เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 6 ตอน ยอมปล่อยให้ลูกจากไป เพื่อยื้อชีวิตแม่ไว้ให้กลับคืน

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 6 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน
ยอมปล่อยให้ลูกจากไป เพื่อยื้อชีวิตแม่ไว้ให้กลับคืน

อากาศปีนี้หนาวกว่าทุกปี ฉันลุกจากที่นอน มองออกนอกหน้าต่างเห็นฟ้าสีหม่นคลุมด้วยหมอกหนา เจ็ดโมงเช้าแล้วยังไม่เห็นแสงของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแม้แต่น้อย ลูกในท้องดิ้นตุบตุบเป็นครั้งแรก แต่แรกฉันไม่รู้ว่าเป็นอะไรเพราะนี่เป็นการตั้งท้องแรกของฉัน เมื่อมองท้องของตนเองเห็นผิวท้องนูนขึ้น รู้สึกเหมือนมีอะไรตอดอยู่ที่ผิวหนัง ฉันจึงแน่ใจว่าเป็นลูกดิ้น ฉันเอามือลูบท้องอย่างตื่นเต้น เรียกสามี“ พี่พจน์(ชื่อสมมุติ) ดูลูกของเราดิ้น” สามีที่นั่งดูทีวีฟังข่าวตอนเช้า รีบลุกมาหา เขาเอามือลูบท้องของฉันอย่างไม่เชื่อสายตา “ลูกเราดิ้นแล้ว เย้” สามีร้องอย่างดีใจ

แม้ลูกดิ้นไม่แรง แต่ฉันรู้สึกว่าลูกดิ้นจนเสียดท้อง ฉันเอามือกดที่ลิ้นปี่ ทำหน้าเหยเกขณะสามีถามว่า “นัท(ชื่อสมมุติ)เป็นอะไรหรือเปล่า” “ไม่รู้เป็นอะไรนัทรู้สึกจุกท้อง” ฉันตอบ พูดไม่ทันขาดคำฉันก็อาเจียนออกมาอย่างแรง สามีลูบหลังลูบไหล่ก็ไม่ดีขึ้น ฉันอาเจียนซ้ำอีกหลายครั้งจนมีเลือดออกมาปนกับเศษน้ำลายและน้ำเหลือง ๆ ที่ออกมาจากกระเพาะอาหาร สามีจึงรีบพาฉันไปโรงพยาบาล

ไปถึงโรงพยาบาลที่ฝากท้อง ฉันไม่ลืมเอาสมุดฝากท้องไปด้วย ขณะนั้นฉันคิดว่าตนเองอาเจียนจากอาหารเป็นพิษ หรือแพ้ท้อง แพทย์พยาบาลที่ห้องฉุกเฉิน กลับทำหน้าตาตื่น บอกว่าความดันโลหิตฉันสูงมาก มีค่าสูงถึง 220/130 ขณะที่ค่าปกติไม่เกิน 120/80 ขาทั้งสองข้างของฉันบวม หน้าแข้งกดบุ๋ม อาการจุกท้องอาเจียนเป็นอาการตับบวม นี่คืออาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง หากรอช้าฉันจะมีอาการชักซึ่งเกิดอันตรายต่อแม่และลูกในท้องได้ หมอรีบรับฉันไว้ในห้องไอซียู

ทั้งสามีและฉันตกใจมาก เพราะสองอาทิตย์ที่แล้วฉันก็มาฝากครรภ์ตามนัด หมอตรวจพบว่าฉันมีความดันโลหิตสูงแต่ไม่มากนัก ซึ่งฉันก็บอกว่าฉันไม่ตกใจ ปกติก่อนท้องฉันก็มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว หมอให้ฉันพักผ่อนมาก ๆ และนัดมาตรวจอีกสองอาทิตย์ ยังไม่ครบวันนัด ฉันก็มีอาการครรภ์เป็นพิษเสียก่อน

ฉันเข้าไปนอนห้องไอซียู เพราะความดันโลหิตฉันสูงมาก ยาลดความดันโลหิตธรรมดาไม่สามารถลดได้ ฉันมีอาการปวดหัว แน่นอกตลอดเวลา อย่างไรก็ตามในห้องไอซียู มีแต่ผู้ป่วยหนักใช้เครื่องช่วยหายใจ มีฉันนี่แหละเบาสุดไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แถมยังมีสติสัมปชัญญะดี

ในห้องไอซียู หมอให้ยากันชัก ยาลดความดันโลหิต หมอตรวจเลือดหลายอย่าง เมื่ออยู่ไอซียูได้ 3 วัน หมอสรุปว่าตอนนี้ค่าการทำงานของตับผิดปกติ เกล็ดเลือดต่ำ พร้อมจะมีเลือดออกตามที่ต่าง ๆ ในร่างกายได้ทุกเมื่อ อาการที่ฉันเป็น คือเป็นโรคครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง และมีกลุ่มอาการของ HEELP ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้แม่เสียชีวิตได้ วิธีรักษาโรคนี้มีทางเดียวคือต้องเอาทารกในครรภ์ออกเพื่อช่วยแม่
คำพูดของหมอทำให้ทั้งสามีและฉันตกใจมากขึ้นไปอีก เราไม่เข้าใจเลยว่าเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ลูกในท้องของฉันหมอก็บอกว่าปกติ แต่ทำไมต้องเอาลูกออก ลูกเพิ่งได้ 5เดือน น้ำหนักครึ่งกิโลกรัม หากเอาออกลูกต้องเสียชีวิต ฉันบอกสามีว่า “พี่พจน์ เราย้ายโรงพยาบาลเถอะพี่ นัทไม่ทำร้ายลูก นัทยอมตายเพื่อลูก” แต่สามีไม่ยอม เขาบอกว่า “นัท พี่ต้องมองความปลอดภัยของนัทเป็นหลัก” นั่นเองทำให้ฉันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร คร่ำครวญว่า “ทำไมโชคชะตาเล่นตลกกับนัทอย่างนี้” ตาและใบหน้าที่บวมจากอาการครรภ์เป็นพิษ จึงยิ่งบวมหนักไปอีก
เมื่อหมอมาตรวจ ฉันจึงต่อรองกับหมอว่า “คุณหมอคะ ขอรอให้ลูกโตกว่านี้ได้ไหมคะ สัก6 เดือน 7 เดือน ลูกรอดค่อยเอาลูกออกจากท้อง” หมอทำหน้าเคร่งเครียดก่อนตอบว่า “คุณเป็นโรคครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง ขืนรอไปลูกคุณก็อาจตายในท้อง แถมแม่อาจจะเสียชีวิตตามไปด้วย คุณต้องตัดสินใจ เพราะค่าการทำงานของตับของคุณเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ เกล็ดเลือดของคุณก็ต่ำลง ถ้าคุณช้า หมออาจช่วยคุณไม่ทัน”
ฉันโกรธหมอ ฉันบ่นหมอให้พี่พจน์ฟัง “เอะอะก็จะเอาลูกออก นัทไม่ทำร้ายลูก นัทไม่ทำร้ายลูกเด็ดขาด” ฉันตีโพยตีพาย จนพยาบาลให้ห้องไอซียูมาช่วยปลอบ
พี่พจน์มีลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกัน ชื่อพี่แก่นเป็นหมอสูติอยู่ต่างจังหวัด พี่พจน์เลยให้ฉันโทรศัพท์คุยกับพี่แก่น ให้พี่แก่นอธิบายให้ฉันเข้าใจ

