ใกล้คลอดแล้วปวดขาหนีบมาก แต่แล้วก็หายปวด ลูกพลิกหัวกลับหรือเปล่า?

Q. อีก 10 กว่าวันถึงกำหนดผ่าคลอดค่ะ ก่อนหน้านี้ปวดขาหนีบและอวัยวะเพศมาก นอนอย่างเดียวเดินไม่ไหวเลย คุณหมอบอกว่า เป็นเพราะลูกมีน้ำหนักมาก และกลับหัวเตรียมเคลื่อนลงเชิงกรานแล้ว แต่ทำไม 2 วันมานี้ รู้สึกว่าปวดน้อยลง แทบเป็นปกติเลย เดินก็คล่องขึ้น อยากทราบว่า ลูกมีโอกาสพลิกหัวกลับไปไหมคะ ตอนนี้รู้สึกแปลกใจและกังวลว่าทำไมไม่ปวดเหมือนแต่ก่อน

ช่วงแรกที่ปวดขาหนีบมากอาจเป็นเพราะลูกกลับตัวและเคลื่อนเข้าเชิงกรานค่ะ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยก็คือการที่เส้นเลือดบริเวณอุ้งเชิงกรานและอวัยวะเพศมีการขยายตัวมาก จนทำให้เกิดอาการปวด และที่อาการปวดหายไป น่าจะเป็นเพราะคุณแม่นอนพักมากขึ้น จึงช่วยลดการคั่งหรือการขยายตัวของเส้นเลือดบริเวณดังกล่าว

ส่วนกรณีที่คุณแม่กังวลว่าเด็กจะพลิกหัวหรือหัวลอยไม่เคลื่อนเข้าอุ้งเชิงกรานนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ค่ะ เพราะถ้าเด็กเคลื่อนเข้าอุ้งเชิงกรานแล้ว กระดูกเชิงกรานจะเป็นตัวยึดให้ศีรษะลูกฟิตติดแน่นกับอุ้งเชิงกราน

อย่างไรก็ตามอีกแค่ไม่กี่วันจะถึงกำหนดผ่าคลอดแล้ว อยากให้คุณแม่พักผ่อนเยอะๆ ทำใจให้สบาย และที่สำคัญอย่าเครียด เพียงเท่านี้คุณแม่ก็จะคลอดได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูกแน่นอนค่ะ

 

จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2558

บทความโดย: นาวาตรี พญ. ณัฐยา รัชตะวรรณ

ภาพ: shutterstock

อุ้มลูกบ่อย ลูกร้องไห้ 3 เดือน

ลูกเบบี๋ร้อง เข้าไปอุ้ม หรือไม่อุ้มดีนะ

Q. เคยอ่านหนังสือพบว่า อุ้มลูกบ่อย ในช่วง 3 เดือนแรกจะช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างแม่และเด็ก แต่พ่อแม่ฝ่ายสามีติงว่าอาจทำให้ลูกติดมือไปจนโต อยากทราบว่าจริงๆ แล้วควรอุ้มหรือไม่อุ้ม

มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า เด็ก 6 เดือนแรกเป็นวัยที่สื่อสารความต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้โดยการร้องไห้เท่านั้น หากได้รับการตอบสนองจากคนเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเข้าไปหา การอุ้ม การสัมผัส หรือพูดคุยเพื่อปลอบให้หายกลัว และได้รับความช่วยเหลือตรงกับความต้องการของเด็ก เขาจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับคนเลี้ยงได้เป็นอย่างดี จะเกิดความไว้ใจว่ามีคนคอยดูแล และจะร้องไห้น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเติบโตขึ้นมาจะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เรียกร้องความสนใจมากจนเกินไป

shutterstock_9243790ตรงข้ามกับเด็กที่ขาดคนตอบสนองความต้องการอย่างเพียงพอในวัยทารก เช่น เด็กกำพร้าที่มีผู้ดูแลน้อยเพราะต้องดูแลเด็กจำนวนมาก มักโตขึ้นมาอย่างคนขาดรัก และเรียกร้องมาก เพราะได้รับการเติมมาไม่เต็มพอ การอุ้มในวัยนี้จึงไม่ใช่การตามใจเด็กจนเสียนิสัย แบบเดียวกับกรณีของเด็กที่โตจนพูดเข้าใจแล้ว แต่ยังใช้วิธีร้องไห้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้นคุณแม่อุ้มได้ค่ะ

อ่านต่อ “คำแนะนำหากลูกร้องโคลิก” หน้า 2

อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก

มีใครทราบไหมว่า อาหารที่อร่อยที่สุดในโลกของลูกคืออะไร

…ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก…เฉลยนะคะ…”ก็อาหารที่คุณพ่อคุณแม่ทำเองไงคะ”

บางคนอาจแย้งว่า “ไม่จริงหรอกค่ะหมอ แม่ทำอาหารไม่เป็นเลย ทำให้สามีกินเขายังบอกว่า วันหลังไปกินนอกบ้านก็ได้นะ”

…ไม่ถูกปากคุณพ่อ แต่มักจะถูกปากและถูกใจคุณลูกนะคะ…

เพราะทราบไหมคะว่าแม้คุณพ่อคุณแม่จะไม่ถนัดในการทำอาหาร แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะมีเหนือกว่าเชฟดังทั่วทั้งโลกนี้ก็คือความรู้ใจลูกนั่นเอง

