10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก - Amarin Baby & Kids
10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

Alternative Textaccount_circle
event
10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก
10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

วิตามินสำหรับเด็ก เป็นตัวช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนตามวัย ส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต ช่วยการทำงานของสมองและระบบประสาท รวมถึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้มีร่างกายที่เจริญเติบโตแข็งแรง สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สมวัย โดยวิตามินที่จำเป็นต่าง ๆ จะมีอยู่ในอาหารที่เด็กต้องรับประทานในแต่ละวันตามมื้ออาหารปกติและได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

ทำไมเด็กถึงต้องรับประทานวิตามิน

วิตามิน จัดเป็นสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกาย หากเด็ก ๆ รับประทานอาหารได้ดี ครบ 3 มื้อ ถูกหลักโภชนาการ 5 หมู่ น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานวิตามินสำหรับเด็ก แต่ในปัจจุบันด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้เด็กขาดวิตามินที่สำคัญและจำเป็น หรือ ได้รับวิตามินไม่เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

โดยอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของเด็ก การเลี้ยงดูของพ่อแม่ รับประทานน้อย เบื่ออาหาร ขาดสารอาหาร โรคบางชนิด ภาวะการเจ็บป่วย การแพ้อาหาร การเลือกรับประทาน รับประทานมังสวิรัติ ดังนั้นจึงต้องเสริมวิตามินเป็นประจำ เพื่อให้ได้รับวิตามินที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

 

ประเภทของวิตามินและความสำคัญ

วิตามินแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีนและการแบ่งเซลล์ หากรับประทานวิตามินเหล่านี้มากเกินไปก็จะสะสมในร่างกาย ทำให้มีผลกระทบต่อตับและสมองได้
  • วิตามินที่ละลายได้ในน้ำ เช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 และวิตามินซี มีส่วนช่วยในการการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยในการสร้างเส้นผม เล็บ และผิวหนัง รวมถึงทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ร่างกายสามารถขับวิตามินกลุ่มนี้ออกไปได้เองโดยการขับถ่ายหากมีปริมาณมากเกินความจำเป็น

ทั้งนี้เด็กที่ขาดวิตามินมักจะมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด นอนไม่ค่อยหลับ และกระสับกระส่าย 

ส่วนปริมาณวิตามินที่เด็กแต่ละคนต้องการนั้นจะแตกต่างกันไปตามอายุของเด็กและชนิดของวิตามิ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้ร่างกายของเด็กต้องการวิตามินเพิ่มขึ้น เช่น เด็กอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต

การเล่นและการออกกำลังกาย การเจ็บป่วยต่าง ๆ อย่างมีไข้ เป็นโรคติดเชื้อ มีความผิดปกติของการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร เป็นต้น

 

หลักในการเลือกวิตามินเด็ก

  • ปรึกษาและรับคำแนะนำจากกุมารแพทย์: โดยคุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนให้เด็กรับประทานวิตามินเด็กเสมอ และต้องดูแลให้เด็กรับประทานตามฉลากหรือตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสอบฉลากทั้งหมดและส่วนผสม: ต้องมั่นใจว่าวิตามินแต่ละชนิดที่เด็กได้รับมีปริมาณไม่เกินที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ตรวจสอบฉลากสำหรับคำแนะนำอายุและปริมาณที่ต้องรับประทานต่อวัน และวันหมดอายุเสมอ
  • ความเหมาะสม: ร่างกายของเด็กต้องการวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต การขาดวิตามินตัวใดตัวหนึ่งไปอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กได้ ควรเลือกวิตามินเด็กให้เหมาะสมกับเด็กและช่วงวัย ผลิตมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ
  • รสชาติและปริมาณน้ำตาล: ถ้าต้องเลือกวิตามินเด็ก โดยเฉพาะสูตรน้ำที่ปรุงแต่งรสชาติให้เด็กชอบควรเลือกแบบที่เป็นสูตรปราศจากน้ำตาล เพื่อป้องกันเด็กฟันผุ หรือได้รับน้ำตาลมากเกินไป กรณีถ้ามีน้ำตาลควรน้อยกว่า 3 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • ปราศจากสารก่อภูมิแพ้: โดยปกติวิตามินส่วนใหญ่พบมากในนม ผลิตภัณฑ์จากนม ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี อาหารทะเล สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ ถั่ว ซึ่งในเด็กที่แพ้อาหารหรือแพ้ส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้ การเลือกวิตามินทดแทนต้องพิจารณารายละเอียดของสารก่อภูมิแพ้ที่อาจพบเป็นส่วนประกอบของวิตามิน รวมถึงสารเติมแต่ง สีสังเคราะห์ กลิ่น รส หรือสารกันบูด แนะนำให้เลือกวิตามินจากบริษัทที่เชื่อถือและสามารถสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ ที่สงสัยได้

ข้อควรระวังในการให้วิตามินเด็ก

  • อาจมีส่วนผสมของน้ำตาล หรือสีผสมอาหารมากเกินไป ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ฟันผุ
  • รับประทานง่ายเกินไป ทำให้บริโภคเกินขนาด ต้องจำกัดการรับประทานให้เป็นไปตามปริมาณที่ระบุไว้ในฉลากบนกล่อง
  • รับประทานวิตามินแทนอาหารไม่ได้ ใช้เพื่อเสริมในกรณีที่เด็กอาจจะได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอเท่านั้น
  • อย่าหลอกเด็กว่าวิตามินเด็กเป็นขนม เนื่องจากวิตามินเด็กมีสีสันสดใส รสชาติรับประทานง่าย ถ้าเด็กเข้าใจว่าเป็นขนมอาจแอบรับประทานจนวิตามินเกินขนาด เป็นอันตรายกับเด็กได้
  • ไม่รับประทานวิตามินพร้อมนม เพราะนมจะขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน

แนะนำ 10 วิตามินเด็กรับประทานง่าย ได้ประโยชน์

  1. นูโทรเพล็กซ์ โอลิโกพลัส

เป็นวิตามินรวมผสมธาตุเหล็ก ไลซีน และใยอาหารสำหรับเด็กชนิดน้ำ รสส้มเปรี้ยวอมหวานรับประทานง่าย เป็นสูตรไม่มีน้ำตาล ไม่ทำให้เกิดอาการฟันผุ เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านน้ำหนัก หรือเด็กที่เป็นโรคเบาหวาน วิตามินบรรจุในขวดสีชาและมีช้อนยามาให้ ที่กล่องมีข้อมูลโภชนาการ สารอาหารในวิตามิน ข้อมูลวิธีรับประทานอย่างครบถ้วน ควรให้เด็กรับประทานโดยตรง ไม่ต้องผสมกับเครื่องดื่มหรืออาหาร ส่วนผสมของวิตามินมีส่วนประกอบที่มีผลิตภัณฑ์จากนม เพราะฉะนั้นเด็กที่แพ้นมควรหลีกเลี่ยง และเนื่องจากมีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก อาจทำให้อุจจาระมีสีคล้ำขึ้นได้

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/nutroplexclub/

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/nutroplexclub/

 

  1. แบลคมอร์ส โคอาล่า มัลติวิตามิน + มิเนอรัล (Blackmores Koala Multivitamin + Mineral)

เป็นวิตามินแบบเม็ดกลมแบนใช้อมหรือเคี้ยว กลิ่นหอมสตรอว์เบอร์รีและวนิลลา ปราศจากน้ำตาลเพราะใช้สารสกัดจากใบหญ้าหวานและไซลิทอลให้ความหวานแทนน้ำตาล มีวิตามินสำคัญเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งวิตามิน A, B6, B12, C, ไอโอดีนและแร่ธาตุอื่น ๆ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง รวมถึงช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เด็กรับประทานง่ายวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/BlackmoresThailand

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/BlackmoresThailand/

 

  1. เซเว่นซีส์ วิตามินรวมผสมไลซีน (Seven Seas Multivitamin Syrup with Lysine)

เป็นวิตามินรวมชนิดน้ำเชื่อมผสมไลซีน โดยใน 1 ช้อนชาจะมีส่วนผสมของไลซีนอยู่ประมาณ 375 มิลลิกรัม รสผลไม้ออกหวาน ๆ ไม่เปรี้ยว ตัวน้ำวิตามินจะมีสีเหลืองใส วิตามินรวมตัวนี้มีจุดเด่นที่ไลซีน เพราะเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานสารอาหารอื่น ๆ โดยกรดอะมิโนตัวนี้มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยสร้างโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย ช่วยในการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน เอนไซม์ต่าง ๆ รวมไปถึงการซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วย และจุดเด่นอีกอย่างคือ ไลซีนจะช่วยทำให้เจริญอาหาร ทำให้เด็กอยากและรับประทานอาหารได้ ข้อควรระวังคือ วิตามินอาจเกิดการสะสมในร่างกายจนทำให้เกิดอันตรายได้ จึงไม่ควรใช้เกินขนาดที่กำหนดไว้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากแพทย์สั่ง

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/sevenseasthailand/

10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/sevenseasthailand/

 

  1. เบน ไซรัป (Bain Syrup)

เป็นวิตามินรวมชนิดน้ำข้น ๆ หนืด ๆ สีออกส้ม หอมกลิ่นผลไม้มีกลิ่นน้ำมันปลานิด ๆ ไม่คาว รสผลไม้รวมเป็นรสชาติหวาน ๆ ไม่เปรี้ยว วิตามินรวมตัวนี้มีจุดเด่นที่น้ำมันปลาทูน่า (Tuna Fish Oil) ที่มี DHA 70% ซึ่งช่วยเสริมสร้างและพัฒนาการเรียนรู้และความจำ มีส่วนช่วยพัฒนาการมองเห็น นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยวิตามิน A, Bรวม, E และ D ทำให้ร่างกายแข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยให้เจริญอาหาร แต่มีข้อควรระวัง คือตัววิตามินมีส่วนผสมของ DHA เด็กที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลาจะรับประทานไม่ได้ และส่วนประกอบมีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ดังนั้นเด็กแพ้ถั่วเหลืองก็รับประทานไม่ได้เช่นกัน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.bainsyrup.com/nutrimaster-bain-syrup/

อาหารเสริมเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.bainsyrup.com/nutrimaster-bain-syrup/

 

  1. Mamarine Omega-3 plus L-Lysine

เป็นวิตามินรวมชนิดน้ำใสสีเหลือง รสส้ม หวาน ๆ ไม่เปรี้ยวมาก มีกลิ่นน้ำมันปลานิด ๆ ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล แลคโตส และกลูเตน รับประทานง่าย มีจุดเด่นที่ไลซีน และ โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารได้ครบถ้วนมากขึ้น บำรุงสมอง พัฒนาความจำ แต่ข้อควรระวังคือ เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันปลา เด็กที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลาจะรับประทานไม่ได้

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/mamarinethailand

อาหารเสริมเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ : https://www.facebook.com/mamarinethailand/

 

อ่านต่อ.. 10 วิตามินสำหรับเด็ก เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up