4 สัญญาณลูกนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนหลับในเด็ก และการแก้ไข

Alternative Textaccount_circle
event
4 สัญญาณลูกนอนไม่หลับ
4 สัญญาณลูกนอนไม่หลับ

3. ไม่ยอมเข้านอน (Limit-setting problems)

เมื่อลูกอายุประมาณสองปี อาจเริ่มมีปัญหา เริ่มอิดออก ไม่ยอมเข้านอน ไม่ยอมให้คุณออกจากห้องนอน แปลว่าลูกน่าจะมีปัญหาเรื่อง limit setting ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นตอนกลางคืน หรือในช่วงนอนกลางวันก็ได้

พ่อแม่ จะต้องทำให้เด็กทราบ ว่าเวลาใด คือเวลานอน และให้เด็กเข้าใจว่า เมื่อถึงเวลานอน ก็ต้องเข้านอน ถึงแม้ว่าจะยังไม่ง่วง และยังไม่อยากนอน ก็ต้องเข้านอน เด็กๆ จะมีวิธีต่อรองที่แสนฉลาด เช่น ขอกอดแม่อีกทีก่อน ขอน้ำอีกซักแก้ว ขอนิทานอีกเรื่อง ขอพ่อแม่พาไปเข้าห้องน้ำอีกหน และมันยากที่จะทราบได้ว่า ลูกต้องการสิ่งที่กำลังร้องขอจริงๆ หรือแค่ต้องการนอนดึกอีกหน่อย พ่อแม่จึงจำเป็นต้องหนักแน่น  ไม่ใจอ่อน กับการขอของลูก

วิธีการแก้ไขปัญหา

พ่อแม่จะต้องหนักแน่นในเรื่องของการกำหนดเวลานอน ทั้งเวลานอนกลางวัน และตอนกลางคืน การใช้รั้วกั้น จะใช้เฉพาะกรณีที่ลูกชอบลุกออกจากเตียงนอนเท่านั้น แต่ถ้าลูกทำได้ดี การให้คำชม หรือรางวัล ก็สามารถช่วยทำให้ลูกเข้านอนดีขึ้น และสำคัญว่าวิธีนี้ผู้เลี้ยงดูเด็กคนอื่นๆ ก็ต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน จึงจะทำให้กิจวัตรการนอนของเด็ก มีความสม่ำเสมอ[3]

 

พ่อแม่จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้ดี มีคุณภาพได้อย่างไรบ้าง?

ที่บ้านของผู้เขียนมีหลานๆ ที่ยังอยู่ในวัยเด็กเล็ก ที่ช่วงหนึ่งก็พบกับปัญหาที่ว่าเด็กๆ ไม่ยอมนอนกันในช่วงกลางคืน ที่สังเกตดูว่าจะหลับได้ดีในช่วงเวลากลางวัน แต่พอกลางคืนตานี่ใสแจ๋วกว่าจะหลับกันได้ก็ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน จึงได้ปรึกษากับคุณหมอ และหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ซึ่งที่เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงปัญหาคือ ช่วงกลางคืนเด็กๆ ไม่ยอมนอน แต่จะมาเหนื่อยเพลียในช่วงกลางวันที่พอกินนมอิ่ม ก็หลับยาวไปจนถึงที่บางวันหลับถึงหนึ่งทุ่มเลยก็มี

จนในที่สุดก็ต้องมาจัดระเบียบการนอนของเด็กๆ ใหม่หมด เพราะหากปล่อยให้เป็นไปแบบนี้ จะสามารถส่งผลต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย และสติปัญญาได้ คือการนอนดึกไม่ได้เป็นผลต่อสุขภาพอยู่แล้วด้วย แน่อนว่าทุกคนในครอบครัวต้องให้ความร่วมมือ ปัญหานี้ถึงจะแก้ไขได้สำเร็จ

พี่สาว และตัวผู้เขียนเอง รวมถึงทุกคนในบ้าน เราเริ่มปรับการนอนของเด็กๆ ด้วยวิธีเหล่านี้ คือ

1. จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ

ห้องนอนที่ดีสำหรับเด็กๆ คือต้องมีความเงียบ จะต้องไม่มีสิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์ให้เด็กๆ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เด็กๆ นอนได้เป็นเวลา ครอบครัวเราพาเด็กๆ เข้านอนตอนหัวค่ำ โดยที่ทุกคนในบ้านก็ต้องเข้านอนด้วย ปิดไฟ ปิดทีวีให้หมด และจะต้องไม่เล่นหยอกล้อกับเด็กๆ เพราะไม่เช่นนั้นจะติดลม และห่วงอยากเล่นจนไม่ยอมเข้านอนกันอีก

เมื่อเด็กๆ ถึงเตียงนอน อุณหภูมิภายในห้องควรเย็นสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาวเกินไป ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศให้ปรับมาที่ 25 องศา แต่หากไม่ได้นอนในห้องแอร์ ให้เปิดพัดลมแบบส่ายไปมา เปิดหน้าต่างที่ปิดไว้เฉพาะมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุ่ง จากนั้นพ่อแม่ของเด็กๆ ก็นอนไปด้วยพร้อมกัน ปิดไฟให้พอมืดๆ ตัดเสียงรบกวนต่างๆ เช่น เสียงโทรศัพท์

2. ก่อนเข้านอนไม่กระตุ้นหรือเล่นกับลูก

อยากให้ลูกนอนหลับดีพ่อแม่ต้องมีวินัย คือเมื่อถึงเวลานอนก็ต้องพากันไปเข้านอน จะต้องไม่แวะเล่น แวะกินน้ำ กินอาหารใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าให้นมก่อนนอนแนะนำให้ที่เตียงนอนลูก เพื่อที่ลูกกินนมอิ่มแล้วจะได้เคลิ้มหลับไป

ก่อนนอนหากพ่อแม่เล่นกับลูก หรือเล่าเรื่องเร้าอารมณ์ลูก จะยิ่งทำให้สมองลูกตื่นตัวขึ้นมา ทีนี้พอกล่อมให้หลับยังไงก็ไม่ยอมนอนง่ายๆ เลยค่ะ แนะนำว่าถ้าเด็กๆ เริ่มง่วงนอนให้พาไปนอน แล้วระหว่างนั้นอาจหาหนังสือนิทานเด็กแบบที่มีเรื่องราวเบาๆ ไม่เอาแบบผจญภัยตื่นเต้นแบบนั้นไม่นะคะ  อ่านนิทานให้ลูกฟังจะช่วยให้เด็กๆ เคลิ้มหลับได้เร็วขึ้นอีกนิดค่ะ

 

เอาเป็นว่าหากครอบครัวไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนของลูก ลองนำเอาวิธีที่คุณหมอแนะนำด้านบน หรือจะใช้วิธีบ้านๆ ตามวิถีครอบครัวแบบของผู้เขียน ชอบแบบไหนให้เอาไปปรับใช้กันนะคะ  เพราะเราเชื่อว่าการนอนหลับเต็มอิ่มที่หลับสนิทยาวนานตลอดคืน จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการร่างกายเติบโตดี และมีพัฒนาการสมองที่สุขภาพดีทำให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ …ด้วยความใส่ใจและห่วงใยค่ะ

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจคลิก

มีอะไรซ่อนอยู่ในการนอนของเด็ก?
วิจัยชี้! ลูกน้อยนอนตะแคงดีต่อสมอง
อาการนอนผวาในทารก สาเหตุ และวิธีแก้ไข

 


ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
[1,2,3]คณะแพทย์ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. ลูกนอนไม่หลับครอบครัวเป็นทุกข์. www.sleepcenterchula.org

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up