บันทึกของหมอ
ฉันชื่อหมอแก่น เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพจน์ ฉันเพิ่งรู้ว่านัทน้องสะใภ้เข้าห้องไอซียูด้วยอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง และมีกลุ่มอาการของ HEELP ฉันเล่าประสบการณ์ที่เจอคนไข้อาการเดียวกับนัทให้นัทฟัง คนไข้รายหนึ่งลูกและแม่เสียชีวิต คนไข้อีกรายหนึ่งขนาดเอาลูกออก แม่ยังชักหมดสติไปเป็นอาทิตย์ เมื่อฟื้นขึ้นมาตามองไม่เห็นนานเป็นปี ต้องรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ ตาจึงพอมองเห็นแต่ไม่เหมือนเดิม ฉันบอกนัทว่า ต้องเอาลูกออกเพื่อช่วยชีวิต ดังคำของพุทธองค์ที่ว่า พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต แล้วนัทอายุแค่ 29 ปี ยังมีโอกาสท้องต่อไป ซึ่งแม้โอกาสจะเกิดครรภ์เป็นพิษซ้ำ แต่หากเราเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่เสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษก่อนท้อง เช่นควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด พักผ่อนเพียงพอ รับประทานผักผลไม้ให้มาก เมื่อตั้งครรภ์ก็รับประทานยาที่ป้องกันครรภ์เป็นพิษ ท้องหน้าอาจจะได้ลูกที่สมบูรณ์แม่ก็แข็งแรง นั่นเองนัทจึงยินยอมให้แพทย์เอาเด็กออก แม้ลูกไม่รอดแต่แม่ก็ปลอดภัยหายจากอาการครรภ์เป็นพิษภายใน 1 สัปดาห์หลังคลอด

เกร็ดเพิ่มเติม
HEELP เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้แม่และเด็กเสียชีวิตจากอาการครรภ์เป็นพิษ HEELP ย่อมาจาก
HEmolysis = มีการแตกตัวของเม็ดเลือด
Elevated liver enzyme = ค่าเอ็นไซมน์ของตับสูง (ตับทำงานผิดปกติ)
Low Platelet = เกล็ดเลือดต่ำ
บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพโดย shutterstock

เด็กสมาธิสั้นก็ใกล้ “อัจฉริยะ” ได้นะ

ข้อดีของอาการสมาธิสั้นก็มีนะคะ เพียงคุณพ่อคุณแม่จัดรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสม เด็กกลุ่มนี้อาจเข้าใกล้คำว่า “อัจฉริยะ” ได้เหมือนกัน

ดร. เดล อาร์เชอร์ (Dale Archer) เป็นทั้งนักจิตวิทยา นักคิด นักเขียน ศิลปินให้ความบันเทิง และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ตัวเขาเองมีอาการสมาธิสั้นตั้งแต่เด็ก เขาเขียนหนังสือ “ข้อดีของอาการสมาธิสั้น: สิ่งที่คุณคิดว่าผิดปกติอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบ” (The ADHD Advantage: What You Thought Was a Diagnosis May Be Your Greatest Strength)

มุมมองที่ต่างออกไปของดร. อาร์เชอร์คือเขาเห็นอาการสมาธิสั้นเป็นเหมือน “พลังวิเศษ” (Superpower) หลังจากศึกษาค้นว้าและสัมภาษณ์ผู้ที่มีอาการสมาธิสั้น แต่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากหลากหลายอาชีพ เขาพบว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ “หาย” จากอาหารสมาธิสั้น แต่กลับนำ “ข้อได้เปรียบ” จากอาการที่เป็นมาใช้อย่างชาญฉลาด

ข้อได้เปรียบของคนกลุ่มนี้คือมีพลังงานอันเหลือเฟือ มีทักษะด้านกีฬาสูง มีความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Genius) สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน (Multi-Tasking) สามารถรับรู้ข้อมูลได้ครั้งละมากๆ มีความละเอียดในการทำงานสูง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี และมีความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ

เด็กกลุ่มนี้จะโดดเด่นเมื่อเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจากสามารถเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่สนใจจริงๆ วิชาเรียนที่ไม่ติดกันเกินไป มีเวลาพักระหว่างวิชา และสามารถค้นคว้าได้ด้วยตัวเอง ลูกชายของ ดร. อาร์เชอร์เองก็มีอาการสมาธิสั้น เขาสามารถทำการบ้าน 5 วิชาไปพร้อมๆ กับคุยโทรศัพท์และดูทีวี โดยได้คะแนนเต็มหมดทุกวิชา

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนกลุ่มนี้คือการหางานที่เหมาะกับตัวเอง อาจเป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถบริหารเวลาเอง งานที่ได้ออกนอกสถานที่ หรือเป็นงานที่ใช้ทักษะหลายๆ ด้านพร้อมๆ กัน

รู้ข้อดีของอาการสมาธิสั้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่เลิกกังวลได้เลยค่ะ เพียงหาโรงเรียนที่จัดรูปแบบการเรียนการสอนที่ช่วยส่งเสริมเด็กกลุ่มนี้ เช่นโรงเรียนที่สอนแบบบูรณาการ หรือหลักสูตรแบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori) เมื่อเด็กๆ ได้พัฒนาอย่างเหมาะสม ความเป็น “อัจฉริยะ” อาจอยู่ใกล้แค่เอื้อมก็ได้ค่ะ

ที่มาจาก http://www.wnyc.org/

ภาพ: shutterstock

คุณแม่ท้องแก่คลอดลูกหน้างานเดี่ยว11 โน๊ต อุดมโพสยินดี

“โน๊ต อุดม”โพสต์เรื่องน่ายินคุณแม่ท้องแก่คลอดลูกสาวหน้างานเดี่ยว11 ทีมงานพาส่งรพ.กันวุ่น

จากงาน โชว์เดี่ยว 11 รอบวันที่ 22 กันยายน 2558 ที่ผ่านมาได้เกิดเรื่องที่น่ายินดีขึ้นกลางงาน >> เมื่อคุณแม่ท้องแก่ที่มาดูเดี่ยวไมโครโฟน ของ “โน๊ต อุดม แต้พานิช” แต่ดันเกิดอาการน้ำเดินเจ้าตัวน้อยดันอยากออกมาดูโลกในช่วงเวลานั้นพอดี (หรืออยากดู เดี่ยว 11 กันแน่นะ ^_^) ทางทีมงานต้องช่วยพาส่งไปโรงพยาบาลกันวุ่นสุดท้ายแม่และลูกปลอดภัยทั้งคู่

…เรื่องราวดังกล่าวทำให้เจ้าพ่อเดี่ยวฯ “โน๊ต อุดม” ต้องโพสต์แสดงความยินดีบนเพจเฟซบุ๊คเลยทีเดียว

โดยระบุข้อความว่า

ขอต้อนรับสู่ดาวโลก…อีกแล้วก่อนเริ่มโชว์เดี่ยว 11 รอบวันที่ 22 กันยายน
เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
เมื่อปรากฎว่ามีคุณแม่ยังสาวท้องแก่ ซึ่งเดินทางมาชมโชว์ในรอบนั้น
แต่ยังไม่ทันได้เข้ามาในฮอลล์ แค่ได้ฟังเพลงสุดสวิงฯ ที่บริเวณหน้างาน
ก็เกิดอาการน้ำเดิน คราวนี้ไม่ต้องรอให้ถึงมือหมอ
เพราะหัวเด็กหลุดออกมาให้เห็นกันจะจะ…(ไม่รู้จะรีบไปไหน)
ทีมงานเดี่ยวและเจ้าหน้าที่พารากอน ช่วยกันพาไปส่งโรงพยาบาลทันที

สถานการณ์ล่าสุด ทั้งคุณแม่และคุณลูกปลอดภัยดี
คุณแม่มือใหม่ได้ลูกสาวแสนน่ารักมาเชยชม
และเพื่อความสิริมงคล คุณแม่จึงได้ตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่า “โน๊ต”
ขอให้น้องโน๊ตสุขภาพแข็งแรง โตไวๆนะคะ

ป.ล.1 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นติดกันสองครั้ง ทางทีมงานได้หารือกันแล้ว คิดว่าในงานเดี่ยวของเรา ควรเตรียมแผนกสูตินารีไว้ด้วย เพื่อรองรับคุณแม่ท้องแก่ที่จะมาชมในรอบต่อไป

ป.ล.2 และสืบเนื่องจากปรากฏการณ์นี้มีโรงพยาบาลหลายแห่ง ที่ติดต่อขอส่งคนท้องที่มีแนวโน้มว่าจะคลอดยากมาดูเดี่ยว โดยหวังว่าจะช่วยให้การคลอดง่ายขึ้น

cats


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : page facebook เดี่ยว9

ขอบคุณข่าวจาก : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=78648&t=news

