ฝุ่นละออง PM2.5 เด็กต่ำกว่า 5 ขวบสูด เสี่ยงอันตรายกว่าผู้ใหญ่

ฝุ่นละออง PM2.5 เด็กต่ำกว่า 5 ขวบสูด เสี่ยงอันตรายกว่าผู้ใหญ่

3. ภูมิคุ้มกันเสื่อม, ติดเชื้ออย่างรุนแรง

สำหรับเด็กเล็กที่อยู่ในกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อง่าย อาจจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้นกันเสื่อม และมีอาการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าปกติได้

4. ถุงลมขยายไม่เต็มที่, มะเร็งปอด

ในระยะยาวของระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้สมรรถภาพปอดลดลง และในระยะยาวกว่านั้น ในบางการศึกษาพบว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้หรือมะเร็งปอดได้ นอกจากนี้หากเด็กมีการสะสมฝุ่นพิษต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งการพัฒนาการทางสมองของเด็ก สติปัญญาหรือสมาธิได้ด้วยเช่นกัน

9 วิธีป้องกันลูกน้อยจาก ฝุ่นละออง PM 2.5

กรมอนามัยได้กำหนดแนวทางการดูแลเด็กเล็กสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยง เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ดังนี้

ฝุ่นพิษ PM 2.5
การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะรับมือกับฝุ่นพิษ PM 2.5
  1. ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในเว็บไซต์กรมอนามัย www.anamai.moph.go.th แอพพลิเคชั่น Air4thai ของกรมควบคุมมลพิษ หรือ AirVisual
  2. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน ในช่วงที่ปริมาณ PM2.5 ตั้งแต่ระดับสีเขียว (26-37 ไมโครกรัม/ ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 6-8 แก้วต่อวัน
  4. เด็กที่มีโรคประจำตัวควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและสังเกตอาการ หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์
  5. หากค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดง (91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป ห้ามออกนอกบ้าน
  6. ปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
  7. งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิด PM 2.5 เช่น การเผาใบไม้ เผาขยะ
  8. ไม่ติดเครื่องยนต์เป็นเวลานานในบริเวณบ้าน
  9. ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดและเปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน

ทั้งนี้หากผู้ปกครองพบอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้ ไอ แน่นหน้าอก หายใจเร็ว หรือในกรณีที่รุนแรง อาจจะมีลักษณะที่อกหรือช่องตรงซี่โครงบุ๋ม ควรพาเด็กออกจากบริเวณที่มีฝุ่น และไปพบแพทย์ เพื่อตรวจร่างกาย และทำการรักษาทันที

อ่านต่อ บทความดี ๆ คลิก

วิจัยเตือนพ่อ! พิษจากควันบุหรี่อันตรายกว่า ฝุ่น PM 2.5

รีวิว หน้ากากกันฝุ่น PM2.5 เลือกใส่แบบไหน ปลอดภัยทั้งแม่และลูกน้อย

หมอเตือนระวัง โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) โรคที่มากับยุง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, พลิกปมข่าว ThaiPBS

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

keyboard_arrow_up