ระวัง! พ่อแม่ติดมือถือ สื่อสารกับลูกน้อยลง ส่งผลเสียกว่าที่คิด!

พ่อแม่ติดมือถือ มีพ่อแม่กี่คนที่ก้มหน้าดูโทรศัพท์และไม่มีส่วนร่วมกับลูก ๆ ปล่อยให้ลูกเหมือนอยู่ลำพัง ทั้งๆ อย่างไม่เข้าใจ วันนี้มาดูผลเสียของการติดจอที่ส่งผลต่อครอบครัวกันค่ะ

ลูกติดมือถือ ติดจอ แก้ไขอย่างไร ?

ลูกติดมือถือ เป็นหนึ่งในปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มักถามกันเข้ามาบ่อยมากๆ ว่าพอจะมีวิธีแก้ไขพฤติกรรมการเล่นมือถือของลูกบ้างไหม เพราะไม่ว่าจะกินข้าว หรือระหว่างวันจะต้องร้องขอมือถือ ติดมือถือชนิดที่ว่าไม่ให้ก็ร้องงอแง จะเอามือถือให้ได้ พ่อแม่นี่กลุ้มใจกันมาก

ป้องกันลูกติดมือถือ สไตล์คุณพ่อลูกสอง เต๋า สมชาย

คุณพ่อเต๋า สมชาย ออกกฎเหล็ก ป้องกันลูกติดมือถือ คุณพ่อเต๋า มีวิธีรับมือเรื่องนี้กับลูกๆทั้งสองคนอย่างไร มาฝากคุณแม่ๆกันบ้าง

อย่ามัวแต่ก้มมองมือถือ จนลืมลูกน้อยข้างตัว

ในสังคมยุคปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักใส่ใจ และก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งก็หลงลืมสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ได้ระมัดระวังภัยอันตรายรอบข้าง และอาจถึงขั้นเสียชีวิต เพราะมัวแต่ จ้องมือถือ ดังสถานการณ์จำลองนี้ เพื่อเตือนคุณพ่อ คุณแม่เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ได้

อุทาหรณ์! ลูกติดจอรุนแรงระงับอารมณ์ไม่ได้

มีเรื่องราวน่าสนใจของเพื่อนคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่มาเล่าประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จนทำให้ลูกน้อยกลายเป็นเด็กที่มีอารมณ์รุนแรง ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ และทำร้ายคนอื่น ลองอ่านแล้วคิดสักนิด ก่อน ลูกติดจอรุนแรง

แม่ต้องระวัง..เมื่อนั่งเล่นมือถือกับลูกคนเดียว

สมัยนี้ อันตรายใกล้ตัวมีอยู่ทุกที่ ทุกเวลา แม้กระทั่งบริเวณบ้านของเราเอง คุณพ่อ คุณแม่จึงต้องมีสติ และคอยระมัดระวังอยู่เสมอ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เมื่อคุณแม่คนหนึ่งนั่งเล่นมือถือกับลูกอยู่เพียงลำพังที่หน้าบ้าน แล้วจู่ๆ ก็มีคนร้ายขับรถผ่านมากระชากโทรศัพท์มือถือไป จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการ โดนชิงมือถือ

หยุดเด็กตื่นมาดูมือถือกลางดึก ภัยเงียบส่งผลอ่อนเพลียที่โรงเรียน

คุณพ่อคุณแม่ที่ให้ลูกมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตั้งแต่เด็กๆ ควรมองย้อนกลับมาดูว่าเป็นการหยิบยื่นดาบสองคมให้กับลูกหรือเปล่า อย่าเพิ่งให้สิทธิ์ลูกครอบครองโทรศัพท์มือถือไว้จนกว่าจะอายุ 13 ปี เพราะอะไรนั้นมาดูกันค่ะ

แม่ไม่สนใจมัวแต่เล่นมือถือ ลูกสาวจึงเอ่ยปากพูดประโยคนึง…แม่ถึงกับไม่กล้าเล่นมือถืออีกเลย

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งสาเหตุของเรื่องมาจากการเล่นมือถือนั้นเอง … คุณแม่คนนี้หลังจากเลิกงานเธอก็กลับบ้านตามปกติ แต่ในวันนั้นคุณแม่ได้รับโทรศัพท์จากคุณครูของลูกสาว คุณครูเล่าว่าวันนี้ลูกสาวของเธอมีพฤติกรรมแปลกๆ โดยที่ระหว่างที่คุณครูกำลังถามคำถามอยู่นั้น ลูกสาวของเธอก็ไม่ตอบ พอถามเหตุผลเธอก็เงียบ นิสัยปกติแล้วหนูน้อยจะเป็นเด็กที่เรียบร้อย คุณแม่ก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน ได้แต่ขอโทษคุณครู และคิดวิธีที่จะคุยกับลูกสาวของเธอ แต่คำตอบของลูกสาวทำให้คุณแม่รายนี้ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว มือถือเป็นลูกรักของพ่อแม่? หลังจากที่คุณแม่ได้ว่างสายโทรศัพท์ไปแล้ว คุณแม่ก็ถามลูกสาวว่า : “ที่คุณครูพูดมา จริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น? ลูกไปทำผิดอะไรมาหรือเปล่า? แม่รู้ว่าหนูเป็นเด็กดี ไม่เคยดื้อ” ลูกสาวมองแม่ แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร เมื่อคุณแม่เห็นว่าลูกสาวยังไม่ตอบอะไร คุณแม่เลยพูดขึ้นมาว่า : ม่าม๊าไม่ได้จะดุหนึ่งนะลูก แม่เพียงแต่อยากเข้าใจหนูเท่านั้น ลูกค่อยคิดและค่อยมาตอบแม่นะ” ในเวลาอาหารค่ำ ลูกสาวของเธอก็ยังคงเงียบไม่ตอบอะไรจนทานข้าวเสร็จ ก็รีบวิ่งไปนั่งดูการ์ตูน คุณแม่เดินไปนั่งอยู่ข้างๆ รอจนลูกสาวดูการ์ตูนจบ และถามลูกสาวว่า : “เรามานั่งคุยกันแป๊บหนึ่งได้ไหม” ลูกสาวก็พยักหน้ารับ แต่ตาก็ยังคงดูทีวีอยู่ “วันนี้เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนหรือเปล่า คุณครูถึงได้โทรมา? หรือหนูมีเรื่องไม่สบายใจ” คุณแม่ถามด้วยความเป็นห่วงลูกสาว เธอตอบกลับคุณแม่ว่า “ค่ะ” แต่ตาก็ยังคงดูทีวีอยู่ แต่ทั้งพ่อและแม่ก็ยังคงเล่นมือถืออยู่ เด็กน้อยไม่สนใจกับสิ่งที่แม่พูด ทำให้คุณแม่ทั้งโกรธและเสียใจ เพราะเธอเป็นคนที่ดูแลลูกสาวมาตลอด และลูกสาวของเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ดูเหมือนกับว่าลูกสาวของเธอไม่อยากคุยกับเธออีกต่อไป เล่นเกมก็เล่นในมือถือ […]

keyboard_arrow_up