 

หนังสือ ลูกชาย เลี้ยงอย่างไรดี Raising Boys

หนังสือ ลูกชาย เลี้ยงอย่างไรดี Raising Boys
เรื่องจริงจากประสบการณ์กว่า 25 ปี ของนักครอบครัวบำบัด “สตีฟ บิดอล์ฟ” ที่จะช่วยคุณเลี้ยงลูกชายให้เป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริง
ผู้เขียน Steve Biddulph (สตีฟ บิดอล์ฟ) ผู้แปล อมรรัตน์ ศรีสุรินทร์

ราคา 220 บาท **รวมค่าขนส่ง พัสดุลงทะเบียน**
ติดต่อ 0872366654

Tags

รีวิวสวนสนุกสุดล้ำแห่งใหม่กลางใจกรุง Imaginia Playland

รีวิวสวนสนุกสุดล้ำแห่งใหม่กลางใจกรุง ที่จะช่วยเปิดโลกจินตนาการของเด็กๆ แบบไร้ขีดจำกัด

 

สวนสนุกในบ้านเรามีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป แล้ว Imaginia Playland จะมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร มาเที่ยวชมสวนสนุกน้องใหม่แห่งนี้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

สวนสนุก Imaginia Playland ตั้งอยู่ที่โซนเอ็ม เพลย์กราวด์ ชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม มองหาไม่ยากเพราะมีป้ายน่ารักๆ บอกทางชัดเจน แถมด้านหน้าทางเข้าก็ตกแต่งอย่างดี เสมือนเรากำลังหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการกันเลยทีเดียว เป็นการบิ้วท์อารมณ์ก่อนเข้าไปเล่นได้ไม่น้อย

กฎของที่นี่ทุกคนต้องใส่ถุงเท้าเข้าไปเล่น ฉะนั้นอย่าลืมเตรียมมาจากบ้าน แต่หากใครลืมก็ไม่เป็นไร เพราะมีขายทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ กฎอีกข้อคือหากเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ต้องมีผู้ปกครองเข้าไปด้วย

สำหรับราคาค่าเข้าแบ่งตามส่วนสูงและอายุ มีทั้ง Single Pass และ Membership ดังนี้

 

Single Pass เที่ยวทั่วทั้งเมืองพร้อมเล่นได้ทุกโซน 1 ครั้ง

Mini Traveler (แรกเกิด – สูง 70 ซม.) ราคา 100 บาท

Little Traveler (สูง 71 – 100 ซม.) ราคา 250 บาท

Traveler (สูง 101 ซม. – อายุไม่เกิน 12 ปี) ราคา 480 บาท

Guardian (อายุ 13 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่) ราคา 200 บาท*

*หมายเหตุ อนุญาติเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีเด็กมาด้วยเท่านั้น

Membership สมาชิกเมืองอิเมจิเนีย

Ambassador ราคา 3,900 บาท

เป็นเจ้าของพาสปอร์ต เที่ยวเมืองอิเมจิเนีย 10 ครั้ง

Imaginian ราคา 10,500 บาท

เป็นชาวเมืองอิเมจิเนีย เข้าเมืองได้ไม่จำกัดตลอด 1 ปี

 

เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก่อนเข้าไปเล่น ทุกคนจะได้รับริสแบนด์คนละ 1 อัน สำหรับไว้ใช้สแกนประตูเข้า-ออก และต้องใส่ข้อมือไว้ตลอด เพราะเราต้องใช้เจ้าริสแบนด์นี้สแกนตามโซนต่างๆ ทุกครั้งก่อนจะเล่นได้ เหตุผลสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ริสแบนด์ติดตัวตลอดนั้น อย่างแรกคือเรื่องความปลอดภัย เพราะในริสแบนด์จะมีข้อมูลของเจ้าของ ทั้งรูปและอีเมล์ ที่ช่วยยืนยันตัวบุคคล อย่างที่สองคือตอบโจทย์ยุคโซเชียลได้อย่างดี เพราะทุกครั้งที่เราเล่นอะไรก็ตามเราสามารถส่งรูปภาพเข้าอีเมล์และแชร์ภาพกิจกรรมนั้นผ่านโซเชียลได้ทันที ล้ำสุดๆ ไปเลย

เมืองอิเมจิเนียมีกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ เล่นกันมากมายหลายโซนเลยทีเดียว แถมยังจัดว่าเป็นสวนสนุกในห้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วย นอกจากความใหญ่แล้ว ที่นี่ยังทันสมัย เพราะทุกอย่างเป็นแบบดิจิตอลอินเตอร์แอคทีฟ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ทำให้กิจกรรมทุกโซนช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และเสริมสร้างจินตนาการของเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่

สำหรับเบื้องหลัง คุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ และคุณเหมือนฝัน สิริกรณ์ คุณาวงศ์ ผู้ก่อตั้งและสร้างสรรค์เมืองอิเมจิเนียแห่งนี้ เผยว่า “การเปิดสวนสนุกอิเมจิเนียเพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรื่องการพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก โดยเชื่อว่าเด็กจะเติบโตได้ดีจากการเล่น ที่อิเมจิเนีย เด็กๆ จะได้รับรู้ถึงสุนทรียภาพด้านศิลปะ วรรณกรรม และดนตรี และยังเป็นสถานที่ที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาเรียนรู้ไปด้วยกันอีกด้วย”

ในเมืองอิเมจิเนียนั้นมีอะไรน่าเล่นบ้างนะ

โซน Gateway

จุดลงทะเบียนเป็นสมาชิกอิเมจิเนีย ทุกคนจะได้ถ่ายรูปพร้อมตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆ โดยรูปที่ถ่ายของเราจะไปปรากฏบนจอขนาดใหญ่

GateWay-02 GateWay-01

โซน Art Gallery

มุมงานศิลปะชื่อดังจากศิลปินทั่วโลกที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เด็กๆ จะได้รู้จักงานชั้นเยี่ยม แถมยังสร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซเป็นของตัวเองได้ด้วย

artgallery-01 artgallery-02 artgallery-03

โซน Wonder Car

รถและมังกรสีขาวจำลอง ที่พร้อมให้เด็กๆ มาวาดลวดลายและตกแต่งในแบบเฉพาะของตัวเอง
wndercar-01 wndercar-03 wndercar-04 wndercar-05

โซน Shadow Forest

ฝึกสมาธิและการเคลื่อนไหวร่างกายผ่านการเล่นสนุก เช่น หากเด็กๆ ยืนนิ่งพอ ก็จะมีกิ่งไม้แตกกิ่งก้านสาขากลายเป็นต้นไม้ใหญ่ได้

 

โซน Art Cabin

ทำเวิร์คช้อปงานศิลปะแบบแปลกใหม่ ให้เด็กๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานเฉพาะของตัวเอง

artcabin-02 artcabin-01

โซน Builder’s Studio

มาต่อบล็อกไม้สร้างสรรค์ตามจินตนาการกัน เด็กๆ จะได้เสริมสร้างทักษะการคิดวางแผน สายตา นิ้วมือ สมาธิไปพร้อมๆ กัน

builder Studio-03 builder Studio-02 builder Studio-01

โซน Ride To The Sky

ทดลองขี่จักรยานท่องเที่ยวผจญภัยทั่วแดนอิเมจิเนีย และได้เรียนรู้เรื่องความปลอดภัยด้วย

RidetoTheSky-03 RidetoTheSky-01 RidetoTheSky-04

โซน Imaginia Fort

อาณาจักรเครื่องเล่นไม้นำเข้าที่ออกแบบเฉพาะวัยเตาะแตะ ช่วยให้เด็กๆ ฝึกการทรงตัวและสมดุลของร่างกาย

Imaginia Fort-04 Imaginia Fort-03 Imaginia Fort-02 Imaginia Fort-01

โซน Marché

เสริมสร้างไอคิวและอีคิวด้วยการเล่นฝึกเล่นซื้อ-ขายของ

Marche-04 Marche-02 Marche-01 Marche-04

โซน Time Tube Slider

สไลเดอร์ที่จำลองเป็นอุโมงค์ทะลุเวลาแบบโปร่งใส มองเห็นแสงสีชวนตื่นตาตื่นใจ

TimeTubeSlider-07 TimeTubeSlider-06 TimeTubeSlider-05 TimeTubeSlider-04 TimeTubeSlider-03 TimeTubeSlider-02 TimeTubeSlider-01

