คนท้องติดโควิด

คนท้องติดโควิด รักษาอย่างไร? กระทบลูกในท้องหรือไม่?

คนท้องติดโควิด
คนท้องติดโควิด

แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีเผย คนท้องติดโควิด จะมีอาการอย่างไร? เมื่อติดแล้วจะกระทบต่อลูกในท้องหรือไม่? ลูกจะติดด้วยไหม? รักษาอย่างไร?

คนท้องติดโควิด รักษาอย่างไร? กระทบลูกในท้องหรือไม่?

แม่ท้องทุกคนไม่มีใครไม่กังวลใจกับสถานการณ์โรคระบาดในตอนนี้ เพราะแม่ท้องต้องดูแลอีก 1 ชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากติดโควิดขึ้นมา จะทำอย่างไร ทีมแม่ ABK จึงขอนำบทสัมภาษณ์ของ รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ และทีมภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาคลายข้อสงสัยเมื่อ คนท้องติดโควิด มาฝากกันค่ะ

รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ กล่าวว่า อาการของ คนท้องติดโควิด นั้น จะมีอาการเหมือนผู้ป่วยโควิดทั่วไป คือ

  • ติดต่อผ่านทางสัมผัสละอองฝอย ไอ จาม
  • อาการส่วนใหญ่จะมีไข้ (83%) ไอ (31%) หายใจติดขัด (11%)
  • ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ น้ำมูกไหล
  • หนาวสั่น ปวดศีรษะ การรับรสและกลิ่นลดลง

บทความที่เกี่ยวข้อง คนท้องเป็นไข้ กินยาอะไรได้ ปลอดภัยไม่กระทบลูก

ท้อง ติดโควิด
ท้อง ติดโควิด

คนท้องติดโควิด มีผลกระทบต่อลูกแค่ไหน? ลูกจะเป็นอันตรายไหม?

รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ กล่าวว่า เป็นที่น่าสนใจว่ายังไม่พบหลักฐานว่าจะมีการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก เพราะฉะนั้นผลของโรคต่อการตั้งครรภ์ยังสรุปไม่ได้หรือยังไม่ชัดเจนเนื่องจากข้อมูลนั้นยังมีจำกัดอยู่ นอกจากนี้ ยังไม่พบเชื้อในน้ำคร่ำ น้ำนม และเลือดจากสายสะดือ รวมถึงยังไม่พบเชื้อจากสารคัดหลั่งในช่องคลอดมารดา แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานออกมาประปรายเรื่องของการคลอดก่อนกำหนด เด็กนั้นมีการเจริญเติบโตช้าในครรภ์ รวมทั้งภาวะครรภ์เป็นพิษได้

แนวทางในการรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิด

ทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้แนะนำไว้ในคลินิกฝากครรภ์ ดังนี้

  1. ผล SARS-CoV  ออกมาเป็นบวก ก็จะมีการแจ้งและปรึกษาทีมติดเชื้อหรือทีมโควิดของโรงพยาบาลหรือสถานบริการนั้น ๆ
  2. ประเมินความรุนแรงของโรคและภาวะเสี่ยง
  3. วัด oxygen saturation
  4. ตรวจเลือด CBC , การทำงานของตับของไต
  5. เช็คเอกซเรย์โดยมีการ shield บริเวณท้องคนไข้เพื่อที่ทารกจะได้ไม่ถูกรังสีมากเกินไป

รศ.นพ.พัญญู กล่าวต่อว่า ในกรณีที่มีอาการน้อยไม่มากนัก จะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 2-7 วันเพื่อเฝ้าอาการ และดูแลให้ยาตามแนวทางของกรมควบคุมโรคต่อไป ถ้าอาการดีขึ้น เอกซเรย์ดีขึ้น ก็สามารถไปอยู่ใน ward ปกติ อยู่ที่ประมาณ 14 วันแล้วหลังจากนั้นก็ให้กักตัวอยู่ที่บ้านประมาณ 30 วัน

หากแม่ท้องมีอาการหนัก จะได้รับการรักษาอย่างไร? จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกยังมีสุขภาพดีอยู่?

อย่างไรก็ตามในกรณีที่มีอาการปานกลาง หรืออาการหนัก ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล มีการตรวจติดตามสัญญาณชีพ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจทารก หรือเรียกว่า CTG ตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป และก็มีการให้ยาตามแนวทางของกรมควบคุมโรค แต่ถ้าอาการแย่ลงอาจจะต้องย้ายเข้า ICU มีการให้เครื่องช่วยหายใจในแง่ของ respiratory support และมีการให้ยาอย่างเหมาะสมเพื่อดูแลต่อไป

ส่วนในกรณีที่อาการหนัก เป็นมาก ออกซิเจนต่ำ หรือแม่ช็อก อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉิน เพื่อเอาเด็กออกมาก่อน หรือในกรณีต้องปฏิบัติการกู้ชีพ ในการผ่าตัด ถ้าจะต้องผ่าตัดก็แนะนำให้ทำในห้องที่มีความดันลบ การระงับความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับวิสัญญีแพทย์ว่าจะเป็นการบล็อคหลังหรือใส่ tube ก็แล้วแต่ สำหรับทีมงานที่จะทำการผ่าตัดแนะนำให้ใส่ full PPE มีการเตรียมทีมกุมารแพทย์ใส่ PPE ในการรับเด็ก สำหรับทารกหลังคลอดจะมีการเช็ดตัว ทำความสะอาดและส่งให้กุมารแพทย์ประเมิน

แม่ท้องติดโควิด
แม่ท้องติดโควิด

อ่านมาถึงตรงนี้ แม่ท้องหลายคนก็จะยิ่งวิตกกังวลก็แล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะแค่ตัวคนเดียวที่ต้องระวังไม่ให้ติดโควิดก็ลำบากมากพอแล้ว แต่แม่ท้องที่ต้องระวังโรคระบาดนั้น ยากขึ้นเป็น 2 เท่า ทีมแม่ ABK จึงขอนำแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 จาก นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์​ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า โดยหลักการสตรีตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์ตามปกติ และดำเนินการป้องกันโรคเหมือนคนทุกคน ทั้งสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยการล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา จมูก และปาก โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือแออัด ถ้าจำเป็นต้องเดินทางให้อยู่ห่างจากคนอื่นประมาณ 1.5 เมตร ทั้งนี้ นพ.สมศักดิ์ ก็ได้มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์กับโรคโควิด-19 ดังนี้

  • ควรฝากครรภ์ตามปกติ
  • สวมหน้ากากอนามัย
  • หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยการล้างมือบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส ดวงตา จมูก และปาก
  • หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือแออัด
  • ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ให้อยู่ห่างจากคนอื่น (ประมาณ 1.5 เมตร)
  • ส่วนใหญ่ (มากกว่า 2 ใน 3) ของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่แสดงอาการ
  • อาจพบอาการรุนแรงในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะอ้วน อายุมาก มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน (DM, HT)
  • การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก อาจพบได้ 2-5%
  • มีโอกาสทารกคลอดก่อนกำหนด 15.1% แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องการแท้งบุตร
  • ควรได้รับการดูแลจากสูติ-นรีแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายแพทย์สมศักดิ์ ยกข้อมูลจากการรวบรวมของกรมอนามัย ว่า “ในประเทศไทยผู้หญิงตั้งครรภ์ 60 ราย ไม่มีใครที่มีอาการรุนแรงต้องใช้ท่อช่วยหายใจ มีปอดบวมบ้าง และไม่มีหญิงตั้งครรภ์คนใดในประเทศไทยที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเสียชีวิตในช่วงปีที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีไข้ ไอ เป็นผู้ที่อาศัยอยู่หรือเพิ่งกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและเพื่อให้แพทย์สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจและการวินิจฉัยได้

อย่างที่ทราบกันดี ไวรัสชนิดนี้เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ คุณแม่ควรติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ พร้อมศึกษาวิธีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

วิธีเช็กความ เสี่ยงติดโควิด-19 อาการแบบไหนต้องรีบไปตรวจหาเชื้อ

เปิดจองสิทธิ์ประกันสังคมพื้นที่กทม ลงทะเบียนตรวจโควิดฟรี ต้องทำอย่างไร

CDC ชี้! หน้ากากอนามัยป้องกันโควิด ดีกว่าวัคซีน

เตือนใส่ หน้ากากอนามัยเด็ก -เบบี๋อันตรายมากกว่าป้องกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.นพ.อดิเทพ เชาว์วิศิษฐ , รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ และทีมภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, www.komchadluek.net, สำนักข่าว Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up