ขอยกตัวอย่างลูกสาวตัวเอง ของโปรดของเธออย่างหนึ่งคือ มักกะโรนีกุ้งที่แม่ทำ ซึ่งแม่ค้นสูตรมาจากอินเตอร์เน็ทนี่ล่ะค่ะ แต่สิ่งที่แตกต่างจากการไปกินตามร้านคือ มันเป็นมักกะโรนีกุ้งที่รู้ใจลูกที่สุด นั่นคือ ต้องใส่มะเขือเทศเยอะๆ ใส่ซอสชุ่มๆ ใส่กุ้ง4ตัว

ที่ลูกสาวของหมอเห็นเมื่อไหร่ เป็นหมดจานทุกครั้งไปค่ะ

และแน่นอนว่าถ้าไปกินที่ร้าน และสั่งเขาแบบนี้ พ่อครัวคงค้อนควั่บเอาแน่ๆ

อย่างไรก็ตาม การทำอาหารที่ถูกใจ ไม่ได้แปลว่าต้องตามใจหรือยอมให้ลูกนั้นกลายเป็นคนเลือกกิน เพราะคุณสามารถให้ลูกเลือกได้บ้างว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เมนูไหนชอบกินเยอะหน่อย แต่ถ้าเมนูไหนไม่ชอบก็กินน้อยหน่อย…ไม่ใช่ไม่กินเลย

เพราะลูกไม่ควรเลือกอาหารจนกระทั่งไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้ เพราะอาหารที่โรงเรียน1วัน 1อย่าง ถ้าไม่ชอบแล้วไม่กินเลย วันนั้นเป็นอด วันไหนเขาเจอเมนูที่ไม่ชอบ…ลำบากแน่ๆค่ะ

เขียนมาเสียยืดยาว หากใครยังนึกไม่ออกว่า อาหารที่คุณแม่ทำจะอร่อยขนาดนั้นจริงๆเหรอ ขอให้ลองนึกภาพอาหารโปรดของตัวคุณเองดูสิคะ หมอเชื่อว่า หนึ่งในนั้นคงจะมีอาหารที่คุณพ่อคุณแม่ของคุณเองเคยทำให้กินเมื่อตอนเด็กๆเป็นแน่

….ว่าแต่วันนี้จะทำอะไรให้ลูกรักของเรากินกันดีนะ….

 

เรื่องโดย : พญ.พรพิมล นาคพงศ์พันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ และคุณหมอเจ้าของเฟซบุ๊คแฟนเพจ “เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ”

ภาพ : shutterstock

Tags

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] พ่อแม่อย่าหวังแค่ ‘แก้ปัญหาเฉพาะหน้า’!

คำสัญญา ของรางวัล และการติดสินบน

พ่อแม่อย่าหวังแค่ ‘แก้ปัญหาเฉพาะหน้า’!

วันก่อน หมอตรวจเคสเด็กผู้ชายคนนึงอายุ 4 ปี ค่ะ ตอนที่ตรวจเสร็จและคุณยายกำลังจะชวนเด็กออกนอกห้อง อยู่ๆเด็กคนนั้นก็ลุกขึ้นร้องโวยวายเป็นการใหญ่ว่า

“จะเอาตังค์ จะเอาตังค์ที่หมอ!!!”

หืมม….แปลกใช่มั้ยคะ

หมอเองก็ตกใจมาก ที่อยู่ๆก็ถูกเด็กตัวเล็กๆขู่กรรโชกทรัพย์ (??) เอาแบบนี้ แต่พอถามถึงที่มาที่ไปถึงได้เข้าใจ ว่าที่แท้คุณยายไปให้สัญญากับเด็กไว้ ตอนที่เด็กเริ่มโยเยอยู่หน้าห้อง ไม่ยอมรอคิวตรวจ โดยบอกว่า “ถ้ายอมเป็นเด็กดี เดี๋ยวหมอจะให้เงินไปซื้อไอติม”

แหม…สัญญาลอยๆแบบนี้ เด็กๆจำแม่นนักล่ะค่ะ

แต่ถ้าเราให้สัญญาที่ไม่ได้ตั้งใจจะรักษากันบ่อยๆ นอกจากจะมีปัญหาเอาตอนที่เด็กทวงแล้ว จะกลายเป็นว่าคำพูดเราจะไม่ศักดิ์สิทธิ์นะคะ

หมอเข้าใจค่ะว่าเรื่องแบบนี้มีกันบ่อยๆ และถ้าจะดูกันให้ลึกถึงสาเหตุของปัญหา เราจะเห็นว่า ที่มาของคำสัญญาเหล่านั้นมักมาจากความพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเด็กๆโยเยหรือทำพฤติกรรมไม่น่ารักนั่นเองค่ะ ซึ่งความร้อนใจที่จะเอาของมาล่อ มา “ติดสินบน” เด็กให้หยุดโยเยตอนที่ปัญหามันเกิดขึ้นแล้วนั้น จะเปิดช่องให้เด็กเอาพฤติกรรมไม่ดีมาต่อรองกับเรา.. กลายเป็นว่าเราจะต้องยอมเสนอโน่นนี่จนกว่าเด็กจะพอใจ เรียกว่าสถานการณ์เป็นรองเด็กไปโดยปริยาย

แต่ความจริงเรื่องนี้ป้องกันได้นะคะ แค่ต้องอาศัยการวางแผน และมองให้ไกลกว่าเด็กหนึ่งก้าวเสมอค่ะ เช่น ตื่นเช้ามาเราก็นึกไว้ก่อนเลยว่า เดี๋ยวจะต้องไปทำอะไร แล้วเจ้าตัวเล็กอาจจะก่อเรื่องอะไรได้บ้าง จากนั้นก็นั่งคุยกับเขาก่อนเพื่อสร้างข้อตกลงกันไว้ (“วันนี้แม่จะพาหนูไปซื้อของ แม่อยากให้หนูคอยเดินอยู่ข้างๆ คอยเป็นผู้ช่วย ไม่วิ่งออกห่างจากแม่และไม่ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น.. ถ้าหนูทำได้ ขากลับแม่จะพาไปกินไอศกรีม แต่ถ้าทำไม่ได้คงจะต้องอดนะคะ”)