โซน Meteori Peak

ภูเขาจำลองสูบลมขนาดใหญ่ ให้เด็กๆ ได้ปีนป่ายอย่างสนุกสนาน

MeteoriPeak-02 MeteoriPeak-01

โซน Imaginia Town Hall

ห้องเล่านิทานที่ประกอบด้วยภาพ 180 องศาแห่งแรกในกรุงเทพฯ พร้อมฟังนิทานได้ถึง 3 ภาษา

TownHall-07TownHall-06TownHall-04

 

โซน Magical Theater

Magical Theater-05 Magical Theater-03            ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในนิทานเรื่องโปรด ด้วยการใช้เทคนิค Magic Vision โดยตัวละครจะปรากฏออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว เสมือนมีตัวตนจริง

Magical Theater-01

 

โซน Book Cave

ถ้ำหนังสือที่รวบรวมนิทานและวรรณกรรมจากหลากหลายประเทศให้เด็กๆ ได้อ่าน

bookcave-02 bookcave-01

โซน DJ Canopy

สวมบทเป็นดีเจ แต่งเพลงในสไตล์ของตัวเอง

DJ canopy-03 DJ canopy-01 DJ canopy-02

โซน Knight’s Castle

เก้าอี้ดนตรีรูปแบบใหม่ เพิ่มความตื่นเต้นด้วยไฟกระพริบที่จะดับไปเรื่อยๆ แทนการลดจำนวนเก้าอี้ เกมนี้สนุกได้ทั้งครอบครัวเลย

Knight Circle-01 Knight Circle-02

โซน Sound Cloud

ก้อนเมฆสีขาวอันใหญ่ที่บรรจุเสียงดนตรีให้เด็กได้เรียนรู้จังหวะและเสียงต่างๆ มีที่จับที่ดึงได้ หากใครดึงอย่างต่อเนื่องก็จะกลายเป็นเสียงเพลงเพราะๆ

SoundCloud-01 SoundCloud-05 SoundCloud-03

โซน Shadow Birdhouse

เรียนรู้โลกของสัตว์ด้วยเงาและเสียงหลากหลาย

ShadwBirdhouse-02 ShadwBirdhouse-03 ShadwBirdhouse-01

 

โซน Dream Jungle

ปล่อยพลังปีนป่ายแทรมโปลีนที่ถักทอด้วยเชือกพิเศษกัน

dream jungle

โซน Dragon Cave

สวนลอยฟ้าที่เด็กๆ จะได้สนุกสนานกับลูกบอลยักษ์

Dragon Cave-02 Dragon Cave-01

            นอกจากนี้ยังมี Nana’s Kitchen คาเฟ่อาหารและเครื่องดื่มประจำเมืองอิเมจิเนีย ที่เด็กๆ สามารถออกแบบเมนูของตัวเองได้ และ First Aid Room ที่เด็กๆ เล่นได้เต็มที่ เพราะมีพยาบาลของอีเมจิเนียพร้อมดูแลทุกย่างก้าว

 

                สุดสัปดาห์หากยังไม่มีแผนไปไหน ลองพาเด็กๆ มาปลดปล่อยพลังงานและความสร้างสรรค์ที่สวนสนุกแห่งนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

 

More Information:

Imaginia Playland ตั้งอยู่ที่โซนเอ็ม เพลย์กราวด์ ชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น.

โทรศัพท์ 0-2664-8338

www.imaginiaplayland.com

Facebook: imaginiaplayland

 

 

บทความโดย กองบรรณาธิการ

ขอขอบคุณภาพจาก Imaginia Playland

Tags

11 อันดับ ลูกดารา หล่อ น่ารัก มีแววเกิด!

พ่อ แม่ หน้าตาดี ลูกออกมาหน้าตาดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดูอย่างคุณพ่อคุณแม่ดารา ที่มีโซ่ทองคล้องใจออกมา ก็ต้องหน้าตาดีทวีคูณยิ่งขึ้น 

ซึ่งเด็กสมัยนี้เกิดมาหน้าตาดีกันแทบทุกคน ขนาดตอนยังละอ่อน ยังหน้าตา หล่อ ฉายแววพระเอกขนาดนี้ โตขึ้นมาหนูน้อยเหล่านี้จะหล่อขั้นเทพ ทำให้สาวๆ ฟินขนาดไหน . . . ว่าแล้วก็ตามไปดู 11 อันดับ “ลูกชายดารา” สุดฮอตกันดีกว่าค่ะ

อันดับที่ 1 “บรู๊คลิน” ลูกชายฝาแฝดของคุณแม่ “นานา ไรบีนา” และคุณพ่อ “เวย์ ไทเทเนี่ยม”
@nanarybena ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 683,118

อันดับที่ 2 “น้องโปรด อัษศดิณย์” ลูกชาย คุณแม่ “เป้ย ปานวาด” และคุณพ่อ “ป๊อบ นิธิ”
@ppanward ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 630,235

อันดับที่ 3 “น้องภู ภูดิศ” ลูกชาย คุณแม่ “เอ๋ พรทิพย์” และคุณพ่อ “ป๋อ ณัฐวุฒิ”
@aey_pornthip ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 604,688

sarah-8-480x739

อันดับที่ 3 “น้องแม็กซ์เวลล์” ลูกชาย คุณแม่ “ซาร่า คาซิงกีนี” และคุณพ่อ “ไมค์ พิรัชต์”
@sarahcasinghini ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 469,383

อันดับที่ 5 “น้องคุน น้องจุน” ลูกชาย คุณแม่ “หน่อย บุษกร” และคุณพ่อ “เคน ธีรเดช”
@kun_jun ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 339,297

อันดับที่ 6 “เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร” ลูกชาย คุณแม่ “ปิ่น เก็จมณี” และคุณพ่อ “เจ เจตริน”
@jjetrin ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 330,884

อันดับที่ 7 “น้องข้าวหอม” ลูกชาย คุณแม่ “ตั๊ก บงกช” และคุณพ่อ “เจ้าสัวบุญชัย”
@takbongkod ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 180,548

อันดับที่ 8 “น้องทิคเกอร์” ลูกชาย คุณแม่ “นิโคล เทริโอ” และคุณพ่อ “แมว จีระศักดิ์”
@nicolenicole23 ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 104,132

อันดับที่ 9 “น้องวิน” ลูกชาย คุณแม่ “เยลหลี” และคุณพ่อ “วิลลี่ แมคอินทอช”
@williemc666 ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 100,525

อันดับที่ 10 “น้องไตตั้น” ลูกชาย คุณแม่ “นาตาชา เปลี่ยนวิถี” และคุณพ่อ “ตุ้ย ธีรภัทร์”
@tuipptitan ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 21,070

อันดับที่ 11 “น้องฑีฆายุ” ลูกชาย คุณแม่ “แอนนี่ บรู๊ค”
@annie_tkayu ยอดฟอลโล่ อินสตาแกรม 13,758

การจัดอันดับในครั้งนี้วัดจากความน่ารัก บวกกับความฮอตที่มียอดฟอลโล่ในอินสตาแกรมมากที่สุดตามลำดับนะคะ ^_^


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://women.sanook.com/20032/

 

คลอดก่อนกำหนด

สุดซึ้ง 1 ปีแห่งปาฏิหาริย์ของ “ทารกคลอดก่อนกำหนด”กับความรักที่แม่มอบให้! (มีคลิป)

“ทารก คลอดก่อนกำหนด ” …เมื่อเด็กทารกเกิดมาครบ 1 ปี แน่นอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่คงอยากที่จะทำวิดีโอขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลอง และนี่คือหนึ่งในเคสที่น่าเฉลิมฉลองและยินดีเป็นที่สุด เพราะเด็กคนนี้อยู่รอดมาครบหนึ่งปีนี้ได้ถือเป็นเรื่องที่ใครหลายคนมองว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” เลยด้วยซ้ำ…

