How to เลือกใช้สินค้า Eco-friendly แบบไหน? ดีต่อสุขภาพลูก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเลือกซื้อของใช้ให้ลูกน้อย โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ ซึ่งสิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึง คือเรื่องความปลอดภัยต่อลูกน้อย รวมถึงเพื่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายและความเหมาะสมต่อการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้ลูกน้อยของเราเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างของใช้สิ้นเปลืองที่ต้องใช้บ่อยๆ เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ทิชชู่เปียก น้ำซักผ้า หรือรวมไปถึงเสื้อผ้า ก็เป็นสิ่งที่ใช้บ่อย เปลี่ยนบ่อย ทิ้งบ่อย ก็เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรตระหนัก เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษทวีความรุนแรงมากขึ้น

โดยมีงานวิจัยพบว่าสารสังเคราะห์ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิดเป็นอันตรายกับสุขภาพ ยิ่งเป็นเด็กเล็กก็ยิ่งมีผลกระทบรุนแรง จึงมีหลายครอบครัวในยุคนี้ที่มีแนวความคิดในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ ที่เรียกว่า Eco-friendly products

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่า อะไรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มักจับต้องได้ยาก มีราคาแพง และมีประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ไม่หลากหลาย แต่ความจริงแล้วในปัจจุบัน สินค้า Eco-friendly แบบนี้ มีให้เลือกซื้อมากมายหลายแบบ หลายยี่ห้อ และราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด พูดง่ายๆ ว่า มีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เพราะได้ทั้งสุขภาพที่ดีของลูกและได้รักษ์โลกอีกด้วย

หลักการเลือกใช้สินค้า Eco-friendly
แล้วคุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่า สินค้าไหน แบบใด คือ Eco-friendly ที่แท้จริง ตามมาดูหลักการง่ายๆ ในการพิจารณากันค่ะ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับเด็ก ไร้สารเคมีอันตราย ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย (เช่น พาราเบน SLES SLS กลิ่นหอม แอลกอฮอล์ และซิลิโคน) ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับเด็ก ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและสุขภาพเด็ก, อาหาร ผลิตภัณฑ์และเครื่องดื่ม, เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์

 

2. BPA Free เป็นผลิตภัณฑ์หรือภาชนะที่ปราศจากสาร BPA หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารประกอบอินทรีย์ Bisphenol A ในการสร้าง ทั้งในของเล่น ขวดนม และเสื้อผ้า เพราะลูกมีสิทธิ์เอาเข้าปากได้ตลอดเวลา BPA เป็นสารอันตรายต่อฮอร์โมนทำให้เกิดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

3. ลดการใช้พลาสติก ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่างของใช้ที่ทำจากเยื่อไผ่ เช่น ทิชชู่เปียกที่ทำจากเยื่อไผ่ ผ้าอ้อมแบบซักได้เพื่อลดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นต้น

4. เลือกของเล่นที่ทำจากธรรมชาติ อย่างของเล่นไม้ เพราะเป็นของเล่นประเภทไม่ใช้แบตเตอรี่ ซึ่งมีโลหะหนักปนเปื้อน การใช้สีและกาวจากวัสดุธรรมชาติ

5. มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าที่ Eco-friendly ต้องไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช รวมถึงใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อประหยัดพลังงานและลดปริมาณของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

6. มองหามาตรฐานและการรับรองคุณภาพโดยใช้สัญลักษณ์ Eco Logo ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการผลิตของเล่นที่ใส่ใจธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้คุณพ่อคุณแม่ในการเลือกซื้อของเล่นที่ได้มาตรฐานและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ขอบคุณข้อมูลจาก : สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

มาตรการรักษ์โลกเพื่อลูก จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ที่มา : “Eco Mom รักษ์โลกเพื่อลูก?” นิตยสารโมเดิร์น ฉบับเดือนเมษายน 2556

 

ทั้งนี้การปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับลูกๆ ในวันนี้ย่อมเป็นผลดีในวันข้างหน้า และถ้าจะให้ดีที่สุดคุณก็ควรต้องเป็นแบบอย่างของการกระทำนั้นให้ลูกๆดูเป็นตัวอย่างที่ดีได้เสียก่อน เพราะการใส่ใจตั้งแต่วันนี้ทำให้ลูกๆของคุณอยู่ในโลกที่ดีในวันข้างหน้า ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในวันนี้ เพื่อให้ลูกๆ ได้อยู่บนโลกที่ดีในวันข้างหน้านะคะ

 

และในปีนี้ Amarin Baby & Kids Awards 2024 รางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย ได้เน้นเรื่อง การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว หรือ FAMILY Well- Being  ที่หมายรวมถึงการปลูกฝังพื้นฐาน “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของทั้งครอบครัว สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ช่วยสร้างความเข้มแข็งภายในใจ ส่งผลต่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขลักษณะที่ดี กินอาหารถูกโภชนาการ มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็กซึ่งก็มีการมอบรางวัลในสาขา Health Living and Eco-Friendly product เพื่อมอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่สร้างครอบครัวมีสุขภาพใจกายที่ดี ในธีม FAMILY Well- Being  ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐาน “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของทั้งครอบครัว สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ช่วยสร้างความเข้มแข็งภายในใจ ส่งผลต่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขลักษณะที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่ถูกโภชนาการ มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของโลกใบนี้

ทีมแม่ ABK จึงอยากจะเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ร่วมโหวต Amarin Baby & Kids Awards เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ที่แม่คัดสรรและเลือกใช้

แถมมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Magic Box กล่องสุ่มสุดว้าว มากถึง 100 รางวัล ที่คัดสรรมาให้เฉพาะแม่ๆ  สามารถร่วมโหวตได้ทั้งสองรอบผ่านช่องทางเว็บไซต์นี้เลย >>  https://cooll.ink/ABKawards2024-FB/

ระยะเวลาการโหวต : ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม – 29 สิงหาคม 2567

 

ติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.amarinbabyandkids.com

Facebook : Amarin Baby & Kids

Tiktok : Amarin Baby & Kids

Line : @amarinbabyandkids

อย่าลืมนะคะ “สินค้าแม่และเด็ก” ที่ใช้ดี มีประโยชน์ ถูกใจแม่ ปีนี้จะมีอะไรบ้าง
มาร่วมโหวตกันค่ะ … คลิกตรงนี้เลย ⇓
https://cooll.ink/ABKawards2024-FB/

 

เปิดรั้ว โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญา ส่องหลักสูตรบูรณาการ เน้นพัฒนา EF สร้างสรรค์ตัวตนเชิงบวก

โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญา หลักสูตรบูรณาการ เน้นพัฒนาความพร้อมและทักษะสมอง (EF) ภาษาอังกฤษดีเยี่ยม เรียนรู้ผ่านกิจกรรม สร้างสรรค์ตัวตนเชิงบวก

จุดหมายปลายทางของทีมแม่ ABK และ School Visit ในวันนี้คือ โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญา ที่ตั้งอยู่ภายในซอยรัชดา 32 สะดวกสบายเพราะสามารถมาได้หลายเส้นทาง โรงเรียนมีรั้วรอบขอบชิด อาคารสีเหลืองสดใสเห็นชัดเจนแต่ไกล ใครกำลังมองหาโรงเรียนให้ลูกย่านนี้อยู่ แวะมาชมมาอ่านกันได้เลยค่ะ

วัดพลัง (เช็คอุณหภูมิ) กันก่อน

ระบบ security 2 ชั้นแน่นหนา

บรรยากาศสดใสภายในอาคาร

Passion – Education Facts

โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญา เป็น “ผลผลิต” จาก บริษัท ผลิตปัญญา จำกัด (Make a Wit) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางหลักสูตรและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ( วิชาต่างๆ ) เป็นภาษาอังกฤษให้แก่ โรงเรียนและองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยประสบการณ์กว่า 14 ปีในด้านการศึกษา ทำให้ทีมผู้ก่อตั้งเห็นถึงปัญหาการศึกษาของเด็กไทย และนำ pain point เหล่านั้นมาแก้ไข จนออกมาเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์ “สร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้” แทนการท่องจำ และเน้น “การสร้าง Executive Function” ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล

เป้าหมายหลักคือการพัฒนาเด็กให้มีตัวตนเชิงบวก รักการเรียนรู้ สามารถเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก การเปลี่ยนแปลงของโลกไปได้โดยที่ยังมีสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-Being) โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญาจึงเป็นโรงเรียนแนวบูรณาการที่ใช้รูปแบบการเรียนรู้ผ่านการเล่น (play-based learning) โดยคุณครูเป็นคนไทย 100% เพราะ 1. เข้าใจเด็กไทย 2. เข้าใจเนื้อหา (วัฒนธรรม)

บรรยากาศการเรียนรู้ กิจกรรม และการสร้างสรรค์ผลงาน

 

MAKE A WIT : วิชาการ – ต้องสนุก

“ เรียนรู้ผ่านการเล่น ” จะทำให้เด็ก ๆ สนุกและอยู่กับกิจกรรมได้นานขึ้น วัยนี้เป็นวัยช่างซักถาม ช่างสงสัย อยู่แล้วซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำอยู่

บทสนทนา – คือการใช้ภาษาระหว่างคุณครูและนักเรียนที่ผลัดกัน ถาม – ตอบ คุณครูจะกระตุ้นเด็ก ๆ ให้คิดตามหรือสงสัยมากขึ้นเพื่อดึงให้เข้าสู่สาระที่ต้องการให้เด็ก ๆ เรียนรู้ (เรียนเป็นภาษาอังกฤษล้วนนะคะ)

สาระการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้แก่ ภาษา , การคิดและจำนวน , ธรรมชาติและสิ่งรอบตัว ,การอ่านออก – เขียนได้, ประสมคำได้ , ทักษะที่จำเป็นอื่น ๆ

มี Project Approach หรือ กระบวนการวิจัยของวัยจิ๋ว ที่เด็ก ๆ จะได้ช่วยกันเลือกหัวข้อ ระดมความคิด ตั้งคำถาม และ หาคำตอบ

Support เด็ก ๆ ด้านการเตรียมตัวเข้าชั้น ป.1 โดยการนำข้อสอบโรงเรียนต่าง ๆ “มาย่อย” แล้วจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ

ประเมินผลโดยใช้ฐานกิจกรรมเพื่อวัดว่าเด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้หรือไม่ คุณครูจะไม่ตัดสินนักเรียนจาก รู้ ไม่รู้ หรือเพียงแค่การทำไม่ได้ในครั้งเดียว เพราะบางครั้งนักเรียนยังขาดประสบการณ์..ก็ต้องเสริม เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดค่ะ

บรรยากาศการเรียนรู้ กิจกรรม และการสร้างสรรค์ผลงาน

ทักษะภาษาอังกฤษ

การจะทำให้เด็กสื่อสาร อ่าน เขียน ในภาษาอื่นเพิ่มเติมได้ มักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กได้เรียนรู้ภาษาจากการสร้างความสัมพันธ์ในสังคม การมีเพื่อน การได้เรียนกับคุณครู เท่ากับต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงจะเกิดทักษะการกำกับตนเอง ความอยากรู้อยากเห็น กล้าถาม เป็นทักษะที่ถ่ายทอดไปใช้ในทักษะอื่นได้ ( Transferable Skill ) ซึ่งทำให้เด็ก ๆ ผลิตปัญญาใช้ภาษาอังกฤษได้ดีคล่องแคล่วเหมาะกับวัย

 

ชีวิตคือการเรียนรู้

ในขณะที่ชั้น K3 เน้นทางด้านวิชาการ – ใช้สถานการณ์จำลอง และ จัดประสบการณ์ให้อย่างเข้มข้น

นักเรียนชั้น Pre K – K2 จะเน้นด้านการเตรียมความพร้อม เช่น ทักษะชีวิต | การแก้ไขปัญหา – การวางแผน การเอาตัวรอด – การช่วยเหลือตัวเอง | ระเบียบวินัย | ทักษะสังคม | การจัดการอารมณ์ ซึ่งทั้งหมดรวมกันเรียกว่า EF หรือ Executive Function ค่ะ

 

เพราะการสร้าง EF คือสิ่งสำคัญ

คนที่มี EF ดี ชีวิตจะมีความสุข..

EF ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิดแต่เป็นสิ่งที่สมองพัฒนาขึ้นได้ ซึ่งในวัยเด็กจะเป็นช่วงที่สมองพัฒนา EF มากสุด โดยเฉพาะช่วงอายุ 3-5 ปี สิ่งที่กระตุ้นให้สมองพัฒนา EF คือ ประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับในช่วงวัยเด็ก การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การได้มีโอกาสเรียนรู้ เล่น หรือทดลองสิ่งต่าง ๆ

EF มีผลต่อด้านการเรียนเพราะ 1. เด็กๆจะใช้มันเพื่อจดจำเนื้อหาที่เรียน 2. ทำตามคำสั่งได้ต่อเนื่อง 3. มีสมาธิ 4. ปรับตัวเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฏระเบียบ 5. แก้ปัญหาต่างๆ ได้เหมาะสม 6. ทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลายาวนานได้ ที่โรงเรียนจึงเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็ก ๆ เกิดประสบการณ์และเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด โดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการโดยเฉพาะ (อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง)

เด็กๆได้รับการปลูกฝังเรื่องการรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง

กำลังทำแว่นตา3มิติอยู่ค่ะ

Movie theme พูดถึงโรงหนังก็ต้องนึกถึงป็อปคอร์น วันนี้ทุกคนได้ลองทำป็อปคอร์นค่ะ

Environment ระบบนิเวศน์รอบตัวเด็กๆ

เด็กจะอบอุ่นและมีความสุขถ้าเห็นคนที่เขารักและแคร์มีความสัมพันธ์ที่ดี การสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ปกครอง ครู โรงเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างระบบนิเวศน์รอบตัวเด็ก ๆ ให้แข็งแรง

ผู้ปกครอง

ผู้ปกครองจะได้รับการรายงานผลทุกวัน ทั้งภาพกิจกรรมในแต่ละวันและสรุปทั้งสัปดาห์ ( พัฒนาการ การกินอาหาร ดื่มน้ำ ฯลฯ ..ครบถ้วนเหมือนคุณพ่อคุณแม่ดูแลด้วยตัวเองเลยค่ะ )

OPEN DOOR POLICY สามารถพูดคุย สื่อสาร ปรึกษา หรือ ช่วยกันแก้ปัญหากับกับโรงเรียนได้โดยตรง

โรงเรียนเชิญ Guest speaker มาให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้เชี่ยวชาญบ้าง ผู้ปกครองกันเองบ้าง

โรงเรียน

โรงเรียนคัดสรรคุณครูคุณภาพ และหลักสูตรที่ดีทำให้เด็ก ๆ ไปได้ไกล

Well-trained และ อบรมคุณครูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลเด็ก ๆ ในแนวทางเดียวกัน

คุณครูรับผิดชอบงานสอนและดูแลพัฒนาการของนักเรียนอย่างเดียว (FOCUS)

สามารถดูแลสุขภาพ คัดกรอง และว่องไวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เช่น นักเรียนเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บระหว่างวัน จะประเมินการอาการเบื้องต้น หากเร่งด่วน – จะพานักเรียนไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ

ครูประชุมทีมกันทุกวัน มีหัวข้อในการประชุมในแต่ละวัน สลับกันมานำเสนอ คุณครูเรียนรู้จากเด็ก ๆ และจากกันและกัน

โรงเรียนรับฟัง feedback จากผู้ปกครอง เพื่อช่วยกันปรับปรุงและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

เหล่านักเรียนรู้ตั้งใจดูสาธิตการทำป็อปคอร์นตาไม่กะพริบกันเลยค่ะ

ห้องเรียนและศูนย์การเล่น

Lunch time .. เด็กๆเติมอาหารกันบ่อยเลย

การสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ดี เด็กๆจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ค่ะ

 

Miscellaneous

Friday Activities ศุกร์ สุข สนุก

โรงเรียนมีจัดกิจกรรมรวมกลุ่มทุกวันศุกร์ค่ะ เด็กทุกระดับชั้น ทุกช่วงอายุจะมาทำกิจกรรมตาม Theme ด้วยกัน เด็ก ๆ จะได้พัฒนาบุคลิกในการเข้าสังคมไปด้วยในตัว และทุกครั้งจะมีผลงานกลับไปฝากคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านด้วย เด็ก ๆ ว้าวกับกิจกรรมนี้มาก ๆ เลยค่ะ ..ในสัปดาห์ที่ทีมแม่ ABK ไปเยือน เป็นสัปดาห์ Movie theme สนุกมาก ๆ

Indoor playground

ศูนย์การเล่นภายในอาคารที่ผ่านการคิดเพื่อตอบโจทย์ทั้งการพัฒนา EF และ พัฒนาการพื้นฐานของเด็ก ๆ เป็นเครื่องเล่นชนิดเอนกประสงค์ที่เด็ก ๆ เล่นและใช้งานได้หลายรูปแบบ ที่สำคัญคือเด็ก ๆ ชอบมาก สะอาดและ safety

เมนูคุณหนู

เชื่อไหมคะว่าเด็ก ๆ ไม่มีปัญหาเรื่องการทานอาหารที่โรงเรียนเลย ( การทานผักก็กลายเป็นเรื่องง่าย ) แถมเดินไปเติมอาหารกันอยู่เรื่อย ๆ อร่อยเด็ดจนทางบ้านต้องขอสูตร ทุกเมนูใช้วัตถุดิบคุณภาพ ควบคุมการปรุงอย่างพิถีพิถัน มีคุณครูมอนิเตอร์เรื่องการทานของเด็ก ๆ ด้วยนะคะ ปริมาณที่ทาน ประเภทอาหาร น้ำดื่ม ทั้งหมดนี้จะรายงานให้ผู้ปกครองรับทราบด้วย

 

Mommy Love This! ถูกใจแม่

เด็ก ๆ ไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยที่โรงเรียน เป็นตัวแปรสำคัญในการเรียนรู้เลยนะคะ เพราะถ้าเด็ก ๆ feel safe แล้วจึงจะกล้าเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นลำดับต่อไป ( แล้วก็จะอยากมาโรงเรียนด้วยค่ะ )

พัฒนาการดีแบบก้าวกระโดดจนคุณแม่ต้องปลื้ม เพราะการเข้าสังคมที่ถูกต้อง (เจอเพื่อน พี่ น้อง วัยไล่กัน) เด็ก ๆ จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันเอง

ไม่มีการบ้านใด ๆ ทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่คุณลูก สามารถใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

พัฒนาการทางอารมณ์เติบโตเข้มแข็ง (สอนวิชาการไม่ยากเท่าสอนเรื่องอารมณ์นะคะ)

ทักษะภาษาอังกฤษของเด็ก ๆ ดีและเด็กก็มีความสุขมาก

อาหารอร่อย จนต้องอ้อนให้คุณแม่มาขอสูตรเลยทีเดียว

ซน ซ่าส์ กล้าแสดงออก ได้เต็มที่ Self esteem มาเต็ม อยากเรียนหรือทำอะไร บอกคุณครูได้เลย