ทีนี้พอถึงเวลาลงสนามจริง แล้วเจ้าตัวน้อยเกิดโยเยขึ้นมา เราก็จะได้ทบทวนข้อตกลงที่ตั้งกันไว้ ว่าถ้าไม่ทำตามกติกาก็คงต้องอดของรางวัลนะ ซึ่งถ้าข้อตกลงเราชัดเจน และเราหนักแน่นเพียงพอ ก็จะหมดปัญหาการโยเย เรียกร้องเกินควรไปได้ค่ะ

เพราะของที่เราให้ เราควรใช้เป็น “ของรางวัล” ที่จูงใจให้เด็กทำดี อย่าให้ต้องกลายเป็น “สินบน” ที่เราจำใจให้เพื่อให้เด็กหยุดเกเรเลย เพราะเราสร้างนิสัยของเด็กได้จากข้อตกลงที่เรากับเด็กสร้างร่วมกันค่ะ

พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

Tags

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] จะชมลูกทั้งทีต้องมี ‘เทคนิค’ ชมยังไงให้เขามีแรงใจทำเรื่องดีๆ ยิ่งขึ้น!?

 

คราวก่อนหมอเล่าถึงการใช้คำชมเพื่อช่วยเสริมพฤติกรรมดีๆให้กับเด็ก มาวันนี้หมอก็คิดว่าจะขอลงรายละเอียดอีกซักหน่อย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เทคนิคการชมอย่างถูกวิธีค่ะ

เพราะการให้คำชมนี่ก็มีเทคนิคการใช้และข้อควรระวังที่น่าสนใจมากนะคะ

หลักการง่ายๆของการให้คำชมก็คือ ชมไปตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงของเด็ก ด้วยความจริงใจของคนชมค่ะ นั่นคือถ้าเรา เห็นเด็กทำเรื่องดีๆอะไร เห็นเด็กมีข้อดีอะไร แล้วเรารู้สึกยังไง เราก็อธิบายไปให้ชัดเจนตามนั้นเลยค่ะ เช่น “น้องดรีมช่วยแม่ถือของด้วย มีน้ำใจจังค่ะ แม่ดีใจจัง”

สังเกตดูนะคะ..  เราจะระบุชัดเลยว่า   เราชมเรื่องอะไร — (พฤติกรรมดีๆคือ “ช่วยแม่ถือของ”)

เราเห็นเด็กมีข้อดีอะไร – (ข้อดีของเด็กคือ “มีน้ำใจ”)

แถมท้ายด้วย         คนชมรู้สึกยังไง – (ความรู้สึกของคนชมคือ “ดีใจ”)

 

การชมแบบมีรายละเอียดแบบนี้ เราจะเป็นเหมือนกระจก สะท้อนภาพดีๆของเด็กให้เขาเห็น ให้เขารู้ว่าสิ่งดีที่เขาทำมีคนมองเห็นและชื่นชม เพื่อให้เขาเกิดความภูมิใจในตนเองและมีกำลังใจทำเรื่องดีๆต่อไปค่ะ

จะเห็นได้ว่าการชมแบบมีรายละเอียดนี้จะต่างกันมากนะคะกับคำชมประเภทที่ชมไปลอยๆ หรือคำชมที่โอเว่อร์เกินจริง อย่าง “เก่งที่สุดเลย ดีที่หนึ่งเลย” เพราะการให้คำชมกว้างๆ นี้ ถ้าใช้บ่อยเกินไป ก็สร้างผลข้างเคียงได้หลายอย่างค่ะ เช่น เด็กเล็กๆก็อาจจะหลงไปกับคำชม เด็กที่โตหน่อยก็อาจจะไม่รู้สึกดี มองว่าเราพูดเกินจริง หรือดีไม่ดีก็อาจจะไปสร้างแรงกดดันให้เด็กโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ

คำชมแบบมีรายละเอียดที่หมอแนะนำ ถ้าฝึกบ่อยๆจะรู้ว่าใช้ไม่ยากค่ะ และจะช่วยให้เราสังเกตเห็นข้อดีของลูกได้เยอะขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นแล้วอย่าลืมสังเกตเรื่องดีๆของลูกแล้วคอยให้กำลังใจเขาบ่อยๆนะคะ

               เด็กคนหนึ่งไม่ได้แข่งขันชนะไปซะทุกครั้ง ไม่ได้ประสบความสำเร็จกับทุกสิ่งที่ทำ แต่เราชมเด็กได้ในทุกความตั้งใจและความพยายามค่ะ

 

 

เรื่องโดย พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย   จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.พหลพลพยุหเสนา
ภาพ Shutterstock

Tags

เที่ยวเกาะเกร็ด วิถีชาวมอญ ปากเกร็ด นนทบุรี

ล่องเรือสนุก + สุขใจ ไหว้พระเก้าวัด

อิ่มบุญทั้งครอบครัวกับการล่องเรือไปไหว้พระพร้อมร่วมทำบุญสักการะสิ่งสํกดิ์สิทธิ์ 9 วัด และสัมผัสวิธีชีวิตอย่างไทยริมฝั่งแม่น้ำ ออกเดินทางกันทุกวันอาทิตย์