เด็กที่คลอดครบกำหนดคือคลอดหลัง 37 สัปดาห์ขึ้นไป โดยการคลอดก่อนกำหนดที่จะปลอดภัย คือ การคลอดที่เกิดขึ้นให้ใกล้ 37 สัปดาห์มากที่สุด เช่น หากคุณแม่คลอดลูกน้อยเมื่ออายุครรภ์ 36 สัปดาห์ก็จะปลอดภัยกว่าการคลอดที่อายุครรภ์ 35 สัปดาห์ แต่ถ้าคลอดที่อายุครรภ์น้อยกว่า 34 สัปดาห์ ลูกน้อยก็จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย เพราะระบบหายใจและระบบอื่นๆ ยังทำงานไม่ได้เต็มที่

เช่นเดียวกับ เด็กคนนี้ชื่อ Ward เกิดมาด้วยการเป็น “เด็กคลอดก่อนกำหนด” ถึง 15 สัปดาห์ มีน้ำหนักตัว 726 กรัม ซึ่งน้อยมากๆ อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน และมีเลือดออกในสมองตอนคลอด ต้องใช้เวลาที่โรงพยาบาลหลังคลอดอีกกว่า 107 วันเพื่อดูอาการว่าจะปลอดภัยหรือไม่ แต่สิ่งเหล่านั้นครอบครัวนี้ก็ผ่านมันมาได้ และนั่นคือเรื่องที่พวกเขารู้สึกว่ามันมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

ปาฏิหาริย์ชีวิตของทารกที่ คลอดก่อนกำหนด

Lyndsey Miller คุณแม่ของเด็กชาย Ward เล่าว่า
วันนั้นเธอรู้สึกปวดท้อง แต่คิดว่าน่าจะมาจากการออกกำลังกายในตอนเช้าของเธอ น่าจะไม่มีอะไร เพราะอายุครรภ์ตอนนี้ อายุเพียง 25 สัปดาห์เท่านั้น แต่ไปๆ มาๆ อาการปวดในวันนั้นคือการที่เธอกำลังจะคลอดลูก และลูกของเธอก็คลอดออกมาเพียง 4 ชั่วโมงหลังจากที่เธอถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล เธอบอกว่าเธอจำทุกบรรยากาศ ทุกรายละเอียด ทุกความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี
คลอดก่อนกำหนด

เป็นเวลา 10 วันหลังจาก Ward ลูกชายของเธอคลอด คุณหมอสแกนเพื่อดูอาการเลือดออกที่สมอง ปรากฏว่าอาการยังคงแย่มาก ซึ่งแบบนี้อาจส่งผลเสียต่อไปในระยะยาวได้ และคุณหมอบอกว่า มันแทบจะไม่มีวิธีแก้ไขเลย ซึ่งเมื่อทั้งพ่อทั้งแม่ได้ยินแบบนั้น หัวใจของทั้งคู่แทบจะสลายเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะย่ำแย่แค่ไหน มีวันหนึ่งที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม ซึ่ง Ben ผู้เป็นคุณพ่อเล่าให้ฟังว่า:

“ในวันนั้น เราจับมือเขา มองเขา พยายามคุยกับเขา เราเอาหน้ากากช่วยหายใจออก เอาท่ออาหารออก เพราะอยากให้เขาผ่อนคลายบ้าง ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย และอยู่ดีๆ เขาก็หันมาหาเรา และลืมตามองเรา เรารู้ว่าเขามองอะไรไม่เห็นในตอนนั้นหรอก แต่มันก็เป็นภาพที่เราสองคนจะไม่มีวันลืมเลย”

คลอดก่อนกำหนด

>> ชมคลิป 1 ปีแห่งปฏิหาริย์ของ “ทารกคลอดก่อนกำหนด” กับความรักที่พ่อแม่มอบให้ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เด็กวัย 13 ทำเก่งบอกแม่อย่ายุ่งกับชีวิตผม เจอแม่ทวงค่าเช่าบ้าน-อาหาร สิ้นลายเลย

เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ เปิดเผยเรื่องราวไม้เด็ดของคุณแม่ ที่งัดออกมาจัดการกับลูกชายตัวแสบ หลังจากเขาทำเก่งประกาศตัวเป็นอิสระ แม่อย่ามายุ่งกับชีวิตผม!

12_1

. . .เรื่องนี้เกิดจาก 2 แม่ลูกได้มีปากเสียงกันในวันหนึ่ง และลูกชายตัวแสบก็ได้ลั่นวาจาว่าเขาเป็นอิสระแล้ว ขอให้แม่อย่ามายุ่งกับชีวิตผมอีก >> แต่ใครเลยจะไปคาดคิดว่าเด็กชายตัวแสบจะสิ้นลายเมื่อเจอไม้เด็ดของแม่ ที่ส่งจดหมายระบุเงื่อนไขในการอยู่ในบ้าน หากเขาคิดว่าตัวเองเป็นอิสระแล้ว

โดยเธอเขียนจดหมายทวงค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต แถมยังยึดเสื้อผ้าอีก 

11_8
“ถึง.. อารอน จากการที่ลูกลืมไปแล้วว่าตัวเองอายุ 13 และแม่ก็คือผู้ปกครองของลูก และลูกก็ไม่อยากจะถูกควบคุมใด ๆ แล้ว แม่คิดว่าลูกจะต้องได้รับบทเรียนของการเป็นอิสระ สำหรับเรื่องที่ลูกบอกแม่ว่าตอนนี้ลูกหาเงินเองได้แล้ว ดังนั้นมันก็คงง่ายเลยที่จะซื้อของที่แม่เคยซื้อให้ลูกกลับคืนไป ต่อไปนี้ถ้าลูกอยากจะใช้ไฟหรือเข้าอินเทอร์เน็ต ลูกจะต้องแชร์ค่าใช้จ่ายกับแม่ดังนี้

                – ค่าเช่าบ้าน 430 ดอลลาร์
                – ค่าไฟ  116 ดอลลาร์
                – ค่าอินเทอร์เน็ต  21 ดอลลาร์
                – ค่าอาหาร  150 ดอลลาร์

และก็เช่นกันลูกจะต้องเคลียร์ขยะในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และกวาดห้อง ดูดฝุ่นในวันเหล่านี้ และต้องล้างห้องน้ำเองทุกสัปดาห์ เตรียมอาหารเอง และจัดการทำความสะอาดมันเอง ถ้าลูกไม่ทำแม่จะขอคิดเงินลูก 30 ดอลลาร์ เป็นค่าทำความสะอาดที่แม่ต้องมาทำให้ เอาล่ะถ้าลูกอยากจะเป็นลูกของแม่อีกครั้ง แทนที่จะเป็นรูมเมท เราก็มาต่อรองกันใหม่แล้วกัน รักจ้ะ แม่”

นอกจากจะเขียนจดหมายนี้ให้ลูกชายตัวแสบอ่านแล้ว คุณแม่ยังยึดเสื้อผ้าและของเล่นทุกอย่างของเขา แล้วให้เงื่อนไขไว้ 3 อย่าง คือ ให้ซื้อเสื้อผ้าที่ถูกยึดกลับคืนไป, เช่าวันละ 3 ดอลลาร์ หรือมาเจรจากันใหม่

คุณแม่เล่าว่า หลังจากที่เจ้าลูกชายกลับมาบ้านแล้วได้อ่านจดหมายนี้ เขาก็ขยำมันทิ้งลงพื้นแล้วก็กระฟัดกระเฟียดอย่างหนัก ก่อนที่จะกลับเข้าห้องไป และหลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง เขาก็ออกมาขอโทษแม่และถามว่าผมควรทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น และจากนั้นก็กลับมาเป็นลูกที่ดีเหมือนเดิม


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://hilight.kapook.com/view/126735

ภาพจาก Heidi Johnson

ที่มาจาก http://goo.gl/yNO4lF

สุดทึ่ง! หนูน้อยวัย 2 ขวบ ปีนหน้าผาจำลอง (มีคลิป)

