ฟันหัก

เมื่อลูก ฟันหัก ควรดูแลรักษาอย่างไร?

ฟันหัก
ฟันหัก

เมื่อลูก ฟันหัก ควรดูแลรักษาอย่างไร?

เมื่อพูดถึงฟันที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหารจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชุด คือ…

  • ฟันน้ำนมมีจำนวน 20 ซี่ (ฟันบน 10 ซี่ ฟันล่าง 10 ซี่) โดยฟันน้ำนมซี่แรกจะเกิดมาเมื่ออายุจากแรกเกิดได้ 8-12 เดือน และฟันน้ำนมซี่สุดท้ายจะหลุดไปเมื่ออายุได้ 10-12 ปี
  • ฟันแท้มีจำนวน 32 ซี่ (ฟันบน 16 ซี่ (ด้านขวาบน 8 ซี่ ด้านซ้ายบน 8 ซี่) และฟันล่าง 16 ซี่ (ด้านขวาล่าง 8 ซี่ ด้านซ้ายล่าง 8 ซี่)) โดยลำดับการขึ้นของฟันแท้จะขึ้นอยู่กับฟันน้ำนมที่หลุดไปค่ะ ซึ่งเด็กแต่ละคนหากได้รับการดูแลช่องปากและฟันมาเป็นอย่างดีตั้งช่วงที่ยังเป็นฟันน้ำนมก็อาจทำให้ฟันน้ำหลุดช้า และฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่ก็อาจช้าไปเล็กน้อย (สามารถเช็กได้จากทันตแพทย์ของแต่ละครอบครัวอีกครั้ง)
บทความแนะนำ คลิก>> ฟลูออไรด์สาหรับเด็ก กับการใช้ยาสีฟันที่ถูกต้องในเด็ก โดยสมาคมทันตแพทย์ ปี 2560

และอย่างที่เกริ่นไปข้างต้นค่ะ ว่ามีได้หลายสาเหตุที่ทำให้ฟันของเด็กได้รับความเสียหายจนทำให้ ฟันหัก ฟันแตก ฟันบิ่น ขึ้นมา ซึ่งยิ่งถ้าเป็นฟันแท้ด้วยแล้วยิ่งต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดีและเหมาะสมที่สุด เพราะฟันแท้ทุกซี่มีผลต่อการกัด บดเคี้ยวอาหารอย่างมาก หากซี่ใดซี่หนึ่งมีปัญหาไป สามารถส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่นๆ ได้ค่ะ

สำหรับการดูแลลูกเบื้องต้นเมื่อฟันลูกถูกกระแทก จนได้รับความเสียหาย ดังนี้…

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้ฟันของลูกเกิดการหัก แตก หรือบิ่นจนเลือดออกมาด้วย สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือพาเด็กส่งโรงพยาบาลทันที ในกรณีที่ซี่ฟันหลุดออกมา(ฟันแท้)ทั้งซี่ให้จัดการกับซี่ฟันที่หลุดดังนี้

  • ให้จับฟันขึ้นมา จับตรงตัวฟัน ห้ามจับตรงบริเวณรากฟัน
  • ล้างฟันด้วยน้ำสะอาดที่ไหลเบาๆ ห้ามขัดถูฟันและห้ามใช้ สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานทำความสะอาดฟัน
  • จากนั้นให้รีบพาลูกพร้อมนำเอาซี่ฟันที่หลุดออกมาส่งทันตแพทย์ทันที

คำแนะนำในการรักษาฟันหัก โดย ทันตแพทย์ อดิศร หาญวรวงศ์

ถ้าพบว่าลูกๆ ที่บ้าน หรือคนในครอบครัวมีอาการของฟันหัก แตก บิ่น ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นะคะ เพราะไม่เช่นนั้นผิวเนื้อฟันจะมีปัญหาตามมาได้ และที่สำคัญทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทานอาหารด้วยค่ะ

อ่านต่อ 4 เทคนิคดูแลฟันแท้ให้แข็งแรง หน้า 3

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up