“7 พฤติกรรมก่ออันตรายให้ลูก” ที่พ่อแม่ติดมือถือต้องหยุดทำ!

สิ่งที่ไม่ควรโพสต์ในเฟซบุ๊ก …แน่นอนว่า พ่อแม่ทุกคนย่อมมีความภูมิใจและประทับใจในตัวลูกของเราเอง ก็มักที่จะอดลงภาพถ่ายรูปลูกและโพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ ก็ลูกเราทั้งเก่ง ทั้งน่ารักนี่นา 

เวลาครอบครัวเรามีสมาชิกใหม่ เราก็อดไม่ได้ที่จะโพสต์ภาพของเจ้าตัวน้อยลงบน Social network อย่าง Facebook, Instagram หรือโซเชียลเน็ทเวิร์คอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่รู้เลยก็คือ  ข้อมูลเหล่านั้น อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ เข้ามาทำอันตรายแก้วตาดวงใจของเราได้อย่างคาดไม่ถึง และนี่คือเหตุผลอันตราย ที่ไม่ควรโพสต์ภาพลูกลงบนโซเชียล!

Must readFacebook เตรียมแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพ่อแม่เผลอโพสต์รูปที่มีลูกน้อยแบบสาธารณะ

สิ่งที่ไม่ควรโพสในเฟส

  • ยิ่งมิจฉาชีพมีข้อมูลของเหยื่อเท่าไหร่ เหยื่อก็ยิ่งเสี่ยงเท่านั้น

การโพสต์รูปลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ไม่ว่าใครก็ค้นหาได้อย่าง Instagram ถือว่าเสี่ยงที่สุด เพราะมิจฉาชีพสามารถทราบข้อมูลจำนวนมากได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ยิ่งเราโพสต์เยอะเท่าไหร่ คนร้ายยิ่งรู้ว่าเราทำงานที่ไหน กลับบ้านกี่โมง ลูกกี่ขวบแล้ว ไปเรียนหรือยัง เรียนที่ไหน ไปรับตอนไหน ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้แหละที่คนร้ายสามารถนำมาวางแผนได้มากมาย

  • การโพสต์รูปลูกว่าอยู่ที่ไหนบ้างถือว่าเสี่ยง ยิ่งแชร์โลเคชั่นยิ่งเสี่ยงสองเท่า

มิจฉาชีพอาจตามดูข้อมูลที่เราโพสต์อยู่ การที่เราโพสต์รูปลูกทุกครั้งที่ไปรับลูก ทำให้คนร้ายคาดเดาได้ว่าเราจะมารับลูกในช่วงเวลาไหนบ้าง เด็กอยู่คนเดียวที่ไหนบ้าง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดอันตรายกับเด็กได้มากขึ้น

  • จะให้ลูกอยู่บ้านแล้วไปเที่ยว ไม่ต้องถ่ายภาพลูกเพื่อบอกรักลูกก็ได้

มันก็ต้องมีบ้างที่พ่อแม่ต้องออกไปข้างนอกแล้วปล่อยลูกให้อยู่บ้านคนเดียว (ยิ่งอายุราว 10 ขวบที่พอดูแลตัวเองได้แล้ว) การโพสต์ภาพลูกก่อนออกไปเที่ยวแล้วบอกว่า “รักลูกนะจ้ะ” มันก็เหมือนกับบอกมิจฉาชีพว่า “ลูกชั้นอยู่บ้านคนเดียวแล้ว เข้ามาได้เลยนั่นเอง”

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

  • ถ่ายภาพเด็กกับของเล่น ใครว่าไม่น่าห่วง

เด็กบางคนชอบเล่นเลโก้ บางคนชอบตุ๊กตา การโพสต์ บอกว่า ลูกตัวเองชอบอะไรเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็ก 5-7 ขวบ เป็นการชี้เป้าว่า คนร้ายควรเอาอะไรมาล่อเด็ก ดังนั้นการโพสต์ของเล่นสุดโปรดบ่อยๆ จึงอันตรายกับเด็กด้วยเหตุนี้

  • ภาพเด็กที่โพสต์ไว้ อาจกลายเป็นตัวช่วยคนร้ายเวลาตำรวจสงสัย

สมมติว่ามีเด็กคนหนึ่งโดนคนร้ายจับตัว ร้องงอแง ตำรวจเห็นท่าไม่ดีเดินเข้ามาถาม คนร้ายบอกว่า เด็กดื้อจะเอาของเล่น ตำรวจไม่เชื่อจึงขอหลักฐาน คนร้ายบอกชื่อของเด็กได้หมด บอกบ้านได้ด้วย มีภาพเด็กที่อัดไว้ให้ตำรวจดูอีกด้วย คิดว่า ตำรวจจะยุ่งต่อไหม  ในเมื่อหลักฐานพร้อมขนาดนี้? การโพสต์ภาพและข้อมูลเด็กไว้บนโซเชียลเน็ตเวิร์คตลอดเวลา จึงไม่ต่างกับให้ข้อมูลคนร้ายไปเลียนแบบเป็นผู้ปกครองเด็กได้นั่นเอง

อ่านต่อ >> 7 พฤติกรรมก่ออันตรายให้ลูก พ่อแม่ติดมือถือต้องหยุดทำ” คลิกหน้า 2

keyboard_arrow_up