คลิปนี้ถูกโพสต์ผ่านโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แสดงให้เห็นภาพหนูน้อย เอลลี อายุ 2 ขวบ วัยหัดเดิน ซึ่งกำลังปีนบนหน้าผาจำลอง โดยมีคุณพ่อและคุณแม่คอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด

เอลลี สามารถใช้แขนและขาน้อยๆ ของตนเองป่ายปีนหน้าผาจำลองได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังส่งเสียงร้องออกมาเหมือนกับจะบอกพ่อแม่ว่า ‘ดูนะ! หนูทำได้’

ทางด้านผู้เป็นพ่อและแม่ของหนูน้อยเอลลี ซึ่งเคยเข้าแข่งขันการปีนหน้าผากันมาทั้งคู่ เล่าว่า เอลลีสามารถปีนหน้าผาจำลองก่อนจะเดินได้เสียอีก ตั้งแต่อายุแค่เพียง 8 เดือนเท่านั้น โดยพ่อของเด็กหญิงได้สร้างหน้าผาจำลอง สูง 8 ฟุต ไว้ในห้องนอน เพื่อให้เอลลีหัดปีน หวังสร้างกล้ามเนื้อของลูกให้แข็งแรง

…ทุกวันนี้ เอลลี กลายเป็นเด็กหญิงที่รักในการออกกำลังกายแม้จะมีอายุไม่ถึง 2 ขวบ โดยจะติดตามพ่อกับแม่ไปโรงยิม ถึงสัปดาห์ละ 5 วันและบางครั้ง ยังเรียกความสนใจให้แก่ผู้มาออกกำลังกาย ด้วยการเล่นห่วงยิมนาสติกโชว์อีกด้วย

ว่าแล้วก็ตามไปดูความแข่งแกร่งน้องแม่หนูน้อยเอลลีกันดีกว่าค่ะ


 

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : thairath

 

“เด็กเห็น เด็กทำตาม” แคมเปญให้ผู้ใหญ่ระมัดระวังพฤติกรรมก้าวร้าวต่อหน้าเด็ก

มูลนิธิ Child Friendly ประเทศออสเตรเลียได้ปล่อยแคมเปญรณรงค์ภายใต้ชื่อ “Children see Children do” หรือแปลเป็นไทยว่า “เด็กเห็น เด็กทำตาม” โดยมีเนื้อหาจะกล่าวถึงพฤติกรรมแย่ๆ ของผู้ใหญ่ที่แสดงออกมาในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ระดับเบาๆ อย่างการตะโกนใส่กัน ไปจนระดับรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ซึ่งขณะที่ผู้ใหญ่แสดงกิริยาเหล่านี้ เด็กที่เดินตามก็จะเลียนแบบสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำด้วย

การที่เด็กเรียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่ หรือ เลียนแบบพฤติกรรมจากพ่อแม่และคนรอบข้าง ก็เปรียบเสมือนเด็กคือกระจกของผู้ใหญ่ พฤติกรรม  การพูด อารมณ์ หลายสิ่งอย่าง เด็กจะซึมซับจากคนรอบข้างและแสดงออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ผู้ใหญ่เองควรรู้จักเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นลูกหลานของคุณอาจเป็นแบบนี้!


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : NAPCAN

 

ชาวเน็ตยกนิ้วให้! คลิปหนูน้อย 6 ขวบพูดเตือนสติแม่ ขอให้เป็นเพื่อนกับพ่อแม้เลิกกัน

  คำขอร้องใส ๆ ที่จริงจังและจริงใจจากสาวน้อยวัย 6 ขวบ เมื่อได้เห็นพ่อกับแม่ที่แยกทางกันแล้วทะเลาะกันอีก “หนูอยากให้แม่กับพ่อเป็นเพื่อนกันนะ..อยากให้ทุก ๆ คนเป็นเพื่อนกันค่ะ”

          ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดที่ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ตัดสินใจแยกทางกัน โปรดจงจำไว้เถิดว่าเด็กน้อยของคุณก็ยังหวังจะได้เห็นคุณและอดีตคนรัก กลับมาพูดจากันดี ๆ มีน้ำใจไมตรีแก่กันบ้าง ลองมาฟังคำพูดง่าย ๆ ใส ๆ และกินใจอย่างที่สุดของ สาวน้อยทิอาน่า วัย 6 ขวบคนนี้ ที่ร่ายยาวออกมาเกือบ 3 นาที หลังได้เห็นพ่อและแม่ที่แยกทางกันไปแล้วมีปากเสียงใส่กัน

          คลิปวิดีโอนี้มาจาก Facebook Cherish Sherry  คุณแม่จากเซอร์เรย์ประเทศแคนาดา เธอบอกว่า ก่อนจะมานั่งคุยกับลูกสาวในคลิปนี้ ทิอาน่าดันเห็นเธอและอดีตสามีทะเลาะหัวเสียใส่กัน แล้วลูกสาวก็พูดออกมาตอนนั้นว่า “ทำไมพ่อกับแม่ไม่ลองทำดี ๆ ใส่กันบ้างล่ะคะ เหมือนที่เพื่อนเขาช่วยเหลือกัน ไม่หัวเสียใส่กัน แล้วก็มีความสุขกัน…” หลังจากเคลียร์กันเสร็จแล้ว เชอรี่ก็เลยจูงมือลูกสาวเข้าบ้านไปนั่งตรงบันได ก่อนที่หนูน้อยจะเริ่มร่ายคำขอร้องแกมสอนคุณแม่นิด ๆ ฟังแล้วทั้งเอ็นดูในท่าทางจริงจัง แต่ก็อดน้ำตาคลอไปเบา ๆ กับสิ่งที่อยู่ในใจเธอด้วยไม่ได้

2109m28

“แม่พร้อมจะเป็นเพื่อนของพ่อรึยังคะ งั้นแม่อย่าตั้งกำแพงสูง ๆ อย่างนั้น หนูอยากให้ทุกอย่างมันอยู่ต่ำ ๆ อยากให้แม่ลองพยายามดู หนูไม่อยากเห็นแม่กับพ่อทำตัวเหินห่างแล้วก็ใจดำใส่กันอีกแล้ว อยากให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทาง แล้วก็มาเป็นเพื่อนกันนะ…หนูว่าถ้าหนูทำตัวดี ๆ ได้ คนอื่น ๆ ก็จะทำได้เหมือนกันค่ะ”

“หนูเปล่าใจร้ายจริง ๆ นะ หนูแค่พยายามทำให้ดีที่สุดในหัวใจของหนูเนี่ย ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยจริง ๆ หนูแค่อยากให้แม่กับพ่อ แล้วก็ทุก ๆ คนมาเป็นเพื่อนกัน อยากให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม”

สาวน้อยทิอาน่า ยังบอกว่า “หนูรู้ว่าแม่ทำได้นะคะ หนูรู้ว่าแม่จะดึงเอากำแพงสูง ๆ นั่นลงมาได้ หนูแค่อยากให้อะไร ๆ มันเข้าที่เข้าทาง ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยจริง ๆ แค่อยากให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เท่านี้แหละค่ะแม่”

หลังจากพูดจบคุณแม่ก็ดึงสาวน้อยเข้ามากอดและบอกรักกัน เชอรี่บอกว่า พอฟังจบแล้วเธอถึงกับนิ่งอึ้งไปทีเดียว ไม่คิดว่าลูกสาววัย 6 ขวบจะคิดอะไรได้เยอะแยะถึงขนาดนี้ มันช่วยถึงสติเธอกลับมาและทำให้เธอรู้สึกผิดไปเลยที่เคยทำตัวแย่ ๆ ออกไป…จากนี้แม่จะพยายามใหม่เพื่อหนูนะลูกรัก


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://baby.kapook.com/view129757.html

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Angel OnEarth
ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Cherish Sherry

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

bee-05 bee-06 bee-07

 

 

