ให้ลูกดูมือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ ตอนกินข้าวช่วยให้กินง่ายจริงหรือ?

เตือน!! ให้ลูกดูมือถือ  แท็บเล็ต และโทรทัศน์ แม้จะช่วยดึงความสนใจของลูกน้อยให้อยู่บนหน้าจอตอนกินข้าว เพื่อไม่ไปวิ่งเล่นที่ไหน แต่กลับส่งผลเสียมากกว่าที่คิด!

โทรศัพท์ touch screen ทำ ‘สมองลูกเติบโตช้า’

วัยเด็ก เป็นวัยที่ต้องการการนอนหลับอย่างเพียงพอ เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาของสมอง เป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่ส่งผลไปตลอดชีวิต แต่รายงานจากนักวิจัยมหาวิทยาลัย Birbeck ในลอนดอนพบว่า เด็กอายุ 6-11 ขวบ ที่ ติดโทรศัพท์จนนอนดึก มีพัฒนาการทางสมองช้าลง

อย่ามัวแต่ก้มมองมือถือ จนลืมลูกน้อยข้างตัว

ในสังคมยุคปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักใส่ใจ และก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งก็หลงลืมสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ได้ระมัดระวังภัยอันตรายรอบข้าง และอาจถึงขั้นเสียชีวิต เพราะมัวแต่ จ้องมือถือ ดังสถานการณ์จำลองนี้ เพื่อเตือนคุณพ่อ คุณแม่เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ได้

อุทาหรณ์เตือนใจ ลูกจมน้ำตาย เพราะมือถือ

เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พบข่าวน่าตกใจเกิดขึ้นที่เมืองจีน ซึ่งคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ เมื่อเด็กชายวัย 4 ขวบกับคุณแม่ ไปว่ายน้ำที่สระว่าน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง ในขณะนั้นเองคุณแม่ก็หันหลังเล่นโทรศัพท์ และละลายตาไปจากลูก จน ลูกจมน้ำตาย

แม่ต้องระวัง..เมื่อนั่งเล่นมือถือกับลูกคนเดียว

สมัยนี้ อันตรายใกล้ตัวมีอยู่ทุกที่ ทุกเวลา แม้กระทั่งบริเวณบ้านของเราเอง คุณพ่อ คุณแม่จึงต้องมีสติ และคอยระมัดระวังอยู่เสมอ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เมื่อคุณแม่คนหนึ่งนั่งเล่นมือถือกับลูกอยู่เพียงลำพังที่หน้าบ้าน แล้วจู่ๆ ก็มีคนร้ายขับรถผ่านมากระชากโทรศัพท์มือถือไป จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการ โดนชิงมือถือ

อุทาหรณ์ ลูกน้อยติดมือถือจนถึงขั้น “ลงแดง!!”

โนโมโฟเบีย หรือโรคกลัวขาดมือถือ ต้องถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ติดตัวตลอดเวลา ทุกวันนี้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่มีอาการเหล่านี้กันมาก ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าคุณทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก และทำสิ่งใดอันดับสุดท้ายก่อนนอน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อลูก ติดมือถือจนลงแดง

ติดจอ เล่นสมาร์ทโฟนหนัก เสี่ยงภัยทางสายตา

ในยุคของโลกดิจิตอล ทุกๆ คนต่างก้มหน้าก้มตาจ้องอยู่แต่กับสมาร์ทโฟน แท็บเลต และทีวีดิจิตอล หลายคนเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดคุยกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆ ในยุคปัจจุบันที่เป็นโรค ติดจอ จนบางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหา ปวดคอ และส่งผลต่อปัญหาสายตา ทำให้สายตาล้าเรื้อรัง

Kid Safety เด็กเกาหลีใต้ 25% เข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือแล้ว

นอกจากโรคติดต่ออย่างไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ ล่าสุดมีผลวิจัยของเกาหลีที่กำลังจะตีพิมพ์ในปี 2559 เผยถึงอาการติดโทรศัพท์มือถือของเด็กเกาหลีใต้ ว่ากันว่าคนเอเชียกำลังติดกันมากและผู้เป็นโรคนี้ก็มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ นักจิตวิทยาเรียกอาการของโรคนี้ว่า “โนโมโฟเบีย” (Nomophobia)   โนโมโฟเบีย คือความหวาดกลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีโทรศัพท์มือถือ   จากการสำรวจนักเรียนเกาหลีใต้เกือบ 1,000 คน พบว่าเด็กๆ ใช้มือถือกันตั้งแต่อายุ 11-12 ปี ใช้เวลาอยู่กับมัน 5.4 ชั่วโมงต่อวัน และพบว่าเด็กเกาหลีใต้ถึง 25 % เข้าข่ายเสพติดมือถือเสียแล้ว   ในเอเชียมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือราว 2,500 ล้านคน มีอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากการไม่ระวังขณะใช้โทรศัพท์มือถือเกิดขึ้นมาก เช่น ตกท่าเรือ ตกรถเมล์   ในสิงคโปร์ ที่มียอดประชากรเสพติดเทคโนโลยีมากถึงขึ้นต้องมีคลินิกบำบัดอาการติดเทคโนโลยีสมัยใหม่  ยกตัวอย่างเช่น คุณครูในโรงเรียนบางแห่งสั่งการบ้านผ่าน WhatsApp ทำให้เด็กๆ ก็ต้องพลอยมีโทรศัพท์มือถือไปด้วย   ในขณะที่จีนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ระบุว่าโรคเสพติดอินเตอร์เน็ตถือเป็นโรคทางคลินิก ได้มีคลินิกเพื่อบำบัดโรคเสพติดสื่อออนไลน์ใหม่ๆ โดยมีจิตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด   นายโทมัส ลี จิตแพทย์ที่ปรึกษา ได้กล่าวว่า ประเทศอื่นๆ ในเอเชียควรจะจัดให้โรคติดโทรศัพท์มือถือเป็นโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการติดการพนันหรือเสพติดเซ็กส์ เพราะผู้เสพติดแล้วเมื่อพยายามเลิกจะมีอาการลงแดงเหมือนกัน […]

keyboard_arrow_up