ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี

เปิดจองสิทธิ์ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี ประจำปี 2564

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี

โรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาค่ะ ยิ่งช่วงนี้เชื้อโควิด 19 ก็ยังอยู่ แล้วไหนโรคไข้หวัดใหญ่ก็กำลังจะมาอีก ฉะนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ทีมแม่ABK มีข่าวดีมาบอกเกี่ยวกับการเปิดจองสิทธิ์ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี ประจำปี 2564 ใครจะได้สิทธิ์บ้างไปเช็กพร้อมกันค่ะ

การขอรับสิทธิ์ต้องทำอย่างไร ?

ในปีงบประมาณ 2564 นี้ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ และนัดฉีดวัคซีนล่วงหน้าได้ดังนี้ค่ะ

1. คนกลุ่มเสี่ยงทั้ง 6 กลุ่ม สามารถลงทะเบียนผ่านระบบคอมผิวเตอร์ได้ที่หน่วยบริการ หรือโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในระบบบัตรทอง

2. ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไปและมีโทรศัพท์มือถือสามารถลงทะเบียนจองสิทธิและนัดฉีดด้วยโทรศัพท์มือถือผ่าน Health Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี

ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิและนัดฉีดระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2564 และกำหนดการรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2564 สำหรับหญิงมีครรภ์สามารถขอลงทะเบียนและฉีดวัคซีนได้ตลอดทั้งปีค่ะ

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี ให้กับประชาชน 6 กลุ่มเสี่ยง

สำหรับ 6 กลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายในการได้สิทธิ์บริการเข้ารับ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี ประจำปี 2564 ได้แก่  

  1. เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
  2. ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค (โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน)
  3. ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  4. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
  5. โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  6. โรคอ้วน มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

หมายเหตุ ในหญิงมีครรภ์ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เมื่อมีอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป สำหรับหญิงมีครรภ์สามารถขอลงทะเบียนและฉีดวัคซีนได้ตลอดทั้งปีค่ะ

ทั้งนี้หากใครที่มีข้อสงสัย และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่สายด่วน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) โทร. 1330 นะคะ

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี

ไข้หวัดใหญ่ มีกี่สายพันธุ์ ?

ไข้หวัดใหญ่จะแบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่                                                                                                                         

1. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

แบ่งออกเป็น H1N1 และ H3N2 เป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรง มีการแพร่ระบาดที่ควบคุมได้ยากกว่าชนิดอื่น ๆ เชื้อที่ตรวจพบในร่างกาย ยังสามารถเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ได้สูง ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนและติดเชื้อขึ้นมาได้

2. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

แบ่งออกเป็นตระกูล Victoria และ Yamagata เป็นไวรัสที่จะพบเชื้อได้ในคนเท่านั้น อาการไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ A ส่วนมากจะเกิดการแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาว เพราะสภาพแวดล้อมที่เชื้อไวรัสชนิดนี้ชอบคืออากาศเย็นและแห้ง โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมกราคมที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนในฤดูฝน จะมีไวรัสสายพันธุ์นี้ได้บ้าง กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการรับเอาเชื้อไวรัสเข้าไป ตามมาด้วยอาการที่รุนแรง คือ ผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี คนท้อง และผู้สูงอายุ

3. สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C

มีความรุนแรงน้อย และไม่ทำให้เกิดการระบาด จึงไม่นับรวมอยู่ในกลุ่มของไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ มีอาการอย่างไร?

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่

1. ระยะฟักตัว 1-4 วัน

จะมีอาการอ่อนเพลียอย่างเฉียบพลัน เบื่ออาหาร ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดร้อนบริเวณรอบดวงตา ปวดแขนปวดขา มีอาการเจ็บคอ คอแดง มีน้ำมูกใส ตัวร้อนแดง ตาแดง มีไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส และมักมีอาการอาเจียนหรือท้องเดิน โดยจะเป็นไข้ประมาณ 2-4 วัน แล้วไข้จึงค่อย ๆ ลดลง แต่อาการคัดจมูก และอาการแสบคอยังคงอยู่ซึ่งอาจจะหายในช่วงเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

2. ระยะที่มีอาการรุนแรงและอาจเกิดโรคแรกซ้อน

อาจพบการอักเสบของเยื้อหุ้มหัวใจ โดยผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บที่หน้าอก หรือบางครั้งมีอาการหัวใจวาย ในส่วนของระบบประสาทจะมีการพบเยื้อหุ้มสมองเกิดการอักเสบ รวมทั้งสมองก็มีการอักเสบด้วยเช่นกัน

โดยอาการนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะอย่างมาก และมีอาการซึมลงตามมา ในส่วนของระบบหายใจก็จะมีอาการอักเสบเกิดขึ้นกับหลอดลม และทำให้มีอาการปอดบวม โดยผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอกและเหนื่อยง่าย ส่วนระยะเวลาของการเป็นไข้หวัดนั้นจะหายในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

แต่สำหรับผู้ป่วยบางรายจะมีอาการไอและปวดตามเนื้อตัวนานถึง 2 สัปดาห์ อีกทั้งในกรณีผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่จนถึงขั้นเสียชีวิต นั่นเป็นเพราะเกิดจากโรคแทรกซ้อนอย่างโรคปอดบวมและโรคหัวใจ หรือบางครั้งก็เกิดจากโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่โรค

ไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันการเกิดโรค หรือทุเลาความรุนแรงจากการป่วยลงได้ เพียงแค่รับการฉีดวัคซีนป้องกันเป็นประจำทุกปีนะคะ และอย่างลืมไปลงทะเบียนรับบริการ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี กันนะคะ …ด้วยความห่วงใย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Hfocus 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่


อ่านบทความที่น่าสนใจ คลิก

ไข้หวัดใหญ่ ช่วงโควิด-19 อันตราย! WHO เตือนคนท้อง-เด็กเล็ก ยิ่งต้องระวัง

ภูมิแพ้ หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร แยกให้ออกลูกเป็นโรคอะไรกันแน่!

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up