เที่ยวเกาะเกร็ด

ล่องเรือทัวร์เกาะเกร็ด แวะเยี่ยมชมความเป็นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ชมสาธิตการทำขนมไทยโบราณที่บ้านขนมไทย เรียนรู้สถาปัตยกรรมและศิลปะเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่วัดปรมัยยิกาวาส ปิดท้ายที่หมู่บ้านชาวมอญ ดูการปั้นเครื่องปั้นดินเผาที่เกาะเกร็ด

 

Koh Kred (10) Koh Kred (9) Koh Kred (8) Koh Kred (7) Koh Kred (6) Koh Kred (5) Koh Kred (4) Koh Kred (3) Koh Kred (2)

 

การเดินทาง :

รถส่วนตัว มาทาง ห้าแยกปากเกร็ด ผ่านไฟแดงสี่แยกปากเกร็ดแล้วเลี้ยวซ้ายแรก ก่อนถึงโรงภาพยนตร์เมเอร์ฮอลลีวูด จอดรถได้ที่วัดสนามเหนือ (มีค่าจอดรถในวันเสาร์ – อาทิตย์) แล้วนั่งเรือข้ามฟาก
เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่าน้ำนนทบุรี ต่อเรือธงที่เขียนว่ามาปากเกร็ด หรือเช่าเหมาเรือหางยาวรับจ้าง

 

Tags

Playtime สวนสนุกในร่ม สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 14 ปี ที่เอกมัย

คุณรู้หรือไม่ว่าการเล่นเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสมองถึงเวลาพาเจ้าตัวเล็กไปเล่นสนุกนอกบ้านกันแล้ว PLAYTIME สวนสนุกในร่มสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 14 ปี บนถนนเอกมัย ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ เรียนรู้โลกรอบตัวผ่านการเล่นหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมตาม พัฒนาการและความสนใจในแต่ละช่วงวัย มาดูกันค่ะว่าพื้นที่เล่น ใน Play Zone มีอะไรบ้างที่ห้ามพลาด!

 

playtime2

                Toddle ZONE โซนสำหรับเด็กเล็ก มีที่ปีนป่ายและ สไลเดอร์เตี้ย ๆ พร้อมกับเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการและทักษะการทรงตัว

                Space Ship Adventure ZONE ให้เด็ก ๆ สนุกสนานเหมือนท่องไปในอวกาศ และเสริมสร้างความคล่องแคล่วแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ

                Dino Rock and Cliff ZONE พาเด็ก ๆ ย้อนเวลาไปในยุคไดโนเสาร์ แปลงร่างเป็นนักสำรวจขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์

                Electric Mini Car on Street ZONE สนุกไปกับการเรียนรู้กฎ ระเบียบ จราจร ในถนนจำลอง และรู้จักการรักาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ Gem Scooter พลังงานไฟฟ้าซึ่งมีความปลอดภัยสูง

                Balloon ZONE ดินแดนลูกโป่งหลากสี ล่องลอยไปทั่ว ให้เด็ก ๆ ไล่จับได้อย่างสนุกสนาน Cooking Zone พ่อครัวแม่ครัวตัวน้อยจะได้สนุกและเรียนรู้กับหลากหลายเมนูที่หมุนเวียนกันไป ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าคัพเค้ก ฯลฯ

                UFO Bumping ZONE ตะลุยอวกาศกับ UFO CAR สุดคลาสสิก สัมผัสความตื่นเตน้ ในการเผชิญหน้าสัตว์ประหลาดเพื่อสร้างความกล้าหาญและเอาชนะความกลัว

เครื่องเล่นของที่นี่ได้รับการรับรองจากสถาบัน TÛV Rheinland Group of Germany ในด้านความปลอดภัย นอกจากนั้นยังมีการวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ รวมถึงยังมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ที่สำคัญ สามารถอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่จำกัดระยะเวลา PLAYTIME พาร์คเลน เอกมัย ชั้น 3 – 4 เลขที่18 ถนนสุขุมวิท 63 (ตรงข้ามเอกมัยซอย 2) วันจันทร์ – วันพฤหัสฯ 9.00 น. – 18.00 น. วันศุกร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์9.00 น. – 19.30 น. www.playtime.co.th www.facebook.com/PlaytimeThailand

Tags

พาไปเที่ยว สวนพันพรรณ เกษตรอินทรีย์ อ. แม่แตง เชียงใหม่

สวนเกษตรอินทรีย์เล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทั้งบ้านที่อาศัยแบบถาวรและชั่วคราวของชาวชุมชน เป็นทั้งศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และสวนฝึกอบรมการอยู่แบบพึ่งตนเอง พันพรรณพยายามที่จะพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด ด้วยการสร้างอาหารเอง ดูแลร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติ สร้างบ้านด้วยวัสดุจากธรรมชาติ (บ้านดิน) และประดิษฐ์เครื่องมือง่ายๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เป็นต้น

panpaan2

 

Information พันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธ์ ตู้ ปณ.5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ติดต่อล่วงหน้าในเวลาทำการ 09.00-18.00 น. โทร. 081-470-1461 รายละเอียดเพิ่มเติม thai.punpunthailand.org

Tags

พาไปเที่ยว “ฟาร์มตาเล็ก” บ้านสวนแสนสนุกของคุณตาเล็ก

จากสวนมะม่วงของคุณตาเล็กในอดีต วันเวลาผ่านไปที่นี่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กวัย 4-13 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เด็กๆที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้ออกมาสัมผัสกับธรรมชาติ เล่นกลางแจ้ง สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายและจิตใจ และเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม

ภายในสวนแบ่งพื้นที่ทำกิจกรรมเกษตรไร้สารพิษ เริ่มจากโรงนาสังกะสีขนาดใหญ่ที่เป็นห้องเรียนเฉพาะกิจให้เด็กๆได้เรียนรู้ทฤษฎีต่างๆก่อนลงมือปฎิบัติจริง อย่างเช่นการให้อาหารสัตว์ที่นี่ไม่ได้มีอาหารสำเร็จไว้ให้ แต่เด็กๆต้องทำความรู้จักสัตว์แต่ละชนิด รู้ว่าสัตว์ชนิดไหนกินอะไรเป็นอาหาร หลังจากจากนั้นก็จะได้ลงมือผสมอาหารสัตว์ด้วยตัวเอง แล้วนำไปแจกจ่ายให้บรรดาสัตว์ในฟาร์มอย่างใกล้ชิด

ใกล้ๆกันเป็นแปลงผักแบบปลอดสารพิษ มีการใช้สมุนไพรและกางมุ้งครอบแปลงผักเพื่อป้องกันแมลงแทนการใช้สารเคมี บริเวณนี้เด็กๆจะได้เรียนรู้การปลูกผัก หมักปุ๋ย การดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว เรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเลยทีเดียว ส่วนผลผลิตที่ได้จากแปลงผักก็จะถูกนำไปปรุงเป็นอาหารกลางวันแสนอร่อยให้ได้กินกัน

 

Farm ta lek (2)

Farm ta lek (5) Farm ta lek (4) Farm ta lek (1)

 

นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมงานศิลปะให้ได้สนุกกันด้วย อย่างเช่น การประดิษฐ์กระถางต้นไม้จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่องนม หรือก้อนเพาะเห็ดที่ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งหลังจากทำกระถางเสร็จก็จะมีการย้ายต้นกล้าลงกระถางให้เด็กๆได้นำกลับไปปลูกที่บ้านกันต่อ

ช่วงบ่ายถึงเวลาตะลุยสนามเด็กเล่นที่อยู่ท้ายฟาร์ม ทั้งบ้านต้นไม้ และเครื่องเล่นต่างๆ ที่บางชนิดก็ท้าทายความกล้าหาญอยู่ไม่น้อย ส่วนใครอยากพายเรือหรือเล่นน้ำ ที่นี่ก็มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ให้ได้เล่นสนุกกันทั้งครอบครัว

สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนสนใจอยากพาลูกมาที่ Farm de Lek กรุณาโทรจองกิจกรรมกันก่อนล่วงหน้า เนื่องจากฟาร์มค่อนข้างใหญ่จะได้มีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลและเตรียมกิจกรรมไว้ให้ค่ะ

 

Information

Farm de Lek (ฟาร์มตาเล็ก)

คลอง 15 จังหวัดนครนายก

ติดต่อจองกิจกรรมและเข้าชมฟาร์มได้ที่

โทร.09-8463-8223

www.farmdelek.com www.facebook.com/FarmDeLek

 

 

เรื่อง นันทวรรณ์ ภู่ศรี
ภาพ จักรพงษ์ นุตาลัย

Tags

พาไปเที่ยว มิวเซียมสยาม กรุงเทพฯ

พิพิธภัณฑ์แนวใหม่ที่เปิดประสบการณ์และมุมมองในการชมพิพิธภัณฑ์ ตามแนวคิด “Play + Learn = เพลิน” ให้ทุกๆคนเฉพาะเด็กไทยได้รู้จักรากเหง้าตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆเป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยนิทรรศการถาวร นิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

Information มิวเซียมสยาม ถนนมหาไชย พระบรมมหาราชวัง พระนคร เปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) 10.00 น.–18.00 น. โทร.0-2225-2777 www.museumsiam.org ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนไทย 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ฟรี

Tags

10 เรื่องน่ารักๆ ของ ‘บรู๊คลิน เบคแฮม’ ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป

‘บรู๊คลิน เบคแฮม’ ลูกชายคนโตของอดีตนักบอลสุดหล่อ ‘เดวิด เบคแฮม’ และนางแบบสาวสวย ‘วิคตอเรีย เบคแฮม’ ที่ตอนนี้กำลังโตเป็นหนุ่มฮอต เรียกได้ว่าหน้าตาหล่อเหลาจนสาวๆ ทั่วโลกกรี๊ดลั่นสมัครเป็นแฟนคลับกันเป็นแถวๆ

เราจึงขอนำเรื่องราวน่ารักๆ 10 ข้อ ที่เกี่ยวกับชีวิตของบรู๊คลิน มาฝากค่ะ รับรองว่าถ้าได้อ่านพร้อมชมภาพน่ารักๆของหนุ่ม บรู๊คลิน เบคแฮม แล้วต้องตกหลุมรักเขาและครอบครัวของเขาเป็นแน่

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

1. ที่มาของชื่อ ‘บรู๊คลิน‘ คือ วิกตอเรียแม่ของเขาได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองบรูคลิน และในขณะเดียวกันก็กำลังตั้งท้องบรูคลินด้วย

2. เดทครั้งแรกของบรู๊คลิน คือตอนอายุ 14 ปี ซึ่งได้ไปดินเนอร์ที่ร้านซูชิ ในวันวาเลนไทน์ ในการไปเดทครั้งนั้น ‘วิคตอเรีย’ แม่ของเขา ได้บอกให้คุณพ่อสุดหล่อ ‘เบคแฮม’ ให้ไปส่ง ‘บรูคลิน’ ที่ร้าน และนั่งอยู่ในร้านนั้นเพื่อดูลูกด้วย ถ้าไม่ทำตามที่เธอขอ เธอจะไม่ยอมให้ลูกไป

