ฝักคูน แทงตา เด็ก 7 ขวบ เพราะเล่นกันไม่ระวัง รักษาไม่ได้ หมอต้องควักดวงตาทิ้ง - amarinbabyandkids

อุทาหรณ์! แม่ฝากเตือน ระวังเด็กเล่นกัน ลูกถูกฝักคูนแทงเข้าตา รักษาไม่ได้ หมอต้องผ่าดวงตาทิ้ง

event
ฝักคูน แทงตา
ขอบคุณภาพข่าวจาก : www.manager.co.th

ปัจจุบัน น้องอิกคิว ยังต้องปิดดวงตาข้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ และเรื่องคดีที่ผู้เป็นแม่แจ้งความไว้ แต่แม่ของด.ช. 10 ขวบที่ก่อเหตุได้ปัดความรับผิดชอบ ก็แทบจะไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทางครอบครัวก็หวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์ดวงตาเทียมมาให้กับลูกชาย พร้อมกับเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้กรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ในการดูแลเลี้ยงดูบุตรหลาน

โดยผู้เป็นแม่ของน้องอิกคิว ได้กล่าวเตือนไว้ว่า… ขอฝากเป็นอุทาหรณ์ไปยังพ่อแม่ทุกคนว่าในการเล่นของลูกหลานไม่ควรที่จะให้เล่นของที่มีคมที่อาจจะเป็นอันตรายจนถึงกับพิการเหมือนกับลูกของตนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ควรที่จะดูแลลูกหลานของตนเองอย่างใกล้ชิดด้วยเพราะหากว่าเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว ไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้จะต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตเมื่อโตขึ้นไม่สามารถที่จะทำงานรับราชการหรือทำงานดีเหมือนกับคนที่ดวงตาปกติได้

****************************************

♥ เรื่องเกี่ยวข้อง คุณแม่ต้องอ่าน10 เรื่องที่ พ่อแม่ต้องเจอ เมื่อมีลูกชาย
♥ เรื่องเกี่ยวข้อง คุณแม่ต้องอ่านสอนลูกให้รู้จักเล่นแรงๆ แต่พองาม

ทั้งนี้ในเรื่องของการเล่น ส่วนใหญ่แล้วการเล่นแรงๆ แต่พองามถือเป็นพฤติกรรมปกติของเด็กๆ และเป็นวิธีหนึ่งที่เขาใช้ทดสอบขีดจำกัดว่าทำอะไรได้แค่ไหน และระบายความรู้สึกแย่ๆ (เช่น โกรธ ผิดหวัง อึดอัดใจ) ของตัวเอง

ฝักคูน แทงตา

ซึ่งการเล่นที่เสมือนโถมแรงเข้าใส่ เป็นเพียงการพอใจกับการค้นพบเรื่องร่างกายเท่านั้น เด็กยังไม่สมบูรณ์ด้านกระบวนการคิด คือในระหว่างเล่นแบบใช้กำลังนั้นเด็กยังไม่ได้ใช้ความคิดแบบผู้ใหญ่ และถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจลูก การห้าม การดุจะให้น้ำหนักไปที่ให้ลูกรู้จักคิด พัฒนาการด้านความคิด การพูดและการเคลื่อนไหวเด็กยังต้องการเวลาบ่มเพาะกับการเล่นต่อไปจนพ้นวัยเด็กน้อย ซึ่งก็คือวัยชั้นประถมขึ้นไป ซึ่งเด็กจะเข้าใจเรื่องเหตุผล พ่อแม่ต้องชี้นำด้วยการอธิบายเขาก็รับได้ ส่วนอายุขนาดนี้จะเลี้ยงดูแบบไหนจึงจะเข้าใจ พ่อแม่ต้องเน้นการกระทำ ให้ทำตามจนเป็นนิสัย โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ในการสอน ดังนี้

  • สังเกตเด็กใกล้อย่างชิด โดยการสังเกตด้วยหัวใจที่เปิดกว้างไม่ใช่จับผิด พ่อแม่ควรบอกในใจตัวเองเสมอ เด็กตัวเล็กตัวน้อยอย่างนี้ จะสอนอะไรต้องทำให้ดู
  • ยั้งไว้อย่าเพิ่งห้าม หากไม่เกิดอันตรายกับ 3 อย่างนี้จริงจังก็ขอให้ดูไปก่อน คืออันตรายกับตัวเอง อันตรายกับผู้อื่น อันตรายกับสิ่งของ และยั้งไว้อย่าเพิ่งชม ถ้าเด็กไม่ได้ทำอะไรที่ต้องชมจริงๆ
  • มองเด็กอย่างที่เด็กเป็นอย่างให้โอกาส หากเห็นเด็กเล่นแรงๆ แบบนั้น ก็ไปแยกเขาออกมา เบี่ยงเบนความสนใจของเขา ด้วยการชวนมาร้องเพลงที่มีท่วงทำนองสนุก น่ารัก สัมผัส และลูบตัวเขาเบาๆ เหมือนเล่นปูไต่ไปตามลำตัว แขน ขา ตลอดจนนิ้วมือก็ให้ลูบแต่ละนิ้วเบาๆ เด็กยังอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน หาเวลาให้เด็กได้นั่งแอบอิงและเล่านิทานให้เขาฟัง ไม่ต้องรีบร้อนให้วัยเด็กของเขาจบเร็วนัก เด็กที่อยู่ตรงไหนก็เป็นสุข โตขึ้นก็เป็นผู้ใหญ่ที่เป็นสุข
  • ลองตั้งกฎง่าย ๆ แม้กระทั่งเด็กวัย 3 ขวบก็ทำตามคำสั่งง่ายๆ เช่น บอกลูกว่าห้ามเล่นยิงปืนในบ้านเด็ดขาด และย้ำกับเขาบ่อยๆ ด้วย หรือพูดให้ชัดว่าเล่นคาราเต้ที่สนามหน้าบ้านได้ แต่ห้ามเข้ามาเล่นในห้องนั่งเล่นนะ เจาะจงไปเลยว่าคุณอนุญาตอะไรบ้าง และอย่าลืมชมเชยเมื่อลูกเชื่อฟังและยอมทำตามกฎของคุณด้วยล่ะปลอดภัยไว้ก่อน

หรือ ยกตัวอย่างให้ลูกเห็นว่าเล่นแบบไหนอันตรายและแบบไหนถึงจะปลอดภัย เช่น ขว้างหรือโยนของเล่นนิ่มๆ ได้ แต่ห้ามเอาของเล่นแข็งๆ หรือมีขอบแหลมคมมาเล่นแบบนี้นะ หรือกระโดดเล่นบนเตียงได้ แต่ห้ามกระโดดใส่คนอื่น และอย่าจงใจทำให้คนอื่นเจ็บตัวด้วย

ทั้งนี้เรื่องของเล่น หรืออุปกรณ์ วัสดุ ต่างๆ ที่เด็กใช้ประกอบในการเล่น ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องคำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นด้วย เพราะแม้กระทั่งของเล่นเล็กๆ ดูไม่มีพิษภัย หรือของเล่นตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับข่าวข้างต้น ก็ยังสามารถที่จะสร้างอันตรายให้กับเด็กๆได้โดยที่คุณพ่อและคุณแม่เองไม่ทันได้คาดคิดเลย

อ่านต่อ >> “ลักษณะของเล่นที่พ่อแม่ต้องคอยระวัง ก่อนให้ลูกเล่น” คลิกหน้า 3

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up