมลูกเสือ (Junior Scout) และกิจกรรมนอกห้องเรียนต่าง ๆ กิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งหมดได้รับการบูรณาการเข้ากับการจัดประสบการณ์ประจำวันอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด Play-Based Learning ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น การลง มือปฏิบัติ และการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย เด็กจึงได้พัฒนาทั้งความรู้ ทักษะ และ คุณลักษณะไปพร้อมกัน พร้อมก้าวสู่การเรียนรู้ในระดับต่อไปอย่างมั่นใจและมีความสุข

สะท้อนการเล่นที่สร้างการเรียนรู้

ในโรงเรียนยังมีพื้นที่อิสระที่แม่ทีม ABK ไปเห็นมาแล้วเชื่อว่าจะปลุกลูกให้ตื่นเช้ามาโรงเรียนได้โดยง่าย คือพื้นที่แห่งจินตนาการและบทบาทสมมุติ ภายในพื้นที่นี้ถูกแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ที่สามารถสลับสับเปลี่ยนได้ สร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นการเล่นเพื่อเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี โซนต่าง ๆ ในพื้นที่อิสระมีดังนี้

  1. โซนของเล่นเสริมทักษะ
  2. โซนของเล่นเชิงบทบาทสมมุติ
  3. โซนมินิโรงภาพยนต์
  4. โซนห้องสมุดอ่านสนุก
  5. โซนเล่นเรียนรู้จราจร

ซึ่งจะลงเวลาในตารางเรียนให้เด็ก ๆ ได้สลับกันมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นการเล่นที่เก็บความรู้ไปพร้อมรอยยิ้มเลยค่ะ

โภชนาการดี ใส่ใจความสะอาดและความปลอดภัย

การจัดอาหารกลางวันและอาหารว่างที่ ครบถ้วนตามหลักโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย มีความหลากหลายของเมนู สะอาดและได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย พร้อมส่งเสริมสุขนิสัยที่ดี เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร   การรับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ การแปรงฟันหลังอาหาร และการดูแลความสะอาดของตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นแบบอย่างและส่งเสริมให้เด็กปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเกิดเป็นวินัยในชีวิตประจำวัน  พื้นที่ภายในโรงเรียนได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างเป็นระบบ ทั้งห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร พื้นที่ส่วนกลาง และอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และ เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก

Mommy’s Love This!

A : ทีมแม่ ABK ประทับใจการสร้างสุขภาวะที่ดีในโรงเรียน การเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยโดยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และลงมือจริงในทุกวัน เช่น การเล่นบทบาทสมมติเรื่องจราจรภายในโรงเรียน เพื่อให้พวกเขามีสติ คิดวิเคราะห์ เพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้า เป็นทักษะชีวิตที่เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้

B: ทีมแม่ ABK ประทับใจทีมครูที่มีความเป็นเพื่อนร่วมคิดสำหรับเด็ก ช่วยให้เด็ก ๆ กล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าแสดงออกสมวัย ซึ่งแสดงออกถึงความพร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเต็มศักยภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์

โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บริหารด้วยหัวใจความเป็นครูมากประสบการณ์
โดย ผอ.บัว นางวรินธร  สีทา
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อัตราค่าธรรมเนียมการเรียนของนักเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2569

  • เทอมที่ 1
    • ค่าธรรมเนียมการเรียน  28,000 บาท
    • (รวมค่าหนังสือ,ค่าเรียนวิชาพิเศษ,ค่าอาหาร,ค่าอาหารว่าง,ค่านมแล้ว)
    • โครงการเตรียมความพร้อมนักเรียน 4,500 บาท
    • รวม 32,500 บาท
  • เทอมที่ 2 และเทอมถัดไป
    • ประมาณ 21,000 – 23,000 บาท
    • (รวมค่าหนังสือ,ค่าเรียนวิชาพิเศษ,ค่าอาหาร,ค่าอาหารว่าง,ค่านมแล้ว)
  • ค่าเสื้อผ้าประมาณ 3,500-5,000 บาท

หมายเหตุ : กรณีบุตรบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีส่วนลด ปีการศึกษา ละ 3,000 บาท

