พาหะนำโรค หน้าฝน

5 พาหะนำโรค หน้าฝน ภัยร้ายต่อสุขภาพลูกน้อย

พาหะนำโรค หน้าฝน
พาหะนำโรค หน้าฝน

พาหะนำโรค หน้าฝน อีกหนึ่งเรื่องสุขภาพของลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังกันให้มากเป็นพิเศษ เพราะบ้านเราช่วงนี้ เชื้อโรค เชื้อไวรัสอันตรายรอบด้าน แต่ถ้าเรารู้เท่าทันก็สามารถที่จะรับมือ และป้องกันได้ค่ะ ทีมแม่ABK มี 5 พาหะนำโรคที่ซ่อนไว้ด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักของทุกครอบครัว มาให้ได้รู้พร้อมกันค่ะ

 

พาหะนำโรค หน้าฝน ที่อยู่ใกล้ตัว !?

เพื่อให้คุณแม่ได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยในช่วงหน้าฝนนี้ เรามาทำความรู้จักกับ 5 พาหะนำโรค หน้าฝน ยอดฮิตที่ควรต้องอยู่กันให้ห่างที่สุด เพื่อจะได้ไม่เจ็บป่วย ไม่สบายจาก พาหะนำโรค เหล่านี้ค่ะ

แมลงก้นกระดก

1. แมลงก้นกระดก

เห็นสีสวยๆ ของแมลงก้นกระดก คุณแม่และเด็กๆ อย่างเผลอไปสัมผัสเข้านะคะ เพราะเจ้าแมลงชนิดนี้แฝงไปด้วยพิษสงร้ายแรงมากค่ะ  ลักษณะของเจ้าแมลงก้นกระดกนี้ จะมีลักษณะลำตัวเป็นปล้อง ๆ สีดำสลับกับสีแดงหรือสีแดงอมส้ม เมื่อสัมผัสกับตัวแมลง มันจะปล่อยของเหลวออกมาทำให้ปวดแสบปวดร้อน  มีอาการคัน ผิวไหม้ ผื่นแดง และเป็นตุ่มน้ำ

วิธีป้องกันอันตรายจากแมลงก้นกระดก

  • ห้ามตีหรือขยี้ด้วยมือเปล่า ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยแมลงออกไป
  • ควรติดมุ้งลวด และกางมุงนอน
  • หากกำจัดแมลงก้นกระดกด้วยการใช้ยาฆ่าแมลง แนะนำให้กวาดซากแมลงใส่ถุง มัดปากถุงให้สนิท เพราะถึงจะเสียชีวิตแล้ว แต่ยังจะปล่อยพิษออกมาได้ค่ะ อืม…ร้ายจริงๆ แมลงก้นกระดก

วิธีการปฐมพยาบาล ในกรณีที่สัมผัสแมลงและมีอาการ ให้จุ่มหรือแช่บริเวณนั้นในน้ำเย็น 5-10 นาที สลับกับการเป่าให้แห้งหากมีอาการอักเสบร้ายแรง รีบพบแพทย์ทันที

กิ้งกือ

2. กิ้งกือ

พูดเลยว่าทีมแม่ABK ขยาดมากๆ กับกิ้งกือ ช่วงหน้าฝนจะออกมาเยอะเลยค่ะ คุณแม่กับเด็กๆ เดินต้องมองระวังที่พื้นกันด้วยนะคะ อย่าเผลอไปเหยียบ หรือสัมผัสโดนนะคะ เพราะพิษที่กิ้งกือปล่อยออกมา ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นปวดแสบ ปวดร้อน ผิวหนังไหม้ เป็นแผลพุพองขึ้นได้ค่ะ ยิ่งกับคนที่แพ้พิษ อาจอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ

วิธีการป้องกันไม่ให้กิ้งกือเข้าบ้าน

ให้ปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน ด้วยการกำจัดกองใบไม้ เล็มหญ้าให้สั้น ให้แดดส่องถึงพื้น และอุดรอยร้าว เพื่อป้องกันไม่ให้กิ้งกือคลานเข้าบ้าน