3. บรู๊คลินเป็นแฟนคลับตัวยงของพ่อ เขาไปเชียร์ ‘เดวิด แบ็คแฮม’ ในทุกแมชการแข่งขัน

4. บรู๊คลินทำงานพาร์ทไทม์ ถึงแม้พ่อและแม่ของเขาจะมีรายได้มากมาย แต่เพราะไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เขาจึงบอกลูกว่า ‘หากลูกอยากได้อะไร ลูกก็ควรจะลองทำงานเพื่อเก็บเงิน และใช้จ่ายด้วยเงินของตัวเองดู” บรู๊คลินจึงไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านกาแฟในกรุงลอนดอน ซึ่งได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 150 บาท ซึ่งเขาก็สามารถทำงานได้ดี (ทำมา 2 ปี แล้ว) หลังจากเขาทำงานเก็บเงินได้สักพักเขาก็เริ่มชวนน้องชายไปทำงานพิเศษกับเขาด้วย

5. หลายครั้งที่เบคแฮมไม่ว่างเพราะคิวงานรัดตัว เราจะเห็นบรู๊คลินทำหน้าที่แทนพ่อ ออกไปร่วมงานเคียงข้างเดินพรมแดงกับวิคตอเรีย แม่สุดสวยของเขาแทบทุกครั้ง

6. บรู๊คลินเล่นทวิตเตอร์ ในเดือนธันวาคม 2014 คนติดตามคนแรกของเขา คือ ‘โคลอี้ เกรซ มอเร็ตซ์’ (นักแสดงสาวที่มีข่าวเรื่องความรักกับเขาตั้งแต่มิถุนายน 2014 )

7. เป็นพี่ชายที่แสนดี เลี้ยงน้องสาวคนสุดท้องทุกครั้งที่พ่อแม่ไม่ว่าง >.<

8. เขาเป็นแฟนคลับ จัสติน บีเบอร์ เขามีการ์ดบอร์ดขนาดเท่าตัวจริงของนักร้องคนนี้อยู่ที่แมนชั่นในลอสแองเจลิสด้วย

9. เดวิดเคยพูดถึงบรู๊คลินไว้ว่า “ลูกชายคนโตของผมอยู่ในวัยที่เขาสามารถไปที่ไหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องคอยดึงเขากลับมา แล้วอธิบายกับลูกว่า มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้ให้ชัดเจน” เท่สุดๆ ไปเลย พ่อเบคเนี่ยเข้าใจการใช้ชีวิตจริ๊ง จริง

10. บรู๊คลินไม่เขินเวลาอยู่หน้ากล้อง หรือท่ามกลางที่สาธารณะเลย เพราะเขาเคยได้รับความสนใจมาตั้งแต่เด็กๆ ที่สำคัญ บรู๊คลินเป็นกันเองกับแฟนคลับด้วย

สุดท้ายเรารวมภาพของ ‘บรู๊คลิน เบคแฮม’ มาให้ดูกันด้วยค่ะ

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

บรู๊คลิน กับน้องสาวคนสุดท้อง ฮาเปอร์ เซเว่น 

(ฮ่าๆ น้องสาวดูแสบซนใช่เล่น) บรู๊คลินเลี้ยงไหวมั้ยเนี่ย

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

บรู๊คลินตอนไปทำงานพิเศษ ถือจานชามก็ยังหล่อ .><.

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

ถ่ายกับน้องชายทั้งสอง เรเมโอ และ ครูซ

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

บรู๊คลิน และคุณยาย

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

ออกงานกับขุ่นแม่วิคตอเรียสุดสวย

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

น่ารักที่สุดคุณลูกกับคุณแม่

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม

ทิ้งท้ายไปกับภาพ พ่อเบคตอนหนุ่มๆ  กับลูกบรู๊คลินตอนนี้ ใครหล่อกว่า เราตอบไม่ได้อะหล่อทั้งคู่ กรี๊ดดด

10 เรื่องน่ารักๆ ของ 'บรู๊คลิน เบคแฮม' ที่จะทำให้อ่านไปยิ้มไป (ม


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://webboard.yenta4.com/topic/571123

เรื่องดีให้ข้อคิดสะกิดใจ ลูกสาวเอาลูกอมยัดหมอนทุกๆคืน สุดท้ายแม่มาเจอและเพิ่งรู้สาเหตุที่แท้จริง…

เนื้อหาต่อไปนี้คือเรื่องเล่าที่จะช่วยสะท้อนสังคมในปัจจุบันเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศได้เป็นอย่างดี เรื่องราวจะเป็นอย่างไรตามไปอ่านกันเลยค่ะ …

มีลูกสาวของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งหลังจากเด็กน้อยกลับจากโรงเรียนทุกวันจะต้องไปที่บ้านครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษเพื่อติวอังกฤษเสริมเพราะพ่อแม่ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ลูกคนนี้ไปเรียนต่อเมืองนอกในอนาคต ต่อมา เด็กคนนี้มีพฤติกรรมประหลาดบางอย่างของซึ่งไม่รู้ว่าเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร เวลาที่เธอกลับจากเรียนพิเศษทุกครั้งจะกำลูกอมเม็ดหนึ่งวิ่งกลับไปที่ห้อง โดยที่เธอไม่ได้กินลูกอมนั้นแต่จะยัดไว้ในหมอนแทน