บ้านไหนสนใจรูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้สามารถไปเยี่ยมชมโรงเรียนหรือติดต่อสอบถามได้ตามรายละเอียดนี้เลยนะคะ ครูใจดีมาก ๆ ค่ะ

โรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ 99 ตารางวา ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ที่อยู่ : เลขที่ 99 หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
โทรศัพท์ : 02-5644404 , 02-5642132
เว็บไซต์ : anuban.tu.ac.th
เฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/anubanTU/


Editor : มนันพัทธ์ กุลสิริวัฒนชัย
ภาพ : อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม


เลี้ยงลูกให้ ฉลาด ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ
English Corner Space for Learning & Growth ของเด็กยุคใหม่

Amarin Baby & Kids Awards 2026

ร่วมโหวตสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่ลูก Amarin Baby & Kids Awards 2026

กลับมาอีกครั้ง! กับการโหวตสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่ลูก จากเสียงของผู้ใช้จริง คุณแม่และครอบครัวทั่วประเทศ

เมื่อพฤติกรรมและการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าของคุณแม่ยุคใหม่ (Millennial & Gen Z Moms) เปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนแบบสุด ๆ แม่ ๆ เองมีกลุ่มในการส่งต่อมีข้อมูล รวมถึงมีข้อมูลเชิงลึกในแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง และให้ความสำคัญกับ “คุณค่าที่แท้จริง” มากกว่าแค่ชื่อเสียงของแบรนด์ ดังนั้นการเลือกสินค้าของแม่ยุคใหม่ จึงมี 5 ข้อสำคัญ ดังนี้

  1. ความปลอดภัย
    Safety First คือด่านแรก ที่แม่ยุคใหม่เช็กดู ฉลากและข้อมูลข้างกล่องจึงสำคัญและหลอกไม่ได้ ส่วนผสมต่าง ๆ จึงต้องละเอียดและถูกต้องปลอดภัย เช่น กลุ่มสินค้า Organic, Non-toxic, Hypoallergenic, BPA-Free หรือ Paraben-Free รวมถึงการมีใบรับรอง ไม่ได้เชื่อแค่คำเคลมหน้ากล่องอีกต่อไป แต่ต้องมีผลการทดสอบทางการแพทย์ (Dermatologically tested) หรือการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือแล้วเท่านั้น
  2. ความสะดวกสบายและฟังก์ชันตอบโจทย์
    สินค้าที่ทุ่นแรงและประหยัดเวลา แม่ยุคใหม่หลายคนทำงานนอกบ้าน หรือเลี้ยงลูกด้วยตัวเองแต่ต้องมีตัวช่วยที่ฉลาด ช่วยร่นระยะเวลาให้แม่ได้ไปทำอย่างอื่น หรือใช้เวลาคุณภาพกับลูก และลดขั้นตอนในการชีวิตที่ยุ่งยาก เช่น ล้างง่าย พับเก็บได้ด้วยมือเดียว หรือ ใช้งานแบบ Multi-function เครื่องซักอบผ้าแบบฆ่าเชื้อในตัว เป็นต้น รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เอื้อกับครอบครัว เช่น กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือ หรือ แอปพลิเคชันติดตามพัฒนาการลูก เป็นต้น
  3. ข้อมูลและรีวิวจากผู้ใช้จริง
    ไม่เชื่อโฆษณาแบบเดิม แม่ยุคใหม่แทบไม่เชื่อ การโฆษณาตรง ๆ แต่จะบอกต่อปากต่อปาก หรือ ดูจากแม่ผู้ใช้จริงในกลุ่มแม่ (Mom Community) หรือ อ่านรีวิวจากแม่คนอื่น ๆ (Real User Reviews หรือ Micro-influencers) เขื่อในที่มาจริง ต้องกล้าเปิดเผยที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และ ตอบคำถามได้ตรงไปตรงมา
  4. ดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และบ้าน
    การเลือกซื้อของที่เมื่อวางในบ้านแล้วไม่รู้สึกแปลกแยก ยังสวย น่าใช้งาน ถ่ายรูปแล้วดูดี และเข้ากับบ้าน สินค้าแม่และเด็กที่ไม่ทำลายดีไซน์ของบ้านอาจะเป็น โทนสีเรียบง่าย หรือของดีไซน์สนุก ใช้งานแล้วสบายใจแม่ รวมถึงของที่สะท้อนตัวตนของแม่ เพราะเมื่อเป็นแม่ไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งสไตล์ของตัวเองไปเสียหน่อย แม่ยังดูมีสไตล์ได้ แม้จะมีลูกเล็ก สะท้อนรสนิยมและความเป็นตัวเองของคุณแม่ด้วย
  5. ความคุ้มค่าที่มากกว่าป้ายราคา
    ราคาไม่ได้เป็นตัววัดการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว แม่ยุคนี้จึงไม่ได้มองที่ “ถูกที่สุด” แต่มองที่ “คุ้มค่าที่สุด” ยอมจ่ายแพงกว่า หากสินค้านั้นมีคุณภาพดีจริง ใช้วัสดุทนทาน ส่งต่อได้ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามวัยของลูก เรียกได้ของคุ้มค่าในระยะยาว

