แม่กรเล่าประสบการณ์ สังเกตให้ดี ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พร้อมแนะวิธีรับมือ - Amarin Baby & Kids
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

แม่กรเล่าประสบการณ์ สังเกตให้ดี ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พร้อมแนะวิธีรับมือ

event
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

แม่กรเล่าประสบการณ์ เลี้ยงลูกแฝด จนเกิด ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการหนัก รับรู้และเข้าใจเลี้ยงลูกเหนื่อยแค่ไหน แต่คิดไม่ได้ เหมือนคนสติหลุด!

สาเหตุ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

กรได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด มาบ้าง ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ค่ะ จนตอนที่ตั้งครรภ์เองก็ได้อ่านประสบการณ์จากแม่ๆ ที่มาแชร์กัน ตอนนั้นยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวและคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองแน่นอน ซึ่งสาเหตุหลักของภาวะนี้จะเกิดจากฮอโมนเพศหญิงที่ลดลงเฉียบพลันหลังคลอดค่ะ และจะมีปัจจัยกระตุ้นภาวะนี้จากการเหนื่อยล้าในการเลี้ยงลูก นอนน้อย การปรับตัวไม่ได้ในช่วงแรก ความเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไปจะทำให้ภาวะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น

ขอเท้าความนิดนึงค่ะ พอกรตั้งครรภ์เข้าช่วงไตรมาส 3 กรเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนเยอะขึ้นเรื่อยและเสี่ยงต่อกรรจะคลอดได้ทุกเมื่อค่ะ กรเริ่มมีความเครียด กังวล หวาดระแวง จิตตกคอยสังเกตจับจ้องอาการตัวเองตลอดเวลา กรกลัวคลอดก่อนกำหนดแล้วลูกจะไม่รอด หรือต้องโดนเจาะโดนผ่าอะไรเยอะแยะมากมาย และสุดท้ายเหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ กรไม่สามารถอุ้มท้องได้ครบตามอายุครรภ์ที่คุณหมอกำหนด เจ้าแฝดออกมาตัวเล็กจิ๋วเดียว ต้องอยู่ในตู้อบและใส่เครื่องช่วยหายใจในช่วงวันแรกๆ สายอะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มตัวลูกไปหมด กรถามคุณหมอทุกวันว่าลูกจะรอดไหม จะปกติไหม คุณหมอตอบได้แค่ “เราต้องดูอาการกันวันต่อวันค่ะคุณแม่…” เหตุการณ์นี้ ภาพนี้ติดตากรและทำให้กรหยุดโทษตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเพราะกรเองที่ทำให้ลูกต้องอยู่ในสภาพแบบนี้

อ่านเพิ่มเติม >> แม่กรเล่าละเอียดยิบ “ขั้นตอน ทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)” ทั้งการแพทย์ทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาครบ!

ในช่วงที่ลูกยังอยู่ในตู้อบ สิ่งที่กรทำได้ดีที่สุดคือ การปั๊มนมให้ได้เยอะๆจะได้เอานมมาส่งที่ห้อง NICU (ห้องผู้ป่วยเด็กวิกฤต) ให้ลูกได้ทานนมแม่ด้วยความเชื่อว่านมแม่จะทำให้เด็กจิ๋วแข็งแรงและตัวฟูไวๆ ผ่านไปได้ไม่นานกรเริ่มรู้สึกเศร้ามากขึ้น หดหู่ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และโทษตัวเองวนไปวนมา ทั้งๆที่เจ้าแฝดอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สภาพจิตใจกรไม่ดีขึ้นเลยค่ะ

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ร้องไห้โดยที่ไม่มีสาเหตุ

กรร้องไห้โดยที่ไม่มีสาเหตุบ่อยๆ เวลาร้องแล้วหยุดยากมาก บางทีแค่ส่องกระจกทาครีมที่หน้า มองตาตัวเองในกระจกก็ร้องไห้แบบหยุดไม่ได้ บางวันก็ร้องทั้งวันโดยที่ไม่รู้ว่าร้องทำไม จนถึงวันที่คุณหมออนุญาตให้เจ้าแฝดกลับบ้านได้ ทุกอย่างควรจะดีขึ้น กรควรจะดีใจ มีความสุขกับการเลี้ยงลูก แต่มันไม่ใช่เลยค่ะ ยิ่งกรได้กอดได้อุ้ม ป้อนนมลูก ณ ตอนนั้นเจ้าแฝดยังดูดกลืนไม่ค่อยเก่ง สำลักบ่อยมากค่ะ สำลักทุกมื้อมื้อละหลายๆรอบ (การสำลักในเด็กทารกอันตราย เสี่ยงสำลักลงปอดแล้วปอดอักเสบได้ค่ะ) ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากการคลอดก่อนกำหนดเช่นกัน