คุณแซลลี่ (ผู้อำนวยการโรงเรียน) และ คุณวสันต์ ( ผู้ก่อตั้งโรงเรียนและสถาบัน Make a Wit )

 

ค่าเล่าเรียน ( ไม่รวมค่าแรกเข้า )

1 ปีการศึกษามี 2 เทอม

เตรียมอนุบาล ( 2 ปีครึ่ง – 3 ปี ) : 36,000 บาท

อนุบาล ( 3 -6 ปี ) : 75,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามโรงเรียนได้โดยตรง

– – –

โรงเรียนอนุบาลผลิตปัญญา

PALIT PANYA Kindergarten

เลขที่ 99/279 ซอยรัชดาภิเษก 32

แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร 088 131 9900

 

Editor : แม่พลอยผิง

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

Little Nose Patch ตัวช่วยหายใจโล่ง

Little Nose Patch ตัวช่วยหลับง่าย หายใจโล่ง เมื่อลูกน้อยคัดจมูก

ลูกคัดจมูก น้ำมูกไหล ปัญหาที่แม่ต้องเจอบ่อยๆ ในช่วงฝนตก แดดออก และอากาศเปลี่ยน อาการคัดจมูกของลูกน้อยเกิดขึ้นด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อ เป็นหวัด หรือโรคภูมิแพ้ ซึ่งทำให้ลูกมีน้ำมูกไหล หายใจไม่สะดวก ซึ่งการที่น้ำมูกไปอุดกั้นทางเดินหายใจของลูกนั่นเอง ที่ทำให้เมื่อถึงเวลานอน ก็รู้สึกไม่สบายตัว นอนหลับไม่เต็มอิ่ม เมื่อต้องใช้ชีวิตในช่วงตื่นนอน ก็ส่งผลให้ลูกน้อยงอแงระหว่างวัน เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ในช่วงที่ลูกมีอาการไม่สบายตัวแบบนี้ แม่เองก็ต้องสังเกตอาการเพื่อดูแลลูกให้ถูกต้องด้วยนะคะ

สำหรับการดูแลอาการคัดจมูกของลูกน้อยในเบื้องต้น แม่ๆ เองก็สามารถทำได้ โดยการ ดูดน้ำมูก โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และการล้างจมูก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยเคลียร์สิ่งสกปรกในโพรงจมูก ช่วยให้น้ำมูกที่ข้นเหนียวอ่อนตัวลง เพื่อให้น้ำมูกที่ค้างอยู่สามารถระบายออกได้ง่าย ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกของลูกน้อย ทำให้หายใจโล่งขึ้น ระหว่างนี้หากลูกอาการไม่ดีขึ้น ต้องรีบพาไปหาคุณหมอนะคะ

อีกหนึ่งในตัวช่วยให้ลูกหายใจโล่งสบาย ในระหว่างวันและตอนเข้านอน คือน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กๆ และที่สำคัญ ต้องใช้ง่าย หาซื้อง่าย อย่าง Little Nose Patch แผ่นแปะ จากน้ำมันหอมแดงเข้มข้น ช่วยให้หายใจสดชื่น กลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นฉุน ให้ลูกน้อยผ่อนคลาย หลับสบาย

สำหรับวิธีใช้งานก็ง่ายมากๆ ไม่ต้องทาให้เลอะเทอะ แถมพกพาสะดวก แค่ลอกสติ๊กเกอร์แล้วแปะลงบนเสื้อลูกบริเวณหน้าอก หรือจะแปะบนหมอน ตุ๊กตา ใกล้บริเวณที่ลูกน้อยหายใจ เพื่อสูดเอาน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น

  • Thai Shallot Essential Oil (น้ำมันหอมแดงไทย จากจังหวัดลำพูน) ช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ลดน้ำมูก รวมไปถึงลดการอัดการอักเสบ ลดเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้บริเวณโพรงจมูกได้ดี
  • Peppermint Essential Oil (น้ำมันเปเปอร์มิ้นต์) ช่วยบรรเทาอาการหวัด ไซนัส ไอ หืดหอบ กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น
  • Eucalyptus Essential OiI (น้ำมันยูคาลิปตัส) ช่วยบรรรเทาอาการอักเสบ ลดเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาหวัด ลดน้ำมูกไหล ลดอาการปวดศรีษะ
  • Lemon Essential Oil (น้ำมันเลมอน) ช่วยให้สดชื่น ผ่อนคลาย ลดเชื้อแบคทีเรีย
  • Lavender Essential Oil (น้ำมันลาเวนเดอร์) สารสกัดจากลาเวนเดอร์ ช่วยให้สงบ และผ่อนคลาย ลดความเครียด

นอกจาก “Little Nose Patch” กล่องสีชมพู รูปพี่หมีอารมณ์ดีที่เหมาะกับการใช้งานในระหว่างวันแล้ว ยังมีตัวช่วยให้หอมผ่อนคลาย หายใจโล่ง ลูกน้อยหลับสบายตลอดคืน กับ “แผ่นหอมวาฬ” แผ่นหอมจากน้ำมันหอมแดงที่มีส่วนผสมเพิ่มของน้ำมันลาเวนเดอร์และน้ำมันโรสแมรี่ ใช้งานง่าย ไม่สัมผัสผิว แค่แกะแปะก็หอมกระจาย สบายจมูก ที่สำคัญไม่ทิ้งคราบกาวไว้บนเสื้อของลูกอีกด้วย

สะดวก ใช้ง่าย แถมช่วยให้หายใจโล่งสบาย น่าใช้ขนาดนี้ แม่ๆ ลองไปหาซื้อกันได้เลยที่ ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส เซเว่นใกล้บ้าน ร้านขายยาชั้นนำทุกจังหวัด หรือจะเป็นช่องทางออนไลน์ก็สะดวกสุดๆ เลยค่ะ

Tags

กรุงเทพประกันชีวิต ใส่ใจครอบครัว มอบช่วงเวลาอบอุ่นผ่านกิจกรรมฉลองเทศกาลวันแม่ “Cooking with Love ใส่มากกว่าใจ ยังไงก็อร่อย”

กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำ The Most Caring Insurance Brand แบรนด์ประกันที่ดูแล ใส่ใจ พร้อมส่งมอบความสุขให้ลูกค้าในทุกวัน เลือกสรรกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Cooking with Love ใส่มากกว่าใจ ยังไงก็อร่อย” คลาสทำอาหารแบบส่วนตัว ชวนพ่อแม่ลูกร่วมสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูความอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและสนุกสนาน ณ A Little Something Cooking Studio สุขุมวิท 49

  นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม “Cooking with Love ใส่มากกว่าใจ ยังไงก็อร่อย” ถือเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์ที่กรุงเทพประกันชีวิตมอบให้กับสมาชิก BLA Happy Life Club โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัว  ภายใต้เป้าหมายที่มุ่งมั่นจะเป็น The Most Caring Insurance Brand ด้วยแนวคิดของการบริษัทประกันไม่ได้ดูแลได้แค่เรื่องความมั่นคงทางการเงิน เท่านั้น แต่ยังดูแล ใส่ใจ ส่งมอบความสุขให้ลูกค้าได้ในทุก ๆ วัน

กิจกรรม “Cooking with Love ใส่มากกว่าใจ ยังไงก็อร่อย” จัดขึ้น ณ A Little Something Cooking Studio สตูดิโอทำอาหารสำหรับเด็กและครอบครัว โดยมีคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกร่วมกิจกรรม 16 คู่ ภายใต้การดูแลโดยเชฟมืออาชีพ ด้วยแนวคิด Learning by Cooking ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้การทำอาหารจากประสบการณ์จริงผ่านการลงมือทำอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รู้จักอาหารและวัตถุดิบใหม่ๆ เรียนรู้การจัดการเวลา และการได้ร่วมกิจกรรมกับคุณพ่อคุณแม่ยังส่งเสริมให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกันเป็นทีม และเสริมสร้างความมั่นใจจากการปฏิบัติจริงในห้องครัว

“เรามีความเชื่อว่า เด็ก ๆ จะสามารถเติบโตมาเป็นเด็กที่แข็งแรงได้ทั้งกายและใจนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ การได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน โดยกรุงเทพประกันชีวิตขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเวลาแห่งความสุขในช่วงเทศกาลวันแม่ ให้กับคุณแม่ คุณพ่อ และลูก ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งความสนุก ความอบอุ่นแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ช่วยฝึกสมาธิ ทักษะ และพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ในหลายด้านด้วย” นางสาวอรนาฎ กล่าว
ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิต สามารถติดตามสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่จะมีขึ้นอีกหลายกิจกรรมตลอดทั้งปี ผ่าน Facebook กรุงเทพประกันชีวิต หรือใน BLA Happy Life Application

Tags

สร้างรอยยิ้มให้น้อง Colgate Care Day

คณะผู้บริหาร บริษัท คอลเกต- ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย Mr.Rauf Gurbuz SVP & GM – CP Greater IndoChina Hub พร้อมพนักงานบริษัทฯ ร่วมกับ ทีมทันตแพทย์จากศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 55 เตชะสัมพันธ์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เข้าจัดกิจกรรม “สร้างรอยยิ้มให้น้อง Colgate Care Day” ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน การล้างมือที่ถูกวิธี และกิจกรรมสนุนสนานมากมาย พร้อมทั้งส่งมอบอ่างล้างมือ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน และ ปรับปรุงห้องพยาบาล เพื่อสุขลักษณะที่ดี รวมทั้งบริการเคลือบฟลูโอไรด์โดยทันตบุคลากร ณ โรงเรียนประถมนนทรี ในวันที่ 11 กรกฏาคม 2567

โครงการ ฟ.ฟันสวย ยิ้มใส ของคอลเกต (Bright Smiles Bright Futures : BSBF) เป็นโครงการรณรงค์เพื่ออนาคตเด็กไทยที่ไม่มีฟันผุ มาเป็นระยะเวลากว่า 26 ปี โดยเราเชื่อว่าเด็กทุกคนและครอบครัวของพวกเขามีสิทธิที่จะมีรอยยิ้มที่ดีต่อสุขภาพไปตลอดชีวิต นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องสนับสนุนอนาคตที่ไม่มีฟันผุสำหรับเด็กกว่า 24 ล้านคนทั่วประเทศไทย โดยในภารกิจของเรา คือการพยายามยุติปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่แพร่หลายมากที่สุดในโลกนั่นก็คือ ฟันผุ เพราะปัญหาฟันผุ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและไม่สบายตัว ส่งผลต่อการเข้าเรียนและคุณภาพชีวิตด้วย การเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพช่องปาก การคัดกรองฟันฟรีและการส่งต่อการรักษา ร่วมกันสร้างโลกแห่งรอยยิ้มและอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติม ได้ที่ https://www.colgate.com/th-th/oral-health-education

Tags

โรงเรียนราชินี

เปิดบ้านอนุบาล ณ อุทยานราชินี โรงเรียนราชินี สร้างเด็กให้เป็นกุลสตรีและสุภาพบุรุษที่มีทักษะรอบด้าน

โรงเรียนราชินี เปิดบ้านอนุบาล ณ อุทยานราชินี โรงเรียนที่สร้างเด็กให้เป็นกุลสตรีและสุภาพบุรุษที่มีทักษะรอบด้าน ควบคู่ไปกับกิริยามารยาทที่พร้อมด้วยจริยธรรมอย่างสมสมัย

School Visit วันนี้ เราจะชวนมาดูหลักสูตร และแนวทางการสอนของ โรงเรียนราชินี โรงเรียนที่ปูรากฐานแห่งปัญญาบ่มเพาะเยาวชนให้มีจริยธรรมที่ดีและทักษะที่จำเป็นเพื่อก้าวสู่โลกแห่งอนาคตในศตวรรษที่ 21

โรงเรียนราชินี เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่บนถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง มีพื้นที่กว่า 11 ไร่  เป็นโรงเรียนที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวตามกาลสมัยต่าง ๆ และบ่มเพาะศิษย์ให้มีความรู้ มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับของสังคมมาอย่างยาวนาน  และในปี พ.ศ. 2567 นี้ ก็เป็นปีแห่งการฉลอง ครบ 120 ปี โรงเรียนราชินี ลองไปดูกันค่ะว่า เพราะอะไรโรงเรียนราชินีจึงเป็นโรงเรียนอันดับต้น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจและอยากให้ลูก ๆ มาเรียน

120 ปี โรงเรียนราชินี

ย้อนกลับไปในสมัย รัชกาลที่ 5  ยุคสมัยนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณวัดและเป็นโรงเรียนสำหรับบุรุษ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถพอที่จะเข้ารับราชการได้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความสนพระทัยในการพัฒนาสตรี โดยเฉพาะด้านการศึกษาทั้งวิชาสามัญและการผดุงครรภ์ ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดตั้งโรงเรียนราชินี เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2447 จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้เป็นสถานที่สำหรับสตรีไทยได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ สามารถอ่านออกเขียนได้ มีการอบรม ศีลธรรม จรรยา มารยาท เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่มีการสอนศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ทดลองหลักสูตรวิชาชีพสำหรับสตรี  เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่มีการจัดทำนิตยสารประจำโรงเรียน ที่สำคัญเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่เปิดสอนอนุบาลทารก ( แผนกเด็กเล็ก ) ในรูปแบบมอนเตสเซอรี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย แสดงถึงวิสัยทัศน์อันล้ำสมัย ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาไทย

กว่า 120 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนราชินีมีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักและยอมรับจากสังคมในเรื่องความเป็นไทย เด็กนักเรียนมีอัตลักษณ์โดดเด่น เป็นกุลสตรีและสุภาพบุรุษ ที่ทันยุคทันสมัย มีทักษะรอบด้าน ทั้งวิชาการและทักษะชีวิต และในปีการศึกษา 2567 นี้เป็นปีครบรอบแห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี ครบ 120 ปี  ภายใต้แนวคิด “120 ปี ราชินีศักดิ์ศรีกำจรจาย” ที่หมายถึงความภาคภูมิใจของโรงเรียนราชินี ที่ได้บ่มเพาะศิษย์ทุกคนให้มีความรู้และความพร้อมในทุกด้านเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

โรงเรียนราชินี
อาคารสุนันทาลัย สถาปัตยกรรมของโรงเรียนที่สวยงามและใช้เป็นสถานที่บ่มเพาะวัฒนธรรมไทย
โรงเรียนราชินี
พระบรมราชินยานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ชาวราชินีเคารพบูชา

โรงเรียนราชินี ในยุคศตวรรษที่ 21

โรงเรียนราชินีเชื่อมั่นว่า เด็กเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการการพัฒนาให้งอกงาม ทั้งสติปัญญา ร่างกาย สังคมและจิตใจ หลักสูตรของเด็กปฐมวัยของที่นี่ช่วยพัฒนาเด็ก ๆ ครบ ทั้ง 4 ด้าน และใช้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ แทนการเรียนเป็นรายวิชา เป็นการเรียนปนเล่น ตามพัฒนาการของเด็กทำให้เด็กมีความสุข
ในการเรียนมากขึ้น เด็กได้เรียนรู้ ครบทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา โดยใช้แนวความคิด WELCOME  นำมาสร้างสรรค์และต่อยอดเป็นกิจกรรมต่าง ๆ

  • W=Well Being (สุขภาวะที่สมบูรณ์)                  
  • E=Early Childhood (ช่วงวัยแห่งการบ่มเพาะ)
  • L=Learning (เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ)                              
  • C=Creative  (นักคิดสร้างสรรค์)
    O=Organize (ฝึกทักษะการคิดและการงวางแผน)         
  • M=Mind (รู้จักตัวเอง)
  • E=Emotion (รู้เท่าทันอารมณ์)

โดยกิจกรรมต่าง ๆ จะแบ่งเป็นชุดวิชา เช่น ชุดวิทยาศาสตร์ เด็ก ๆ จะได้เรียนในห้องวิทยาศาสตร์ ได้ทดลองและลงมือทำด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีการจัดค่ายวิทยาศาสตร์  มีฐานกิจกรรมให้เด็ก ๆ หมุนเวียนกันทำกิจกรรมตามฐานต่าง ๆ มีหนังสือคู่มือแบบเรียนและนิทานต่าง ๆ จัดเตรียมตามฐาน

ส่วนวิชาภาษาไทย คุณครูจะคอยส่งเสริมให้รักการอ่านในห้องเรียนและในห้องสมุด สอนให้เด็กหัดยืมและคืนหนังสือในห้องสมุด เมื่อเด็กยืมหนังสือกลับไปก็จะบันทึกการอ่าน ที่สำคัญที่นี่มีหนังสือนิทานเกือบทุกสำนักพิมพ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รับรองว่าอ่านกันเพลินแน่นอน

สำหรับวิชาภาษาอังกฤษ เด็กอนุบาล  จะได้เรียนสนทนาภาษาอังกฤษกับ Native Teacher
และจะมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ที่ผสมผสานวิชาภาษาอังกฤษเข้าไป เพื่อฝึกการฟังในวิชาภาษาอังกฤษ ได้ซึมซับการใช้ภาษาแบบธรรมชาติ และยังได้เรียนการอ่านแบบ Phonics อีกด้วย

นอกจากนี้โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา EF ( Executive Function ) ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยพัฒนาพฤติกรรม ให้เด็กรู้จักยับยั้งชั่งใจ อันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความสุข โรงเรียนราชินีส่งเสริมการจัดชั้นเรียนให้เป็นห้องเรียนเชิงบวก ช่วยเสริมกำลังใจ เพื่อให้เด็กกล้าที่จะทำ และเมื่อมีปัญหา ก็สามารถพูดคุยกับคุณครูได้ เพราะโรงเรียนก็เปรียบเสมือนครอบครัวและเป็นบ้านหลังที่สองของเด็ก ๆ

โรงเรียนราชินี
แนวความคิด WELCOME  ที่นำมาแตกย่อยเป็นกิจกรรมต่าง ๆ
โรงเรียนราชินี
เด็ก ๆ ได้เรียนภาษาอังกฤษกับ ครูชาวต่างชาติ ทุกสัปดาห์
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
วิชาภาษาไทย เรียนผ่านการเล่นเน้นให้เด็กลงมือทำ
โรงเรียนราชินี
เด็ก ๆ ฟังนิทานสนุก ๆ ในห้องสมุด

เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง 

หลักสูตรของเด็กอนุบาล เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง   (  Learning by doing  ) เรียนรู้ผ่านการเล่น และการทำกิจกรรมทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ในภาคเรียนที่ 2 เด็กจะได้เรียนรู้แบบโครงงาน หรือ Project Approch เพื่อส่งเสริมให้เรียนรู้เป็นทีม ( Team Learning ) โดยช่วยกันทำทั้งห้อง เด็ก ๆ จะหาข้อมูลเรื่องที่ตนเองสนใจในช่วงปิดเทอม มานำเสนอเพื่อนแล้วลงคะแนนเสียงเพื่อคัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจ หลังจากได้เรื่องที่สนใจแล้วก็วางแผนการทำงานร่วมกัน  เรียกได้ว่าได้ทักษะครบทุกด้าน ทั้งอารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ซึ่งเป็นทักษะที่จะส่งเสริมให้เด็กมีความพร้อมในระดับชั้นประถม 1 และเกิดการเรียนรู้ได้ดีมากกว่าแค่การท่องจำเพราะลงมือปฏิบัติเอง ซึ่งกิจกรรมแสดงผลงานของเด็กอนุบาลจะสะท้อนพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาได้อย่างครบถ้วน

โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
เด็ก ๆ ได้เรียนรู้แบบโครงงาน หรือ Project Approach ฝึกการทำงานเป็นทีมและฝึกทักษะหลายด้าน

3 กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา EF (Executive Functions)

1.ฝึกฝน อดทน ( พัฒนาการด้านร่างกาย )

โรงเรียนมีสนามเด็กเล่น และพื้นที่ส่งเสริมการออกกำลังกายและพักผ่อนครบครัน รวมไปถึงสระว่ายน้ำ โรงยิม สนามกีฬา สนามบาสเกตบอลและนันทนาการต่าง ๆ เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลจะได้รับการฝึกทักษะและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้ปีนป่าย เดินทรงตัว วิ่งเล่นออกกำลังกันอย่างเต็มที่ ด้วยฐานกิจกรรม และ Sensory motor ได้สำรวจ หยิบจับ และเคลื่อนไหว ช่วยกระตุ้นการรับสัมผัสต่าง ๆ และพัฒนาสมองให้กับเด็ก ๆ นอกจากนี้เด็กอนุบาล  2 และอนุบาล 3 จะได้เรียนบัลเลต์ เรียนรู้เรื่อง Body Movement และทักษะในการฟังเสียงดนตรี ซึ่งช่วยพัฒนากล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
ฐานกิจกรรม พัฒนาร่างกาย
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
คลาสบัลเลต์

2.ตัวตนของฉัน ( พัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม )

โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็ก ๆ ในเรื่องอารมณ์ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ทางด้านอารมณ์และสังคม Social and Emotion Learning ( S.E.L ) เป็นกิจกรรม
ที่จะช่วยสะท้อนอารมณ์ในแต่ละวันของเด็ก ๆ ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อารมณ์ของตนเอง โกรธ เศร้า ดีใจ เหงา
หรือเสียใจ สื่อในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์

และด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด ทางโรงเรียนจึงจัดทำ ห้องสื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กได้รับรู้อารมณ์ของตนเองและรู้จักวิธีการจัดการอารมณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทางโรงเรียนเล็งเห็นและอยากปูพื้นฐานตั้งแต่เล็ก ๆ เด็กนักเรียนจะได้เข้าห้องนี้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และต้องเช็คอินเข้าห้องด้วยการหยิบไม้ไอศกรีมใส่ในขวดโหลที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของตนเอง  คุณครูจะคอยบันทึกว่าก่อนเข้าห้อง
เด็ก ๆ รู้สึกอย่างไร และหลังจากใช้เวลาในห้องแล้วตอนเช็คเอาต์ความรู้สึกเปลี่ยนไปหรือไม่

ภายในห้องสื่อสร้างสรรค์ ถูกจัดแสงสี เสียงเพลง เพื่อช่วยให้เด็กผ่อนคลายมากขึ้น มีของเล่นที่หลากหลายและของเล่นเสริมพัฒนาการประเภท Loose Parts เพื่อให้เด็กได้ทดลองใช้ ทดลองเล่น และไฮไลท์ของห้อง คือ  “Calm Down Corner”  มุมสงบของห้อง ที่มีกระโจมสำหรับเด็กที่รู้สึกเศร้า เหงา หรือ สงบ ได้เข้าไปนั่งพักเพื่อจัดการอารมณ์ของตนเอง เมื่อมีอารมณ์โกรธหรือเสียใจ เด็กจะได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง
ได้เรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์นั้น หรือช่วยเหลือเพื่อนที่รู้สึกเศร้าหมองให้ดีขึ้น ซึ่งเด็กแต่ละคนก็มีวิธีจัดการอารมณ์ไม่เหมือนกัน บางคนชอบนั่งเฉย ๆ หรืออยู่คนเดียว บางคนอยากเล่นกับเพื่อน

นอกจากนี้ ครูประจำชั้นจะคอยสังเกตเด็ก ๆ และพูดคุยกับเด็กที่รู้สึกเศร้าหรือมีปัญหาต่าง ๆเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา และทางโรงเรียนยังมีแพทย์ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาสำหรับเด็ก ๆ และมีคุณหมอหรือนักจิตวิทยามาให้ความรู้และอบรมผู้ปกครองในเรื่องการเลี้ยงดูลูกอีกด้วย

บรรยากาศห้องสื่อสร้างสรรค์

3.ปลูกปั้นปัญญา ( พัฒนาการด้านสติปัญญา )

โรงเรียนราชินีมีกิจกรรมมากมายที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาเด็ก ๆ ในด้านสติปัญญา ทั้งทางด้านวิชาการ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่าง ๆ และ Coding  ที่สอนกันตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยแต่ละกิจกรรมจะมีอุปกรณ์และสื่อการสอนสุดพิเศษ ออกแบบโดยทีมคุณครูจากโรงเรียนราชินีโดยเฉพาะ เช่น เกมส์ตกปลา ในวิชาภาษาไทย เกมส์นับจำนวน และเกมส์แมงมุมจับคู่ตัวเลขในวิชาคณิตศาสตร์ ให้เด็ก ๆ ได้สนุกและได้รับความรู้ไปพร้อม ๆ กัน

ทางโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  มี Growth Mindset ให้นักเรียนค้นหาและรู้จัก ตัวตนของตนเอง กล้าเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ ๆ มีทักษะการคิดและการเรียนรู้ กล้าคิด กล้าแสดงออกแก้ปัญหา ส่งเสริมให้ค้นหาตนเอง และเรียนรู้อย่างมีความสุข เพิ่มบทบาทเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ ทำกิจกรรม ต่าง ๆ ที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับรอยเชื่อมต่อของแต่ละช่วงชั้น นักเรียนจะได้รับการปูพื้นฐานอย่างเต็มที่ คุณครูจะวางแผนหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับสาระการเรียนรู้ของเด็กประถม 1 เพื่อให้เด็กพร้อมขึ้นชั้นประถม

โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
เด็ก ๆ เรียนสนุก เพราะมีสื่อการสอนที่น่าสนใจ
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินีเด็กสอน Coding ตั้งแต่ชั้นอนุบาล

ครบครันทั้งจริยธรรม ดนตรี กีฬา ศิลปะและ Soft-Skill

โรงเรียนราชินีมีเอกลักษณ์ในเรื่องของกิริยา มารยาทและความเป็นไทย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องมารยาทต่าง ๆ แตกต่างกันไปตามระดับชั้น เด็กเล็กจะเรียนเรื่องมารยาทใกล้ตัว เช่น การรับประทานอาหาร ทานอิ่มแล้วต้องรอเพื่อนในโต๊ะ คนไหนรู้ตัวว่าทานอาหารช้า ก็จะรีบปรับตัวเพื่อทานให้ทันเพื่อน คนไหนทานอาหารเร็วก็ต้องปรับให้ช้าลง  การปลูกฝังวินัยเด็กต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นวินัยที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เด็ก ๆ จะหัดช่วยเหลือตนเองและหัดช่วยเหลือผู้อื่น

โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมศิลปะ ดนตรี การเล่านิทาน การแสดงบทบาทสมมุติ ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกทางความคิด ช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดใหม่ ๆ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของทักษะการใช้ชีวิต ควบคู่ไปกับทักษะความรู้ในด้านต่าง ๆ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ทำทั้งในและนอกห้องเรียน การเรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่มเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม การรู้จักอารมณ์ตนเอง พัฒนาตนเอง  รู้จักการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา อันเป็นทักษะสำคัญของเด็กในยุคนี้

ส่วนวิชาดนตรีเด็กอนุบาลจะได้เรียนเมโลเดียนและอังกะลุง เพื่อฝึกเรื่องตัวโน้ต การฟัง และกล้ามเนื้อต่าง ๆ กิจกรรมแน่นและครบครันทีเดียว นักเรียนราชินี ในยุคนี้จึงเป็นเด็กที่ไม่ใช่แค่เก่งและดี แต่ยังมีมารยาท รู้กาลเทศะ มีลักษณะผู้นำ ถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และมีความสุขแห่งหนึ่งก็ว่าได้

โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
วิชาดนตรี เรียนเมโลเดียนและอังกะลุง
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
ทีมงานแวะมาชม พี่ ๆ มัธยมเล่นดนตรีไทยกัน
โรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
 เด็ก ๆ รู้จักช่วยเหลือ แบ่งปัน และได้เรียนรู้มารยาทต่าง ๆ
โรงเรียนราชินี
ครูจิตติมณฑน์ ธเนศโชติกร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินี
โรงเรียนราชินี
เด็ก ๆ มีความสุขตามวัย

Mommy Love This  ! ถูกใจแม่

  1. นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ในช่วงเทอม 2 จะมีกิจกรรมพิเศษเพื่อเน้นรอยเชื่อมต่อในการขึ้นชั้นประถม เพิ่มเนื้อหาวิชาการมากขึ้น ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่าง ๆ เริ่มเขียน เริ่มแก้โจทย์ง่าย ๆ  เพื่อปูพื้นฐานให้เด็ก ๆ
  2. ที่โรงเรียนมีสอนบัลเลต์ ดนตรีไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  3. เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล จะผูกโบว์ที่ผมต่างสีกัน เพื่อให้ทราบว่าเด็กอยู่ห้องไหน ช่วยให้คุณครูทุกคนในโรงเรียนสามารถสังเกตและจดจำนักเรียนแต่ละห้องได้ง่ายขึ้น เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีเฉพาะที่โรงเรียนราชินีเท่านั้น
  4. ที่โรงเรียนมีเครื่องฟอกอากาศทุกห้อง เด็ก ๆ ปลอดภัยหายห่วง
  5. การเรียนการสอนน้อง ๆ อนุบาล เป็นเกมส์และกิจกรรมสนุก เด็ก ๆ อยากมาโรงเรียนทุกวันแน่นอน
  6. เรียนยาว ๆ ไปเลยจ้า ตั้งแต่อนุบาล – มัธยม แม่ ๆ ไม่ต้องเหนื่อยหาโรงเรียนให้ลูกแถมเด็ก ๆ ได้คบเพื่อนกันยาวตั้งแต่เด็กจนโต
  7. เด็กที่โรงเรียนราชินี ต้องเล่นดนตรีไทยและรำไทยได้ เพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทย โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลศึกษา
  8. ที่โรงเรียนราชินี รับนักเรียนชายด้วย ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงประถม 6 และมีกิจกรรมสำหรับนักเรียนชายโดยเฉพาะ เช่น โขน ฟุตบอล และวิชาช่างต่าง ๆ

อัตราค่าเล่าเรียน

ระดับชั้น อนุบาล 2 และอนุบาล 3 เทอมละประมาณ 28,000 บาท ( ไม่รวมค่าแรกเข้า )

โรงเรียนราชินี 444 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

  • โทรศัพท์. 0-2221-1501 โทรสาร. 0-2222-6883
  • e-mail : [email protected]

Editor : แม่เลม่อน

ภาพ :  สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

โรงเรียนสาธิตปทุม

โรงเรียนสาธิตปทุม หลักสูตร 3 ภาษา เรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ วิชาการครบ พัฒนาการดี นักเรียนมีความสุ

โรงเรียนสาธิตปทุม (Sathitpathum Demonstration School) หลักสูตร 3 ภาษา และ นานาชาติ
จัดการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่
วิชาการครบ พัฒนาการดี นักเรียนมีความสุข

การเลือกโรงเรียนแรกของลูก..สำคัญมาก เพราะโรงเรียนคือก้าวแรกของลูก ที่ต้องห่างจากพ่อแม่ เด็ก ๆ ต้องไว้ใจโลกก่อนจึงจะกล้าเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต สิ่งแวดล้อมใหม่รอบลูก  ผู้คน สถานที่  รูปแบบการเรียนรู้ กิจกรรม ที่เหมาะสมและปลอดภัยจะทำให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการดี เติบโตสมวัย มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้เด็ก ๆ อยากไปโรงเรียนทุกวัน

School Visit วันนี้ เราจะพามาเยี่ยมชม โรงเรียนสาธิตปทุม (Sathitpathum Demonstration School) อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ทีมแม่ ABK ปักหมุดไว้ให้เลยค่ะ โรงเรียนมีความโดดเด่น นำแนวคิดและการจัดการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่มาใช้ร่วมกับหลักสูตรแกนกลาง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงตามศักยภาพของตัวเอง (Learning doing) ในขณะเดียวกันด้านวิชาการก็ชัดเจน จัดว่าเป็น Win Win Situation สำหรับครอบครัวเลยก็ว่าได้!

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

กิจกรรมมอนเตสซอรี่สร้างสมาธิ

โรงเรียนสาธิตปทุม

ระเบียบวินัยต้องเริ่มฝึกแต่เล็ก

 

วัยทองแห่งการเรียนรู้

เพราะวัยทองของเด็ก ๆ คือช่วงตั้งแต่แรกเกิด – 6 ขวบปีแรกของชีวิตที่ “สมอง” ของเด็ก ๆ พัฒนาได้เร็วมากและสามารถซึบซับความรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ดีอย่างกับฟองน้ำเลยทีเดียว การใช้รูปแบบกิจกรรมแบบมอนเตสซอรี่ จะทำให้เด็กมี Step การเรียนรู้เป็นของตัวเอง เลือกเองได้ ระหว่างนั้นเด็ก ๆ จะเกิดคำถาม ความสงสัย กับสิ่งที่ตนกำลังทำ ทำให้เกิดบทสนทนาขึ้นระหว่าง เด็กและครู คุณครูจะกระตุ้นให้เด็ก ๆ สงสัยและคิดตลอดเวลา บทสนทนาไม่เคยหยุดจนกว่าจะจบคาบ ดังนั้นการสื่อสารได้ จึงเท่ากับเรียนรู้ได้

ที่โรงเรียนสาธิตปทุม มีด้วยกัน 2 หลักสูตร ได้แก่

  • ILP (Intensive Language Program) ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ
  • EP (English Program) จำนวน 1 ห้อง เป็นการเรียนแบบนานาชาติ – โดยสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลักและเรียนโดยใช้ภาษาไทยประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ระดับชั้น เตรียมอนุบาล (1.8 – 3 ปี), อนุบาล (3 – 6 ปี) ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

 

การเรียนรู้ Practical Life : ทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน

  • เป็นหมวดกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น การตัก การเท การพับ การวาด การขัด การล้าง การเช็ด การติดกระดุม เป็นต้น โดยเป็นลักษณะงานที่มีลำดับขั้นตอน + เป็นงานเคลื่อนไหวฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ให้สอดประสานกัน

( เช่น สายตา – มือ ในการทำความสะอาด )

  • ผลจากการเรียนรู้ – จะเกิดนำไปใช้จริง เด็ก ๆ จะมีความภาคภูมิใจเมื่อได้ลงมือทำงานเหมือนผู้ใหญ่ (สร้าง Self-esteem ไปอีก!) เมื่ออยู่บ้าน..คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมให้โอกาสลูกน้อยในการช่วยแบ่งเบางานบ้านนะคะ

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

 ตัวอย่างขณะเด็ก ๆ ทำงานและชิ้นผลงาน = ผลของการฝึกกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ

โรงเรียนสาธิตปทุม

วันนี้เป็นวันถ่ายภาพประจำปี พร็อพต้องแน่นหน่อย

โรงเรียนสาธิตปทุม

คุณครูดูแลใกล้ชิด

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

exercise ก็จะสนุกประมาณนี้

HANDS-ON Activities

  • การได้ลงมือปฏิบัติ เท่ากับการสร้างประสบการณ์ตรง
  • มอนเตสซอรี่จะพิเศษตรงที่นักเรียนเป็นผู้เลือกกิจกรรมเอง ( จากที่คุณครูจัดให้ ) ซึ่งจะบ่งบอกที่ “ความชอบ / ความสนใจ” คุณครูจะสังเกตและจดบันทึกเลยนะคะว่าเด็ก ๆ ได้ทดลองเล่นกิจกรรมอะไร ระดับความยาก – ง่าย
  • ซึ่งแต่ละคนจะมี mission ที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่สำคัญคือ งานที่เด็ก ๆ ต้องทำจะเพิ่มระดับความท้าทาย ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้นเสมอ เพราะกิจกรรมที่ง่ายเกินไป – เด็ก ๆ ก็ไม่สนใจนะคะ

 

FREEDOM WITHIN LIMITS

  • หลักการมอนเตสซอรี่ไม่ใช่การเล่นแต่เพียงอย่างเดียวแต่คือ FREEDOM WITHIN LIMITS แปลตรงตัว คือ เสรีภาพภายในขอบเขต
  • แล้วเสรีภาพนี้ทำให้เด็ก ๆ รู้จัก
  1. การตัดสินใจ
  2. ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
  3. เรียนรู้ Discipline หรือ ระเบียบวินัย โดยคุณครูจะเป็นแบบอย่างให้เด็ก ๆ ( เด็ก ๆ กำลังอยู่ในวัยที่เลียนแบบ )

เช่น เด็กๆเลือกกิจกรรมได้เอง – แต่เมื่อใช้งานอุปกรณ์เสร็จแล้วก็ต้องเก็บเข้าที่ให้เหมือนเดิม ในสภาพพร้อมใช้งานต่อ

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

Montessori station ของน้องเตรียมอนุบาล

ภายในห้อง Montessoriของชั้นอนุบาลจะมีความ academic มากขึ้น

 

STEAM as Academic

Science | Technology | Engineering | Appreciation | Math

  • เด็ก ๆ จะโดดเด่นด้าน ภาษา คณิตศาสตร์ และ ด้าน Culture มาก ถึงแม้จะใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ แต่ด้านวิชาการก็เข้มข้นตามเกณฑ์ของหลักสูตรแกนกลาง
  • เรียนทุกวิชาพื้นฐาน เพราะทุกการเรียนรู้มีจุดหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน เนื้อหาและวิธีคิดของแต่ละวิชาก็มีบทบาทไปสนับสนุนทักษะในการใช้ชีวิตต่าง ๆ กัน ใครเห็นโลกมาก ก็จะรู้จักชีวิตมาก ก็จะมีประสบการณ์ที่สามารถในไปใช้ในอนาคตได้
  • โรงเรียนให้ความสำคัญกับ Appreciation ศิลปะ ดนตรี กีฬา มากนะคะ เพราะ Appreciation ก็คือการนำวิชาต่าง ๆ ภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ฯลฯ มาบูรณาการ + ความคิดสร้างสรรค์ สรรค์สร้างออกมาเป็นสิ่งจรรโลงใจมนุษย์ได้ จัดได้ว่าเป็นสิ่งเติมเต็มศักยภาพและความเป็นมนุษย์ชั้นยอดเลยค่ะ