✴️ ร่วมสนุกเพื่อรับรางวัล !!! 📚
หนังสือนิทานสำหรับเด็ก จากสำนักพิมพ์ Amarin Kids มูลค่ากว่า 700 บาท จำนวน 100 รางวัล!
📚✨

📍 ร่วมโหวตได้แล้ววันนี้ – 30 กันยายน 2569
👉 คลิกโหวตเลยที่นี่ : Amarin Baby & Kids Awards 2026

โรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนเซนต์ฟรัง ซิสซาเวียร์ คอนแวนต์

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนเซนต์ฟรัง ซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ วันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

กิจกรรม HANDS-ON PLAY SKILLS ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทั้งสนุกและได้ทักษะจริง ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐาน 1 Brain Development

ขยับร่างกาย เสริมพลังสมอง สนับสนุนโดย “โฟร์โมสต์ (Foremost)”
ฝึกสมาธิ ฝึกการควบคุมร่างกาย และพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งร่างกายและสมองให้เติบโตอย่างสมดุล ผสานการทำงานของตา มือ และสมองอย่างเต็มศักยภาพ

ฐาน 2 Magical Smile

ฟันสะอาดใส ใส่ใจสุขภาพช่องปาก สนับสนุนโดย “จอร์แดน (Jordan)”
ส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ผ่านการเล่นสนุกสนาน เช่น เกมบันไดงู ที่ขนขบวนคาแรกเตอร์สุดคิวท์ มาชวนน้อง ๆ ให้สนุก สดใส และรักการแปรงฟันมากขึ้น

ฐาน 3 Body Guard

รู้ทันร่างกาย รักษาสิทธิ์ และการเอาตัวรอดจากวิกฤต
ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การปกป้องร่างกายตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมสอนการดูแลตัวเอง และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐาน 4 Language & Communication Skills

นิทานสร้างภูมิ เสริมสร้างพัฒนาการ สนับสนุนโดย “แซมบูคอล (Sambucol)”
สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทาน ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านการพูด การวางแผน การสื่อสาร รวมถึงทักษะด้านอารมณ์และสังคม

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Foremost Omega Smart Super Gold, Emina Cheese Dessert, Jordan และ Sambucol มาร่วมเคาะประตูโรงเรียนไปพร้อมกับเรา ร่วมเติมเต็มความสนุกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกสมอง พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก รู้เท่าทันร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้การเฝ้าระวังเชื้อโรคผ่านโลกแห่งนิทานและจินตนาการ

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartGold #SambucolThailand #JordanThailand #EminaThailand #โรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์

Tags

ลูกดูปกติ แต่สมองแอบขาดธาตุเหล็ก! เช็กภัยเงียบช่วง 2,500 วันแรกที่พ่อแม่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

“เด็กผอม… พ่อแม่มองเห็นทันที เด็กอ้วน… ตาชั่งก็บอกได้ชัดเจน แต่ถ้าลูกกำลัง ‘ขาดธาตุเหล็ก‘ รู้ไหมคะว่าไม่มีสัญญาณเตือนภายนอกบอกเลย! ทั้งที่ช่วงวัย 1-3 ขวบ คือโอกาสทองก้อนสุดท้ายในการสร้างสมองและระดับ IQ ของลูกรัก…”