ลูกสาวเคยร้องไห้ขอร้องแม่อย่างน่าสงสารว่าไม่ไปเรียนภาษาอังกฤษได้ไหม แต่แม่กลับคิดว่าลูกไม่มีความอดทนจึงดุด่าลูก มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกสาวเคยหลอกแม่ว่าไปเรียนพิเศษแต่จริงๆแล้วแอบหนีเรียนไปอยู่บ้านเพื่อน ปรากฏว่าครูสอนพิเศษโทรมาถามแม่ของเธอว่าทำไมวันนี้เด็กไม่มาเรียน แม่จึงโกรธมาก พอตามไปเจอตัวที่บ้านเพื่อนลูก แม่ก็ตีลูกเสียยกใหญ่เดี๋ยวนั้นเลย ทำให้หลังจากนั้นมาเด็กน้อยเริ่มกลายเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดค่อยจา

ผ่านไปหนึ่งเทอม อยู่มาวันหนึ่งแม่พบว่าหมอนของลูกสาวมีมดตัวเล็กๆเดินออกมาอยู่ตลอด และหมอนก็หนักมากกว่าปกติ แม่รู้สึกสงสัยจึงถอดไส้หมอนออกมาดู ปรากฏว่าต้องช็อค เพราะในนั้นมีลูกอมจำนวนมากและห่อพลาสติกที่หุ้มลูกอมบางอันก็ฉีกขาดแล้วมีมดทำรังในนั้นเต็มไปหมด พอลูกกลับมาถึงบ้าน แม่ก็เลยด่าว่าทำไมถึงเอาลูกอมมายัดหมอนจนมดขึ้นสกปรกแบบนี้ ลูกสาวไม่ตอบแต่ร่างกายสั่นเกร็งไปทั้งตัว แล้วก็หยิบลูกอมเหนียวๆในหมอนที่เต็มไปด้วยมดเข้าปาก ทำให้แม่ตกใจมากและพาลูกไปพบจิตแพทย์ ถึงได้รู้ความลับบางอย่างที่น่าตกใจ

ที่แท้ครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษเป็น “พวกบ้ากาม” ทุกครั้งที่เด็กคนนี้ไปติว ครูจะบอกว่าวันนี้เราจะมาเล่น “เกม” กัน ลูกอมนี้คือรางวัลที่เด็กเล่นเกมกับครู และหลังจากที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กเสร็จ ครูจะบอกว่า “ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้นะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่ต้องตีเธอขาลายแน่ๆ นี่เป็นความลับระหว่างเราสองคน ครูก็จะไม่บอกเรื่องนี้กับใครด้วยเหมือนกัน”

ภายหลังครูสอนภาษาอังกฤษคนนี้ถูกตำรวจจับ ส่วนเด็กกลายเป็นโรคซึมเศร้า ถึงพ่อแม่จะพาลูกไปรักษากับจิตแพทย์ก็ตาม แต่บาดแผลที่อยู่ในจิตใจของเด็กคงไม่มีวันลบเลือนและติดอยู่ในใจไปตลอดชีวิต

ด้วยความปรารถนาดี เพื่อให้ทุกคนใส่ใจลูกหลานของตนให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องราวที่น่าสลดใจเช่นนี้


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.manyum.com/post/detail/128552.html

 

น่าสงสาร! หนูน้อยเกิดมามีสมองผิดรูป ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ให้มีชีวิตยืนยาว

เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษเผยแพร่ภาพของ “เจสัน” เด็กชายตัวน้อยที่เกิดมาพร้อมกับอาการ “ไมโครไฮดราเนนซ์ฟาลีย์” หรือภาวะสมองเจริญเติบโตผิดรูปผิดร่าง … ส่งผลให้ศีรษะของเขามีลักษณะไม่เหมือนคนอื่น มีขนาดเล็กไม่สมดุลกับตัว แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ไม่ได้ทำให้เด็กชายคนนี้น่ารักน้อยลงไปกว่าเดิมเลยสักนิด

ซึ่งผู้เป็นพ่อแม่ ได้เผยแพร่เรื่องราวของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน โดยกล่าวว่าเจสันต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จะคลาดสายตาไม่ได้ เนื่องจากมีพัฒนาการที่ช้ามาก แต่อย่างไรก็ตาม เจสันกลับทำในสิ่งที่แม้แต่แพทย์เองยังคาดไม่ถึง นั่นคือมีชีวิตอยู่ได้จนถึงวันเกิดครบรอบ 1 ปี

“ความพยายามและความแข็งแรงของลูกเป็นตัวบ่งชี้ว่าทำไมเราถึงเรียกเรื่องราวของเขาว่าเจสัน สตรอง” ครอบครัวของเจสันกล่าว และว่า “ในท้ายที่สุดแล้ว เจสันจะต้องพึ่งปาฏิหาริย์ในการมีชีวิตยืนยาว เรายังคงพยายามขอทั้งพรและความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์”

ทั้งนี้ผู้เป็นแม่ต้องยอมลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกชายอย่างเต็มเวลา ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวตั้งกระทู้ขอรับบริจาคเงินบนเว็บไซต์ GoFundMe.comเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเจสัน

“เรื่องของเจสันยังคงแพร่ไปทั่วโลก คือเราไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย เราคงพูดได้แค่ว่าขอบคุณจริงๆ บอกไม่ถูกเลยว่าทุกแรงสนับสนุนมีค่าแค่ไหน” ทางครอบครัวกล่าวทิ้งท้าย