 

เด็กๆ เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม

เพราะการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในห้องเรียน สภาพแวดล้อม ของโรงเรียนจะมีต้นไม้ใหญ่โดยรอบ หลายอาคารสร้างหลบต้นไม้ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้อำนวยการ  ( ผศ.ดร.ประชุมพร สุวรรณตรา ) ชื่นชอบต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่ธรรมชาติเป็นสื่อการสอนที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกวิชา เด็ก ๆ จะได้เห็นวัฏจักรในธรรมชาติ บ่อยครั้งจะเกิดความสงสัยและนำไปสู่การตั้งคำถาม ..เอาล่ะสิ คำถามเหล่านี้นำไปสู่การคิดค้น หาวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาที่สงสัย เกิดเป็น Project Approach  เด็ก ๆ โรงเรียนสาธิตปทุมจึงช่างสงสัย ช่างคิด กล้าที่จะลงมือเพื่อจัดการกับสิ่งที่ตนเองสงสัยค่ะ

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม สีเขียวภายในโรงเรียนทำให้รู้สึกสดชื่นและสบายตาสุด ๆ

โรงเรียนสาธิตปทุม

วันนี้พี่ประถมแต่งตัวตามวิถีไทย

โรงเรียนสาธิตปทุม

Landmark ของโรงเรียน

 

Good Habits

  • กริยามารยาท พูดจาไพเราะ – หากฝึกฝนและปฏิบัติจนเป็นนิสัยตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว ในอนาคตก็จะพัฒนากลายเป็นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ มารยาทในการทำงาน และการรู้จักกติกาในการอยู่ร่วมกันในสังคม
  • EF สร้างจริยธรรม – EF คือทักษะทางสมอง ที่จะช่วยให้เด็ก คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น หาความสุขเป็น ดังนั้นเด็กได้รับการพัฒนา EF จะมีเหตุมีผล รู้จักยับยั้งชั่งใจ จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้ ยิ่งถ้าได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ เด็กๆจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากขึ้นเป็นลำดับ

 

สร้าง EF สไตล์สาธิตปทุม ที่คุณพ่อคุณแม่นำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

  • สร้างความผูกพันไว้วางใจระหว่างเด็กๆ คุณครู สถานที่
  • จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาด สงบ ปลอดภัย มีหนังสือ ของเล่น เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้
  • จัดกิจกรรมหรือเกมส์ที่ต้องใช้เวลาและสมาธิ = ฝึกสมาธิ
  • เปิดโอกาสในการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ = สร้างประสบการณ์
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ = สุขภาพดี
  • ฝึกให้รู้จักการอดทน รอคอย
  • ส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำงานจนเสร็จ = บรรลุเป้าหมาย
  • ฝึกให้เด็ก ๆ รู้จักรับผิดชอบในบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ = การมีส่วนร่วม
  • สอนให้รู้จักคิดก่อนตอบ คิดก่อนทำ = การมีสติ
  • สอนให้รู้จักจัดการอารมณ์ตัวเอง รู้จักจัดการความเครียด
  • พาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้นอกสถานที่ เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนจากเดิม – จะกระตุ้นให้เด็กต้องคิดด้วยสมองส่วนหน้ามากขึ้น
  • สนับสนุนกิจกรรมเสริมทักษะ เช่น ดนตรี กีฬา งานศิลปะ ก็นับเป็นกิจกรรมที่ฝึกเชิงบริหารที่ดี ต้องใช้สมาธิ ทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นตอน

 

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

กิจกรรมที่ใช้ระยะเวลา ช่วยสร้างสมาธิ

โรงเรียนสาธิตปทุม

สามารถจัดการกับ (ความหิว) ของตนเองได้ = ดูแลตนเอง

 

โรงเรียนสาธิตปทุม

เด็ก ๆ เรียนรู้นอกห้อง

โรงเรียนสาธิตปทุม

 

ทานอาหารกับเพื่อน ๆ ก็จะเพลิน ๆ หน่อย

 

ก้าวที่ทันโลก

เพราะผู้อำนวยการโรงเรียนเชื่อว่า

  • นักการศึกษาและโรงเรียนไม่ควรหยุดพัฒนาตนเอง โรงเรียนสาธิตปทุมจึงเป็นโรงเรียนที่ก้าวทันโลก อัพเดทต่อสถานการณ์ ข่าวสาร ความเป็นไป + ความต้องการของโลก เพื่อนำทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 มาเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ = การติดอาวุธทางปัญญาไว้ใช้ในอนาคต
  • คุณครูและ Staff ในโรงเรียนได้รับการ Training อยู่สม่ำเสมอ เพราะคุณครูก็ต้องพัฒนาทักษะ เช่น การจัดฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นกับการทำงานในอนาคตที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง การฝึกสอนทักษะเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

Mommy love this ถูกใจแม่!

  1. การพัฒนา EF ( ทักษะสมอง ) ตอบโจทย์ทุกครอบครัวเลยค่ะ เพราะการเข้าใจและจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม หลากหลาย ตามระดับความสามารถของเด็กๆ จะช่วยฝึกฝนทักษะสมอง + สร้างความฉลาดทางอารมณ์ให้กับเด็กๆได้เป็นอย่างดี
  2. วิชาการ เด็ก ๆ ได้เรียนรายวิชาตามหลักสูตรแกนกลาง เนื้อหาและวิธีคิดของแต่ละวิชาก็มีบทบาทไปสนับสนุนทักษะในการใช้ชีวิตต่าง ๆ กัน
  3. หลักการ 3H ที่โรงเรียนใช้ ได้แก่ Healthy (สุขภาพกาย + ใจ ของทุกคนในโรงเรียน) | Hands – on กิจกรรมสร้างประสบการณ์ | good Habits ลักษณะนิสัยที่ดีงาม เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตสมวัยโดยไม่ทิ้งความเป็นคนไทย
  4. คลาส After School ที่น่าสนใจหลังเลิกเรียน เช่น Sing and Dance, Cooking, ILP, Comprehension, Computer, Sports, Arts and Craft, Phonics, Swimming, Homework หรือ Music เพื่อเสริมทักษะหรือจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่มารับ ก็สามารถลงเรียนได้
  5. แม้จะเป็นโรงเรียน 3 ภาษา และ นานาชาติ แต่ด้านกริยามารยาทแบบไทยก็ได้รับการฝึกฝนเป็นประจำ – คุณพ่อคุณแม่วางใจได้ค่ะ

 

 

โรงเรียนสาธิตปทุมผศ.ดร. ประชุมพร สุวรรณตรา ผู้อำนวยการโรงเรียนและโรงเรียนอื่น ๆ ในเครือ (PREP, บ้านต้นไม้, นิมิตรใหม่, Invictus International Programme เป็นต้น)

 

โรงเรียนสาธิตปทุม

 put your hands in the air

โรงเรียนสาธิตปทุม

ทักทายกันแบบวัยรุ่นฟันน้ำนม

 

โรงเรียนสาธิตปทุม โรงเรียนสาธิตปทุม

อาคารโซนใหม่ที่กำลังจะเปิดใช้งานเร็วๆนี้

 

อัตราค่าเล่าเรียน

ค่าเทอมประมาณ 80,000 – 100,000 บาท ต่อปี (1 ปีมี 2 เทอม)

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาสอบถามจากทางโรงเรียนโดยตรง

– – –

โรงเรียนสาธิตปทุม

Sathitpathum Demonstration School

99/38หมู่ 10 ถนน345 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

โทร 081-8289992, 02-9754523

เวลาทำการ 7.30 – 16.30 น.

www.sathitpathum.ac.th

facebook : Sathitpathum Demonstration

 

Editor : แม่พลอยผิง

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

LUMA แชร์ 6 โรคฮิตเด็กป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย

LUMA แชร์ 6 โรคฮิตเด็กป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย

ลูกป่วยทีไร แม่ๆ อย่างเราใจหายทุกทีค่ะ ไหนจะอาการป่วยที่รบกวนลูกๆ ของเรา ทำให้ไม่สบายตัว ความกังวลใจที่แม่ๆ ต้องดูแลลูกน้อย ไหนจะต้องเตรียมค่ารักษาพยาบาลหากลูกมีอาการป่วยหนัก สำหรับบทความนี้ ทีมแม่ ABK ได้รับข้อมูลจาก LUMA ผู้ให้บริการประกันสุขภาพพร้อมทีมแพทย์ มาแบ่งปันข้อมูลที่จะให้แม่ๆ สังเกตอาการป่วยของลูก และเข้าใจโรคต่างๆ ได้มากขึ้นเพื่อเตรียมรับมือและป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อยของเราค่ะ

ช่วงวัยเด็กเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาของร่างกายและจิตใจ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เด็กมีภูมิต้านทานต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและมักมีอาการรุนแรง LUMA ผู้ให้บริการประกันสุขภาพพร้อมทีมแพทย์เห็นว่า การเข้าใจและรู้เท่าทันโรคที่พบบ่อยในเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรทราบ เพื่อให้สามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม จากการรวบรวมข้อมูลทาง LUMA พบว่าโรคพบบ่อยในเด็กที่ทำให้ต้องเข้าแอดมิดในโรงพยาบาลทั้ง 6 โรค ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคมือ เท้า ปาก โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV โรคอาหารเป็นพิษ  และโรคโควิด-19 ยังไม่รวมโรคอื่นๆ เช่น โรคปอดบวม หรือโรคท้องร่วง

6 โรคฮิตเด็กป่วย

ซึ่งทีมแพทย์ LUMA ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับพาร์ตเนอร์โรงพยาบาล โดยตั้งข้อสังเกตจากอาการที่พบบ่อย ความถี่ในการพบ การดูแลรักษาเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายในการรักษา และวิธีการป้องกันของแต่ละโรค เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือผู้อ่านทุกท่านได้มีความรู้และความเข้าใจที่ครอบคลุมในการเตรียมความพร้อม และการป้องกันโรคได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยและเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคฮิตเด็กป่วย ในปี 2023

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาการอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา อาจเกิดโรคแทรกซ้อนและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย

อาการที่พบบ่อย

ไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย

ความถี่ในการพบ

  • กว่า 50% ของเคสเด็กทั้งหมดในปี 2023
  • พบบ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้เด็กพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ ใช้ยาลดไข้และยาลดอาการปวดตามคำแนะนำของแพทย์ อาจต้องใช้ยาต้านไวรัสหากแพทย์สั่ง

ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษา

ประมาณ 70,000-95,000 บาท  โรงพยาบาลชั้นนำมักจะเกิน 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การป้องกัน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี
  • ล้างมือบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย

 

โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease)

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Enterovirus 71, Coxsackie) ที่ทำให้เกิดผื่นและแผลในปาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการมักหายได้เองภายใน 3-10 วัน

อาการที่พบบ่อย

ไข้ ผื่นแดงที่มือ เท้า และบริเวณอื่น ๆ แผลในปาก ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร

ความถี่ในการพบ

  • เกือบ 20% ของเคสเด็กทั้งหมดในปี 2023
  • พบบ่อยในช่วงฤดูฝน

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ใช้ยาลดไข้และยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ

ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษา

ประมาณ 17,000 บาท – 99,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การป้องกัน

  • ล้างมือบ่อย ๆ
  • รักษาความสะอาดของของเล่น
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
  • ดูแลสุขอนามัย พกกระติกน้ำ ใช้ช้อนกลาง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย

 

โรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning)

โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษ หรือสารเคมี ทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย และปวดท้อง

อาการที่พบบ่อย

อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ไข้ อ่อนเพลีย

ความถี่ในการพบ

  • เกือบ 20% ของเคสเด็กทั้งหมดในปี 2023
  • พบบ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หากอาการไม่ดีขึ้นควรพาไปพบแพทย์

ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษา

ประมาณ 30,000-62,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การป้องกัน

  • รักษาความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุกหรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

 

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus)

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก ไอ และไข้ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กและอาจทำให้เกิดการอักเสบในปอดและทางเดินหายใจ

อาการที่พบบ่อย

ไอ หายใจลำบาก ไข้ หายใจเร็วหรือหายใจหอบ อ่อนเพลีย

ความถี่ในการพบ

  • เกือบ 10% ของเคสเด็กทั้งหมดในปี 2023
  • พบบ่อยในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้เด็กพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ ใช้ยาลดไข้และยาลดอาการหายใจลำบากตามคำแนะนำของแพทย์ หากอาการรุนแรงควรพาไปพบแพทย์

ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษา

ประมาณ 95,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การป้องกัน

  • ล้างมือบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย
  • รักษาความสะอาดของของใช้ส่วนตัว

 

โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีที่ถูกส่งผ่านทางยุงลาย ทำให้เกิดอาการไข้สูง ปวดหัว และอาการอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โรคนี้จะพบบ่อยในช่วงฤดูฝน

อาการที่พบบ่อย

ไข้สูงฉับพลัน ปวดหัวรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ ผื่นแดง อาจมีอาการเลือดออกง่าย

รายละเอียดในการรักษา

  • ระยะเวลานอนในโรงพยาบาล 4-6 วัน
  • ประมาณ 39,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้เด็กพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ ใช้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์ อย่ารอให้เกิดอาการที่รุนแรงก่อนแล้วจึงมาพบแพทย์

การป้องกัน

  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • ใช้มุ้งหรือทายากันยุง
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

 

โรคโควิด-19 (COVID-19)

โรคปอดบวมเป็นการติดเชื้อในปอดที่ทำให้เกิดการอักเสบในถุงลม ทำให้หายใจลำบากและมีอาการไอที่รุนแรง

อาการที่พบบ่อย

ไข้สูง หนาวสั่น ไอรุนแรง หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก

ความถี่ในการพบ

  • โดยส่วนใหญ่ เด็กแอดมิทด้วยโรค Covid – 19 ปีละ 1 ครั้ง
  • โรคโควิด-19 ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกในปี 2023 และมีการระบาดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นกลุ่มใหญ่

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ให้พักผ่อนมาก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ใช้ยาลดไข้หากจำเป็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่นและปฏิบัติตามแนวทางการกักตัว หากอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์

ค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษา

ประมาณ 75,000 – 125,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาในการรักษา

การป้องกัน

  • รับวัคซีนโควิด-19 ตามที่แนะนำ
  • สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
  • รักษาระยะห่างทางสังคม
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย
  • ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคที่หน่วยงานสาธารณสุขกำหนด

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยจำนวนเด็กที่ทำประกันกับ LUMA แล้ว พบว่าจำนวนตัวเลขของเด็กที่ป่วยด้วยโรคยอดฮิตนี้เป็นที่น่าตกใจ เพราะยังไม่รวมตัวเลขที่เด็กไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์หรือประกันอื่นๆ ซึ่งทาง LUMA ได้แบ่งจำนวนเด็กป่วยเฉพาะที่เข้าแอดมิทโรงพยาบาล ดังนี้

จากสถิติการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในปี 2023 ของ LUMA

ความถี่ของการเกิด: พบใน 40% ของผู้ป่วยเด็กทั้งหมดในปี 2023

ค่าใช้จ่ายในการรักษา: เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 25,000 บาท – 120,000 บาทต่อครั้ง

ระยะเวลาการรักษา: ใช้เวลา 1-4 วัน และบางกรณีอาจยาวนานถึง 7 วัน

ไม่ว่าโรคใด ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นกับเด็กได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กมีภูมิต้านทานต่ำ การป้องกันและการดูแลรักษาโรคต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญ บางครั้งโรคที่รุนแรงอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายสูง การมีประกันสุขภาพสำหรับเด็กจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและให้ความมั่นใจแก่ผู้ปกครองว่าเด็กจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

การมีประกันสุขภาพสำหรับเด็กไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของการเงิน แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการมีประกันสุขภาพสำหรับเด็กจึงเป็นการลงทุนที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ทั้งต่อเด็กและผู้ปกครอง

 

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็กที่ดีที่สุดสำหรับบุตรหลาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LUMA หรือติดต่อ LUMA โทร +662-494-3600

Tags

กรุงเทพประกันชีวิต ใส่ใจผู้หญิง จัดโปรโมชันมอบประกันคุ้มครองมะเร็งเต้านม ฉลองเดือนแห่งวันแม่

กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมฉลองเดือนแห่งวันแม่ มอบความอุ่นใจเพื่อผู้หญิงทุกคนที่อายุระหว่าง 18-70 ปี ที่ซื้อแบบประกันที่กำหนด ด้วยประกันคุ้มครองมะเร็งเต้านม ทุนประกัน 100,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี พร้อมบัตรกำนัลโลตัส หรือเซ็นทรัล มูลค่า 100 บาท เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปีต่อกรมธรรม์ทุกๆ 10,000 บาท เมื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life เริ่มแล้ววันนี้ถึงสิ้นเดือนกันยายน 67

  นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เนื่องในเดือนแห่งวันแม่ปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิต มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพที่ดี จึงขอร่วมฉลองโอกาสพิเศษ ด้วยการมอบความคุ้มครองด้วยประกันมะเร็งเต้านม ทุนประกัน 100,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี สำหรับผู้หญิงอายุระหว่าง 18-70 ปี ที่ซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือ กรุงเทพสุดคุ้ม พร้อมแนบสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ หรือ โรคร้ายแรงผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต และที่ปรึกษาทางการเงิน ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567

 

“กรุงเทพประกันชีวิต ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ให้ผู้หญิงทุกคนห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งถือเป็นโรคร้ายแรงอันดับ 1 ที่ส่งผลต่อการเสียชีวิต และเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งนอกจากการตรวจสุขภาพเป็นประจำแล้วยังสามารถตรวจเช็คด้วยตนเองเบื้องต้น หากพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นยังมีโอกาสรักษาหายได้  นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมในการวางแผนทางการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้ชีวิต สุขภาพ และโรคร้ายแรง ยังมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งเรามีแบบประกันที่ครอบคลุมทุกความต้องการ เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนอุ่นใจว่าจะไม่เป็นภาระสำหรับครอบครัว” นางสาวอรนาฎกล่าว

 

สำหรับลูกค้าทุกท่าน ที่ซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือ กรุงเทพสุดคุ้ม พร้อมแนบสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ หรือ โรคร้ายแรงผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต และที่ปรึกษาทางการเงิน หากดาวน์โหลด ลงทะเบียน และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เบี้ยประกันภัยปีแรกแบบรายปีต่อกรมธรรม์ ทุกๆ 10,000 บาท ยังสามารถเลือกรับบัตรโลตัส หรือ บัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 100 บาท ได้อีกด้วย โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครทำประกันได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กรุงเทพประกันชีวิต และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรุงเทพประกันชีวิต www.bangkoklife.com หรือติดต่อ Call Center โทร. 02-777-8888 และสามารถดูรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangkoklife.com/th/promotion/CampaignBLA_Doublesave

Tags

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

เปิดรั้ว พาทัวร์โรงเรียนชายล้วนที่แรกของไทย! โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดดเด่นทั้งวิชาการ กิจกรรม กีฬา และคาแรคเตอร์

หากเรากล่าวถึงโรงเรียนอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย เราจะพบว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (เขตพระนคร) คือหนึ่งในนั้น นอกจากจะเป็น “ โรงเรียนหลวงแห่งแรก ” ในสยามประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของระบบการเรียนการสอนและกิจกรรมที่หลากหลายมาจนปัจจุบัน อีกทั้งยังทรงคุณค่าในด้านประวัติศาสตร์  การสืบสานประเพณีอันงดงาม สถาปัตยกรรมมรดกของชาติ และในปี พ.ศ. 2567 ยังครองแชมป์โรงเรียนที่มีจำนวนผู้มาสอบแข่งขันเป็นมากที่สุดอีกด้วย

จุดเด่นของโรงเรียนอีกด้าน คือ ความรัก ความภาคภูมิใจ ความผูกพัน ของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่มีต่อโรงเรียน การคงไว้ซึ่งคุณภาพและความดีงามเป็นเวลายาวนานนับศตวรรษ..ทำได้อย่างไรนั้น?  ทีมแม่ ABK ขอรับหน้าที่พาไปเปิดรั้ว

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว – ผู้ก่อตั้งโรงเรียน
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
อาคารและเครื่องใช้ชุดเดิมตั้งแต่สมัยก่อตั้งโรงเรียน
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
วิวัฒนาการเครื่องแบบนักเรียนตั้งแต่ พ.ศ. 2425 – ปัจจุบัน

เรื่องน่ารู้ของสวนกุหลาบฯ

  • โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อตั้งโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้รับการสถาปนาขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2425
  • ในขณะนั้นเรียกว่า “โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ” มีทั้งระบบการฝึกหัดอย่างทหาร และ เรียนแบบสามัญ
  • สีประจำโรงเรียน : ชมพู – ฟ้า
    • สีชมพู เป็นสีประจำวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    • สีฟ้า เป็นสีประจำวันพระราชสมภพในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ
  • อาคารสวนกุหลาบ หรือ ตึกยาว ถือเป็นสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของโรงเรียน
  • ถูกสร้างเพื่อใช้เป็นที่เล่าเรียนและที่อยู่ของนักเรียน – นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทุกรุ่นจะใช้ชั้น 2 เป็นห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนใหม่ใช้ชีวิตและสร้างความผูกพันกับสถานที่อันเป็นจิตวิญญาณของชาวสวนกุหลาบ
  • ตึกยาวเป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ปัจจุบันขึ้นทะเบียนกรมศิลปากรเป็นโบราณสถานของชาติ (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530)เป็นอาคารเรียนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย – ชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์การศึกษาฯ ห้องรับรอง ห้องสำนักงาน
  • อัตลักษณ์สุภาพบุรุษสวนกุหลาบฯ : เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง สนองคุณแผ่นดิน
  • จัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบ Active Learning เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้รอบด้าน ทดลองผิดถูก เรียนรู้ให้เกิดประสบการณ์
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
วันนี้นักเรียนชั้น ม.1 มาเรียนรู้กันที่ห้องสมุดค่ะ
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
คลาสเรียนคอมพิวเตอร์ภายในอาคารสวนกุหลาบรำลึก (อาคาร 6)
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
อบอุ่นร่างกายก่อนเตะฟุตบอล
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
วันนี้มีคณะนักเรียนภายนอกมาเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ นักเรียนจากชุมนุม UNESCO รับหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ค่ะ

Ready วางอนาคตตั้งแต่ ม.ต้น

หลังจากที่เด็ก ๆ ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าระดับชั้น ม.1 แล้ว จะเข้าเรียนตามห้องเรียนโครงสร้างต่าง ๆ  มีทั้งสิ้น 3 โครงสร้างซึ่งทุกโครงสร้างมุ่งเน้นให้เด็ก ๆ ค้นพบตัวเอง เรียนรู้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขค่ะ

  1. ห้องเรียนโครงสร้างหลักสูตรความเป็นเลิศ วิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (Gifted And Talented Education Program : GATE Program)
  • เรียนรู้วิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น (เนื้อหา + เข้าห้อง Lab)
  • มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร ในรูปแบบกิจกรรมและค่ายพัฒนา (คุณลักษณะ + สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อต่อยอดให้เด็กๆค้นพบศักยภาพของตัวเอง)
  1. ห้องเรียนโครงสร้างหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program : EPLUS+)
  • เนื้อหาตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาฯ แต่จัดเต็มเป็นภาษาอังกฤษ
  • เน้นวิชาเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์บูรณาการ คณิตเชิงลึกตามสาขา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตประจำวัน
  • เป้าหมาย คือ ให้เด็ก ๆ มีองค์ความรู้เพื่อพัฒนา Multiple intelligences และเตรียมความพร้อมสำหรับ ม.ปลายค่ะ
  1. ห้องเรียนโครงสร้างวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ทั่วไป
  • เนื้อหาตามหลักสูตรแกนหลางและหลักสูตรสถานศึกษา
  • เรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์บูรณาการ การอ่าน + การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
  • ส่งเสริมความถนัด “ทุกด้าน” ของเด็ก ๆ
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ความดั้งเดิมที่งดงาม
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
บรรยากาศภายนอกท้องฟ้าจำลองสิรินธร แหล่งเรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านดาราศาสตร์
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
บรรยากาศภายในชั้นเรียน

Set.Go เตรียมพร้อมสู่โลกกว้างนักเรียน ม.ปลาย

เป้าหมายหลักที่ชัดเจนของนักเรียนชั้น ม. ปลาย คือ การเรียนต่อในมหาวิทยาลัย มีการสอบคัดเลือกนักเรียนเพิ่มเติมในระดับชั้น ม.4 บางส่วน ( จำกัดที่นั่ง ) มีทั้งสิ้น 8 โครงสร้างค่ะ ได้แก่

  1. โครงสร้างหลักสูตรความเป็นเลิศ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ (Gifted And Talented Education rogram : GATE Program)
  2. ห้องเรียนโครงสร้างหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program : EPLUS+) มีภาษาที่สาม ได้แก่ ภาษาจีน และ ภาษาญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการศึกษาต่อด้วยค่ะ
  3. โครงสร้างห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (Enrich Program of Science Mathematics Technology and Environment : SMTE AKA Gifted Science) เรียนหลักสูตรเข้มข้น สสวท.
  4. โครงสร้างห้องเรียนพิเศษคณิตศาสตร์ (Gifted Math) คัดเลือกจากนักเรียน ม.3 เดิมที่ถนัดวิชาคณิตศาสตร์
  5. โครงสร้างวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ภาษา เป็นห้องเรียนที่เรียนภาษาที่สามเพิ่มเติม ได้แก่ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ
  6. โครงสร้างวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ หลักสูตรทั่วไป
  7. โครงสร้างคณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ (ศิลป์คำนวณ)
  8. โครงสร้างภาษา (ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาฝรั่งเศส)

วิชาการแน่น

  • ส่งเสริม + พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ เน้นทั้งทฤษฎี และ ปฏิบัติทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
  • ด้านทฤษฎีได้แล้วเราก็มาลงมือปฏิบัติกันค่ะ ทุกโครงสร้างจะมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สอดคล้องกับโครงสร้างหลักแต่ละสาขา ( มีทั้งที่คล้ายคลึง และ แตกต่างกัน ) ได้แก่ Project Base Learning + กิจกรรมค่ายโครงงานสร้างสรรค์การนำเสนอโครงงาน Project symposium + กิจกรรมเปิดโลกการเรียนรู้ + การเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการด้านต่าง ๆ ..กิจกรรมทำให้นักเรียนได้นำความรู้ไปใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้วเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดความรู้ใหม่ ๆสำหรับนักเรียนให้ได้ไปขบคิดต่อกันอีกนะคะ
  • นักเรียนจะได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง
  • มีกิจกรรมส่งเสริมความถนัดของนักเรียน
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สนามกีฬาแห่งแรกในประเทศไทยและอาคารศาลาพระเสด็จ (อาคาร 4)
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
Open Lab ภายในอาคาร 4 ที่นักเรียนสามารถเข้ามาใช้งานได้ตลอด
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
Graffiti หรือ Street Art
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
วันนี้คณะนักเรียนจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิตมาเยี่ยมที่โรงเรียนค่ะ
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
อาคารปิยมหาราชานุสรณ์ ด้านล่างเป็นโรงอาหาร มีห้องกีฬา โรงยิม ห้องดนตรีไทย ห้องดนตรีสากล

กิจกรรม : ความสร้างสรรค์ที่สรรค์สร้าง “สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ”

Character

ทุกกิจกรรมของโรงเรียน  นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสมอ เพราะ

  1. เป็นการสร้างภาวะความเป็นผู้นำ
  2. เรียนรู้การเข้าสังคม และ ทำงานร่วมกับผู้อื่น
  3. สร้างความมั่นใจ และ กล้าแสดงออก
  4. สร้างความสนุกสนาน
  5. เรียนรู้การเสียสละ (เพื่อส่วนรวม)
  6. แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

Character เป็นอีกอย่างที่เรียนรู้ได้จากประสบการณ์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมนักเรียนสวนกุหลาบถึงได้มีความสามารถรอบด้าน ดังคำขวัญที่ว่า “กิจกรรมสร้างคน คนสร้างกิจกรรม” ตัวอย่างรายชื่อกิจกรรม : งานชุมนุมลูกเสือ – เนตรนารีสวนกุหลาบสัมพันธ์ | การแข่งขันกรีฑาสวนกุหลาบสัมพันธ์ | วันท่องแดนสวน – ค่ายปฐมนิเทศ | วันมหัศจรรย์สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ | วันละอ่อน วันรับขวัญเสมา | วันแนะนำกิจกรรม | วันสมานมิตร | วันปิยมหาราช | การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี | เลือกตั้งประธานนักเรียนใหม่ | วันจากเหย้า | วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน

กีฬาที่ไม่เป็นรองใคร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟุตบอล บาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ ได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง องค์กร ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จนสามารถสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์หลายรายการเลยทีเดียว

เครือข่าย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มีวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจน นักเรียนผูกพันกับโรงเรียนและกลับมาช่วยพัฒนาโรงเรียน มีการดูแลกันระหว่าง รุ่นพี่ – รุ่นน้อง ครู -ลูกศิษย์ ทั้งตอนที่เรียนอยู่และหลังจากที่จบออกไป

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
นาฬิกาได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่า (OSK) ของโรงเรียน มีการสร้าง gimmick เล็กน้อยเพื่อบอกถึงชื่อรุ่นด้วยค่ะ
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สระว่ายน้ำได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายศิษย์เก่า (OSK) เช่นกัน
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
อาคาร 123 ปีสวนกุหลาบวิทยาลัย
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สนามฟุตบอลขนาดใหญ่

Mommy Love This! ถูกใจแม่

  1. ด้านวิชาการ – สบายใจหายห่วงเพราะหลักสูตรของโรงเรียนเข้มข้นตั้งแต่ ม.1 แถมยังเป็นการเรียนแบบ Active Learning คิดก็เก่ง ทำก็เป็น อย่างนี้คุณพ่อคุณแม่ยิ้มและกดไลค์แน่นอนค่ะ
  2. ด้าน EQ โดดเด่น เพราะเด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ประสบการณ์ที่หลากหลายจะช่วยสร้างให้เด็ก ๆ เก่งรอบด้าน แก้ไขปัญหาได้ รู้จักช่วยเหลือ ทำประโยชน์ให้ตนเองและสังคมได้
  3. การส่งเสริมความถนัดในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมในหลักสูตร หรือ เสริมหลักสูตร การเข้าร่วมแข่งขันด้านต่าง ๆ ชุมนุมในโรงเรียน ทำให้เห็นว่าโรงเรียนไม่ทิ้งความสามารถของเด็กๆคนไหนไว้เบื้องหลังเลย
  4. มีการเรียนการสอนเสริมในวันเสาร์ตามความสมัครใจ
  5. เครือข่ายที่มั่นคง (จะเรียกว่าเป็น DNA ของชาวสวนกุหลาบเลยก็ว่าได้ค่ะ)
  6. ร้านอาหารในโรงเรียนเยอะมาก (ประมาณ 24 หรือ 25 ร้าน)
  7. วิชาการ กีฬา การงาน คอมพิวเตอร์ ดนตรีใดๆ ต่อยอดและไปต่อกันได้ที่ชมรม/ชุมนุม ที่มีกิจกรรมกันตลอดทั้งปี – มีกว่า 45 ชุมนุมเลยนะคะ (พบกันได้ในวันแนะนำชุมนุม)
  8. นักเรียนมีสิทธิ มีเสียง แสดงออกได้ แสดงความคิดเห็นได้
  9. ความอบอุ่น และ สายสัมพันธ์ (โรงเรียน – ครู – รุ่นพี่ – รุ่นน้อง – เครือข่ายต่างๆ) ทำให้นักเรียนสวนกุหลาบเข้าถึงความรู้สึก “รักและเป็นส่วนหนึ่ง” ของโรงเรียน

อัตราค่าเล่าเรียนต่อเทอม (1 ปีการศึกษามี 2 เทอม)

มัธยมต้น

  • GATE PROGRAM ประมาณ 12,500 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากร)
  • EPLUS+ ประมาณ 35,000 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากรและเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรม)
  • โครงสร้างวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (ห้องเรียนปกติ) ประมาณ 3,500 – 4,500 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากร)

มัธยมปลาย

  • GATE PROGRAM ประมาณ 12,500 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากร)
  • EPLUS+ ประมาณ 40,000 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากรและเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรม)
  • GIFTED SCIENCE และ GIFTED MATH ประมาณ 12,500 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากร)
  • โครงสร้างวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ – ภาษา
  • โครงสร้างวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (หลักสูตรทั่วไป)
  • โครงสร้างคณิตศาสตร์ – ภาษาอังกฤษ (ศิลป์คำนวณ)
  • โครงสร้างภาษา (ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาฝรั่งเศส)
    • ประมาณ 3,500 – 4,500 บาทต่อเทอม (ไม่รวมค่าระดมทรัพยากร)

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

เลขที่ 88 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

Editor : แม่พลอยผิง

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข


อ่านต่อบทความน่าสนใจ  

เตรียมพร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ของลูก ด้วยสารอาหารดีๆ ใน S-26 Gold Pro UHT

ช่วงเวลาตั้งแต่ลูกแรกเกิดไปจนถึง 2 ขวบแรก ถือว่าเป็นช่วงเวลาทองของสมอง ที่สมองของลูกจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 300% ทำให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ที่รวดเร็ว ลูกจึงเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ อยากรู้อยากเห็น รู้สึกสนใจและอยากค้นหาทุกอย่างในโลกกว้าง คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการของลูกรักให้รอบด้าน ทั้งทางด้านร่างกายด้วยการส่งเสริมให้ลูกได้เคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ หยิบจับสิ่งของด้วยตัวเอง รวมไปถึงฝึกทักษะในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารความต้องการของตัวเอง ไปจนถึงทักษะการแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยตนเอง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมทักษะของลูกได้ ด้วยการชวนให้ลูกเล่นเสริมพัฒนาการและพาลูกออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน รวมไปถึงการเสริมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาสมองของลูกรักอย่างสฟิงโกไมอีลิน

นมยูเอชที S-26 Gold Pro UHT มาพร้อมสูตรที่เหนือกว่าเดิม* เพิ่มสฟิงโกไมอีลินถึง 150% และ ดีเอชเอ 3 เท่า* ซึ่งดีเอชเอเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น นมยูเอชที S-26 Gold Pro UHT จึงเหมาะสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ อายุ  1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว มีรสจืด หอม อร่อย ดื่มง่าย

S-26 Gold Pro UHT อร่อย ดื่มง่าย เตรียมลูกให้พร้อมสู่โลกกว้างอย่างสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นที่แตกต่างในวัยเด็กสามารถส่งผลต่อโอกาสที่จะประสบสำเร็จในอนาคตได้ เตรียมความพร้อมให้สมองของลูกพร้อมเรียนรู้ให้มากที่สุด พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ มีพัฒนาการที่หลากหลาย สามารถออกไปเผชิญโลกกว้างได้อย่างสร้างสรรค์ ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนเกินการคาดเดา ด้วยนมยูเอชที S-26 Gold Pro UHT ที่อุดมไปด้วยสารอาหารส่งเสริมการพัฒนาสมอง

 

* เมื่อเทียบกับ S-26 Gold UHT

Tags

โรงเรียนสยามสามไตร

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนวิถีไทย วิถีธรรมชาติ วิถีพุทธ พัฒนาเด็กให้เก่ง ดี และมีความสุข

วันนี้ School Visit จะพามาดูหลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอนของโรงเรียนวิถีพุทธ ย่านสุขุมวิท ที่มีประสบการ์ณในการสอนเด็ก ๆ มายาวนาน กว่า 40 ปี ที่มีชื่อว่า โรงเรียนสยามสามไตร

โรงเรียนสยามสามไตร ก่อตั้งเมื่อ ปี  พ.ศ. 2523  เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ ใช้หลักสูตรพื้นฐานตรงตามกระทรวงศึกษาธิการ นำมาผสมผสานกับแนวทางการสอนแบบวิถีพุทธ ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาตอนปลาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการศึกษาที่ดีและสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้แก่ลูกหลานไทย และพัฒนามนุษย์ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ ทั้งทางโลกและทางธรรม  เน้นฝึกกายและจิตเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณสมบัติการเป็นผู้นำที่ดี ต่อตนเองและสังคมโลก

โรงเรียนสยามสามไตร

บริเวณทางเข้าโรงเรียน

โรงเรียนสยามสามไตร

เด็กนักเรียนนั่งรอรับประทานอาหารกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

      โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

บรรยากาศห้องเรียนของน้องอนุบาลและพี่ประถม

โรงเรียนสยามสามไตร

อุปกรณ์และสื่อการสอนครบครัน

 

วิถีพุทธและวิถีไทย

โรงเรียนพัฒนาเด็กทั้งสองด้านทั้งด้านซ้ายและขวา เหมือนมนุษย์เราที่มีแขนทั้งข้างซ้ายและข้างขวา

ด้านซ้ายคือกิจกรรมที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน ส่วนด้านขวาคือด้านแห่งการเรียนรู้ สองด้านจะประกอบกันเป็นองค์รวมกลายเป็นเด็ก 1 คน โรงเรียนสอนให้เด็กมีการกินอยู่แบบไทย มีมารยาทที่ดี เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย รวมไปถึงการละเล่นแบบไทยและดนตรีไทยด้วย เพื่อปลูกฝังความเป็นไทยให้กับเด็ก ๆ