เคยสังเกตไหมคะว่า เวลาลูกรักของเราเริ่มเข้าสู่วัยเตาะแตะ (1-3 ขวบ) สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่โฟกัสที่สุดก็มักจะเป็นเรื่อง “น้ำหนักและส่วนสูง” ถ้าน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ลูกทานได้ปกติ ร่าเริงแจ่มใส เราก็มักจะถอนหายใจด้วยความสบายใจว่า “ลูกเราแข็งแรงดีแล้ว”

แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์… “ความสมบูรณ์ที่เห็นด้วยตาเปล่า อาจซ่อนภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง”

เพราะในบรรดาสารอาหารทั้งหมด มีแร่ธาตุสำคัญชนิดหนึ่งที่หากขาดไป ร่างกายลูกจะไม่แสดงอาการร้องประท้วงเหมือนตอนหิวข้าว แต่มันจะค่อย ๆ ลักลอบพรากศักยภาพทางสมองและพัฒนาการของลูกไปอย่างน่าเสียดาย นั่นก็คือ “ธาตุเหล็ก” ค่ะ

มารู้จักภัยเงียบที่กำลังซ่อนตัวอยู่ และร่วมหาทางปกป้องสมองของลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันในบทความ “เมื่อธาตุเหล็กหายไปในสายเลือดเด็กไทย” กันค่ะ

ขาดธาตุเหล็ก

เมื่อธาตุเหล็กหายไปในสายเลือดเด็กไทย

เด็กที่รับประทานอาหารน้อย คุณพ่อ คุณแม่จะรู้ได้ทันทีจากร่างกายที่ผอม ส่วนสูงและน้ำหนักที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ในขณะเดียวกันเด็กที่รับประทานอาหารมากเกินไป ก็รับรู้ปัญหาได้จากน้ำหนักเกิน แต่เด็กที่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จนเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเล็ก ผู้ปกครองไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าเด็กน้อยวัย 1-3 ขวบปีกำลังขาดสารอาหารสำคัญในช่วงโอกาสทองของการเจริญเติบโตของสมองและพัฒนาการ ที่อาจส่งผลในระยะยาวจนถึงวัยผู้ใหญ่

รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญในการบรรยายหัวข้อเรื่อง The Relevancy of YCF in Thai Children : bridging the Iron Gap and Tackling Thailand’s Triple burden จัดโดยสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) เผยว่าจากการศึกษาภาวะโภชนาการในเด็กไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบความจริงที่น่ากังวลว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะ “Triple Burden of Malnutrition” หรือภาวะทุพโภชนาการสามด้าน ซึ่งปัญหาอันดับต้น ๆ ก็คือปัญหาการขาดสารอาหารรอง (Micronutrients) หรือการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ธาตุเหล็ก” จากการศึกษาในผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพบว่า ในบรรดาเด็กที่มีปัญหาขาดสารอาหารกลุ่มวิตามินและแร่ธาตุนั้น ธาตุเหล็กคือตัวแปรสำคัญที่พบสูงถึงร้อยละ 95 รองลงมาคือ การขาดวิตามินดี และแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ทำงานร่วมกันในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก การเจริญเติบโตทางร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกัน

ธาตุเหล็กสำคัญอย่างไร

ธาตุเหล็กไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดง แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้าง “ไมอีลิน” (Myelin) และการทำงานของสมอง หากปล่อยให้เด็กอยู่ในภาวะซีดหรือขาดธาตุเหล็กในช่วงต้นของชีวิต โดยเฉพาะช่วง 2,500 วันแรก จะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ สติปัญญา (IQ) ในระยะยาวที่ยากจะเรียกคืนได้

ปัญหาจากพฤติกรรมการกิน

ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจาก พฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะในเด็กวัยเตาะแตะที่เริ่มเลือกกิน ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน แต่ก่อนเวลาที่เด็กมีปัญหาด้านสมองเราอาจจะนึกถึงการขาดไอโอดีน แต่ปัจจุบันพบว่าเป็นจากการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้นเวลาที่เราเห็นเด็กดูมีสุขภาพดี ส่วนสูง น้ำหนักได้ตามเกณฑ์ อย่าเพิ่งชะล่าใจ ควรใส่ใจเกี่ยวกับอาหารการกิน ชนิด และปริมาณของอาหารที่ลูก ๆ ทานประจำ หากพบปัญหาจะได้ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อแก้ไขได้ทัน หรือปรับอาหารให้เหมาะสมได้