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งเต็มไปด้วยหุ่นจำลองคนสำคัญในประวัติศาสตร์มากมาย และยังมีหุ่นที่จัดแสดงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวในอดีตและวรรณคดีเอกของไทย คุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำให้ลูกน้อยรู้จักบุคคลสำคัญเหล่านั้นได้ด้วยป้ายประวัติความเป็นมาของบุคคลสำคัญ เจ้าหน้าที่ผู้รู้ และเสียงบรรยายที่มีเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อยู่เป็นระยะ แถมด้วยกิจกรรมน่าสนใจอย่างการจำลองตลาดน้ำสี่ภาคริมบึงขนาดย่อม ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ค่ะ
  • ชวนลูกเล่น : ลองชวนลูกน้อยสังเกตสีหน้าของบุคคลในอดีตที่ศิลปินแสดงผ่านฝีมือการปั้นหุ่นขี้ผึ้งดูสิคะ ทายว่าพวกเขากำลังเเสดงสีหน้าแบบไหนและสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกใด แล้วลองชวนกันเลียนแบบสีหน้าพวกเขาเหล่านั้นดู เพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนรู้จักอารมณ์ต่างๆ และการแสดงออกผ่านทางสีหน้า อันเป็นกระบวนการหนึ่งในการพัฒนาทักษะทางอารมณ์ได้ด้วยนะคะ
  • คำเตือน / สิ่งที่ควรรู้หรือควรเตรียมก่อนไปเที่ยว : เด็กบางคนเมื่อเจอหุ่นขี้ผึ้งหน้าตาดุๆ ในห้องมืดๆ อาจรู้สึกกลัวได้ คุณพ่อคุณแม่ลองอธิบายและบอกลูกน้อยล่วงหน้าด้วยนะคะว่าในห้องต่อไปอาจมืด และเราจะเจอหุ่นของใครบ้าง บุคคลเหล่านั้นใจดีอย่างไร หรือมีความสำคัญอย่างไร (แอบถามจากเจ้าหน้าที่ก่อนได้เลยค่ะ) นอกจากลูกน้อยจะได้ความรู้แล้วยังช่วยคลายความกังวลของลูกได้ด้วยค่ะ
  • Tip : เมื่อลูกน้อยอยากพิสูจน์และสัมผัสหุ่นขี้ผึ้งด้วยตัวเอง จะห้ามลูกน้อยอย่างไรเพื่อไม่เป็นการขัดขวางกระบวนการเรียนรู้ของลูกน้อยดีนะ
  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 70 บาท
    เด็กนักเรียนในเครื่องแบบและเด็กสูงไม่เกิน 130 ซม. 30 บาท
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ 9.00 – 17.30 น.
    วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 8.30 – 18.00 น.
  • ที่ตั้ง : ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ 31 ตำบลขุนแก้ว จังหวัดนครปฐม
  • ละติจูด : 13.772493 100.20809100000001
  • การเดินทาง : เหมาะกับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น
  • เบอร์โทรศัพท์ : 034 332 607, 034 332 109, 090 404 0304
  • Web site : thaiwaxmuseum.com

Tags

ชื่นชมหมอหนุ่มใจดี กอดปลอบหนูน้อยวัย 2 ขวบ ร้องไห้ไม่ยอมเข้าห้องผ่าตัด

ชาวเน็ตจีนแห่ชื่นชมคุณหมอหนุ่มปลอบขวัญคนไข้เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ที่กำลังร้องไห้ก่อนพาเข้าห้องผ่าตัด

ซึ่งหนูน้อยวัย 2 ขวบ ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ร้องไห้จ้าเพราะไม่กล้าเข้าไปในห้อง โดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย ทำให้คุณหมอต้องพยายามกอดปลอบหนูน้อยด้วยการให้เด็กดูคลิปวิดีโอตลกในสมาร์ตโฟนของคุณหมอ จนสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

ซึ่งเหมือนว่าวิธีการของคุณหมอจะได้ผล ทั้งนี้คุณหมอฉีโจวก็มีลูกสาวเช่นกัน อายุ 6 ขวบ ทำให้คุณหมอรู้จักวิธีการรับมือกับเด็กๆเป็นอย่างดี คุณหมอกล่าวว่า “ปกติแล้วหมอต้องคอยปลอบคนไข้อยู่เสมอ ด้วยการกอดหรือคำพูดดีๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมาก”


ที่มา Shanghaiist

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.khaosodonline.com

สามพรานริเวอร์ไซด์

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : สามพรานริเวอร์ไซด์มีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้สวยงามมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทยและการเกษตรแบบออร์แกนิคไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่จะเลือกพาลูกน้อยไปชมสวนออร์แกนิค หรือชมสวนลุงเขียด (เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากแพ็คเกจคนละ 500 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบฟรี) เพื่อชมสวน เก็บผัก และทำอาหารรับประทานร่วมกันในครอบครัวก็ได้ค่ะ หรืออยากให้ลูกน้อยเรียนรู้วิถีไทย ทางสามพรานริเวอร์ไซด์ก็มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ การแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย วาดร่ม จักสาน ปั้นเครื่องปั้นดินเผา ร้อยมาลัย แกะสลัก ทำขนมไทย ฯลฯ ซึ่งทั้งครอบครัวจะได้ชื่นชมวัฒนธรรมและวิถีอย่างไทย รวมทั้งสามารถลงมือปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง แล้วตบท้ายกิจกรรมด้วยการเที่ยวชมตลาดสุขใจ เพื่อซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและสินค้าออร์แกนิคก็เพลิดเพลินไม่น้อยเลยนะคะ
  • ชวนลูกเล่น : ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายอยู่แล้ว เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยกล้าลงมือปฏิบัติหรือแสดงออก ด้วยการร่วมกิจกรรมไปด้วยกัน ไม่ปล่อยให้ลูกน้อยเล่นแบบเหงาๆ อยู่คนเดียว เท่านี้ก็สนุกได้ทั้งครอบครัว ลูกน้อยได้เรียนรู้ แถมยังได้สานสัมพันธ์และเสริมสร้างความสามมัคคีในครอบครัวด้วยค่ะ
  • คำเตือน / สิ่งที่ควรรู้หรือควรเตรียมก่อนไปเที่ยว (ล้อมกรอบ) : ในวันที่อากาศร้อนมาก ลูกน้อยอาจไม่สบายได้ เตรียมร่ม พัด หรืออุปกรณ์คลายร้อนต่างๆ ไปให้พร้อมได้เลยค่ะ
  • Tip : เมื่อลูกน้อยขี้อาย ไม่กล้าร่วมกิจกรรมสักอย่าง
  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 250 บาทต่อ 1 กิจกรรม
    เด็กอายุ 4-11 ปี 150 บาทต่อ 1 กิจกรรม
    เด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบฟรีทุกกิจกรรม

กิจกรรมมีให้เลือกทุกวัน :    – กิจกรรมวิถีไทย 10.00 – 12.00 น.
– กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมไทยและช้างไทย 14.45 น.

เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ :          – กิจกรรมล่องน้ำ…ลุยสวนออร์แกนิค 10.00 น.
(วันเสาร์เพิ่มรอบ 16.00 น.)sampran-01 sampran-02 sampran-03 sampran-04 sampran-06 sampran-07

  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : 30 – 17.00 น.
  • ที่ตั้ง : ถนนเพชรเกษม กม. 32 สามพราน นครปฐม
  • ละติจูด : 13°44’0″N   100°14’35″E
  • การเดินทาง : เหมาะสำหรับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น
  • เบอร์โทรศัพท์ : 034 322 544
  • Web site : www.sampranriverside.com

