ลูกมีไข้

คู่มือพ่อแม่ควรรู้ ทำอย่างไรเมื่อ “ลูกมีไข้”

ลูกมีไข้
ลูกมีไข้

 

หากคุณพ่อคุณแม่วัดไข้แล้วพบว่า ลูกมีไข้ จริงละก็ แนะนำให้เริ่มต้นทำให้ลูกไข้ลดก่อนเลยค่ะ ซึ่งเป้าหมายของการลดไข้ คือ ช่วยให้ลูกสบายตัวขึ้น ลดอาการปวดหัว ปวดตัว งอแงน้อยลง นอนหลับพักผ่อนได้ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะชักจากไข้สูงในรายที่มีความเสี่ยง โดยวิธีลดไข้ที่ว่านี้ ก็มีหลากหลายวิธีด้วยกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

วิธีลดไข้ทำได้ดังนี้

1.ใช้ยาลดไข้ ซึ่งมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ

  •  พาราเซตามอล (Paracetamol)
    • วิธีการรับประทานก็คือ ขนาดยา 10 – 20 มิลลิกรัม / น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม / ครั้ง โดยรับประทานทุก 4 – 6 ชั่วโมง ไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะจึงกินได้ขณะท้องว่าง การกินยามากเกินไปอาจจะส่งผลเป็นพิษต่อตับได้
    • ส่วนคำแนะนำที่เตือนว่า ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องเกิน 5 วัน ทั้งนี้เปรียบเสมือเป็นการเตือนให้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังแล้วว่า ลูกเป็นนานมากเกินไป ควรรีบพาไปพบหมอเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะการกินยาลดไข้เป็นเพียงการบรรเทาอาการไข้เท่านั้น ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ หากได้รับการตรวจจากหมอจนทราบสาเหตุของไข้แล้ว คุณหมอจะเป็นคนวินิจฉัยต่อเองว่าควรใช้ยาลดไข้ต่อไปหรือไม่
  •  ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) หรือยาลดไข้สูง ใช้ได้ในเด็ก 6 เดือนขึ้นไป
    • วิธีการรับประทานก็คือขนาดยา 5 – 10 มิลลิกรัม / น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม / ครั้ง รับประทานทุก 6 ชั่วโมง
    • หากให้ยาพาราเซตามอลแล้วไข้ไม่ลด อาจเสริมยาชนิดนี้ได้ในระหว่างมื้อยาของพาราเซตามอล ในกรณีที่ยังไม่ครบ 4 ชั่วโมงจากการให้ยาครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ยามีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหาร จึงห้ามกินขณะท้องว่างนอกจากนี้ยายังส่งผลให้เลือดออกง่าย และห้ามกินในรายที่มีปัญหาเลือดออกง่าย เช่น ไข้เลือดออก เป็นต้น
  • แอสไพริน (Aspirin) ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า12 ปี เพราะอาจเกิด Reye Syndrome ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโรคอีสุกอีใส ซึ่งภาวะ Reye Syndrome เป็นภาวะที่อันตรายมาก เนื่องจากอาจทำให้เสียชีวิตจากการที่ตับและสมองทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง และทำให้มีเลือดออกง่ายเหมือนยาไอบูโปรเฟนได้

หมายเหตุ: การซื้อยามาให้ลูกรับประทานเอง อาจจะถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะเราไม่มีโอกาสทราบเลยว่าที่ ลูกมีไข้ ไม่สบายอยู่ตอนนี้นั้น เป็นโรคอะไรแน่ หากซื้อยาไป แล้วยิ่งไปส่งกระทบกับร่างกายละก็ อาจจะทำให้อาการของลูกยิ่งแย่มากขึ้นไปอีกได้ค่ะ

2.การปรับอุณหภูมิห้อง ควรปรับให้พอเย็นสบาย และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ แต่หากเปิด ก็ไม่ควรให้เย็นจนหนาวสั่น ใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนออกได้ง่ายไม่ห่มผ้าหนา ๆ นะคะ เพราะหากห่มผ้าหนาเกินไปแล้วทำให้เหงื่อยิ่งออก ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงได้ว่า ลูกอาจจะยิ่งมีไข้สูงมากขึ้นจนเกิดอาการชักได้ ที่สำคัญให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะเวลาที่ร่างกายขาดน้ำจะยิ่งส่งผลทำให้ไข้สูงมากขึ้น

ลูกมีไข้ควรทําอย่างไร
วิะีลดไข้เมื่อลูกมีไข้

3. การเช็ดตัว ให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ห้ามใช้น้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังหดตัว ระบายความร้อนออกไม่ได้ มีอาการหนาวสั่นและไข้สูงมากขึ้น

  • เวลาเช็ดตัวให้คุณพ่อคุณแม่ถอดเสื้อผ้าลูกออกให้หมด แล้วคลุมส่วนที่ยังไม่ได้เช็ดด้วยผ้าห่มบาง ๆ เปิดเช็ดทีละส่วนโดยเช็ดย้อนทิศทางการไหลของเลือด เน้นซอกคอใบหน้า ท้อง ข้อพับแขน หลังเข่า และวางผ้าชุบน้ำตามซอกแขน ขาหนีบ จะช่วยดึงความร้อนออกจากเส้นเลือดได้มาก ไม่ควรถูแรง ๆ เพราะจะทำให้ลูกเจ็บได้
  • กรณีไม่ยอมให้เช็ดตัว แต่ไข้สูงมาก ให้ยาแล้วยังไม่ลดลง ให้พาอาบน้ำได้ โดยให้นั่งในอ่างเปิดฝักบัวเบา ๆ ราดน้ำอุ่นเล็กน้อยไปตามตัว แล้วรีบเช็ดตัวให้แห้ง
  • ควรปิดแอร์และพัดลมขณะเช็ดตัว

หมายเหตุ: การวางผ้าเย็นหรือเจลลดความร้อนบริเวณหน้าผากไม่ได้ช่วยให้ไข้ลดลงมาก เนื่องจากเจลช่วยดูดซับความร้อนเฉพาะตำแหน่งที่วางเจลหรือผ้าเย็น ไม่สามารถดึงความร้อนทั้งหมดออกจากร่างกาย แต่มีประโยชน์ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะจากไข้ได้

keyboard_arrow_up