ขาดธาตุเหล็ก

ทางออกด้วยนวัตกรรมอาหาร Fortified

เมื่อการรับประทานอาหารตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หรือเด็กมีปัญหาเรื่องการเลือกกินหรือไม่กินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้ นมสูตรเสริมสารอาหาร” (Fortified Formula) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะนมสำหรับเด็กเล็กที่มีการเติมธาตุเหล็ก วิตามินดี สังกะสี หรือวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เพื่อเป็นตัวช่วยเสริมให้เด็กได้รับสารอาหารตามความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

เพราะในวันที่โลกหมุนเร็วและเด็ก ๆ เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกวัน พฤติกรรมการกินและทางเลือกด้านโภชนาการที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกสำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านโภชนาการ แต่คือทางออกร่วมกับการปรับพฤติกรรมและดูแลด้านโภชนาการ สู่คำตอบในด้านสุขภาพที่แข็งแรงเป็นรากฐานที่มั่นคงตลอดชีวิตของพวกเขา

เพราะช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต คือช่วงเวลาพิเศษที่ไม่สามารถหมุนเวลากลับมาแก้ไขได้อีกแล้วค่ะ การดูแลโภชนาการให้ลูกน้อยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างสมองและภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิตของเขา

อย่าปล่อยให้ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มาขัดขวางพัฒนาการของลูกรักนะคะ การช่างสังเกตพฤติกรรมการกิน การพาลูกไปคัดกรองตามวัย ร่วมกับการปรับโภชนาการและใช้ตัวช่วยอย่าง นมสูตรเสริมสารอาหาร (Fortified Formula) ที่มีธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินดี อย่างเหมาะสม จะเป็นปราการปกป้องให้ลูกเติบโตอย่างเฉียบแหลม แข็งแรง และพร้อมเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างเต็มศักยภาพค่ะ

“นิตยสารแพรว ร่วมกับ สยามพารากอน” จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี

นิตยสารแพรว โดย บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ร่วมกับ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก และ โครงการ Citizen of Love by Siam Piwat จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรว สานต่อความตั้งใจในการเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ ผ่านโครงการ Praew Charity (แพรวแชริตี้) เพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ยากไร้ สตรี เด็ก สัตว์ทุกข์ยาก รวมถึงสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมการกุศล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน การประมูลของพิเศษ การออกร้านจากเหล่าเซเลบริตี้ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี

ในวาระครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรว ได้จัด 3 กิจกรรมพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 – 6 กันยายน 2569 ได้แก่ Praew 47th Anniversary Exhibition, Praew Awards 2026 และPraew Charity 2026 เพื่อระดมทุนสมทบโครงการแพรวแชริตี้ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ

ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่
สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด,  คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ
กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน, มล.อรดิศ สนิทวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Corporate Affairs บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, คุณมนัสนันท์ รวยดีเลิศ เจ้าหน้าที่อาวุโสความร่วมมือระหว่างองค์กร มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมด้วยเซเลบริตี้ คุณอารีย์ นาคชัยยะ, คุณวรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์, คุณก้องกิดากร ขันมณี และ ต่าย ชุติมา-น้องพิพิม, มี่ภัทร ภัทรนันท์ – เอญ่า อรพรรณ – มายยู กวิสรา – ชัญญ่า ชัญญา นักแสดงจากค่าย Me Mind Y, น้ำนา ธารไท – พีเค ภัทรชัย จากซีรีส์ Oops! Mysterious Sounds สืบเสียงปริศนา…อุ๊ย! เสียงหัวใจเธอดังกว่า, ศิลปินวง THX, ดรีม นวรัตน์, ผักกาด ภีรดา เป็นแขกคนสำคัญร่วมงานแถลงข่าว วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม  2569 ที่ผ่านมา ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

