คนท้องนอนกรน

ระวัง! คนท้องนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ทารกเสี่ยงขาดออกซิเจน!

คนท้องนอนกรน
คนท้องนอนกรน

คนท้องนอนกรน – หากคุณเป็นเหมือนคุณแม่ส่วนใหญ่ คุณอาจพบว่าการนอนหลับในระหว่างการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ยากเย็น มากกว่าสามในสี่ของสตรีมีครรภ์ กล่าวว่าพวกเธอมีอาการนอนไม่หลับมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์  นอกจากนี้ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเป็นอีกหนึ่งภาวะที่เกิดขึ้นได้ในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้การหายใจของคนท้องสะดุดหรือหยุดลง ซ้ำ ๆ ในระหว่างการนอนหลับ เนื่องจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนจึงอาจเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้

ระวัง! คนท้องนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ทารกเสี่ยงขาดออกซิเจน!

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร?

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจระหว่างการนอนหลับ เกิดการปิดกั้นการไหลเวียนของอากาศชั่วคราว และทำให้หายใจไม่ออก หรือหายใจได้เพียงตื้น ๆ การหยุดหายใจชั่วคราวที่เรียกว่า “ภาวะหยุดหายใจ” เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ไม่กี่วินาที ไปจนถึงหนึ่งนาทีขึ้นไป ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่รุนแรงมักมีการหยุดหายใจ 5 ถึง 14 ครั้งต่อชั่วโมง ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจในระดับปานกลาง 15 ถึง 29 ครั้งต่อชั่วโมง และผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรงสามารถหยุดหายใจได้ถึง 30 ครั้ง ต่อชั่วโมง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักมาพร้อมกับการกรนอย่างหนัก เสียงกรนจะดังขึ้นก่อนที่จะเงียบสนิทในขณะที่การไหลเวียนของอากาศหยุดลง หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีร่างกายจะตอบสนองต่อการขาดอากาศชั่วคราวด้วยเสียงกรนดัง หรืออ้าปากค้างและการกรนจะกลับมาอีกครั้ง โดยปกติแล้วผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากตื่นขึ้นมาจะไม่สามารถจำได้ หรือไม่รู้ตัวว่าตัวเองกรนดังแค่ไหนหรือหยุดหายใจนานแค่ไหน

ลักษณะอาการของผู้ที่หยุดหายใจขณะหลับระหว่างตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระหว่างการตั้งครรภ์จะมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ :

  • นอนกรน
  • การหายใจหยุดชั่วคราวหรือหายใจถี่ขณะนอนหลับ
  • ตื่นขึ้นด้วยการสำลัก หายใจไม่ออก
  • ง่วงนอนตอนกลางวันอย่างมาก
  • ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน (nocturia)

หากคุณมีอาการตามข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ ทั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องขอการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากตั้งครรภ์เดือนที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงที่อาการอาจแย่ลงได้หากไม่ได้รับการรักษา

คนท้องนอนกรน
คนท้องนอนกรน

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?

หากคุณมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ หรือเป็นโรคอ้วน คุณจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้สูงกว่าปกติ เนื่องจากน้ำหนักที่มากขึ้น จะทำให้ทางเดินหายใจถูกกดทับที่บริเวณคอ และหากคุณมีน้ำหนักตัวมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์ (มากกว่า 35 ปอนด์) คุณจะมีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้นอีก การศึกษาในหญิงตั้งครรภ์มากกว่า 3,000 คนในปี 2560 พบว่าร้อยละ 8.3 มีอาการหยุดหายใจขณะหลับในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง และคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วหญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้เยื่อเมือกในจมูกของคุณบวมซึ่งนำไปสู่อาการคัดจมูก ความพยายามในการหายใจมากขึ้นอาจทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจของคุณดีและทำให้การไหลเวียนของอากาศลดลง สาเหตุอื่น ๆ ทางเดินหายใจของคุณอาจยุบลงหรืออุดตันระหว่างการนอนหลับ ได้แก่ ความแออัดที่เกิดจากการแพ้หรือความเจ็บป่วยพร้อมกับลักษณะทางกายภาพบางอย่าง (คางที่ถอยลง โรคเนื้องอกในจมูกที่โตขึ้น ลิ้นขนาดใหญ่กะบังเบี่ยงเบน หรือเส้นรอบวงคอที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 16 นิ้ว)

ความเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับระหว่างตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

เมื่อเวลาผ่านไปภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจะลดระดับออกซิเจนในเลือดของคุณ (ยิ่งคุณหายใจน้อยลงในแต่ละคืนร่างกายของคุณก็จะได้รับออกซิเจนน้อยลง) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะซึมเศร้าและหัวใจล้มเหลว  หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

การศึกษาหนึ่งยังพบว่าคุณแม่ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะมีครรภ์มีแนวโน้มที่จะต้องได้รับการผ่าตัดคลอดมากกว่าสามเท่า ในขณะที่ทารกแรกเกิดมีแนวโน้มที่จะต้องได้รับการรักษาในหออภิบาลทารกแรกเกิด ซึ่งมักจะมีปัญหาในการหายใจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการวินิจฉัยโรคเพื่อดำเนินการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับในหญิงตั้งครรภ์จึงสำคัญมาก

จะทำอย่างไรหากสงสัยว่าคุณหยุดหายใจขณะหลับระหว่างตั้งครรภ์?