การฝึกวิถีแบบสยามสามไตรจะเริ่มตั้งแต่เด็กเข้ามาภายโรงเรียน ได้เรียนรู้เรื่อง วิถีประจำวัน เช่น การสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ สวัสดีคุณครู การกราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ เด็กจะรู้ความหมายของสิ่งที่กระทำ ไม่ได้ทำโดยถูกบังคับแต่เป็นการกระทำจากหัวใจ ส่วนวิถีประจำสัปดาห์คือ การใส่บาตรวันพระ เด็ก ๆ จะเตรียมอาหารมาใส่บาตรที่โรงเรียนทุกวันพระ วิถีประจำปีหรือฤดูกาล คือวันพระใหญ่ เช่น วันเข้าพรรษา  โรงเรียนสอดแทรกธรรมะให้กับเด็ก ๆ  ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลักชาวพุทธอย่างเป็นธรรมชาติ  และฝึกให้เด็กมีศีลธรรมและจริยธรรม เพื่อให้เด็กมีความดีนำและมีความเก่งตาม สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ โดยใช้หลักธรรมมะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เพราะในโลกอนาคตเด็กจะเก่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ การเรียนรู้ธรรมมะ จะช่วยให้เด็กไม่ได้มองเห็นปัญหาเป็นเรื่องใหญ่

โรงเรียนสยามสามไตร

โรงเรียนสยามสามไตร

เด็ก ๆ จะมากราบไหว้ พระพุทธรูป ที่โรงเรียนทุก ๆ เช้าก่อนเข้าเรียน และสวัสดีคุณพ่อคุณแม่และคุณครู เป็นวิถีประจำวันของนักเรียนทุกคน

โรงเรียนสยามสามไตร

การออกแบบแต่ละส่วนของโรงเรียน แฝงไปด้วยข้อคิดจากธรรมมะ

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

เด็กนักเรียนทุกคนจะได้เรียนดนตรีไทย เพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทยและยังช่วยฝึกสมาธิ ฝึกความจำและได้ทักษะในหลาย ๆ ด้าน

 โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

การละเล่น เตย หรือ บอลลูน ที่ช่วยฝึกทักษะในการวางแผน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และพัฒนากล้ามเนื้อหลาย ๆ ด้าน

 

กระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดปัญญา บูรณาการ ด้วย 4 องค์

  • องค์ที่ 1 กายและจิต โรงเรียนสยามสามไตรสอนเด็กให้รู้จักตัวเอง รู้ทั้งกายและจิต มุ่งเน้นที่ร่างกายและตัวของฉัน ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง มั่นคง เก่งดีมีสุขและรู้จักการช่วยเหลือตนเอง รับผิดชอบตัวเอง ทำการงานชีวิต ช่วยเหลืองานบ้าน เพราะงานคือการเรียนรู้ที่จะช่วยให้เด็กพัฒนาตนเองได้ทั้งในชีวิตประจำวัน ในโรงเรียนและที่บ้าน
  • องค์ที่ 2 ครอบครัว สังคม ชุมชนและโลก เด็กที่โรงเรียนสยามสามไตร จะมีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ไม่ไหลตามในสิ่งที่ไม่ดี เพราะมีหลักและการฝึกจากองค์ที่ 1 คือกายและจิตที่แข็งแรง เมื่อเด็กมีองค์ที่ 1แล้วก็จะสามารถสร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม ให้แผ่ขยายไปยังครอบครัว ชุมชน และสังคมโลก
  • องค์ที่ 3 ธรรมชาติ ช่วงเทอมปลาย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เรียนรู้แผนที่ประเทศไทย ชื่อจังหวัด ดอกไม้ประจำจังหวัด สัตว์ป่า วัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด เรียนรู้ทั้งเรื่อง พืช สัตว์ คน ของดีประจำจังหวัดและประเทศไทย รวมไปถึงการสอนให้เด็กรักธรรมชาติ โรงเรียนมีผู้เชี่ยวชาญหรือวิทยากรด้านธรรมชาติมาให้ความรู้และสอนเด็ก ๆ อยู่เสมอ เพราะธรรมชาติคือห้อง LAB ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ นอกจากนี้เด็ก ๆ ชั้นประถม ยังได้ออกค่ายต่างจังหวัด ตามแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการ์ณจริง
  • องค์ที่ 4 เทคโนโลยี นอกจากนี้โรงเรียนยังสอนให้เด็กมีทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กอยู่ในสังคมและโลกใบนี้อย่างมีความสุข และสอนให้เด็กใช้เทคโนโลยีอย่างเท่าทันและถูกต้อง ไม่ไหลไปตามกระแสและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงไปบนโลกนี้

 โรงเรียนสยามสามไตร

การเรียนรู้เริ่มจากตนเอง ไปสู่สังคม ครอบครัว เพื่อน ธรรมชาติ และประเทศ ตามลำดับ

โรงเรียนสยามสามไตร

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

 เด็ก ฝึกตนตาม “หลักชาวพุทธ” การทำงานชีวิต ด้วยตนเอง เพื่อสร้างนิสัย เริ่มจากการจัดเตรียมอาหารของตนเอง และล้างภาชนะเมื่อทานเสร็จ เป็นหน้าที่เด็กที่โรงเรียนสยามสามไตร จะกินเป็นอยู่เป็น หมายถึง กินอยู่ให้พอประมาณและรับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ รู้จักบาลานซ์ชีวิต

โรงเรียนสยามสามไตร

 เด็กประถมที่เพิ่งขึ้นมาจากอนุบาล จะได้รับการฝึกความรับผิดชอบ การจัดวางรองเท้า นับเป็นการสร้างวินัย คือ “ศีล” เห็นได้ชัดเจน จัดวางของเก็บของ จัดตารางเรียน เด็กจะภูมิใจในตนเอง นั่นคือการฝึกกายและจิต จัดหนังสือวางเรียงจากเล็กไปหาใหญ่ เป็นการพัฒนาสมองและกล้ามเนื้อต่างๆ การจัดวางรองเท้าให้เป็นระเบียบก็ถือเป็นการฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบ

 

พัฒนาเด็กรอบด้าน

โรงเรียนให้ความสำคัญทั้งทักษะทางวิชาการและทักษะชีวิต โดยใช้หลักสูตรพื้นฐานตรงตามกระทรวงศึกษาธิการ สาระความรู้ ทักษะเชิงวิชาการทั้ง 8 ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กีฬา ศิลปะ ผสมผสานกับวิถีพุทธ เพื่อพัฒนาเด็กให้รอบด้าน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน โดยนำพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติและเรียนรู้รอบด้านทั้งการเรียนและการใช้ชีวิต เน้นเรื่องการปฏิบัติการ ลงมือทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ทำให้ความรู้นี้ติดตัวเด็กไปตลอด เพราะเกิดความเข้าใจมากกว่าแค่การฟัง และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีและบ่มเพาะจิตใจให้แข็งแรง ด้วยพุทธศาสนา รู้จักตนเอง เรียนรู้โลกรอบตัว มีจริยธรรม นำความสามารถสู่ความสุข

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

 เด็ก ๆ ช่วยคุณครูจัดวางอุปกรณ์การสอน และช่วยจัดเก็บในตอนท้าย เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน คือเด็กได้ลงมือทำงานเองร่วมกับครู

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องของตนเอง จากภายนอกสู่ภายใน และยังได้ฝึกการนำเสนองานของตนเองตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อสรุปองค์ความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมา

 

สถาปัตยกรรมอาคารเรียน

โรงเรียนสยามสามไตรมีเนื้อที่กว่า 2 ไร่ มีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ที่สำคัญคือการออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด  ตัวสถาปัตยกรรมและอาคารเรียน ออกแบบโดย ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ  ปรากฏเป็นเอกลักษณ์ระบบการศึกษาแนวพุทธสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2551 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์  ด้านหน้าโรงเรียนโดดเด่นด้วยแผงอัตลักษณ์ ระบบการศึกษาแนวพุทธ การสร้างเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ “ด เป็น ฅ”  ส่วนตัวอาคารเรียนเป็นตึกสูง 4 ชั้น ล้อมเป็นตัว  U มีคอร์ทตรงกลางเป็นสนามหญ้าเทียม ให้เด็กวิ่งเล่น ส่วนห้องเรียนและหอการเรียนรู้ เป็นเอกลักษณ์ตรงตามนโยบายวิถีไทย วิถีธรรมชาติ และวิถีพุทธ ออกแบบให้แสงธรรมชาติและลมพัดผ่านได้สบาย  บรรยากาศโรงเรียนร่มรื่นผ่อนคลาย เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ พืชพรรณไม้ป่าและไม้มงคลต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติที่โรงเรียนไปในตัว ที่โรงเรียนมีสนามเด็กเล่น 2 จุด แยกส่วนกัน คือสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กอนุบาลและฐานเครื่องเล่นสำหรับเด็กประถม เป็นฐานปีนป่ายท้าทายในแบบลูกเสือ ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

แผงอัตลักษณ์ “ด เป็น ฅ การสร้างเด็กให้เป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์”

โรงเรียนสยามสามไตร

การออกแบบอาคารให้แสงสว่างส่องถึงและมีลมพัดผ่าน ช่วยทำให้อาคารเรียนไม่ร้อนและเย็นสบาย

โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนสยามสามไตร

สนามเด็กเล่น เด็กอนุบาลและประถม พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ ปีน ไต่ มุด ลอด ลื่น ที่ท้าทาย ฐานลูกเสือแบบธรรมชาติ

โรงเรียนสยามสามไตร

อาจารย์อนินทิตา โปษะกฤษณะ (ครูหน่อย) ผู้บริหาร ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน

หม่อมหลวงผกามาลย์ เกษมศรี (ครูอ๋อ) ผู้อำนวยการโรงเรียน

อาจารย์พลอย โปษะกฤษณะ (ครูหน่อย) ผู้จัดการโรงเรียน

 

Mommy’s Love This ! ถูกใจแม่

  1. โรงเรียนฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบ ช่วยเหลือตนเองและช่วยแบ่งเบางานทั้งที่บ้านและโรงเรียน
  2. ที่โรงเรียนพาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษา มากถึงปีละ 6-8 ครั้ง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  3. ในหนึ่งห้องมีเด็กเพียง 20-25 คน เด็กจำนวนน้อย คุณครูดูแลได้ทั่วถึงแน่นอน
  4. เด็กที่โรงเรียนสยามสามไตร มีเอกลักษณในเรื่องดนตรีไทย ที่นี่เป็นโรงเรียนดนตรีไทย 100 % เด็ก ๆ จะเริ่มเรียนตั้งแต่ประถม 2 โดยเริ่มจากขิม เพื่อฝึกสมองทั้งสองด้าน และสามารถเลือกเครื่องดนตรีไทยตามความสนใจ เมื่อขึ้นประถม 3 ซึ่งดนตรีไทยนอกจากช่วยฝึกสมาธิ ความจำและได้ทักษะในหลาย ๆ ด้าน ช่วยส่งผลให้การเรียนดีขึ้นด้วย
  5. เด็ก ๆ จะได้นั่งสมาธิก่อนเรียนทุกเช้า ช่วยปรับอารมณ์และช่วยให้เด็กมีสติ มีสมาธิก่อนการเรียนรู้ในแต่ละวัน

 

 

อัตราค่าเล่าเรียน

ระดับอนุบาลและประถม

ค่าเทอม 50,000 บาท++  ต่อเทอม

 

 

โรงเรียนสยามสามไตร

สถานที่ตั้ง : 87 ซ.สุขุมวิท 89/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260

เบอร์โทรติดต่อ : 02-311-0134, 02-331-6258-60

โทรสาร : 02-311-2575

เว็บไซต์ : www.โรงเรียนสยามสามไตร.com

E-mail : [email protected]

 

Editor : แม่เลม่อน

ภาพ :  ธนายุต วิลาทัน

Family Well-Being

8 สิ่งควรมี! FAMILY Well-Being สร้างสุขภาพกายใจที่ดี ให้ทุกคนในครอบครัว

การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว หรือ FAMILY Well-Being ที่หมายรวมถึงการปลูกฝังพื้นฐาน “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของทั้งครอบครัว การมีสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก จะช่วยสร้างความเข้มแข็งภายในใจ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขลักษณะที่ดี รวมถึงกินอาหารถูกโภชนาการ มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก และนี้คือ 8 สิ่งที่ควรมี เพื่อสร้างสุขภาพกายใจที่ดี ให้ทุกคนในครอบครัว

1. เป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอ

พลังของการสนับสนุนซึ่งกันและกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญเสมอ กำลังใจและคำชมเชย เป็นคำสำคัญที่สร้างพลังงานหัวใจแบบ 100 %

2. กำหนดเวลาของความสุขร่วมกัน

เช่น รับประทานอาหารพร้อมกันวันละมื้อ สร้างเวลาคุณภาพ กำหนดเวลาปิดหน้าจอมีเดียต่างๆแล้วนั่งรออ่านหนังสือ หรือกิจกรรมที่ชอบร่วมกัน

3. รับประทานอาหารที่ดี

ในแต่ละมื้อควรมีสารอาหารครบ 5 หมู่และหลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ปรุงแต่น้อย ปรุงสุกและสดใหม่

4. จัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยและสะอาด

เช่น ช่วยกันเก็บกวาดบ้าน จัดเก็บของให้เข้าที่มีระเบียบ วางแผนทำความสะอาดแบบเป็นขั้นตอนและช่วยกันทำได้ทั้งบ้าน

5. สร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคง

เช่น การเปิดกว้างและรับฟัง เน้นการสื่อสารสองทาง เพื่อให้เกิดการพูดคุยอย่างมีภาวะทางอารมณ์ที่ดี มีสติ สร้างการสื่อสารอย่างถูกวิธีและเหมาะสม

6. ออกแบบกิจกรรมสนุกๆและได้พลังร่วมกัน

เช่น การออกกำลังกายแบบเน้นพลัง ได้ขยับกล้ามเนื้อต่างๆในร่างกาย เลือกกิจกรรมที่ทำพร้อมกันได้ทั้งครอบครัวและไม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงจนเกินไป อย่าง วิ่ง แบตมินตัน หรือว่ายน้ำ เป็นต้น

7. ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก

สร้างสมดุลในชีวิตด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่างพอดี สร้างการเรียนรู้อื่นเช่น ทักษะการใช้ชีวิตนอกบ้าน การปรับตัวกับผู้อื่น ทักษะการเอาตัวรอดยามคับขัน เป็นต้น

8. ส่งต่อสิ่งดีๆ จากที่บ้าน สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมรอบตัว

เช่น การแยกขยะที่เด็กๆจะได้ใส่ใจและคิดถึงสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว หรือการปลูกต้นไม้ สร้างอากาศบริสุทธิ์ ได้ใช้เวลาร่วมกัน ผ่อนคลายความเครียดและช่วยโลกใบนี้ไม่ให้ร้อนไปกว่านี้มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก

 

ทั้งนี้การเลือกใช้ แบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย ที่ใช้ดี มีประโยชน์ ถูกใจแม่ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว ในปีนี้จะเป็นแบรนด์ใดบ้าง มาร่วมโหวตเพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ที่แม่คัดสรรและเลือกใช้ ผ่าน www.amarinbabyandkids.com ด้วยมุ่งหวังให้เกิดการส่งต่อประสบการณ์และความรู้จากแม่สู่แม่ เพื่อให้เกิดเป็นสังคมของคุณแม่ที่มีความสุขและมีคุณภาพ

โหวต Amarin Baby & Kids Awards 2024 คลิกตรงนี้เลย ⇓
https://awards.amarinbabyandkids.com/

ระยะเวลาการโหวต 
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม – 29 สิงหาคม 2567

ติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.amarinbabyandkids.com
Facebook : Amarin Baby & Kids
Tiktok : Amarin Baby & Kids
Line : @amarinbabyandkids

Amarin Baby & Kids Awards 2024

Amarin Baby & Kids Awards 2024 รางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย

งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2024 รางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ที่แม่คัดสรรและเลือกใช้ ผ่าน www.amarinbabyandkids.com  ด้วยมุ่งหวังให้เกิดการส่งต่อประสบการณ์และความรู้จากแม่สู่แม่ เพื่อให้เกิดเป็นสังคมของคุณแม่ที่มีความสุขและมีคุณภาพ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามและจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

ในปีนี้เน้นเรื่อง การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว หรือ FAMILY Well- Being  ที่หมายรวมถึงการปลูกฝังพื้นฐาน “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของทั้งครอบครัว สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ช่วยสร้างความเข้มแข็งภายในใจ ส่งผลต่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขลักษณะที่ดี กินอาหารถูกโภชนาการ มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก

ซึ่งในการเลือกสรรสินค้าในใจแม่ในรอบแรกเป็นการเสนอชื่อสินค้าที่คุณแม่ถูกใจ ใช้จริงมาใช้ในการคัดกรองแบรนด์สินค้าแม่ลูก ก่อนนำให้คุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศได้ร่วมลงคะแนนโหวตแบรนด์สินค้าและบริการโดนใจมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษที่คัดสรรโดยการคัดเลือกของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่

ผศ. ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณเลิศพร พยาบาลวิชาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแม่และเด็ก เจ้าของเพจ โค้ชเลิศพร สอนแม่และเด็ก

และสุดท้าย คุณโบ –ธนากร ชินกูล คุณพ่อลูกหนึ่ง ที่ใส่ใจในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีให้กับลูกและดีกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

รวมถึงทีมกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ที่ร่วมคัดสรรรางวัลอีกด้วย โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่รางวัลดังนี้

รางวัล Mommy’s Choice ซึ่งจะมอบให้กับแบรนด์สินค้าแม่และเด็ก ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากการลงคะแนนของคุณแม่ทั่วประเทศ ที่มีประสบการณ์การใช้สินค้าจริงด้วยตัวเองโดยมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำนวน 7 หมวด ดังต่อไปนี้

  • Best for Bath & Care
  • Best for Cleanser
  • Best for Feeding
  • Best for Pregnancy & New Mom
  • Best for Travel & Safety
  • Best for Learning
  • Popular Vote

รางวัล Editor’s Choice ซึ่งมอบให้กับสินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง ที่ได้รับการคัดเลือกจากกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids

รางวัล Rising Star มอบให้กับผลิตภัณฑ์แม่ลูก น้องใหม่น่าจับตามองประจำปี 2024 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ดี มีคุณภาพที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการในแต่ละหมวด เพื่อเป็นทางเลือกของคุณแม่ยุคใหม่ในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกน้อย

รางวัล Health Living and Eco-Friendly product มอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่สร้างครอบครัวมีสุขภาพใจกายที่ดี ในธีม FAMILY Well- Being  ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐาน “ความเป็นอยู่ที่ดี” ของทั้งครอบครัว สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ช่วยสร้างความเข้มแข็งภายในใจ ส่งผลต่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขลักษณะที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่ถูกโภชนาการ มีบ้านที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมดี หรือส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะชีวิตให้กับเด็ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของโลกใบนี้

