ลูกวัยก่อนเรียน

6 พฤติกรรม ลูกวัยก่อนเรียน กับปัญหาที่พ่อแม่มือใหม่เตรียมรับมือ!

ลูกวัยก่อนเรียน
ลูกวัยก่อนเรียน

ลูกวัยก่อนเรียน หรือเด็กวัย 3-6 ปี ในช่วงวัยอนุบาล ถือว่าเป็นวัยที่สำคัญหนึ่งของชีวิต เพราะในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นพัฒนาการหลายด้านที่ก้าวหน้าขึ้น รวมถึงปัญหาพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นด้วย

เด็กในวัยนี้เป็นช่วงที่เริ่มมีพัฒนาการหลายด้านก้าวหน้าขึ้น ทั้งด้านความคิด ภาษา การ สื่อสาร ด้านกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว และการช่วยเหลือตนเอง เริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ มีความเป็นอิสระ และแสดงเป็นตัวของตัวเอง ที่แสดงออกมาในรูปของการเอาแต่ใจได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นวัยที่เริ่มก้าวสู่การเข้าสังคม ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และได้เปิดประสบการณ์ภายนอกบ้านมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ตามช่วงวัย เป็นสิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้และเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อไปกันคะ

6 พฤติกรรม ลูกวัยก่อนเรียน กับปัญหาที่พ่อแม่มือใหม่เตรียมรับมือ!

1.ตื่นงอแงกลางดึก

ลูกในวัยนี้ยังคงเป็นเด็กเล็กที่อาจจะตื่นขึ้นมางอแงกลางดึก ฝันร้าย กลัว และไม่อยากเข้านอนอีก เนื่องจากในตอนกลางวันใช้เวลาเล่น และใช้พลังในการเล่นมากเกินไป ทำให้ตกค้างอยู่ที่จิตสำนึกแล้วเกิดฝันร้าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กวัยนี้จะเริ่มต่อต้านการนอนกลางวัน เพราะเจ้าตัวเล็กเริ่มกลายเป็นนักสำรวจที่ชอบดูสิ่งรอบตัว สนุกกับการเล่นราวกับไม่รู้จักเหนื่อย การนอนกลางวันจึงไม่ใช่เรื่องสนุกในสายตาของเด็ก ๆ บางคนไม่ยอมนอนเลย บางคนนอนบ้างบางวัน แต่เด็กบางคนก็ยังนอนกลางวันได้ทุกวัน ทั้งนี้แล้วแต่พฤติกรรมการนอนของเด็กแต่ละคน

ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันพ่อแม่ควรแบ่งเวลาเล่น และจัดสรรให้นอนกลางวัน หรือในช่วงที่ลูกไปโรงเรียนอนุบาลก็จะมีเวลานอนกลางวันเพื่อให้เด็กได้พักผ่อนหลังจากที่ทำกิจกรรมจนเหนื่อย ซึ่งรวมแล้วแต่ละวันลูกควรนอนให้ได้ราว 11 – 12 ชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างวินัยการนอนให้เป็นกิจวัตรประจำวัน หากลูกตื่นกลางดึกก็ควรสร้างบรรยากาศการนอนขึ้นใหม่ ฟังลูกเล่าเรื่อง และปลอบโยนพูดคุยเพื่อให้ลูกสงบ และเข้านอนหลับอย่างเต็มอิ่มจนถึงตอนเช้า การนอนอย่างเพียงพอจะทำให้ลูกมีอารมณ์ดีขึ้น สร้าง Growth Hormone เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีสุขภาพที่ดีสมวัย

2.ชอบดูดนิ้ว

ลูกชอบดูดนิ้วมือ
ลูกชอบดูดนิ้วมือ

ลูกชอบดูดนิ้วมือเป็นการสร้างความพอใจหรือระบายความเครียด การดูดนิ้วในเด็กอายุ 1 ปี เป็นพฤติกรรมที่ปกติ และนิสัยดูดนิ้วมือสามารถเลิกได้เองในช่วงอายุ 2-4 ปี แต่หากสังเกตว่าลูกยังมีพฤติกรรมชอบดูดนิ้วจริงจังช่วงอายุ 4-5ปี และยังคงดูดอยู่อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความผิดปกติที่มีผลต่อฟันแท้รุนแรงขึ้น มีการจัดเรียงผิดปกติ เช่น อาจเกิดการซ้อนทับกัน ฟันยื่นไปข้างหน้า ฟันยื่นเข้าลึก ฟันห่างกัน เป็นต้น หากสังเกตว่าลูกชอบดูดนิ้ว ควรรีบแก้สถานการณ์นั้นทันที

รศ.ทพญ.ประภาศรี ริรัตนพงษ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรมนิสียดูดนิ้วเด็กไว้ว่า “หากลูกดูดนิ้วในช่วงที่เหงาหรือกังวล คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงความรักโดยการโอบกอด ให้ความมั่นใจ และเบี่ยงเบนความสนใจลูกไปจากการดูดนิ้วโดยหากิจกรรมที่ต้องใช้มือหรือปากให้ลูกทำ หากลูกดูดนิ้วก่อนนอนอาจเป็นเพราะลูกพยายามกล่อมตัวเองให้หลับ คุณพ่อคุณควรหานิทานมาอ่าน ร้องเพลง โอบกอดกล่อมลูกเข้านอน” การแก้ไขปัญหารดูดนิ้วของเด็กวัยก่อนเรียน พ่อแม่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กลดการดูดนิ้วลงได้

3.ฉี่รดที่นอน

ลูกชอบฉี่รดที่นอน
ลูกชอบฉี่รดที่นอน

การปัสสาวะรดที่นอนสำหรับเด็กช่วงอายุ 3-4 ปีถือเป็นเรื่องธรรมดา เด็กบางคนอาจฉี่รดที่นอนทุกคืนจนอายุ 4-5 ปี ถึง และก็จะสามารถหยุดไปเองได้ในที่สุด ซึ่งตามปกติเด็กที่มีอายุมากกว่า 4 ปีจะสามารถควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว แต่ถ้ายังพบว่าลูกยังฉี่รดที่นอนอยู่ สาเหตุอาจเกิดได้จากปัญหาทางจิตใจ เจ้าตัวเล็กอาจจะเกิดความกลัว วิตกกังวล เครียดจากเรื่องคับข้องใจต่าง ๆ เช่น การเริ่มเข้าโรงเรียน การถูกพลัดพรากจากแม่ การมีน้องใหม่ หรือการนอนหลับไม่สนิท เป็นต้น หรือเกิดจากปัญหาทางร่างกายที่เกิดจากความไม่สมดุลของปัสสาวะ (การหลั่งฮอร์โมน ADH ไม่เพียงพอ) ขณะนอนหลับกับขนาดของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กลางคืนฉี่รดออกมา แต่วิธีช่วยลูกไม่ให้ฉี่ดรดที่นอนแก้ได้ไม่ยากค่ะ (อ่านต่อ วิธีแก้ปัญหาลูกฉี่รดที่่นอนเป็นประจำ)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 6 พฤติกรรมพบบ่อยในเด็กวัย 3-6 ปี คลิกหน้า 2

Summary
Review Date
Reviewed Item
ลูกวัยก่อนเรียน
Author Rating
51star1star1star1star1star
keyboard_arrow_up