ที่มา : Metro

ขอบคุณข้อมูข่าวและภาพจาก : www.khaosod.co.th

คลิปสุดน่ารัก ^_^ สงสัยหนูน้อยจะหิวจนตาลาย คิดว่าจมูกคุณยายเป็นชมพู่

คำเตือน! ก่อนที่คุณแม่จะปล่อยให้เบบี๋ไปเล่นกับใคร ก็ควรให้ทานอะไรก่อนนะคะ ^_^

…เพราะหากปล่อยให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังหิว ไปอยู่ในมือของใครก็แล้วแต่ อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นดังเช่นคลิปนี้ เป็นภาพที่เจ้าตัวเล็กหน้ามืดตามัวเห็นจมูกของคุณยายเป็นขนมไปซะงั้น จึงก้มหน้าก้มตากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ว่าแล้วจะน่ารักขนาดไหน ไปชมคลิปกันเลยค่ะ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Unique Studio

 

เลี้ยงลูก+ทำงานบ้าน+ออกกำลังกาย ทำพร้อมกันได้นะคะ ^_^ (มีคลิป)

หนึ่งในปัญหาของคุณแม่ ที่ต้องกลายเป็นแม่บ้านและเลี้ยงลูกไปด้วยต้องประสบก็คือ การไม่มีเวลาให้กับตัวเอง

มาให้ความสำคัญกับเวลาของตัวเองกันเถอะ แม้เวลามีเท่าเดิมแต่สามารถทำหลายอย่างพร้อมกันได้ค่ะ อย่าลืมว่าการผ่อนคลายเป็นเรื่องสำคัญ คุณแม่จะทำกิจวัตรประจำวันเหน็ดเหนื่อยหน้ามันอย่างไร ก็สามารถฟังเพลงได้ การฟังเพลงเป็นวิธีผ่อนคลายที่ไม่ต้องเสียเวลาเลยแม้แต่น้อยค่ะ ระหว่างทำงานบ้านเบา ๆ จัดข้าวของพับผ้าก็ให้ลูกนั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ หาของเล่นให้หรือให้ช่วยหยิบของส่งให้เป็นการเล่นสำหรับเขาไปในตัว >> หรือจะทำงานบ้านพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วยเพื่อสุขภาพที่ดี แถมยังเลี้ยงลูกได้อีกด้วย ดังเช่นคลิปนี้ ว่าแล้วทั้ง 3 อย่าง จะทำพร้อมกันได้อย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ ^_^


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Aleksandra Rożnowska

อันตรายมาก! ปล่อยคนหอมแก้มลูกน้อย เด็กเสี่ยงติดเชื้อถึงชีวิต

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ชาวอังกฤษ ชื่อว่า แคลร์ เฮนเดอร์สัน ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพผ่านเฟสบุ๊กเตือนบรรดาคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย อย่าให้ใครมาหอมหรือจูบแก้มลูกน้อยพร่ำเพรื่อ เพราะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของลูกน้อยได้

เฮนเดอร์สันเล่าว่า บรู๊ค ลูกสาวของเธอลืมตัวดูโลกเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางญาติพี่น้องและเพื่อนๆ แวะเวียนมาเยี่ยมและแสดงความยินดีไม่ขาดสาย ในจำนวนแขกที่มาเยี่ยมนั้น ตนก็ไม่ทันระวังเพื่อนคนหนึ่งที่มีเชื้อไวรัส HSV-1 ต้นเหตุของโรคเริม สามารถติดต่อได้จากการจูบปาก หรือแม้แต่จูจุ๊บเบาๆ และหากเด็กทารกติดเชื้อไวรัสตัวนี้เข้าไปแล้วอาจทำอันตรายกับปอด รวมถึงตับและสมองจนถึงขั้นเสียชีวิต

ทั้งนี้ อาการติดเชื้อไม่ได้แสดงออกทันที แต่อยู่มาคืนหนึ่งระหว่างป้อนนมลูก ตนสังเกตเห็นความผิดปกติ บรู๊คมีอาการบวมแดงที่ริมฝีปาก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แพทย์ระบุว่า โชคดีที่นำตัวหนูน้อยมาโรงพยาบาลทันเวลาเพราะอาการน่าเป็นห่วง โดยบรู๊คต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึง 5 วัน

1443201311_enhanced-27291-1443123196-5

เฮนเดอร์สันจึงโพสต์ข้อความเตือนบรรดาคุณแม่คนอื่นๆให้ระมัดระหว่างอย่าใครจูบหรือหอมทารกแรกเกิด เพราะไม่อาจทราบได้เลยว่า ใครที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ และหากพบเพื่อนหรือญาติคนใดมีแผลที่ปากให้รู้ไว้เลยว่าเป็นอันตรายต่อลูกน้อย

ด้านผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคติดต่อ กล่าวถึงกรณีของหนูน้อยบรู๊คว่า เป็นเคสที่พบได้ยากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย อย่างไรก็ตาม ทารกส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเสี่ยงเพราะมีภูมิคุ้มกันจากแม่


ที่มา BuzzFeed

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก : www.khaosod.co.th

 

เสื้อผ้าเด็ก และของเล่นเสริมพัฒนาการ

ชื่อสินค้า : เสื้อผ้า ของเล่น
ราคา : ขึ้นอยู่กับสินค้า
สภาพ : สินค้ามือ 1
รายละเอียด : ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ ➡️ www.facebook.com/NongTurbo.Shop
น้องเทอร์โบ เสื้อผ้าเด็กและของเล่นเสริมพัฒนาการ
ติดต่อ : id line : suda_h

Tags