ช่วงนั้นกรกลัวการป้อนนมลูกไปเลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ทำให้กรยิ่งเศร้า เสียใจและโทษตัวเองอยู่แบบนั้น หลายๆครั้งกรโกรธตัวเองจนอยากทำร้ายตัวเอง อยากทำให้ตัวเองเจ็บเพื่อชดใช้ที่ทำให้ลูกต้องทรมานกับสิ่งที่เค้าไม่สมควรได้รับ กรเป็นหนักถึงขั้นที่ว่าเวลาลูกหลับกรจะพะวงเดินวนไปวนมา คอยส่องดูว่าหน้าอกลูกขยับไหม เค้ายังหายใจใช่ไหม…

จนวันนึงพี่เป้รู้สึกได้ว่ากรน่าจะมี ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด แน่ๆ ทั้งระดับฮอโมนที่ลดลงอย่างรวดเร็วบวกกับคลอดก่อนกำหนด มีความเครียดมาตั้งแต่ก่อนคลอด กังวล เหนื่อยล้าและการโทษตัวเองซ้ำๆมากระตุ้นให้อาการทวีคูณไปอีก หลังคลอดมากรใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์เลยค่ะ ปั๊มนมทุก3ชั่วโมง ป้อนนมทุก2.5-3ชั่วโมง เปลี่ยนผ้าอ้อม จับเรอ อุ้มเดินกล่อม กว่าจะเอาลูกนอนได้ก็ถึงเวลาปั๊มนมรอบตัวไปแล้ว เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาให้กรนอนเลยจริงๆ

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

พี่เป้ตัดสินใจเรียกกรมาคุย ให้กรระบายทุกอย่างออกมาให้หมด รับฟังด้วยความเข้าใจ พี่เป้บอกกรว่าพี่เป้จะช่วยกรเอง ต่อจากนี้ถ้ารู้สึกไม่ดีตอนไหนให้พูดออกมาเลย ต่อให้ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรก็ขอให้พูด แล้วพี่เป้จะรีบเข้ามาหากรทันที จะกอด ปลอบ ยิงมุก เล่นตลก ร้องเพลง อะไรก็ว่าไปที่สามารถ distract กรให้หลุดออกจากความเศร้าตรงนั้นให้ได้

วันเวลาผ่านไปมีบางวันที่ดีมากๆ แต่ก็มีบางวันที่แย่จนอยากจะไปปรึกษาคุณหมอเหมือนกัน โชคดีที่คนรอบข้างใจเย็นกับกรมากค่ะ เข้าใจในสิ่งที่กรกำลังเผชิญอยู่ทำให้ทุกคนดูแลและรับมือกับกรได้ดี กรจะบอกว่าในช่วงเวลาที่อาการหนักมากๆ สิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว เข้าใจอยู่แล้ว เราจะคิดไม่ได้เลยค่ะ เหมือนคนสติหลุด มืดบอดไปทุกด้าน เหมือนมันแตกสลายไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ

ในจุดตรงนี้ค่อนข้างจะอันตรายถ้าหากว่าแม่คนไหนมีอาการหนักมากๆจนควบคุมตัวเองไม่ได้ กรแนะนำให้รีบปรึกษาคุณหมอให้เร็วที่สุดนะคะ กรเข้าใจคำว่าเสี้ยววินาทีที่ตัดสินใจผิดพลาดจริงๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองไปแตะถึงจุดนั้นนะคะ แม่ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง และการเลี้ยงลูกควรจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข กรขอเป็นกำลังใจให้กับแม่ๆ ทุกคนทำกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่นะคะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

2 ขีดจางๆ ท้องมั๊ย? กว่าจะเป็น “แม่” … ไม่ง่ายกว่าที่คิด!!! [แม่กร – ษิภูตา เดชสังวรณ์]

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up