เนื่องจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผู้ที่มีอาการมักไม่รู้ตัวและไม่ตื่นรู้ในขณะที่เกิดอาการ  คู่รักของคุณอาจสังเกตเห็นการกรนเสียงดัง และการหายใจไม่ออกอย่างกะทันหัน ถึงกระนั้นการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ และปริมาณออกซิเจนที่ลดลง จะต้องใช้เวลานานอย่างเห็นได้ชัด

หากคุณมักจะเผลอหลับขณะอ่านหนังสือดู ทีวี ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือรถติด หรือถ้าคุณเป็นคนขี้หงุดหงิด ใจร้อนและขี้ลืมเป็นพิเศษ ก็ถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเหนื่อยล้าของคุณ คนที่มีภาวะหยุดหายใจมักตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณพบว่าตัวเองต้องพึ่งยาแก้ปวดหัว ในทุกๆ เช้า คุณอาจสงสัยไว้ก่อนว่าตัวเองอาจตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับระหว่างตั้งครรภ์

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่มีอาการเล็กน้อย มักเริ่มด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้เลี่ยงการนอนหงาย ซึ่งการนอนหงายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอีกต่อไปหากคุณกำลังตั้งครรภ์ ถ้าคุณไม่สามารถทำได้ ให้ลองแปะลูกเทนนิสที่ด้านหลังของชุดนอนของคุณเพื่อที่ว่าเมื่อคุณล้มตัวลงลูกบอลจะเตือนให้คุณตะแคงข้าง หากคุณมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนให้ปรึกษาผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของคุณ เพื่อค้นหาแผนการจัดการน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพที่เหมาะกับคุณ เนื่องจากการมีน้ำหนักที่เหมาะสมเป็นการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ได้ผลที่สุด

คนท้องนอนกรน

คุณยังสามารถใช้แถบกาวช่วยหายใจ (์Nasal Strips) ซึ่งจะช่วยเปิดรูจมูกของคุณเพื่อการหายใจในขณะหลับที่ดีขึ้น นอกจากนี้สามารถใช้สเปรย์น้ำเกลือ หรือยาลดน้ำมูกที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ (ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยสำหรับการใช้ในระหว่างตั้งครรภ์) ในการบรรเทาอาการได้

หากภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังคงอยู่ หรือรุนแรงคุณอาจจำเป็นต้องใช้เครื่อง CPAP (เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า) โดยเลือกใช้หน้ากากที่พอดีกับจมูกของคุณ และเชื่อมต่อกับปั๊มขนาดเล็กที่ให้อากาศถ่ายเทอย่างนุ่มนวล เพื่อให้ทางเดินหายใจเปิด คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ จะพบว่าเครื่อง CPAP ช่วยบรรเทาได้แทบจะทันที แต่อุปกรณ์อาจจะดูเทอะทะไปสักหน่อย

หากคุณรู้สึกว่าคุณมีสัญญาณหรืออาการที่บ่งบอกถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับระหว่างตั้งครรภ์ คุณควรติดต่อแพทย์เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดเตรียมการทดสอบและการรักษาที่จำเป็นเพื่อช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่ามีคุณภาพและหายใจได้ง่ายขึ้น

มาถึงตรงนี้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็อย่าเพิ่งวิตกจนเกินไปนะคะ เพราะถือว่ายังโชคดี ที่ความเสี่ยงโดยรวมของการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระหว่างตั้งครรภ์นั้นค่อนข้างต่ำ เนื่องจากปัจจัยสองประการต่อไปนี้

  • ประการแรก ระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงในระหว่างตั้งครรภ์สามารถป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ เนื่องจากฮอร์โมนจะกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้ทางเดินหายใจขยายตัว นอกจากนี้โปรเจสเตอโรนยังช่วยเพิ่มการตอบสนองของสมองต่อระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อของร่างกายและยังช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการขยายตัวของหลอดเลือดส่วนปลายอีกด้วย
  • ประการที่สองเนื่องจากความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสสุดท้าย เวลาที่ใช้ในการนอนหงายของแม่ตั้งครรภ์จะน้อยลง ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเอง คือ สิ่งสำคัญเสมอ สำหรับมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะหากคุณกำลังตั้งครรภ์ ความใส่ใจเรื่องสุขภาพต้องยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณเพราะมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ที่รอคอยลืมตาดูโลก ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ สุขภาพของแม่ตั้งครรภ์สามารถส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ ทั้งนี้หากคุณแม่รู้จักดูแลตัวเอง รู้ว่าอะไรดีและไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อถึงวันที่ลูกน้อยถือกำเนิดและผ่านช่วงการเป็น ทารก และ เด็กวัยเตาแตะตามลำดับ หากคุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังเรื่องความสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดีให้กับลูก ย่อมส่งเสริมให้ลูกเกิดทักษะ ความฉลาดต่อการมีสุขภาพที่ดี (HQ)อาการเจ็บป่วยต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นบ่อย เนื่องจากลูกมีเกราะป้องกันที่ดีเป็นทุนเดิมค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : whattoexpect.com,verywellhealth.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คนท้องไม่สบาย กับ 11 โรคที่ต้องระวังระหว่างตั้งครรภ์

ไขข้อข้องใจ คนท้องลื่นล้ม หกล้ม ลูกจะเป็นอะไรไหม แท้งได้หรือเปล่า?

คนท้องกินคอลลาเจนได้ไหม อันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่า?

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up