Tags

ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพรานมีการจัดแสดงสัตว์ต่างๆ ให้ชมอย่างใกล้ชิด แต่ที่เป็นทีเด็ดของที่นี่คงหนีไม่พ้นช้างและจระเข้ค่ะ ซึ่งมีทั้งแบบเดินชมและให้อาหาร รวมถึงการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงช้างประกอบเสียงและการแสดงจับจระเข้ด้วยมือเปล่า หรือหากอยากขี่ช้างลอดถ้ำน้ำตกใหญ่ก็มีบรรยากาศจำลองให้ได้ลองขี่ช้างชมธรรมชาติกัน ถึงแม้จะไม่มีให้ลองขี่จระเข้ เพราะจะดูน่าหวาดเสียวเกินไปหน่อย แต่น้องๆ สามารถสัมผัสบรรยากาศลำธารและป่าครึ้มซึ่งจำลองที่อยู่อาศัยของจระเข้ได้ ด้วยการนั่งเรือถีบชมธรรมชาติจำลองกับคุณพ่อคุณแม่ หรือถ้าอยากดูอะไรแปลกใหม่กว่านั้นที่นี่ก็มีการแสดงมายากลให้ได้เลือกชมด้วยค่ะ เรียกว่าไปที่เดียวแต่เที่ยวได้หลากหลายมากเลย
  • ชวนลูกเล่น : ระหว่างล่องเรือหรือขี่ช้างชมบรรยากาศป่าไม้จำลอง ลองชวนกันจินตนาการดูว่าสัตว์ที่เด็กๆ ได้เจอในวันนั้นจะอาศัยอยู่ตรงส่วนใดของป่าได้บ้าง ในน้ำ บนบก บนต้นไม้ หรือได้ทั้งบนบกและบนน้ำ การพูดคุยจะช่วยให้ลูกน้อยได้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ และยังเป็นการเสริมสร้างจินตนาการด้วยค่ะ
  • คำเตือน / สิ่งที่ควรรู้หรือควรเตรียมก่อนไปเที่ยว : การแสดงช้างมีการใช้พลุหรือระเบิดขนาดเล็กเพื่อสร้างสถานการณ์จำลอง จึงมีเสียงดังอาจทำให้ลูกน้อยตกใจได้ และบ่อจระเข้มีรั้วกั้นซึ่งเด็กมีโอกาสปีนหรือพลัดตกได้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด

Tip : เมื่อลูกน้อยอยากเลียนแบบเจ้าหน้าที่ซึ่งจับและเล่นกับสัตว์อันตรายอย่างใกล้ชิด

_MG_2222

 

_MG_2205 _MG_2200 _MG_1887 _MG_1889 _MG_1900 _MG_1925 _MG_1999 _MG_1839

  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 120 บาท
    เด็กสูงไม่เกิน 130 ซม. 70 บาท
    เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. ฟรี
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 17.00 น.
  • ที่ตั้ง : ถนนเพชรเกษม กม. 30 อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
  • ละติจูด : 13.720667 100.254756
  • การเดินทาง : – รถประจำทาง สาย 123 และ 84
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0 242 90361-2, 034 321 471, 034 311 971
  • Web site : www.elephantshow.com

_MG_2106 _MG_2095 _MG_2064 _MG_1768 _MG_1746 _MG_1728

Tags

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] ตำหนินิสัยไม่น่ารักของลูก..ไม่ช่วยอะไร ‘คำชม’ ต่างหาก เปลี่ยนลูกอยู่หมัด!

หลายๆครั้งที่หมอพูดคุยกับคุณผู้ปกครอง หมอจะพบว่าหลายท่านมีความเข้าใจผิดว่า.. การแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็ก คือการคิดหาวิธีลงโทษเพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พอเวลาเด็กเกิดปัญหาพฤติกรรมขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการจับจุดที่เด็กทำผิดเพื่อคอยตักเตือนและลงโทษ

แต่ความจริงแล้วการปรับพฤติกรรมเด็กประกอบด้วย 2 องค์ประกอบใหญ่ๆค่ะ นอกจาก การปรับลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญพอๆกัน ก็คือ การส่งเสริมเพื่อเพิ่มพฤติกรรมดีๆของเด็ก เช่นการให้คำชม และให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ดีของเด็กค่ะ

หมอพูดแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะงงนะคะ ว่าการชมจะช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กได้อย่างไร.. แต่หมอยืนยันค่ะว่าทำได้จริงๆ เพราะหลายๆครั้ง การให้คำชมเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสุขกับการทำดี จะไปป้องกันการเกิดพฤติกรรมแย่ๆที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกันได้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลารบกับเด็กให้มากความค่ะ

เช่น เวลาที่เด็กทำท่าหวงของอยู่นานแต่สุดท้ายก็ยอมแบ่งของบางอย่างให้น้อง แทนที่เราจะตำหนิเด็กที่อิดออด แต่เปลี่ยนเป็นให้คำชมความมีน้ำใจของเขาแทน เมื่อเด็กรู้สึกดีที่ได้เป็นคนมีน้ำใจและแบ่งปัน ก็จะลดพฤติกรรมหวงของ (ซึ่งเป็นพฤติกรรมตรงข้ามกับการแบ่งปัน) ไปได้เองค่ะ

เพราะข้อสำคัญที่หมออยากฝากก็คือ เด็กทุกคนมีพฤติกรรมดีและไม่ดีปะปนสลับกันไป ฉะนั้นแล้วจากเดิมที่เราอาจจะเผลอมองแต่ส่วนที่เขายังทำไม่ดีเพื่อคอยตักเตือน จากนี้ไป เราอย่าลืมจับจุดพฤติกรรมดีๆของเด็กเพื่อคอยบอกให้เขารู้ว่าเรามองเห็นและอยากส่งเสริมให้เขาทำต่อไปด้วยนะคะ เพราะการปรับพฤติกรรมที่ได้ผลจะต้องอาศัยองค์ประกอบทั้งสองส่วนให้มีความสมดุลกันค่ะ

 

 

เรื่องโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.พหลพลพยุหเสนา
ภาพ : ShutterStock

 

 

Tags

Kidchen ครัวตัวจิ๋ว โดย คุณแม่อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส (สูตรที่ 3) Oishii Kare Raisu ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแสนอร่อย

ลองถามเด็กญี่ปุ่นว่าชอบอาหารจานไหนมากที่สุด รับรองว่าต้องได้ยินชื่อ “คาเหระ ไรสึ!” มากเป็นอันดับต้นๆ เป็นแน่ค่ะ คงเพราะความเข้มข้นนุ่มนวลของน้ำซอส และรสชาติกลมกล่อมหวานอร่อย ที่ทำให้ข้าวหน้าแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น (Japanese Curry Rice) ถูกใจเด็กๆ นัก และไม่ใช่แต่เฉพาะเด็กญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ เด็กไทยหรือเด็กชาติไหนๆ พอได้ ลองชิมก็เป็นอันต้องติดใจขอหม่ำจนเกลี้ยงจาน ยิ่งถ้าเสิร์ฟกับหมูทอดหรือปลาชุบขนมปังทอด ยิ่งเพิ่มคุณค่าและความ อร่อยให้เจ้าตัวน้อยต้องร้อง “โออิชิ… อร่อยจังเล้ย!” ให้คุณพ่อคุณแม่ได้อมยิ้มกันเป็นแถวเลยล่ะค่ะ

IMG_4754 IMG_4770

ส่วนผสม
หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัว
มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆ* 2-3 หัว
แครอทปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆ 2-3 หัว
เนื้อหมูหรือไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ½-1 กก.
น้ำเปล่า 4 ถ้วย
แอ๊ปเปิ้ลปอกเปลือก 1 ลูก
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
ซุปแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบก้อน 1-2 ก้อน (200 กรัม)
ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ผัดหอมใหญ่กับน้ำมันในหม้อซุปจนสุกใส
2. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก (ถ้าเป็นมังสวิรัติไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ก็ได้ หรืออาจจะใช้เห็ดแทน )
3. ใส่แครอทตามลงไปผัดประมาณ 5 นาที
4. เติมน้ำ ตั้งไฟให้เดือด คอยช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาออกไปทิ้ง
5. ขูดแอ๊ปเปิ้ลใส่ลงไปในน้ำซุป ใส่มันฝรั่ง เติมน้ำผึ้งและเกลือ ลดไฟลงแล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 20 นาที ไม่ต้องปิดฝา คอยคนเป็นระยะ
6. พอมันฝรั่งสุกดีแล้ว ก็ใส่ซุปแกงกะหรี่ก้อน ค่อยๆ คนให้ละลาย เคี่ยวไฟอ่อนไปจนกระทั่งน้ำซุปข้น เสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่นอุ่นๆ และเครื่องเคียง ถ้ายังไม่ทานทันที นำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วเอามาอุ่นใหม่ก็จะยิ่งอร่อยกว่าเดิม

 
*มันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีเพื่อลดความเป็นแป้ง น้ำซุปจะได้ไม่ข้นจนเกินไป

 

 

Tags