คุณอัฐมาภรณ์ อัมระปาล บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแพรวกล่าวว่า “เนื่องในโอกาส นิตยสารแพรว ครบรอบ 47 ปี แพรวจัดเต็มความพิเศษในเดือนกันยายนนี้ เริ่มด้วย Praew 47th Anniversary Exhibition งานจัดแสดงภาพถ่ายสุดพิเศษจากนิตยสารแพรว พร้อมกิจกรรมประมูลภาพ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนโครงการแพรวแชริตี้ ตั้งแต่วันที่  1 – 6  กันยายน 2569 ณ  Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

“ไม่เพียงเท่านี้ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพและสื่อชั้นนำของไทย กับงานประกาศรางวัลครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Praew Awards 2026 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลที่เป็นที่สุดในแต่ละสาขา ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

“พลาดไม่ได้กับงานการกุศลใหญ่ประจำปี ที่นิตยสารแพรวสานต่อความตั้งใจในการเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ ผ่านงาน Praew Charity 2026 กิจกรรมออกร้านขายของจากเซเลบริตี้ พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดารา กว่า 100 ท่าน  จัดเต็ม 2 วัน ในวันที่ 5 – 6 กันยายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

“โดยกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้น เพื่อระดมทุนสมทบโครงการแพรวแชริตี้ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ”

คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน กล่าวว่า  “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สยามพารากอนและนิตยสารแพรวมีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการสร้างกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ศิลปะ และกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ สยาม
พารากอนที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น Global Experiential Destination ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้คนในทุกมิติ สำหรับปีนี้ นิตยสารแพรวฉลองครบรอบ 47 ปี สยามพารากอนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกันต่อยอดความร่วมมือและเฉลิมฉลองไปด้วยกันผ่านกิจกรรมที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.praew.com  / Facebook : นิตยสารแพรว / Instagram : @praewmag / X : @praewdaily / TikTok : @praewmagazine และ Youtube : @praewmag

#Praew47th #SiamParagonXPraew #SiamParagon #CitizenOfLove #Praewmag

Tags

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ วันอังคารที่ 4 ส.ค. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

กิจกรรม HANDS-ON PLAY SKILLS ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทั้งสนุกและได้ทักษะจริง ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐาน 1 Brain Development

ขยับร่างกาย เสริมพลังสมอง สนับสนุนโดย “โฟร์โมสต์ (Foremost)”
ฝึกสมาธิ ฝึกการควบคุมร่างกาย และพัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งร่างกายและสมองให้เติบโตอย่างสมดุล ผสานการทำงานของตา มือ และสมองอย่างเต็มศักยภาพ

ฐาน 2 Magical Smile

ฟันสะอาดใส ใส่ใจสุขภาพช่องปาก สนับสนุนโดย “จอร์แดน (Jordan)”
ส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี ผ่านการเล่นสนุกสนาน เช่น เกมบันไดงู ที่ขนขบวนคาแรกเตอร์สุดคิวท์ มาชวนน้อง ๆ ให้สนุก สดใส และรักการแปรงฟันมากขึ้น

ฐาน 3 Body Guard

รู้ทันร่างกาย รักษาสิทธิ์ และการเอาตัวรอดจากวิกฤต
ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การปกป้องร่างกายตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมสอนการดูแลตัวเอง และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐาน 4 Language & Communication Skills

นิทานสร้างภูมิ เสริมสร้างพัฒนาการ สนับสนุนโดย “แซมบูคอล (Sambucol)”
สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทาน ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านการพูด การวางแผน การสื่อสาร รวมถึงทักษะด้านอารมณ์และสังคม

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Foremost Omega Smart Super Gold, Emina Cheese Dessert, Jordan และ Sambucol มาร่วมเคาะประตูโรงเรียนไปพร้อมกับเรา ร่วมเติมเต็มความสนุกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกสมอง พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้การดูแลสุขภาพช่องปาก รู้เท่าทันร่างกายเพื่อปกป้องตัวเองในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้การเฝ้าระวังเชื้อโรคผ่านโลกแห่งนิทานและจินตนาการ

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartGold #SambucolThailand #JordanThailand #EminaThailand #โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ

Tags