เกณฑ์การตัดสิน Health Living and Eco-Friendly product 
1. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมหรือวัสดุปลอดภัยและอ่อนโยนกับเด็ก เช่น ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ไร้สารเคมีอันตราย ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย  (เช่น พาราเบน SLES SLS  กลิ่นหอม แอลกอฮอล์ และซิลิโคน)  ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับเด็ก  ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและสุขภาพเด็ก, อาหาร ผลิตภัณฑ์และเครื่องดื่ม,เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์
2. มีข้อความบนผลิตภัณฑ์ หรือเอกสารระบุชัดเจนถึงคุณสมบัติในข้อ1
3. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูก การใช้ชีวิตในครอบครัวสะดวกสบายและปลอดภัย
4. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการผลิตเป็นมาตรฐาน มีเครื่องหมายมาตรฐานรองรับพร้อมเอกสารประกอบ
5. เป็นสินค้าผลิตในประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ ที่สามารถระบุแหล่งผลิตหรือนำเข้าได้ชัดเจน สินค้าเป็นที่รู้จัก มีคุณภาพจริง
หมายเหตุ : หากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ควรมีการระบุว่าเหมาะใช้กับทุกคนในบ้าน

ทั้งนี้คุณแม่ทุกคนที่ร่วมโหวตมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Magic Box กล่องสุ่มสุดว้าว มากถึง 100 รางวัล ที่คัดสรรมาให้เฉพาะแม่ๆ  สามารถร่วมโหวตได้ทั้งสองรอบผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://awards.amarinbabyandkids.com/

ระยะเวลาการโหวต 

ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม – 29 สิงหาคม 2567

 

ติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.amarinbabyandkids.com 

Facebook : Amarin Baby & Kids

Tiktok : Amarin Baby & Kids

Line : @amarinbabyandkids

 “สินค้าแม่และเด็ก” ที่ใช้ดี มีประโยชน์ ถูกใจแม่ ปีนี้จะมีอะไรบ้าง
มาร่วมโหวตกันค่ะ … คลิกตรงนี้เลย ⇓
https://awards.amarinbabyandkids.com/

ดรุณสิกขาลัย

ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ หลักสูตรบูรณาการ ตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต

ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ที่พัฒนาเด็กไทยให้ สมบูรณ์ด้วยความคิด เป็นกัลยาณมิตรอย่างมีความสุข

เพราะเด็กแต่ละคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน การสอนให้เด็กทำตาม ๆ กันไปในยุคนี้ อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับโลกในอนาคต วันนี้ทีมงาน School Visit จะพาไปเยี่ยมชม “โรงเรียนดรุณสิกขาลัย” โรงเรียนที่ตอบโจทย์ทั้งในยุคปัจจุบันและอนาคต โรงเรียนที่จะสร้างเด็กให้มีความเป็นผู้นำ มีความคิดเป็นของตนเอง บูรณาการด้วยวิชาการ เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ และควบคู่ไปกับการหล่อหลอมความเป็นไทย คุณธรรม จริยธรรม และสังคมสีเขียว  ช่วยพัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนดีและเก่ง เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ของประเทศและของโลกกันค่ะ

โรงเรียน ดรุณสิกขาลัย ก่อตั้งโดย คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2543 โดยมีแนวความคิดอยากให้เด็กไทย คิดเป็นทำเป็น และอยากพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองโลก แต่รูปแบบการเรียนการสอนในยุคนั้นยังเป็นรูปแบบท่องจำและไม่พัฒนาเด็กเท่าที่ควร  เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณอายุจึงได้อุทิศตนทำงาน ทำประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติ โดยนำเอาการเรียนรู้แบบ Constructionism  จาก MIT Media Lab ประเทศสหรัฐอเมริกา

มาสร้างโรงเรียนต้นแบบ เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนดีและเก่ง เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ของประเทศและของโลก และสามารถสู้ได้ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่า 24 ปี จากโรงเรียนเล็ก ๆ มีนักเรียนเพียงไม่กี่คน ก็ประสบความสำเร็จขยายผลจนเป็นดรุณสิกขาลัยในปัจจุบัน

โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ดำเนินการสอนแบบ 2 ภาษา ( ไทยและอังกฤษ ) โดยเป็นโครงการนำร่องที่ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่าง MIT Media Lab มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และมูลนิธิไทยคม มีวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งพัฒนาเด็กไทยให้เป็นพลเมืองโลกและพลเมืองไทยในคนๆ เดียวกันที่รักษาความเป็นไทยไว้ได้ ด้วยวิธีการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Constructionism ซึ่งคิดค้นจากผลงานการวิจัยโดย Professor Seymour Papert แห่ง MIT Media Lab และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการ Learning Organization ซึ่งคิดค้นจากผลงานการวิจัยโดย Peter M. Senge แห่ง MIT Sloan School of Management

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

บรรยากาศโรงเรียน

 

วัยประถมพัฒนารอบด้าน

จุดเด่นของเด็กประถมที่ ดรุณสิกขาลัย  คือ การเรียนที่จะช่วยพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยพัฒนา 3 ฐาน คือ ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จุดเริ่มต้นให้เด็กเห็นคุณค่าและเชื่อมั่นในตัวเอง เปิดกว้างและเข้าใจผู้อื่น ด้วยการสร้างพื้นภูมิที่ปลอดภัย ให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดเห็น ความนึกคิดของตนเองและมี Self-awareness ตระหนักรู้ตนเองผ่านการสะท้อนย้อนคิด Reflection เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้หลาย ๆ ศาสตร์ โรงเรียนจะนำการบูรณาการเอาศาสตร์ต่าง ๆ มาทำเป็นธีมในการสอน สำหรับเด็กเล็กจะได้เรียนรู้จากเรื่องใกล้ตัว เรื่องเกี่ยวกับตนเองและค่อย ๆ ขยายการเรียนรู้ไปรอบ ๆ ตัว เพื่อเชื่อมโยงตัวเองกับครอบครัว สังคมและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ  ดรุณสิกขาลัยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง โดยนำทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism)  มาปรับใช้ เด็ก ๆ จะได้คิดโปรเจคขึ้นมาตามความสนใจของตนเอง (Project-based Learning) และนำเอาเรื่องที่ตนเองได้เรียนรู้มาตลอดทั้งเทอม มาเชื่อมโยงกัน และนำเสนอ โดยแสดงความคิดเห็นบนเวทีแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ และผู้ปกครอง เมื่อเด็กขึ้นประถมปลายก็จะทำให้เด็กรู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะได้ผ่านการทดลองทำหลาย ๆ อย่าง การเรียนในรูปแบบนี้จะช่วยปูทางการรู้จักตนเองมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ชั้นมัธยม

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

ห้องเรียนเด็กชั้นประถม

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

คลาสเรียนดนตรี

 

วัดผลรอบด้าน ตามความเป็นจริง Formative assessment

โรงเรียนวัดผลเพื่อพัฒนาเด็กในระหว่างทางด้วย ไม่เน้นแค่การสอบเท่านั้น รวมไปถึงมองเด็กในหลากหลายมิติ คุณครูจะสังเกตพัฒนาการของเด็กอยู่เสมอ  โดยมีเครื่องมือการเรียนรู้สำคัญ เช่น  Agenda ที่เด็กจะได้ฝึกวางแผนความรับผิดชอบ ว่าในหนึ่งวันต้องทำอะไรบ้างตามลำดับ หรือ การคิดจะทำโปรเจค เด็ก ๆ ก็จะต้องหัดวางแผน ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนสำหรับเด็กประถมปลาย นอกจากนี้ยังมี Journal บันทึกการเรียนรู้ เครื่องมือสำคัญที่คุณครูจะใช้สังเกตนักเรียนได้ดี โดยให้เด็กบันทึกในแต่ละวัน สำหรับเด็กเล็กที่ยังเขียนหนังสือไม่คล่อง ก็จะบันทึกเป็นภาพ ว่าตนอยากสื่อสารเรื่องอะไร สำหรับเด็กโตก็จะหัดบันทึกเป็นตัวอักษร

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

 เด็กประถมล้างกล่องนมเพื่อนำไปบริจาค ยังศูนย์ต่าง ๆ

กระบวนการ 3 ขั้นตอน กระบวนการเรียนรู้Think – Make – Reflection

ขั้นตอนที่ 1 คิดและออกแบบด้วยตนเอง (Thinking or Designing) เพื่อฝึกฝนการคิดและจินตนาการ การคิดอย่างมีเป้าหมายเป็นรูปธรรม และการคิดในเชิงเหตุผล

ขั้นตอนที่ 2 นักเรียนจะต้องเป็นผู้ที่ลงมือทำด้วยตนเอง ( Making and Doing ) มีความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตนเองสร้างอย่างเต็มที่ โดยอาจเริ่มเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้เรียนมีความสนใจ หรือจากปัญหาที่นักเรียนมีความสนใจเป็นพิเศษที่จะค้นหาวิธีแก้ โดยมี facilitator หรือผู้อำนวยการเรียนรู้ เป็นผู้คอยชี้แนะ ให้คำแนะนำและร่วมเรียนรู้ไปกับนักเรียน

ขั้นตอนที่ 3 กระบวนการสะท้อนความคิด (Reflecting or Contemplating) นักเรียนจะได้ฝึกฝนสะท้อนความคิด ระลึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านไป ทำให้เกิดความตระหนักในสิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้เห็นปัญหาและหัดแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การสะท้อนความคิดนี้จะช่วยฝึกฝนกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน ที่จะค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จากการคิดทบทวนสิ่งที่ตนเองได้ทำ หรือรับฟังมุมมองความคิดเห็นที่แตกต่างจากเพื่อน ครู และสังคม

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

 เด็ก ๆ ได้หัดช่วยเหลือตนเองและได้หัดช่วยเหลือผู้อื่น

 

มัธยมศึกษา มุ่งเน้นการหาตัวตน

สำหรับพี่ ๆ ชั้นมัธยม ใช้หลักสูตรในรูปแบบ  Career Based Learning เป็นการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ทั้งจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การเรียนรู้ที่จะสร้างนวัตกรที่มีหัวใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะนวัตกร ต้องไม่ใช่แค่คิดเก่ง หรือแค่ทำสิ่งใหม่ แต่สิ่งใหม่ที่คิดควรจะก่อประโยชน์ให้กับโลกและสังคม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโรงเรียน การสอนเน้นเจาะลึกไปที่เรื่องอาชีพ ไม่ว่าเด็กอยากจะเติบโตไปเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ก็จะเจริญงอกงามและมีความสุขกับอาชีพนั้น โดยหลักสูตรจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

  1. กลุ่มวิชาพื้นฐาน (Core)

วิชาเรียนอาจจะเหมือนโรงเรียนทั่วไป แต่จุดแตกต่างคือทางโรงเรียนใช้กระบวนการ Constructionism หรือการเรียนรู้ที่เด็ก ๆ ต้องลงมือปฏิบัติจนสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ของตนเอง ออกแบบบนพื้นฐานของ Active Learning และมีการบูรณาการข้ามวิชา เพื่อเชื่อมโยงใหม่ ไม่ใช่การเรียนเพื่อจำไปสอบ แต่เรียนเพื่อให้รู้ว่ามันมีความสำคัญและเชื่อมโยงกับตัวเด็กอย่างไร

  1. วิชาโครงงาน ( Project  )  หรือบ้านเรียน

เด็ก ๆ จะได้เรียนวิชาพื้นฐานจำนวน 3 วันต่อสัปดาห์ คือวันจันทร์ – พุธ และวัน พฤหัสบดี- ศุกร์ จะได้เรียนโครงงาน ให้เด็กเลือกเรียนตามความสนใจ มีทั้งแบบรายบุคคล และแบบกลุ่ม  เป็นห้องเรียนแบบคละชั้น เรียนรวมกันตั้งแต่ ม.1-ม.6 บ้านเรียน ( Project House ) คือ กลุ่มของครูและเด็ก ๆ ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน  มีใจรักเรื่องเดียวกัน คล้ายกับคณะในมหาวิทยาลัย เรียนรู้จากพี่จากน้อง เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือกัน อยู่ร่วมกันแบบมีความสุข เด็กจะวางแผนโครงงานว่าจะทำอะไร วัดผลตัวเองอย่างไร โรงเรียนจะมีเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เด็กได้หัดวางแผนตัวเอง คุณครูจะคอยช่วยเหลือ เป็นโค้ชมากกว่าเป็นครูผู้สอนและยังต้องทำงานวิจัย 5 บท  ที่มีลักษณะคล้าย ๆ Thesis เด็กจะได้ฝึกทำบ่อย ภายในระยะเวลา 3 เดือน ต้องทำวิจัย 1 เล่ม เด็ก ๆ จะสามารถนำวิจัยในส่วนนี้มาใส่ Portfolio เพื่อใช้ยื่นสำหรับเรียนต่อยังมหาวิทยาลัยได้ด้วย

  1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

โรงเรียนมุ่งเน้นให้เด็กมีสุนทรียภาพ และอยากสร้างโรงเรียนให้เป็นโรงเรียน Well Being School นอกจากรายวิชาพื้นฐาน (Core) และวิชาโครงงาน (Project) แล้วยังมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ “การพัฒนาทักษะชีวิต” ซึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนี้จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมประสบการณ์การเรียนของผู้เรียนอย่างรอบด้าน เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ชมรม วิชาแนะแนว ซึ่งเป็นกลุ่มวิชาที่จะช่วยพัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมีความสุขและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ดรุณสิกขาลัยดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

ห้อง Lab ขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ครบครัน

ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนผลิตนวัตกรที่มีหัวใจ

เด็กมัธยมที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย จะได้ทำงานกับหน่วยงานภายนอกจำนวนมาก  ทางโรงเรียนจะหาโจทย์จริง และประสบการ์ณจริง ๆ มาให้เด็กได้ลองแก้ เช่น ยกตัวอย่างเช่น โปรเจคที่ทำร่วมกับศูนย์หลอดเลือดในสมอง ของโรงพยาบาลศิริราช ที่ทางโรงพยาบาลพยายามลดจำนวนผู้ป่วยโรค Stroke ให้กับประเทศ เมื่อเด็ก ๆ ได้โจทย์มาก็จะช่วยกันรีเสิร์ชและช่วยกันแก้ปัญหา จนพบว่าในต่างจังหวัดผู้ป่วยโรค Stroke มักจะเป็นผู้สูงอายุ ที่อยู่กับเด็กวัยเล็ก  ๆ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ต้องไปทำงาน หากเด็กเล็กสามารถสังเกตอาการของคนเป็นโรค Stroke ได้ และสามารถขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669 ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้อัตราความสูญเสียน้อยลง จึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ เด็กโตทำ เด็กเล็กใช้ ผู้ใหญ่รอด และสร้าง Education Toys หรือของเล่นเพื่อการเรียนรู้ ที่จะทำให้เด็กเล็กทราบถึงอาการบ่งชี้ของคนเป็นโรค Stroke โดยมีทั้งนิทานภาพ อุปกรณ์จำลอง บอร์ดเกมส์ต่าง ๆ ซึ่งงานเหล่านี้จะถูกตรวจสอบความถูกต้องทั้งเนื้อหาทางด้านวิชาการและถูกนำมาทดลองใช้จริง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้เป็นชิ้นงานออกมา ซึ่งปัจจุบันผลงานต่าง ๆ ของโรงเรียนจะปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลศิริราช และปัจจุบันเด็ก ๆ ยังได้ทำงานร่วมกับหลาย ๆ หน่วยงานเพื่อช่วยเหลือองค์กรต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้ง หน่วยงานเอกชน โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

ดรุณสิกขาลัย ดรุณสิกขาลัย

บรรยากาศห้องเรียนชั้นมัธยม

 

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งมุมผ่อนคลาย มุมเล่นบอร์ดเกมส์ และห้องสมุด

DSIL FabLearn Lab@School

โรงเรียนดรุณสิกขาลัย มี FabLearn Lab ซึ่งเป็น Lab แห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย ที่สร้างขึ้นเพื่อปูพื้นฐานงานประดิษฐ์ให้กับเด็ก และพัฒนา Skill ต่าง ๆ ตามความสนใจ เป็นโครงการนวัตกรรมด้านการเรียนรู้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ Stanford University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมโดยใช้เครื่องมือดิจิตอลในการสร้าง Rapid Prototype ได้แก่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์คัทเตอร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องพิมพ์ ไวนิล (Vinyl) และอุปกรณ์การประดิษฐ์อื่นๆ อาทิ อุปกรณ์ช่าง งานไม้ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ Coding ,AI ,Robotic ,Design Thinking  ฯลฯ ทำให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัยมี Skill ที่หลากหลาย ทั้งทางด้านดีไซน์ คอมพิวเตอร์กราฟฟิก และอีกหลาย ๆ ด้านผสมผสานกัน

FabLearn Lab จัดเต็มด้วยอุปกรณ์สำหรับการเรียนรู้ ทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์คัทเตอร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องพิมพ์ ไวนิล อุปกรณ์ช่าง งานไม้ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดรุณสิกขาลัย

 บ้านเรียน  ห้องเรียน ที่เปิดให้เด็ก ๆ ได้เลือกเรียนตามความสนใจ ทั้งบ้านเรียนวิศวะ บ้านเรียนศิลปะ บ้านเรียนฟิล์ม และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

พัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ

พนักงานขององค์กรเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร ” มิใช่โรงงาน เครื่องจักร เครื่องมือ อาคารสถานที่ หรือคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด และมีความเชื่อว่า “เด็กไทยเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของประเทศไทย” คุณ พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการใหญ่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

คุณพารณ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกคน ทางโรงเรียนมีงบประมาณเพื่อพัฒนาครูโดยเฉพาะ มีการอบรมบุคลากร ทั้งครูและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เป็นประจำ โรงเรียนจะจัดหาวิทยากรมาอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพราะเชื่อมั่นว่าหากจะพัฒนาเด็ก ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาคุณครูไปพร้อม ๆ กัน

 

มุมอื่นๆ ภายในโรงเรียน

ดรุณสิกขาลัย

คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการใหญ่

 

Mommy’s Love This ! ถูกใจแม่

  1. การเรียนที่นี่ใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อให้เด็ก ๆ สนุกกับการเรียน รับรองว่าเด็ก ๆ ไม่เบื่อแน่นอน
  2. เด็ก ๆ ทุกคนสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น สนามฟุตบอล ห้องสมุด ห้อง LAB ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้อีกด้วย
  3. ในห้องเรียนทุกห้องจะมีมุมพักผ่อนของนักเรียน ให้เด็ก ๆ ได้ผ่อนคลายจากการเรียน
  4. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย เป็นโรงเรียนที่ไม่แสวงหากำไร รายได้จึงถูกนำมาพัฒนาคนและโรงเรียน 100 % เด็ก ๆ ได้ผลประโยชน์เต็ม ๆ
  5. โรงเรียนมีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เด็ก ๆ คุณครู และผู้ปกครอง สามารถสอบถามและขอคำแนะนำจากนักจิตวิทยาได้ทุกคน
  6. โรงเรียนทำงานร่วมกันกับผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่จะได้รับทราบข้อมูลการเรียนการสอนในแต่ละเทอม ว่าเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง และได้รับการอัพเดทจากคุณครูเกี่ยวกับพัฒนาการต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อหาแนวทางร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะแนะนำเพิ่มเติมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้กับคุณครูได้ด้วย
  7. โรงเรียนมีบัตรแสกนหน้าเด็ก ๆ ทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อให้ผู้ปกครองทราบการเข้าออก สำหรับเด็กเล็กจะมีคุณครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ต้องกังวล
  8. โรงเรียนสอนแบบ 2 ภาษา เด็ก ๆ จะได้เรียนภาษาอังกฤษกับครู Native กันตั้งแต่ชั้นประถม และหัด Present ผลงานเป็นภาษาอังกฤษ ในวิชาโครงงานอีกด้วย