วิธีรักษาพิษจากกิ้งกือเบื้องต้น

  • ให้ล้างผิวด้วยน้ำมาก ๆ และทายาฆ่าเชื้อโรค
  • หากสารพิษเข้าตา จะทำให้ตาอักเสบ น้ำตาไหลมาก ให้ล้างด้วยน้ำอุ่นและหยอดยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด

แมลงสาป

3. แมลงวันและแมลงสาบ

ไม่ว่าจะแมลงวัน หรือแมลงสาบ ต่างก็เป็น พาหะนำโรคที่ทีมแม่ABK อยากจะให้คุณแม่และเด็กๆ อยู่ให้ห่าง อย่าได้ไปสัมผัสโดนกันนะคะ  ความร้ายกาจของ “แมลงวัน” คือเป็นพาหะนำโรคที่ติดต่อผ่านอาหารได้ เช่น บิดมีเชื้อ ไข้รากสาด อาหารเป็นพิษอหิวาตกโรค รวมถึงโรคผิวหนัง และผลเรื้อรัง เช่น คุดทะราด และโรคเรื้อน  ส่วน “แมลงสาบ”  นี่ก็เป็นพาหะนำโรค เช่น โปรโตซัว แบคทีเรีย และไวรัสถึง 40 ชนิด รวมถึงเชื้อรามีพิษ และไข่พยาธิอีกมากมาย

วิธีป้องกันแมลงวัน และแมลงสาบ

  • ทำความสะอาดบ้าน ปิดอาหารมิดชิด เก็บกวาดเศษอาหารและขยะให้เรียบร้อย
  • หากใช้สารเคมีและเหยื่อพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังตามเอกสารคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ยุงลาย

4. ยุงลาย

อย่างที่รู้กันค่ะว่า ยุงลาย เป็นหนึ่งใน พาหะนำโรค หน้าฝน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะเมื่อเด็กๆ ถูกยุงลายกัด  ก็เสียงต่อการป่วยด้วยโรไข้เลือดออก ที่เริ่มจะทวีความรุนแรงจนถึงขั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ค่ะ

วิธีป้องกันยุงลาย

  • เก็บขยะและคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ปิดโอ่งน้ำ ถังน้ำ ให้มิดชิด
  • เปลี่ยนถ่ายน้ำในแจกัน กระถาง ทุกสัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการโดนยุงกัด ด้วยการติดตาข่ายหรือมุ้งลวด กางมุ้งนอน หรือทายากันยุง เป็นต้น

หนู

5. หนู

หน้าฝนหนูบ้านที่อยู่ตามโพลง ตามกองขยะ มักออกมาวิ่งกันพล่านเลยค่ะ หนูจะมี พาหะนำโรค เช่น โรคฉี่หนู ซึ่งหากป่วยแล้วก็อันตรายถึงชีวิตได้เลยค่ะ

วิธีการป้องกัน

  • ไม่เดินย่ำ หรือในที่ที่มีน้ำท่วมขัง ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใส่รองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง เป็นต้น
  • ฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรค และไม่สัมผัสสัตว์ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรืออาจเป็นพาหะ
  • กำจัดหนู และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู
  • เมื่อสัมผัสโดนสิ่งสกปรก รีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว เพื่อป้องกันโรค

หน้าฝนนี้ลูกๆ คุณแม่ และทุกคนในครอบครัวจะไม่เจ็บป่วย ไม่สบายกันอย่างแน่นอน หากรู้เท่าทันพาหะนำโรค ที่แฝงมากับฤดูฝน รวมถึงการดูแลระมัดระวังรักษาสุขภาพอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และฉีดวัคซีนอย่าง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนสำหรับเด็กที่กำหนดให้ตามช่วงวัยค่ะ …ด้วยความห่วงใย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่


อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ

7 สัญญาณ “ทารกพัฒนาการช้า” พ่อแม่สังเกตได้ตั้งแต่แรกเกิด

รู้เท่าทัน ! 5 โรคที่เด็กๆ ป่วยกันมากในหน้าฝน

ไข้เลือดออก และไวรัสซิการะบาดช่วงหน้าฝน

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X