 

อัตราค่าเล่าเรียน

ประถมศึกษา 334,800 บาท / ปี

มัธยมศึกษา 368,200 บาท / ปี

( แบ่งจ่าย 3 เทอม ราคารวมทุกอย่างแล้วยกเว้น เครื่องแต่งกาย )

 

ที่อยู่ ดรุณสิกขาลัย

126 ถ. ประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 10140

โทร. 02- 470- 8000

เว็บไซต์  : https://e-school.kmutt.ac.th/dsil/
Facebook : https://www.facebook.com/-dsil.kmutt

 

Editor : แม่เลม่อน

ภาพ :  ธนายุต วิลาทัน


อ่านต่อบทความน่าสนใจ  

รีวิว นมที่ แม่ผ่าคลอด เลือก

รีวิวนมที่ แม่ผ่าคลอด เลือกแบรนด์ไหนที่ใช่ มาพร้อมสมอง และภูมิคุ้มกัน

เด็กผ่าคลอดจะถูกนำตัวออกมาผ่านทางหน้าท้องของแม่ จึงทำให้ลูกไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่ดีผ่านทางช่องคลอดของแม่ ซึ่งจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้ถือเป็นภูมิคุ้มกันแรกของลูกหลังจากลูกลืมตาดูโลก แม่ผ่าคลอด จึงต้องใส่ใจกับการเลือกสารอาหารให้ลูก เพราะไม่ว่าคุณแม่คนไหนก็ต้องอยากให้ลูกรักของเราเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีสมวัยด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นสิ่งที่คุณแม่จะเลือกให้ลูก จึงต้องพิจารณามาอย่างดีแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ และช่วยส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาการในทุก ๆ ด้านของลูกได้อย่างแน่นอน

ปัจจัยด้านโภชนาการ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยวางรากฐานสุขภาพของลูกได้ตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า คุณแม่สามารถให้โภชนาการที่ดีแก่ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการให้ลูกกินนมแม่ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารมีประโยชน์ จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต เพียงพอต่อความต้องการของลูก ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ดีที่สามารถส่งต่อไปยังลูกน้อยได้อีกด้วย เมื่อลูกเติบโตขึ้น ร่างกายของลูกก็ต้องการสารอาหารที่สำคัญเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองมากขึ้น สารอาหารที่ช่วยเสริมการทำงานของสมองและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณ แม่ผ่าคลอด ควรต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ เช่น

  • สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบมากในนมแม่ มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างไมอีลินในสมอง ช่วยทำให้สมองเชื่อมโยงอย่างรวดเร็วมากขึ้น มีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้คิดเร็ว เรียนรู้ไวยิ่งขึ้น
  • แกงกลิโอไซต์ (GA) เป็นสารอาหารที่มีในน้ำนมแม่ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์สมองในบริเวณเส้นใยประสาทและจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง มีส่วนช่วยทำให้การเรียนรู้จดจำเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  • ดีเอชเอ (DHA) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น โดยดีเอชเอมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมองและจอประสาทตา ช่วยให้สมองจำได้ดี
  • แอลฟา แล็คตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) เป็นโปรตีนที่พบมากในนมแม่ มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  • โพรไบโอติก บี แล็กทิส (B. lactis) จุลินทรีย์บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) หนึ่งในโพรไบโอติกส์ ที่พบในนมแม่และลำไส้ของเด็กที่คลอดธรรมชาติ เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • โอเมก้า 3, 6, 9 ช่วยเสริมการทำงานของสมองและประสาท ซึ่งร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างดีเอชเอขึ้นเองได้ จึงต้องรับสารอาหารจากอาหารภายนอก ได้แก่ ไข่แดง ธัญพืช น้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัว ผักโขม ผลิตภัณฑ์จากนมวัว เป็นต้น
  • วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง พบได้ในอาหารจำพวกเนื้อ ไข่ ปลา ตับ นมวัว เป็นต้น 
  • 2’ เอฟแอล (2’FL หรือ 2’-Fucosyllactose) เป็นสารอาหารที่พบในนมแม่ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

เด็กที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตดี สุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่เติบโตสมวัย และมีสมองที่พร้อมเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมโภชนาการให้เด็กผ่าคลอดเติบโตแข็งแรง คือ นมผงที่ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อความต้องการของลูก

กองบรรณาธิการ ABK เลือกนม 3 ยี่ห้อ ได้แก่ S-26 GOLD PRO-C 3, Enfagrow A+ Mind Pro C-Biome 3 และ HI-Q Super Gold Plus C 3 ที่คัดสรรมาแล้วว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กผ่าคลอด มาดูตารางสารอาหารเปรียบเทียบกันว่านมผงที่แม่ผ่าคลอดเลือก มีแบรนด์อะไรที่ตอบโจทย์บ้าง

นมที่ แม่ผ่าคลอด เลือก

  • นมผง S-26 GOLD PRO-C3  โดดเด่นเรื่องสารอาหารจำเป็นที่มีอย่างครบครัน ทั้งสารอาหารที่ช่วยเรื่องสมอง อย่างสฟิงโกไมอีลิน แกงกลิโอไซต์ ดีเอชเอ แอลฟา – แล็คตัลบูมิน โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามินบี 12 รวมไปถึงสารอาหารที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันอย่าง 2’ เอฟแอล และ โพรไบโอติก บี แล็กทิส ซึ่งจำเป็นมากสำหรับเด็กผ่าคลอด 
  • นมผง Enfagrow A+ Mind Pro C-Biome สูตร 3 มีจุดเด่นเรื่องปริมาณใยอาหาร 2’FL และมีสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูก เช่น MFGM, ดีเอชเอ เป็นต้น
  • นมผง HI-Q Super Gold Plus C สูตร 3 มีซินไบโอติก, โพรไบโอติกบีเบรเว, 2’FL, ดีเอชเอ เป็นต้น

นมแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณาเลือกสารอาหารที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กแต่ละคน สำหรับเด็กผ่าคลอดที่ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนเป็นพิเศษ เพื่อการเจริญเติบโตทางร่างกายและสมองที่แข็งแรงสมบูรณ์ และช่วยเสริมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย นมผง S-26 Gold Pro C 3 เป็นนมผงที่มีสารอาหารครบถ้วน มีส่วนช่วยในด้านพัฒนาการ และภูมิคุ้มกันของลูกน้อย ด้วยสารอาหารที่เหนือกว่า ที่แม่ผ่าคลอดเลือก คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมสมองลูกน้อยให้พร้อมได้ตั้งแต่เกิด เพื่อให้ลูกเติบโต แข็งแรง สมวัย พร้อมก้าวต่อไปในอนาคตค่ะ

Tags

นมผง เจนอัลฟ่า

เปิดกล่องนมผง เจนอัลฟ่า กล่องไหนที่ใช่สำหรับลูกคุณ

เด็กเจนอัลฟ่า (Alpha Generation)  คือเด็ก ๆ ที่เกิดตั้งแต่ ค.ศ.2010 -2025 ซึ่งธรรมชาติของเด็กเจนนี้จะเป็นเด็กที่ค่อนข้างโตเร็ว ทั้งทางร่างกายและความคิด เนื่องจากเด็ก เจนอัลฟ่า เติบโตมาท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีครบครัน แตกต่างจากยุคของคุณพ่อคุณแม่ที่เทคโนโลยียังเป็นเรื่องใหม่ และไม่ก้าวหน้าเท่าในปัจจุบัน ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องเตรียมพร้อมให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง มั่นใจ มีพัฒนาการที่ดีสมวัย และพร้อมเรียนรู้ไว เพื่อให้สามารถเติบโตก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันและอนาคตได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรัก ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมโภชนาการให้ลูกรักของเราเติบโตแข็งแรง คือ นมผงที่ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อความต้องการของลูก

เปิดกล่องนมผง เจนอัลฟ่า กล่องไหนที่ใช่สำหรับลูกคุณ

กองบรรณาธิการ ABK เลือกนม 3 ยี่ห้อ ได้แก่ S-26 GOLD 3, Hi-Q1Plus SUPER GOLD C-Synbio ProteQ 3 และ Enfagrow A+ MINDPRO 3 ที่คัดสรรมาแล้วว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป โดยสารอาหารหลัก ๆ ที่น่าสนใจและมีส่วนช่วยในกระบวนการเติบโตของลูกน้อย มีดังนี้ค่ะ

สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบมากในนมแม่ มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างไมอีลินในสมอง ช่วยทำให้สมองเชื่อมโยงอย่างรวดเร็วมากขึ้น มีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้คิดเร็ว เรียนรู้ไวยิ่งขึ้น

แอลฟา – แล็คตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) เป็นโปรตีนที่พบมากในนมแม่ มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง

แกงกลิโอไซต์ (GAs) เป็นสารอาหารที่มีในน้ำนมแม่ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์สมองในบริเวณเส้นใยประสาทและจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง มีส่วนช่วยทำให้การเรียนรู้จดจำเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ดีเอชเอ (DHA) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น เช่น นมแม่ ปลาทะเลน้ำลึก ปลาน้ำจืด สาหร่ายทะเล เป็นต้น ดีเอชเอมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมองและจอประสาทตา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท ช่วยให้สมองจำได้ดี

2’ เอฟแอล (2’FL) เป็นสารอาหารที่พบในนมแม่ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

กอส/แอลซีฟอส (Gos lcFOS) อาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยทำให้จุลินทรีย์ที่ดีเติบโต เกิดสมดุลในลำไส้ ช่วยเสริมให้ภูมิคุ้มกันในลำไส้แข็งแรง

เด็ก ๆ ที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตดี มีสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่เติบโตสมวัย และมีสมองที่พร้อมเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

เปรียบเทียบนมผงสำหรับ เจนอัลฟ่า

S26 Gold Pro

S-26 GOLD 3 โดดเด่นเรื่องความครบถ้วนของสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะ สฟิงโกไมอีลิน แกงกลิโอไซด์  แอลฟา-แล็คตาบูมิน   ลูทีน และนิวคลีโอไทด์ 5 ชนิด ซึ่งหาได้ยากในนมยี่ห้ออื่น

เจนอัลฟ่า

Hi-Q1 Plus SUPER GOLD PLUS C-Synbio ProteQ 3 เป็นนมอีกหนึ่งยี่ห้อที่มีสารอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะกอส / แอลซีฟอส และยังมาในปริมาณมากถึง 550 กรัม

เจนอัลฟ่า

Enfagrow A+ MINDPRO 3 มีสารอาหารเฉพาะคือ MFGM

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหานมสำหรับลูกรักเจนอัลฟ่า กองบรรณาธิการ ABK คัดสรรนมผงสูตร 3 มาเปรียบเทียบสารอาหารและคุณประโยชน์ดูกันถึง 3 ยี่ห้อ เพราะพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ที่ดีตั้งแต่ในวัยเด็ก สามารถส่งผลต่อสติปัญญา ความฉลาด และการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ ๆ ในวัยเรียนและวัยผู้ใหญ่

คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมสมองลูกน้อยให้พร้อมได้ตั้งแต่ลูกอายุ 1 ขวบ ด้วยการเสริม S-26 GOLD 3 ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยทั้งสฟิงโกไมอีลิน แกงกลิโอไซด์  แอลฟา-แล็คตาบูมิน  ลูทีน และนิวคลีโอไทด์ 5 ชนิด ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้ลูกเจนอัลฟ่าเติบโตแข็งแรง สมวัย พร้อมก้าวต่อไปในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาค่ะ

พัฒนาการไม่สมวัย

พ่อแม่ต้องรู้ทัน! 2 ภาวะ พัฒนาการไม่สมวัย ของลูก รีบแก้ไขก่อนรุนแรง

พัฒนาการไม่สมวัย ด้านร่างกายของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การเจริบเติบโตช้า เด็กมีภาวะเตี้ย หรือ ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย ที่ทำให้เด็กเติบโตก่อนวัยสมควร สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย

โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของต่อมใต้สมองผิดปกติ ทำให้สร้างฮอรโมนออกมามากหรือน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลกระทบต่อเด็กได้ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ฉะนั้นควรได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว และได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ

พัฒนาการเด็กด้านร่างกายเหมาะสมตามวัยเป็นอย่างไร

พัฒนาการเด็กด้านร่างกายที่เหมาะสมตามวัย หมายถึง การเจริญเติบโตด้านร่างกายที่มีความเปลี่ยนแปลงด้านขนาด รูปร่าง ทรวดทรง ความสูง และด้านอื่น ๆ ของระบบร่างกายและโครงสร้างของร่างกาย เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง การขยายของทรวงอก หรือการเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับร่างกาย ที่เป็นไปตามช่วงวัยของเด็ก หากเมื่อไหร่ที่ร่างกายของเด็กมีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองสังเกตเห็นว่าลูกไม่ได้เจริญเติบโตอย่างที่ควรเป็น หรือเติบโตเกินวัย พึงทราบว่าอาจมีสาเหตุอยู่เบื้องหลัง

ภาวะที่ทำให้ พัฒนาการไม่สมวัย ด้านร่างกายของเด็ก

พัฒนาการเด็กด้านร่างกายไม่สมวัย หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการไม่สมวัยเมื่อเทียบกับเด็กปกติ มีภาวะทางสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อความสูง การเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากภาวะต่างๆ ดังนี้

1. ภาวะเด็กเตี้ย

พัฒนาการไม่สมวัย เด็กที่มีความสูงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กที่เพศและอายุเดียวกันมากกว่า 2 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation; SD) ซึ่งสามารถทราบได้โดยดูจากกราฟแสดงการเจริญเติบโต (growth chart)

ปัจจัยที่มีผลทำให้เด็กโตช้าหรือเตี้ยกว่าปกติ นอกจากเรื่องของกรรมพันธุ์ การขาดสารอาหาร การนอนหลับพักผ่อน และออกกำลังกายไม่เพียงพอแล้ว อาจเกิดจากภาวะฮอร์โมนผิดปกติ เช่น ขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ (thyroid hormone) ความผิดปกติของฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) และ ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย เป็นต้น

 

2. ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย

พัฒนาการไม่สมวัย ที่เกิดเร็วกว่าวัยอันควร คือ การที่เด็กผู้หญิงเริ่มมีการพัฒนาของเต้านมก่อนอายุ 8 ปี หรือมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 9 ปี ส่วนเด็กผู้ชายมีขนาดอัณฑะโต มีอวัยวะเพศใหญ่ขึ้น มีขนหัวหน่าว หรือมีลักษณะอื่น ๆ เช่น เสียงแหบห้าว มีกลิ่นตัว ปรากฏให้เห็นก่อนอายุ 9 ปี

ภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยนั้นอาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม พ่อแม่ที่มีประวัติเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยลูกก็มีโอกาสเป็นภาวะนี้สูง การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูง หรือเกิดจากสมองและต่อมใต้สมองทำงานผิดปกติ ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนเพศเร็วกว่าวัยอันควร โดยกรณีนี้ฮอร์โมนเพศมีผลทำให้เด็กสูงเร็วในช่วงแรก หลังจากเมื่อเข้าภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วก็จะหยุดสูงในทันที

พัฒนาการไม่สมวัย

พัฒนาการเด็กด้านร่างกายไม่สมวัย รู้ได้อย่างไร

พัฒนาการเด็กด้านร่างกายไม่สมวัยจะรู้ได้ด้วยการตรวจวินิจฉัยโดยกุมารแพทย์ ได้แก่

  1. การซักประวัติของเด็กและครอบครัว ได้แก่ ประวัติการตั้งครรภ์ของมารดาการคลอดน้ำหนักและความยาวแรกเกิด การเจ็บป่วยของเด็ก อาหารที่ได้รับ พัฒนาการของเด็ก ความสูงและการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของบิดามารดาและพี่น้อง
  2. การตรวจร่างกาย เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงหรือความยาวในเด็ก และบันทึกในกราฟเพื่อดูรูปแบบการเจริญเติบโตของเด็ก
  3. การตรวจอายุกระดูก โดยการเอกซเรย์ฝ่ามือและข้อมือ เพื่อประเมินดูการเจริญเติบโตของกระดูก
  4. การตรวจอื่นๆ ทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดวัดระดับของฮอร์โมน หรือ การทดสอบทางด้านฮอร์โมน เป็นต้น ในเด็กที่สงสัยว่าจะมีความผิดปกติของฮอร์โมน
  5. ในผู้ป่วยบางรายที่มีข้อบ่งชี้ อาจตรวจ MRI สมองเพื่อหาสาเหตุของโรคเป็นหนุ่มสาวเร็ว
  6. อัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อหาสาเหตุและประเมินขนาดมดลูกและรังไข่ในเด็กหญิง

 

การรักษาพัฒนาการเด็กด้านร่างกายไม่สมวัย

ภาวะเด็กเตี้ย การรักษาตามสาเหตุของแต่ละบุคคล ขึ้นกับว่าสาเหตุที่ทำให้เตี้ยนั้นเกิดจากอะไร ได้แก่

  • สาเหตุจากโรคเรื้อรัง ให้รักษาอาการและควบคุมโรคประจำตัวให้คงที่
  • กรณีฮอร์โมนร่างกายผิดปกติ จะรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทนหรือยับยั้ง เช่น การให้ยาฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) การให้ไทรอยด์ฮอร์โมน การให้ยาหยุดความเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย เป็นต้น
  • การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ และมีความหลากหลาย ให้ได้สารอาหารครบถ้วน
  • รับประทานนม แคลเซียม วิตามินดี ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี ในปริมาณที่เหมาะสม โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • ปรับพฤติกรรมการบริโภค
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบหัวใจและหลอดเลือด

ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย การรักษาขึ้นกับสาเหตุ ได้แก่

  • กรณีพบความผิดปกติในสมอง เนื้องอกที่รังไข่ ต้องรักษาตามสาเหตุ เช่น รักษาด้วยการผ่าตัด อาจจำเป็นต้องตามด้วยการฉายแสงหรือเคมีบำบัดแล้วแต่กรณี
  • กรณีไม่พบสาเหตุ การรักษานั้นจำทำด้วยการให้ยาฮอร์โมนสังเคราะห์ GnRH-analogue เป็นฮอร์โมนที่ยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์จากต่อมใต้สมอง มีผลทำให้รังไข่ในเด็กหญิงและอัณฑะในเด็กชายสร้างฮอร์โมนเพศลดลง โดยจะให้ในรูปแบบการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

 

อย่างไรก็ตามการรักษา พัฒนาการไม่สมวัย ด้านร่างกายของเด็กนั้น จะต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ โดยเฉพาะการรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนการเจริญเติบโตจำเป็นต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กด้านร่างกาย หรือการเจริญเติบโตให้ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลนครธน