เชื่อแล้ว! เมื่อลูกเจ็บ พ่อเจ็บยิ่งกว่า (มีคลิป)

เชื่อกันว่าเมื่อลูกเจ็บ พ่อแม่ก็เจ็บ เมื่อลูกทุกข์ พ่อแม่ก็ทุกข์ นี่คือสัจธรรมของชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตคนเรา …

ดังเช่นคลิปนี้ซึ่งคุณพ่อได้พาลูกน้อยไปหาหมอ เพื่อฉีดยา แต่เมื่อคุณหมอฉีดยาให้กับลูกชายของเขา เด็กน้อยก็รู้สึกเจ็บและร้องไห้จ้าออกมาซึ่งไม่น่าแปลก แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อคุณพ่อเห็นลูกชายเจ็บและร้องไห้เขาจึงร้องไห้ตาม ราวกับโดนฉีดยาไปด้วย … เชื่อแล้วว่าความรักที่พ่อมีให้ลูกไม่ต่างอะไรกับคำว่า  “เมื่อลูกเจ็บ พ่อเจ็บยิ่งกว่า!” จะน่ารักขนาดไหน ไปชมคลิปกันค่ะ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : หนังใหม่เข้าโรง 2015

 

Tags

[Cover Kid] ฉบับตุลาคม 58 พบกับ 7 หนูน้อย Cover Kids Young Portraits

ตั้งแต่แรกเกิด เด็กคนหนึ่งจะมีพัฒนาการเร็วมาก ผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็ค่อยๆ ทำอะไรได้มากขึ้น จนบางทีคุณพ่อคุณแม่จะต้องประหลาดใจกับความมหัศจรรย์เหล่านี้ ธรรมชาติได้วางโปรแกรมมากับเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเห็นศักยภาพและความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวของพวกเขาหรือไม่ มาดูกันว่าหนูน้อย Cover Kid ทั้ง 7 คน ได้รับการส่งเสริมจากครอบครัวอย่างไรบ้าง

lisha

น้องลิช่า – ด.ญ. อลิชฌา เฮนเดอร์สัน (วัย 11 เดือน) กรุงเทพมหานคร
“ยิ้มเก่ง อารมณ์ดี เลี้ยงง่าย นอนเป็นเวลา และชอบกัดทุกสิ่งทุกอย่าง”

“คุณน้าส่งโปรไฟล์ของลิช่าไปสมัครหลายที่ และพาไปถ่ายภาพที่งานอมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์แฟร์ที่ไบเทค พามาแคสติ้ง ลิช่าเป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ปีนี้บินกลับมาเยี่ยมคุณตาคุณยายเป็นครั้งแรก ครอบครัวตื่นเต้นกันมาก ไม่อยากให้กลับ ลิช่าเป็นเด็กชอบถูกถ่ายรูปคค่ะ ชอบเซลฟี่ตัวเอง และชอบส่องกระจก เห็นตัวเองไม่ได้ ให้กินอาหารและนมที่มีประโยชน์เล่นของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการ และมีเวลาให้กับน้องเยอะๆ เล่านิทานให้ฟัง ร้องเพลง พูดคุย และพยายามให้นอนเยอะๆ ตามวัย” คุณแม่ธารมณี เฮนเดอร์สัน

 

rodframe

น้องรถเฟรม – ด.ญ. ธัญวรัชย์ ชมายกุล (วัย 6 เดือน) กรุงเทพมหานคร
ช่างพูดช่างคุยมากๆเลยค่ะ ชอบพูดคนเดียว ชอบคุยกับคุณแม่

“แม่ทราบการประกวดจากเฟซบุ๊กค่ะ คุณแม่กดไลค์เพจไว้ แล้วก็เห็นเพื่อนๆ แชร์ มาด้วยค่ะ ก็สมัครผ่านเว็บไซต์แล้วก็ไปที่ไบเทคด้วยค่ะ พัฒนาการของรถเฟรมตอนนี้คว่ำได้แล้ว แล้วก็ชอบหยิบของเข้าปากมาก น่าจะเริ่มคันฟันด้วย อย่างตุ๊กตาตัวโปรดนี่ก็กัดจนหัวเปียกเลย (หัวเราะ) แล้วก็เริ่มกินอาหารเสริมแล้ว แต่ก่อนมาถ่ายแบบวันนี้ก็งดอาหารเสริมก่อนค่ะ กลัวจะมาปู้ดป้าดกลางวง อนาคตพร้อมสนับสนุนทุกอย่างที่เขาสนใจค่ะ อย่างเช่น คุณพ่อเขาทำงานเกี่ยวกับรถ ถ้าโตขึ้นเขาอยากจะเป็นพริ้ตตี้ คุณแม่ก็ไม่ว่าค่ะ (หัวเราะ)” คุณแม่อมรรัตน์ อมรชัยสิริกุล

 

aya

น้องอายะ – ด.ญ.นุชญาดา สุทธิกุลพานิช (วัย 6 เดือน) กรุงเทพมหานคร
“ช่วงนี้ยังกินนมเป็นหลัก และเริ่มให้อาหารเสริมวันละ 1 มื้อในช่วงกลางวัน ส่วนใหญ่ชอบกินอาหารตุ๋นฝีมือคุณแม่ปรุงเอง”

“ลองส่งรูปน้องประกวดทางเว็บไซต์ค่ะ แล้วก็พาไปถ่ายรูปที่งานแฟร์ ตอนนี้คุณแม่ทำหน้าที่เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ต้องดูแลลูกๆ ทั้งสองคนในช่วงกลางวัน ส่วนคุณพ่อก็ทำงานประจำ อยากให้ลูกๆ ได้ใกล้ชิดคุณพ่อบ้าง ก็จะให้คุณพ่อช่วยอาบน้ำลูกในตอนเย็น เราสองคนตกลงกันว่าจะเลี้ยงลูกแบบไม่บังคับ คอยดูว่าเขาชอบอะไรแล้วคอยสนับสนุน แต่ต้องไปในทางที่ถูกนะคะ เพื่อต่อยอดการเรียนรู้” คุณแม่นุชรพี สุทธิกุลพานิช

 

nara

น้องนารา – ด.ญ. นีรนารา ภาสุรปัญญา (วัย 12 เดือน) กรุงเทพมหานคร
“เปิดเพลงคลาสสิกให้ฟังมาตั้งแต่ในครรภ์ แต่ปรากฏว่าชอบเพลงไทยจังหวะแดนซ์ เต้นมัน ได้ยินเป็นไม่ได้”

“ทราบข่าวกิจกรรมจากเฟซบุ๊กค่ะ ก็เลยสมัครผ่านทางออนไลน์ ตั้งแต่ก่อนคลอดน้องนาราก็ลาออกจากงานมารอคลอดเกือบเดือน เพราะบ้านไกลจากที่ทำงาน เราซื้อของเตรียมไว้ตั้งแต่รู้เพศลูกในช่วง 4-5 เดือน พอใกล้ๆ แล้วจะได้ไม่ต้องตระเวนหากัน นารามีลักษณะเหมือนคุณพ่อตรงที่ติดตุ๊กตา และพูดเก่งเหมือนแม่ เวลาร้องไห้ อารมณ์ไม่ดี ถ้าพาไปเล่นน้ำจะเปลี่ยนอารมณ์ทันที เราไม่มีเทคนิคการเลี้ยงเป็นพิเศษ เลี้ยงตามแบบที่เขาเป็น และเมื่อมีปัญหาก็ปรึกษาคุณหมอหรือญาติที่มีลูกวัยเดียวกันค่ะ” คุณแม่ลลิตา การนา

 

porch

น้องพอร์ช – ด.ช. พิชญะ รุจิพีรชากุล (วัย 11 เดือน) จ.แพร่
“ชอบนิทาน ก่อนนอนจะต้องรอฟังนิทานจากคุณพ่อคุณแม่อย่างตั้งใจ หยุดนิ่ง ไม่เล่นซน”

“ติดตามกิจกรรมประกวดจากแฟนเพจค่ะ และส่งประกวดทางเว็บไซต์ ดีใจที่ได้เข้ารอบมาแคสติ้งที่บริษัทอมรินทร์ และได้เข้ารอบ 7 คน ตอนนี้พอร์ชเดินได้ จำใบหน้าคนได้ เวลาพาไปห้างก็จะกล้าเล่น ยิ้มให้กับทุกคน อารมณ์ดีอยู่เสมอ ช่วงนี้แม่กำลังศึกษาข้อมูลโรงเรียนจากเพื่อนๆ พ่อแม่ด้วยกัน และซื้อหนังสือ ABC มาให้หัดดูเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้รักการเรียนรู้และสังเกต ปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งถือว่าได้ผลระดับหนึ่ง” คุณแม่พัชรา รุจิพีรชากุล

 

smile

น้องสมาย – ด.ช.ฉัตรกวินท์ ทินกร ณ อยุธยา (วัย 1 ปี 7 เดือน) กรุงเทพมหานคร
“เรียนรู้เร็ว ชอบเลียนแบบ ทำตามคนรอบข้าง กล้าเต้น กล้าแสดงออก”

“ทราบข่าวประกวดจากเฟซบุ๊กของงานอมรินทร์เบบี้คิดส์แฟร์ค่ะ น้องสมายกล้าแสดงออก ชอบเต้นตามจังหวะเพลง แต่เราก็ต้องช่วยเลือกเพลงที่เหมาะสมกับวัยของเขา และเลือกสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม ป้องกันการเลียนแบบในทางที่ผิด เมื่อเขาทำดีก็จะชื่นชม ตอนนี้อ่านหนังสือนิทานเพื่อกระตุ้นพัฒนาการสมองซีกขวาเรื่องการจดจำและฝึกสมองซีกซ้ายให้สัมพันธ์กัน และให้เขาได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง เลี้ยงลูกเองจึงทำให้รู้พัฒนาการของลูกมาโดยตลอด และจะคอยส่งเสริมในสิ่งที่เขาชอบค่ะ” คุณแม่ณัชชารีย์ ทินกร ณ อยุธยา

 

sebustian

น้องเซบัสเตียน – ด.ช. เซบัสเตียน เยสตรีเนียส (วัย 3 ปี 5 เดือน) จ.ขอนแก่น
“ชอบเตะฟุตบอล ปั่นจักรยาน วิ่งเล่น ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ไทย สวีเดน ด้วยกัน”

“คุณแม่ทราบข่าวจากเฟซบุ๊ก และหนังสือนิตยสารเรียลพาเรนติ้งค่ะ เซบัสเตียนเป็นเด็กกล้าแสดงออกก็เลยลองส่งเข้าประกวดดู ปรากฏว่าผ่านเข้ารอบ ดีใจกันทั้งบ้าน น้องชอบโพสต์ท่า ชอบเดินแบบ กล้าแสดงออกไม่ขี้อาย พัฒนาการช่วงนี้ที่น่าประทับใจคือเขาเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบแล้ว คือเมื่อเล่นของเล่นเสร็จก็จะเก็บ เซบัสเตียนเป็นเด็ก 3 ภาษา ไทย สวีเดน อังกฤษ ช่วงวัยเข้าโรงเรียนจะให้เรียนที่เมืองไทยเพื่อให้เขารู้จักวัฒนธรรมไทยก่อน พอเข้ามัธยมจึงจะให้ต่อเมืองนอกค่ะ” คุณแม่จินตนา แสนงาม

 

Real Parenting Cover Kids ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 6 มีผู้ร่วมส่งเข้าประกวดกว่า 4,800 คน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เราดีใจที่ได้เห็นภาพที่อบอุ่นของทุกครอบครัว และในปีต่อไปเราก็ยังคงจัดการประกวดนี้อีก ติดตามรายละเอียดได้จากนิตยสาร และช่องทางออนไลน์ www.realparents.tv และ แฟนเพจ RealParentsThailand

 

 

Tags

การออกกำลังกายกับเบบี๋ที่น่ารักที่สุด (มีคลิป)

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็เริ่มหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายกันเยอะขึ้น หากใครทุ่มทุนมากหน่อยก็ลงทุนจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาติวกันเลยทีเดียว

เรามีคลิปวีดีโอ Workout Plan ของคุณพ่อมาฝากค่ะ โดยใน Workout Plan จะมีเจ้าตัวน้อยคอยเทรนเนอร์ และให้กำลังใจอยู่ข้างๆ หากใครสนใจจะดูเป็นตัวอย่างก็ได้นะคะ ดูๆไปแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นคนได้ออกกำลังกาย หรือใครเทรนใครกันแน่ จะน่ารักขนาดไหน ไปดูกันเลยค่ะ

 

https://www.facebook.com/FatherlyHQ/videos/860679500651860/


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Fan page Fatherly

 

เก้าอี้หัดนั่ง Baby Snug สีม่วงMamas Papas

เก้าอี้หัดนั่ง/2300/90%/เก้าอี้หัดนั่ง Baby Snug สีม่วงMamas Papas อายุ : เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 เดือน – ประมาณ 1.5 ปี
ขนาด : 25 x 43 x 43 เซนติเมตร
เก้าอี้หัดนั่ง Baby Snug เหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังหัดนั่ง ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ ทั้งถาดรองด้านหน้าถอดออกได้ เบาะรองนั่งถอดออกได้ วัสดุออกแบบเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด ฐานกว้าง มั่นคง /0837794505

Tags

คนท้องกินผงชูรสได้ไหม

คนท้องกินผงชูรสได้ไหม

Q. ปกติจะกินข้าวนอกบ้านตลอดแต่พอท้องก็เริ่มกังวลค่ะ เพราะรู้อยู่ว่าร้านอาหารส่วนใหญ่จะใส่ผงชูรสแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ อยากทราบว่าการรับประทานอาหารที่มีผงชูรสมีผลต่อลูกในท้องอย่างไรบ้างคะ

เรื่องผงชูรสในอาหารยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่ามีอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าผงชูรสคืออาหารที่ใส่สี อาหารที่ปรุงไม่สะอาด มีเชื้อโรคเจือปน ส่วนอาหารที่ใส่ผงชูรสมากๆ อาจทําให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน ควรหลีกเลี่ยง ถ้าเป็นไปได้ควรบอกทางร้านว่าไม่ใส่ผงชูรสจะดีกว่า เช่น ในร้านอาหารตามสั่งหรือร้านก๋วยเตี๋ยว

ปัจจุบันมีรายงานพบความผิดปกติของเด็กที่ไม่ทราบสาเหตุส่งผลให้เกิดภาวะต่างๆ เช่น ออทิสติก สมาธิสั้นมากขึ้น ทั้งในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา ดังนั้นในขณะตั้งครรภ์คุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเจือปน เลือกรับประทานอาหารทะเลหรือปรุงอาหารด้วยเกลือไอโอดีน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษให้น้อยที่สุด ทําใจให้สบายไม่เครียด ก็จะช่วยทําให้ลูกน้อยแข็งแรงปลอดภัยสมบูรณ์ค่ะ

 

จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนธันวาคม 2556

บทความโดย: นาวาตรี พญ.ณัฐยา รัชตะวรรณ

ภาพ: shutterstock

4 นักเขียนดัง ใน “นิทานคุณธรรม” ปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับเด็ก

นักวาดชื่อดัง 4 ท่าน ได้สร้างผลงานอยู่ใน ชุดหนังสือ “นิทานคุณธรรม ความซื่อสัตย์” มี 3 เล่ม

1

ดอกไม้ของไอจัง

ดาว – นภพรรณ ทรงศิวิไล (เจ้าของนามปากกา รักษิตา) และ แป้ง ภัทรีดา ประสานทอง

“ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบข้าง ซึ่งสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ผสมผสานกับความชื่นชอบในดอกไม้ โดยเฉพาะเมื่อนึกย้อนไปในวัยเด็กที่ผูกพันกับดอกไม้ในโรงเรียน จึงหยิบยกเอาเรื่องของดอกไม้มาผูกกับเรื่องการกระทำความผิดพลาดของเด็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจ เพื่อนำเสนอข้อคิดด้านความซื่อสัตย์”

 

2

ปกติ

วีระชัย ดวงเพลา (เดอะดวง)

“หนังสือนิทานเล่นนี้ได้สะท้อนความซื่อสัตย์ ในมุมความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปที่เราอาจเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหวังว่าหนังสือนิทานเรื่องนี้จะช่วยให้คนในสังคมไทยฉุกคิดได้ว่า หากทุกคนมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้ สังคมไทยก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น”

 

Print
Print

3

สาม

ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร

“เป็นนิทาน 3 เรื่อง ซึ่งสื่อถึงความซื่อสัตย์ 3 ด้าน ได้แก่ ความซื่อสัตย์ในเรื่องความรัก, ความซื่อสัตย์ในสัญญา และความซื่อสัตย์ต่อทรัพย์สินของผู้อื่น โดยอยากจะให้เด็กๆ ได้รู้จักการรักษาคำพูด และการไม่โกหกตัวเอง”

 

Print
Print

ซึ่งนิทานชุดนี้โออิชิได้จัดทำขึ้นมาเพื่อมอบให้กับโรงเรียน สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด สำหรับบุคคลหรือองค์กรที่สนใจเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับนิทานคุณธรรมความซื่อสัตย์ชุดนี้เพื่อแจกจ่ายเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ โทร. 02-785-8738

Tags

รถเข็นขายขนมหวาน มีไฟ มีเสียงดนตรี

รถเข็นขายขนมหวาน มีไฟ มีเสียงดนตรี (สีชมพู)

ชุดร้านขายขนมหวาน ช่วยเสริมสร้างจินตนาหารให้เด็ก ๆ สนุกเพลิดเพลินไปกับการขายขนมหวาน มีสินค้าหลากหลาย ทำมาจากพลาสติกอย่างดี มีเสียง มีไฟ เพื่อให้ดูเสมือนของจริงที่สุด
สนุกไปกับจินตนาการของเด็ก ๆ กับร้านขนมหวานแสนหวานแสนอร่อย ที่มีเค้กให้เลือกเล่นมากมาย มีเสียงและมีไฟ เสมือนจริง ฝึกพัฒนาการด้านความคิด การจับ เพลินเพลิดกับการเล่นขายขนมหวาน

คุณสมบัติ
ชุดร้านขายขนมหวาน มีหลากหลายแบบให้จำลองการขายทั้งขนมหวาน และอมยิ้ม
มีขนมหวานหลายแบบ
มีไฟ มีเสียงประกอบ เสมือนจริง
สามารถเปิดฝา สำหรับเก็บของภายในได้
ร้านขายขนมหวาน ขนาดใหญ่ถึง 47 x 20 x 36 ซม.

ราคา 450 บาท

Tags

ถาดอาหารในรถ ขนาดใหญ่ สีดำ

ถาดอาหารในรถ ขนาดใหญ่ / 550บาท / ของใหม่

ทานข้าวในรถได้อย่างสบายใจ ได้ตลอดครบทุกมื้อ ไม่ต้องทนหิว เมื่อมีความจำเป็นต้องอยู่ในรถเป็นเวลานานๆ หรือไม่อยากจะเสียเวลากับการอยู่ในร้านอาหาร เพราะเวลามีจำกัด หากคุณมีถาดอยู่ในรถจะช่วยให้คุณสะดวกขึ้นในการนั่งรับประทานอาหารจะมื้อไหนๆก็สบายค่ะ
ทำจากวัสดุพลาสติกชั้นดี
ติดตั้งง่าย เพียงใช้สายรัดผูกกับผนักพิง
ใช้งานสะดวก พับเก็บได้ ไม่เกะกะ
มีช่องเก็บ และชั้นวางอย่างลงตัว
เหมาะมากสำหรับเด็กที่ใช้ชีวิตในรถนาน
ขนาด 35 x 21 x 3.5 cm
Line ID: miji2015
Mobile:099 3464 799
http://www.missyourkids.com/

Tags

เข็มขัดพยุงครรภ์

เข็มขัดพยุงครรภ์/ 1,150 บาท (ส่งฟรีค่ะ)
อุปกรณ์รัดกระชับสำหรับช่วยคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วยโอบอุ้มพยุงบริเวณหน้าท้อง และบริเวณหลังของคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อช่วยลดอาการปวดหลัง ในขณะที่ท้องคุณแม่ตั้งครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้น

เข็มขัดพยุงครรภ์มีความจำเป็นสำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากขึ้น เพราะเด็กในครรภ์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น หรือกรณีที่เป็นครรภ์แฝด หรือเริ่มมีอาการปวดหลังเพิ่ม เข็มขัดจะช่วยลดแรงกดบริเวณหน้าท้อง สะโพก รู้สึกหน่วงท้องโดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินหรือยืนนาน ๆ เข็มขัดพยุงครรภ์จะช่วยลดอาการปวดหลังได้มาก

เข็มขัดพยุงครรภ์ควรใช้ เมื่อเริ่มมีอาการปวดหลัง หนักท้อง เดินหรือยืนนาน ๆ แล้วรู้สึกอึดอัด อายุครรภ์ที่เริ่มใช้อยู่ราว ๆ เดือนที่ 6 ขึ้นไปแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคุณแม่ เพราะแต่ละคนมีการพัฒนาการของครรภ์ไม่เท่ากัน
Line ID: miji2015
Mobile:099 3464 799
http://www.goodhealthybehappy.com/

Tags

โถฝึกปัสสาวะเด็กชาย

โถฉี่กบ /ราคา 369 บาท/
ฝึกการขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง
ทำจากพลาสติกเกรด A
ติดตั้งง่าย ปรับระดับได้ตามตัวเด็ก
ตัวโถถอดล้างทำความสะอาดได้
กลางโถมีใบพัด ฝึกความแม่นยำ และเพลิดเพลิน
มี 4 สีให้เลือกคะ
Line ID:miji2015
Mobile: 099 3464 799
http://www.missyourkids.com/

Tags

เรียลพาเรนต์สเดอะซีรีส์ 10 – เรื่องจริงของลูกสาว ที่มีเซนส์พิเศษ

เรียลพาเรนต์สเดอะซีรีส์10 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

เรื่องจริงของลูกสาว ที่มีเซนส์พิเศษ

“อุสาเถียงหมอว่า ‘หนูไม่ได้หูแว่ว ตาแว่ว หนูเห็นจริงๆ ดูสิเด็กๆตัวแดงๆคลานไปคลานมาอยู่ที่พื้นก็เยอะ’ หมอถอนหายใจก่อนบอกว่า‘หูไม่แว่วตาไม่แว่ว ก็เป็นแม่หูทิพย์ตาทิพย์ก็แล้วกัน’”

ฉันชื่อละม่อม(ชื่อสมมุติ) อายุ 61 ปี มีลูกสามคน สองคนแรกทำงานรับราชการแต่งงานมีลูกแยกครอบครัวไปทำงานที่จังหวัดอื่นแล้วแต่ก็ยังส่งเงินมาให้พ่อแม่ทุกเดือน ที่บ้านเหลือฉันสามีและอุสาลูกคนเล็กซึ่งอายุห่างจากพี่เกือบ20ปี ฉันมีอุสาตอนอายุ 42ปี ตอนนี้อุสาอายุได้ 19 ปี

อาจจะเพราะฉันมีอุสาตอนอายุมาก อุสาจึงไม่แข็งแรง ตอนคลอดออกมาลูกตัวเหลืองตาเหลืองต้องเปลี่ยนถ่ายเลือด นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน หลังจากนั้นลูกก็เป็นลมชักต้องกินยากันชักตลอด พอเข้าชั้นมัธยมลูกเรียนไม่เก่ง เรียนซ้ำชั้น พูดน้อยลง จนกลายเป็นไม่พูด จากไม่พูด กลายเป็นพูดมาก แต่เป็นพูดกับตนเองยิ้มกับตนเอง ต่อมาลูกมีอาการหูแว่ว ตาแว่ว ได้ยินเสียงคนมาพูดด้วยทั้งที่ไม่มีใครพูดอะไร เห็นภาพอะไรแปลกประหลาดส่วนใหญ่เป็นผีสาง บางวันลูกทะเลาะกับคนในโทรทัศน์ อาการลูกเริ่มมากขึ้นจนคิดว่าในสมองตนเองมีไมโครชิพเพราะถูกมนุษย์ต่างดาวลักตัวไป เมื่อฉันพาลูกไปโรงพยาบาล จิตแพทย์บอกว่าลูกเป็นโรคจิตเภทและให้ยามารับประทาน

หลังจากได้รับยารักษาโรคจิต อาการทางจิตของลูกดีขึ้น สามารถไปโรงเรียนได้ แต่บ่นว่าง่วง กินยาทีไรใจไม่ดี คงเป็นความผิดของฉันที่คิดว่าลูกดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นอะไรมาก แม้ไปรับไปส่งที่โรงเรียน แต่ก็ไม่ได้ดูแลใกล้ชิดเท่าที่ควร มารู้อีกทีลูกก็ตั้งท้องได้5 เดือนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายที่ทำให้อุสาท้องก็ยอมรับ เขาเป็นลูกของคนในหมู่บ้านเดียวกัน พ่อแม่ของเขาได้มาสู่ขอทำพิธีแต่งงานให้เรียบร้อย แต่อย่างไรฉันก็ยังกังวลใจกลัวว่าโรคจิตเภทและยารักษาโรคจะมีผลกระทบถึงทารกในครรภ์ แต่เมื่อพาไปฝากครรภ์หมอบอกว่า ทั้งโรคและยามีความเสี่ยงน้อยมากที่จะทำให้เด็กผิดปกติ ฉันก็วางใจ ฉันให้ลูกออกจากโรงเรียน พักผ่อนอยู่ที่บ้านเตรียมคลอด ที่ฉันไม่รู้คือ ตอนท้องลูกไม่ได้กินยารักษาโรคอะไรเลย นอกจากลูกไม่อยากกินแล้ว สามีของลูกก็บอกว่ากินแล้วอุสาหงุดหงิดอารมณ์ร้าย กินแล้วแย่กว่าไม่กิน เขาเลยไม่ไปรับยามาให้

เมื่อตั้งท้องครบ 9 เดือน อุสาก็เจ็บครรภ์คลอด ฉันรีบพาลูกไปโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน แต่เครื่องไม้เครื่องมือที่โรงพยาบาลก็มีไม่ครบ ไม่สามารถผ่าตัดคลอดได้ จึงส่งอุสาไปคลอดที่โรงพยาบาลจังหวัดระหว่างนั่งรถโรงพยาบาลที่ส่งตัวจากโรงพยาบาลชุมชนไปโรงพยาบาลจังหวัด อุสาก็มองเห็นภาพนั่นโน่นนี่ ซึ่งฉันก็ชินแล้ว สงสารก็แต่พยาบาลโรงพยาบาลชุมชนซึ่งนั่งรถมาส่งคนไข้ด้วย เธอคงไม่ชิน เห็นทำหน้าตาเหลอหลาตลอดเวลาที่อุสาบอกว่าเห็นนั่นนี่โน่น

ไปถึงห้องคลอดโรงพยาบาลจังหวัด ทันทีที่นอนบนเตียงห้องรอคลอด อุสาก็สะกิดพยาบาลห้องคลอด เธอชี้ไปบนราวผ้าม่านซึ่งกั้นระหว่างเตียง บอกว่า“พี่ดูสิ เด็กๆคลานเล่นบนราวเสียงเจี๊ยวจ๊าวเลย ที่ห้อยหัวก็มี แลบลิ้นปลิ้นตาใส่หนูก็มี” พยาบาลซึ่งไม่รู้ว่าอุสาเป็นอะไรทำท่าตกใจเธอถามย้ำว่าหนูพูดอะไรนะ แต่แล้วหมอก็เดินเข้ามา หมออ่านประวัติของอุสาในใบส่งตัวแล้วถามว่า “ขาดยากันชักและยารักษาโรคจิตเภทมานานเท่าไหร่” เมื่อฉันตอบหมอ หมอบอกว่า “เดี๋ยวต้องกินยากันชัก โชคดีนะนี่ที่ไม่ชัก และต้องกินยาจิตเวช มิฉะนั้นก็จะหูแว่ว ตาแว่ว อยู่อย่างนี้” อุสาเถียงหมอว่า “หนูไม่ได้หูแว่ว ตาแว่ว หนูเห็นจริงๆ ดูสิเด็กๆตัวแดงๆคลานไปคลานมาอยู่ที่พื้นก็เยอะ” หมอถอนหายใจก่อนบอกว่า“หูไม่แว่วตาไม่แว่ว ก็เป็นแม่หูทิพย์ตาทิพย์ก็แล้วกัน”

ตอนแรกหมอที่ดูแลอุสาจะให้คลอดเองตามธรรมชาติ เพราะประเมินว่าเด็กในครรภ์ตัวไม่ใหญ่ แต่อุสานอนตะแคงคุยกับใครที่ข้างเตียง(ซึ่งไม่มีใคร)อย่างออกรส เมื่อหมอเข้ามาถามว่า “อุสาหนูคุยกับใคร” อุสาบอกว่า“คุยกับพี่พยาบาล พี่ใจดีจังเลย ยิ้มเก่ง พูดเก่ง ฟันงี้ขาวตัดกับสีผิว” พยาบาลที่เดินตามหมอถามว่า “พยาบาลผมยาวหรือผมสั้น” อุสาตอบว่า“ตัดหน้าม้า ผมบ็อบ” แค่นั้นก็ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งห้องคลอดระส่ำระสาย จับกลุ่มไปไหนมาไหนด้วยกันทั้งที่เป็นกลางวันแสกๆ เนื่องด้วยพยาบาลห้องคลอดคนหนึ่งเพิ่งฆ่าตัวตายไปไม่นานนี้เอง ลักษณะของพยาบาลคนนี้เหมือนที่อุสาพูดเป๊ะ หมอเลยตกลงผ่าคลอดให้ ทั้งฉันก็อยากให้หมอผ่าคลอดและทำหมันให้อุสาไปเลยเพราะมีทั้งโรคลมชักและจิตเภท ผลการผ่าตัด อุสาและลูกของอุสาแข็งแรงดี

 

บันทึกจากหมอสูติ

ฉันชื่อภัทราวรรณ (ชื่อสมมุติ) เป็นหมอสูติมากว่า 10 ปี ฉันไม่เคยเจอคนไข้หูแว่วตาแว่วเหมือนอุสาเลย ฉันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีสางหรือไสยศาสตร์ จึงไม่กลัวเรื่องที่อุสาพูด ฉันคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็มีเรื่องบังเอิญอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันยังอธิบายไม่ได้คือเมื่อฉันไปเยี่ยมอุสาหลังคลอดที่ห้องพิเศษ เธอบอกเสียงใสว่าลูกไม่กวนเลย เพราะตกดึกจะมีทหารหนุ่มมาช่วยเลี้ยง แต่แรกฉันก็ฟังไปงั้นๆ แต่พยาบาลที่เดินตามฉันหน้าซีดเผือด เมื่อฉันถามว่าเป็นอะไร พยาบาลบอกฉันว่า หมอรู้ไหมว่า เมื่อไม่นานมานี้เองคนไข้ที่เสียชีวิตในห้องพิเศษห้องนี้ยังหนุ่มแน่นและเป็นทหาร…

 

บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข
ภาพ shutterstock

Tags

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 9 – ประสบการณ์จริง…เมื่อฉัน ครรภ์เป็นพิษ!

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 9 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ประสบการณ์จริง…เมื่อฉัน ครรภ์เป็นพิษ!

 

“แต่เมื่อตั้งครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ ฉันรู้สึกลูกไม่ดิ้น เมื่อวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงถึง 160/110 แม่รีบจ้างรถคนข้างบ้านไปส่งโรงพยาบาล ไปถึงโรงพยาบาลหมอบอกฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง”

ฉันชื่อสุธาสินี (นามสมมุติ) อายุได้ 34 ปี หลังจากจบปริญญาตรีที่ต่างจังหวัด ฉันก็เข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ได้ตำแหน่งเป็นเสมียนร้านค้าแห่งหนึ่ง งานที่ทำเหมือนงานเบาไม่ต้องแบกหาม นั่งโต๊ะดูแลเอกสาร แต่ก็วุ่นวายไม่ว่างเลย ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เลิกงานไม่ต่ำกว่าสองทุ่ม เมื่อฉันแต่งงานได้เพียงสองเดือน ฉันก็ท้อง ฉันไปฝากครรภ์ที่คลินิกหมอสูติฯ ผลการตรวจเลือดตรวจครรภ์ปกติดี หมอบอกตั้งครรภ์ท้องแรกอายุ 34 ปี ถือว่าอายุมาก แนะนำให้พักผ่อนมากๆ ระวังครรภ์เป็นพิษซึ่งเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่มักเป็นกับแม่ท้องแรกอายุมาก ฉันยิ้มรับกับคำแนะนำ แม้อยากทำตาม แต่ก็ไม่ได้ทำตามเลย แค่จะมาหาหมอ ก็ต้องลางานล่วงหน้า เพราะหากลากระชั้น จะไม่มีใครทำงานแทน โชคดีที่ไม่แพ้ท้องเลย เมื่อท้องได้สี่เดือน ได้เจาะเลือดตรวจคัดกรองกลุ่มอาการทารกเด็กดาวน์ ผลปกติ เมื่อท้องได้หกเดือน ตรวจเลือดหาเบาหวาน ผลก็เป็นปกติ ทำให้ฉันคิดว่าตนเองน่าจะแข็งแรงดี

แต่พอตั้งท้องได้ 7 เดือน ฉันสังเกตว่าหลังเท้าสองข้างเริ่มบวม สวมรองเท้าเดิมแทบไม่ได้ เมื่อไปหาหมอตามนัด หมอบอกว่า ตอนนี้ความดันโลหิตสูง เท้าและขาสองข้างเริ่มบวม อาการนี้เป็นอาการของครรภ์เป็นพิษแต่ยังไม่รุนแรง หากรุนแรง แม่จะชัก การรักษาครรภ์เป็นพิษคือต้องให้คลอด ซึ่งหากคลอดไม่ครบกำหนดลูกก็อาจจะไม่แข็งแรง หรือไม่รอดชีวิต เมื่อฉันถามหมอว่าจะทำอย่างไร หมอบอกว่า ควรพักผ่อนให้พอ หากอาการไม่ดีขึ้นต้องนอนโรงพยาบาล สามีของฉันจึงบอกหมอตามความเป็นจริงว่า งานที่ทำเครียดไม่มีโอกาสพักผ่อนเลย หมอเลยออกใบรับรองแพทย์ให้ร้านค้าที่ทำงานว่า “คุณสุธาสินีตั้งครรภ์ 7 เดือน มีอาการบวม ความดันโลหิตสูง เป็นอาการของครรภ์เป็นพิษ แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนัก และมาพบแพทย์ตามนัด” เมื่อเอาใบรับรองแพทย์ไปยื่นให้ผู้จัดการ ผู้จัดการบอกว่า “พยายามหาเวลาพักเอาก็แล้วกัน ทำอย่างไรก็ไม่มีคนทำงานแทนเธอเลย”

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด เล่าให้ท่านฟังถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แม่บอกว่าให้ลางานกลับมาอยู่บ้าน แม่จะได้ช่วยดูแล ได้พักผ่อน ก็คงจะดีกว่าอยู่กรุงเทพฯ ฉันรู้สึกเสียดายงานเพราะเงินเดือนดี สวัสดิการดี จึงปรึกษาผู้จัดการอีกครั้งหนึ่ง ผู้จัดการบอกว่า “ขอให้ทำงานต่ออีกเดือน ให้เคลียร์งานที่คั่งค้างให้หมด ช่วงนี้จะได้หาคนมาทำงานแทน” ฉันจึงโทรศัพท์ปรึกษาเพื่อนซึ่งเป็นหมอ เพื่อนบอกว่าครรภ์เป็นพิษนั้นน่ากลัวมาก หากเป็นชนิดรุนแรง บางคนลูกเสียชีวิตในท้อง แม่บางคนมีอาการชัก จนมีเลือดออกในสมอง บางคนตามัวมองไม่เห็นเป็นปีๆกว่าอาการจะกลับมาปกติ ทำให้ฉันตัดสินใจลาออก สามีก็เห็นด้วย เพราะฉันอายุมากแล้ว ไม่ได้ลูกคนนี้ก็ไม่รู้จะมีลูกได้อีกหรือเปล่า ฉันไปพบหมอที่ฝากครรภ์ก่อนเดินทางกลับต่างจังหวัด บอกหมอว่า จะกลับไปหาแม่ ไปคลอดต่างจังหวัด เพราะที่กรุงเทพฯ ไม่มีใครช่วยดูแล หมอก็เขียนใบส่งตัวให้

กลับมาถึงบ้าน แม่รีบพาฉันไปฝากครรภ์กับหมอสูติ ชื่อจินตนา (ชื่อสมมุติ) หมอตรวจฉันอย่างละเอียด แล้วแจ้งว่า ตอนนี้ฉันอายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ ลูกในท้องตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป คือหนักแค่ 1,100 กรัม ทั้งที่ควรจะหนัก 1,360 กรัม แต่อาจเพราะแม่ตัวเล็กลูกเลยตัวเล็ก ฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษ คือมีความดันโลหิตสูง บวมที่หลังเท้า มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ แต่อาการยังไม่รุนแรง หากครรภ์เป็นพิษรุนแรงต้องให้เด็กคลอดมิฉะนั้นจะเกิดอันตรายทั้งแม่และลูก ฉันรีบถามหมอว่าทำอย่างไรลูกจึงจะโต หมอบอกว่า ให้กินกับนอน ไม่ต้องทำงาน พยายามลดความเครียด หมั่นนอนตะแคงซ้าย ให้รับประทานยาบำรุงตามหมอให้ ให้วัดความดันโลหิตวันละ 2 ครั้ง หากความดันโลหิตสูงมากกว่า 150/100 ให้มาพบแพทย์ ให้สังเกตอาการครรภ์เป็นพิษรุนแรง เช่น แน่นท้อง ปวดหัว ตามัว มือบวม หน้าตาบวม ให้สังเกตลูกดิ้น ถ้าลูกดิ้นน้อยหรือไม่ดิ้นให้มาพบหมอ หมอนัดมาตรวจสัปดาห์ละสองครั้ง

กลับมาอยู่บ้านฉันซาบซึ้งกับความรักของแม่ แม่ไปยืมเครื่องวัดความดันโลหิตของ อสม. (อาสาสมัครหมู่บ้าน) มาให้ฉันวัดความดันโลหิตด้วยตนเองเช้าเย็น แม่ตื่นแต่เช้าเตรียมอาหารที่ฉันชอบ ไม่ให้ฉันทำอะไรนอกจากนั่งเล่นนอนเล่น เมื่อไปตรวจครรภ์ตามนัด พบว่า อาการครรภ์เป็นพิษไม่ได้กำเริบ แต่เมื่อตั้งครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ ฉันรู้สึกลูกไม่ดิ้น เมื่อวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงถึง 160/110 แม่รีบจ้างรถคนข้างบ้านไปส่งโรงพยาบาล ไปถึงหมอบอกฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง หมอให้ยากันชัก และผ่าตัดคลอด ลูกคลอดออกมาน้ำหนัก 1,900 กรัม อยู่ในตู้อบ 7วัน ลูกจึงรอดชีวิต ส่วนอาการครรภ์เป็นพิษของฉันก็ค่อยๆดีขึ้นจนกลับมาเป็นปกติ ฉันตั้งใจให้นมลูกจนครบ 1 ขวบเพราะเมื่อให้นมแม่ น้ำหนักลูกขึ้นดี และลูกไม่ป่วยเลย ฉันบอกแม่ว่า “ตอนนี้ข้าวได้ราคา ฉันกับสามีจะกลับมาเป็นชาวนากับแม่ ไม่ไปทำงานกรุงเทพฯ อีกแล้ว แม้เงินจะดีแต่ชีวิตที่เครียดเร่งรีบไม่มีเวลาพักผ่อน เกือบทำให้ฉันไม่ได้ลูก”

 

บันทึกจากหมอ

ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นปัญหาในประเทศไทยติดอันดับสูง 1 ใน 3 ทำให้มารดาและลูกเสียชีวิต คืออาการครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะหายก็เมื่อให้คลอด คุณสุธาสินีเป็นตัวอย่างคนไข้ครรภ์เป็นพิษ สุดท้ายแม่ลูกปลอดภัย สิ่งสำคัญกว่าหรือพอๆกับการดูแลของแพทย์คือการดูแลของตนเองและครอบครัว อาการครรภ์เป็นพิษก็เหมือนเด็กน้อยที่ออกมาร้องเพลงโชว์ กว่าจะแสดงได้ดีขนาดนั้น ใครจะรู้ไหมว่าเบื้องหลังเด็กน้อยต้องใช้ความพยายามเพียงใด

 

บทความโดยพญ. ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพ : shutterstock

การทำกิฟท์ยังมีอยู่หรือไม่?

เรื่องจริงจากหมอสูติฯ ตอนที่ 8 สุดท้ายฉันก็คลอดลูกได้อย่างปกติในวัย 44 ปี

เรื่องจริงจากหมอสูติฯ ตอนที่ 8 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ฉันชื่อบุญตา (ชื่อสมมุติ) อายุ 44 ปี มีลูก 3 คน อาชีพเป็นแม่บ้าน สามีฉันเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถมีลูกน้องหลายคน ฉันเป็นแม่ครัวทำกับข้าวให้พวกเขากิน ลูกน้องของสามีคนหนึ่งชื่อชาญ (ชื่อสมมุติ) เขาชอบกินกับข้าวฝีมือฉันมาก แม้เขาจะเป็นคนผอม แต่เวลาฉันทำกับข้าว เขาจะกินทีละสองสามจาน

ชีวิตคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอน ไม่นึกว่าสามีฉันจะจากไปกะทันหัน ปกติเขาตื่นเช้า วันนั้นสายแล้วเขายังไม่ตื่น เมื่อฉันไปปลุกเขามากินข้าว พบว่าเขาไม่หายใจแล้ว ฉันเสียใจร้องไห้จนแทบสิ้นสติ หมอที่มาตรวจบอกว่าน่าจะเกี่ยวกับโรคหัวใจ เพราะเขาเป็นคนอ้วน เมื่อจัดงานศพสามี ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย คนที่เป็นหลักให้ฉันก็คือชาญ เขาช่วยทำทุกอย่างจนงานผ่านไปด้วยดี หลังจากนั้นเขาก็มาช่วยดูแลอู่รถ ทุกเช้ามาช่วยฉันตักบาตรทำบุญให้สามี สามีฉันจากไปไม่ถึงปี ชาญซึ่งเป็นหนุ่มโสด อายุ 30 ปี ก็ขอแต่งงานกับแม่หม้ายลูกสาม อายุ 44 ปี อย่างฉัน เขาบอกว่าเขาชอบฉันตั้งแต่มาเป็นลูกน้องของสามี คือ 7-8 ปีที่แล้ว ฉันตอบตกลง ด้วยลูกๆ ก็เห็นดีด้วย ลูกของฉันออกเรือนไปแล้วสองคน ลูกชายคนที่สามเรียนจบแล้ว เขาไม่ชอบผู้หญิง จึงเปิดร้านเสริมสวยกับเพื่อนๆ ที่มีรสนิยมเดียวกัน เมื่อฉันบอกเขาว่าจะแต่งงานใหม่ เขาบอกว่าดีสิแม่ แม่จะได้ไม่เหงา ถ้าพี่ชาญเขามีเพื่อนหล่อๆ บอกให้เขาเอามาเผื่อให้หนูสักคนนะแม่

แต่งงานแล้วอย่างไม่คาดฝัน ประจำเดือนที่เคยมาก็ขาดหายไปทันที ทีแรกฉันคิดว่าตนเองคงหมดประจำเดือน เพราะตั้งแต่มีลูกคนที่ 3 ฉันไม่ได้คุมกำเนิด และก็ไม่ท้อง ฉันจึงชะล่าใจ รออีกสองเดือน เมื่อประจำเดือนไม่มาแน่ๆ ฉันจึงไปหาหมอ หมอทำสีหน้าเฉยๆ เมื่อบอกว่าฉันท้องได้สามเดือนแล้ว ที่หมอไม่ทำท่าดีใจ หรือพูดให้ฉันดีใจ หมอบอกในภายหลังว่า เดี๋ยวนี้คนทำแท้งเอาเด็กออกมากเวลาตรวจพบว่าท้อง หมอต้องดูท่าทีก่อนว่า คนที่มาตรวจอยากมีลูกหรือไม่ ท้องนี้เป็นท้องที่ต้องการหรือไม่

ชาญทำท่าดีใจมาก เพราะเป็นลูกคนแรกของเขา แต่ฉันสิตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ฉันตะกุกตะกักถามหมอว่า “ท้องอายุมากอย่างนี้ไม่อันตรายหรือ” หมอตอบยิ่งทำให้ฉันใจแป้วว่าอันตรายสิ เป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูง แล้วหมอก็สาธยายอย่างละเอียดว่าฉันจะเสี่ยงกับอะไรบ้าง “คุณบุญตาเสี่ยงต่อการแท้งลูก เสี่ยงต่อการเกิดเด็กพิการปัญญาอ่อนที่เรียกว่าเด็กกลุ่มอาการดาวน์ ขณะที่คนอายุน้อยกว่า 30 ปี ที่ตั้งครรภ์เสี่ยง 1 ต่อ 1,000 ตอนนี้คุณอายุใกล้ 45 ปี เสี่ยง 1 ต่อ 32”

“หมายความว่าคนอายุเท่าภรรยาผม 32 คนหากท้องมีโอกาสเป็นเด็กกลุ่มอาการดาวน์หนึ่งคน อีก 31 คนเป็นเด็กปกติใช่ไหมครับ” ชาญถามหมอ

“ใช่แล้วค่ะ ฟังดูก็ไม่น่าเสี่ยงสูง แต่หากเทียบกับคนอายุต่ำกว่า 30 ปี คุณบุญตาเสี่ยงที่จะเป็นเด็กกลุ่มอาการดาวน์มากกว่าถึง 33 เท่าทีเดียวค่ะ”

“แต่ก็ตรวจพบได้ใช่ไหมครับ” ท่าทางชาญเข้าใจที่หมอพูด เพราะพี่สาวของเขาเป็นพยาบาล

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 7 – ลูกฉันเป็น…..ซุปเปอร์เกิร์ลXXX

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 7  เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ลูกฉันเป็น…..ซุปเปอร์เกิร์ลXXX

 

ดอกไม้สีขาว สีเหลือง สีม่วง สีส้ม เบิกบานเต็มสองข้างถนน กลีบดอกหลากสีร่วงลงพื้น ทำให้ถนนกลายเป็นพรมกลีบดอกไม้ไปตลอดแนว เสียงโห่ร้อง เสียงดนตรีแผดเสียงดังอย่างสนุกสนาน รถเปิดประทุนวิ่งผ่านไปมาบรรทุกคนหน้าขาววอกจากการประแป้ง ตัวเปียกม่กซ่กจากการสาดน้ำสงกรานต์ ผู้คนที่จับกลุ่มอยู่ที่ถนนก็เช่นกัน ใบหน้าแต่ละคนลายพร้อยไปด้วยแป้ง ตัวเปียกโชก มีขันน้ำและถังน้ำขนาดใหญ่เป็นอาวุธ สาดน้ำใส่รถที่เคลื่อนผ่านอย่างสนุกสนาน บางคนไม่สาดน้ำก็เต้นตามจังหวะเพลง ด้วยท่าเต้นที่กวนสายตา บางท่าเต้นก็ดูน่าขำ คนเต้นต่างวาดลวดลายอย่างเต็มที่ ไม่อายสายตาใคร

 

ฉันชื่อปาริชาติ (ชื่อสมมุติ) กำลังจูงมือน้องเดียร์ (ชื่อสมมุติ) ลูกสาวอายุ 13 ปี ออกมาเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แค่เห็นคนจำนวนมากสาดน้ำกัน ยิงปืนฉีดน้ำใส่กัน น้องเดียร์ก็ไม่ค่อยกล้ามอง ฉันรู้เธอเขินอายที่เห็นร่างกายผู้คนเปียกน้ำทำให้เห็นรูปร่างชัดเจน น้องเดียร์เองเวลาถูกสาดน้ำ เธอก็ทำท่าเอียงอาย

 

“สนุกไหมลูก” ฉันถาม น้องเดียร์ทำเหมือนไม่ได้ยินต้องพูดซ้ำ เธอทำสีหน้าเฉย ขณะพยักหน้า

ฉันเดินไปตามถนนคนเดินกับลูก นึกสนุกจึงบอกน้องเดียร์ว่า “เดี๋ยวแม่แวะซื้อปืนฉีดน้ำนะลูก เราจะได้มีคนละกระบอกไว้ตอบโต้คนที่สาดน้ำใส่เรา” ฉันแวะเข้าร้านค้า ผู้คนพลุกพล่านหาซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ กว่าฉันจะหาปืนฉีดน้ำที่ถูกใจได้ก็ใช้เวลานาน ขณะจะจ่ายสตางค์น้องเดียร์ก็หายไปแล้ว

 

“เดี๋ยวมาจ่ายตังค์ มาเอาของนะ” ฉันรีบบอกคนขาย เดินออกมาที่หน้าร้าน สายตาสอดส่ายหาลูก รีบโทรศัพท์บอกสามีที่อยู่ที่บ้าน สามีหาพิกัดจีพีเอสจากโทรศัพท์มือถือของน้องเดียร์ที่เราเอาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อลูก แล้วบอกว่า “ลูกอยู่ใกล้ ๆ ร้านที่แม่อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวจะออกไปช่วยหา” สามีต่อว่าว่า “ บอกแล้วไม่ให้เที่ยวสงกรานต์ หากไปเที่ยวต้องดูลูกให้ดีก็ไม่เชื่อ”

 

ฉันเดินแกมวิ่งออกจากร้านค้า มองหาทั่ว เมื่อเดินผ่านเวทีประกวดวงดนตรี จึงเห็นน้องเดียร์ยืนอยู่กับกลุ่มวัยรุ่น ที่เห็นเด่นชัด เพราะน้องเดียร์ตัวสูงถึง 174 เซนติเมตร ฉันถามกลุ่มวัยรุ่นว่า เป็นเพื่อนกับน้องเดียร์หรือ พวกเขาก็ปฏิเสธ บอกว่าอยู่ดี ๆ ลูกสาวฉันก็เดินตามพวกเขามา ฉันจึงไปจูงมือลูกออกมา

สามีมาถึงพอดี เขาบอกน้องเดียร์ว่า ถ้าอยากดูประกวดดนตรีก็ได้ เดี๋ยวพ่อแม่จะยืนดูเป็นเพื่อนด้วย

 

ย้อนไป 14 ปีก่อน ฉันอายุได้ 44 ปี สามีอายุ 46 ปี แต่งงานกันมาเกือบ 20 ปี ไม่มีลูก แต่ฉันกับสามีก็ไม่ได้กระเสือกกระสนค้นหาวิธีให้มีลูกแต่อย่างใด ไม่มีก็ดี ไม่ต้องเป็นภาระ เราตกลงกันเช่นนี้ แต่อยู่ดี ๆ ประจำเดือนของฉันก็ขาดไปหลายเดือน ฉันคิดว่าตนเองจะหมดประจำเดือน ไม่คิดว่าตนเองตั้งท้อง จนกระทั่งวันหนึ่งฉันรู้สึกว่าท้องของตนเองโตขึ้น มีก้อนอะไรแข็งๆ ในท้อง เมื่อบอกสามี เขาตกใจมากคิดว่าฉันเป็นมะเร็ง เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์ตรวจอย่างละเอียดและบอกให้เรายินดีว่า ฉันท้องได้สี่เดือนแล้ว

เมื่อฟังแพทย์บอก ฉันและสามีดีใจจนเนื้อเต้น อุทานว่า “ลูกมาแล้ว” ขณะที่เรารอมานานถึง 20 ปี แต่ความยินดีแต่แรกเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวล เมื่อแพทย์บอกว่า เป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูงเพราะแม่อายุมาก มีความเสี่ยงต่อการเกิดทารกพิการบกพร่องสติปัญญา เช่น ทารกกลุ่มอาการเด็กดาวน์ หากต้องการตรวจทารกในครรภ์ อาจต้องเจาะน้ำคร่ำไปตรวจหาโครโมโซม

 

ฉันฝากท้องกับแพทย์ ผลของการตรวจร่างกาย การตรวจเลือด เป็นปกติ ตอนจะเจาะน้ำคร่ำฉันกลัวมาก เพราะเข้าใจว่าจะเจ็บ แต่ปรากฏว่าไม่เป็นเช่นนั้น แพทย์ใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ตรวจดูช่องว่างที่จะเจาะน้ำคร่ำ ทาน้ำยาฆ่าเชื้อ ฉีดยาชาที่ผิวหนัง ใช้เข็มขนาดยาวแทงเข้าไปในท้อง ใช้เวลาเจาะน้ำคร่ำประมาณแค่ 5 นาที ไม่ทันรู้สึกอะไรแพทย์ก็ทำเสร็จแล้ว แพทย์แนะนำให้พักผ่อนไม่ทำงานหนัก 1 สัปดาห์หลังเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งก็ไม่ลำบากอะไร เพราะฉันและสามีมีธุรกิจโรงแรมเล็กๆ เป็นของส่วนตัว แต่ช่วงรอผลการตรวจน้ำคร่ำ ฉันกระสับกระส่ายมาก ถามสามีว่าหากลูกเราเป็นทารกกลุ่มอาการเด็กดาวน์ มีโอกาสพิการทางร่างกายและสติปัญญาบกพร่อง เราจะทำแท้งหรือตั้งครรภ์ต่อ สามีหัวเราะ บอกว่า ขนาดยุงฉันยังไม่ตบเลย ฉันจะฆ่าลูกของตนเองได้หรือ เมื่อสามีพูดอย่างนั้น ฉันจึงได้ข้อสรุป ฉันเจาะน้ำคร่ำเพื่อให้รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าลูกเป็นอย่างไร เขาก็เป็นลูก เป็นสายเลือดของฉันและสามี ฉันจะไม่ทำลายเขาอย่างเด็ดขาด

 

ผลการเจาะน้ำคร่ำมาถึง พยาบาลโทรศัพท์ให้ฉันไปพบแพทย์เพื่อฟังผลการเจาะน้ำคร่ำด้วยตนเอง เมื่อฉันถามว่า “ต้องรีบไปไหม” พยาบาลบอกว่า “ไม่รีบมาก แต่ไม่ควรรอนาน” ฟังแล้วฉันคิดว่าลูกอาจจะมีความผิดปกติอะไรสักอย่าง แต่ไม่น่าใช่ทารกกลุ่มอาการเด็กดาวน์ เพราะแพทย์บอกฉันว่าหากเป็นทารกกลุ่มอาการเด็กดาวน์และฉันต้องการทำแท้ง ต้องรีบมาพบแพทย์ก่อนที่เด็กจะโต ทำแท้งลำบาก

 

เมื่อฉันไปพบแพทย์พร้อมสามี แพทย์อธิบายว่าลูกในท้องของฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่มีโครโมโซมผิดปกติ อาจเพราะฉันและสามีอายุมาก ในขณะที่โครโมโซมเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ปกติ มีโครโมโซมเป็น 46 XX ลูกสาวของฉันมีโครโมโซมเป็น 46 XXX คือมีเอ็กซ์เกินมา 1ตัว หรือเรียกว่าเด็กซุปเปอร์เอ็กซ์ ฉันและสามีรีบซักไซ้ไล่เลียงหมอว่า การเป็นเด็กซุปเปอร์เอ็กซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับลูก

 

แพทย์อธิบายว่า ปัญหาของการมีเอ็กซ์เกินมา 1ตัว ทำให้มีเนื้อสมองน้อยกว่าคนทั่วไป หากวัดรอบศีรษะ จะพบว่าเล็กกว่า แต่ไม่เล็กจนดูรู้ จึงอาจจะมีสติปัญญาต่ำกว่าคนอื่นเล็กน้อย หากมีพี่น้องท้องเดียวกันไอคิวจะต่ำกว่าพี่น้องไป 10-20 จุด สามารถเรียนหนังสือได้ถึงระดับปริญญา แต่อาจเรียนไม่เก่ง มีปัญหาการเรียน ตัวจะสูง ขาจะยาวกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่มือเท้าจะไม่ใหญ่ เป็นคนเรียบร้อย ไม่ช่างพูด ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย อาจจะมีปัญหาในการตัดสินใจ การปรับตัว การสื่อสาร อาจจะต้องพบจิตแพทย์

 

“แล้วจะมีความพิการไหมครับ” สามีฉันถามแพทย์

“งานวิจัยพบว่าเด็กซุปเปอร์เอ็กซ์ มีความพิการไม่ต่างกับคนทั่วไป คือร้อยละ 0.1 ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อโตขึ้นแต่งงานก็สามารถมีลูกเป็นเด็กปกติได้”

 

           

บันทึกจากหมอ

คุณปาริชาติตั้งครรภ์เด็กซุปเปอร์เอ็กซ์ ซึ่งพบประมาณ 1: 1000 ของเด็กที่คลอด เมื่อตั้งครรภ์ครบกำหนด ต้องผ่าตัดคลอดเพราะเธออายุมาก โชคดีที่ทารกไม่มีความพิการใดๆ มารดาก็ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ คุณปาริชาติและสามีดูแลลูกสาวน้องเดียร์ที่มีอีกชื่อว่าซุปเปอร์เกิร์ลเป็นอย่างดี วางแผนป้องกันปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น ครอบครัวที่อบอุ่นทำให้คุณปาริชาติและสามีค้นพบความสามารถของลูก ส่งเสริมให้ลูกเจริญเติบโตตามศักยภาพที่มีอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหญิงซุปเปอร์เกิร์ลแม้ดูไม่เฉลียวฉลาด ไม่ค่อยพูด ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ตัวสูงเก้งก้าง แต่เธอสามารถเล่นดนตรีได้เหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน

           

 

บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข
ภาพ : shutterstock

Tags

Car Seat

Car seat ยี่ห้อ Camera ราคา 2,000 บาท พร้อมส่ง EMS
เป็นคาร์ซีทแบบกระเช้า เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดขึ้นไป สินค้าสภาพใหม่เนื่องจากใช้แค่แป๊ปเดียวลูกโตไวจึงนั่งไม่ได้
สนจัยติดต่อ รินรดา ID Line : rinzy_rin
Tel 081-9976194

Tags

[Blogger พ่อเอก-59] คุณพ่อนักเล่ากับเจ้าปูนปั้นนักฝัน

ผมคิดไว้ตั้งแต่สมัยยังไม่มีแฟนเสียด้วยซ้ำ ว่าอยากเป็นคุณพ่อที่แต่งนิทานของตัวเองมาเล่าให้ลูกฟังทุกคืน ผมว่าช่วงเวลาที่เราได้เล่าเรื่องราวต่างๆ แล้วเห็นเจ้าตัวเล็กทำตาโต มองมาด้วยความทึ่งและสนุกสนาน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากทีเดียว แม้ตอนนี้ผมจะเป็นคุณพ่อของเจ้าปูนปั้นที่วัยใกล้ 3 ขวบและมีโอกาสได้เล่านิทานก่อนนอนให้ปูนปั้นฟังเสมอๆ แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่มีนิทานแต่งเองสักเรื่องมาเล่าให้เจ้าตัวป่วนฟัง มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนเป็นเหมือนผมมั้ยฮะ ที่อยากเป็นนักเล่านิทาน (แต่งเอง) ให้ลูกฟัง

แม้ผมจะยังไม่มีนิทานแต่งเองให้ลูกฟังสักเรื่อง ผมก็มีทางออกให้ตัวเอง (และคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆที่อยากเป็นแบบผม) มานำเสนอฮะ เราไม่ต้องเล่านิทานแต่เราก็เป็นนักเล่าเรื่องได้ คำถามหนึ่งที่ผมมักจะถูกถามอยู่เสมอคือ

“คาดหวังอะไรจากลูก เมื่อเขาโตขึ้น”

ผมเคยตอบไปว่า “ผมไม่คาดหวังอะไรจากเขาเลย”

ในการเสวนาครั้งหนึ่ง ท่านผู้ใหญ่ที่ร่วมเป็นแขกในงานนั้นก็เสริมขึ้นมาว่า

“ไม่คาดหวังเลยก็คงไม่ดี เพราะความคาดหวัง ทำให้เราพยายามสอนลูกให้ดี แต่อย่าให้ความคาดหวังไปกดดันลูก อย่าเอาความฝันเราไปยัดเยียดให้ลูก”

ผมยอมรับว่าคำแนะนำนั้นถูกต้อง เพราะจริงๆคำว่าไม่คาดหวัง คือ ผม ‘ไม่คาดหวัง’ ว่าเจ้าปูนปั้นจะต้องโตไปเป็นอะไร แต่ ‘ผมคาดหวัง’ให้ปูนปั้นได้ประกอบอาชีพที่เขาอยากทำ เพื่อที่ว่าเขาจะทำมันให้ได้ดี และเขาจะอยู่กับมันอย่างมีความสุข

ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำหน้าที่เป็นผู้แนะแนวทางมากกว่ากำหนดเส้นทาง ซึ่งวิธีที่ดีวิธีหนึ่งก็คือ การเป็นคุณพ่อนักเล่าเรื่องอาชีพต่างๆ ให้ลูกฟัง (เข้าเรื่องจนได้ว่า ทำไมผมจึงได้เป็นนักเล่าอย่างใจหวัง) เวลาปูนปั้นไปพบเจอใครใหม่ๆ แทนที่เราจะเพียงแนะนำว่านั่นคือใคร ทำอาชีพอะไรแล้วจบ ซึ่งแค่นั้นปูนปั้นซึ่งยังตัวกะเปี๊ยกก็คงไม่เข้าใจหรอกว่า อาชีพซึ่งในวัยของปูนปั้นยังไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทำหน้าที่อะไร สถาปนิกคืออะไร ตำรวจคือใคร แล้วคุณหมอ นักบิน นักร้อง อื่นๆอีกมากมายเขาทำอะไรกัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเราก็ควรอธิบายให้เขาฟัง เรื่องแบบนี้เล่าดีดีก็สนุกนะเออ

ยกตัวอย่างเช่น เด็กชอบเล่นเครื่องบิน เราก็สามารถเล่าให้เขาฟังได้หลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินและการบิน โดยพยายามใช้ภาษาง่ายๆ ในการเล่า เจ้าปูนปั้นเองเวลาเล่นเครื่องบิน ก็มักจะสมมติให้ตัวเองเป็นนักบิน แล้วปะป๊าก็เป็นผู้โดยสาร ผมก็จะมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวบทบาทหน้าที่ของนักบิน เช่น ปูนปั้นรู้มั้ยว่าทำหน้าที่ในการบังคับเครื่องบินคือใคร? เราเรียกเขาว่า นักบินหรือกัปตันนักบินเนี่ยต้องมีเรียนวิชาบังคับเครื่องบิน เหมือนเวลาปะป๊าขับรถ ปะป๊าก็ต้องควบคุมรถ และนักบินก็ต้องรู้เรื่องจราจรด้วย เวลาปะป๊าขับรถก็ต้องดูไฟจราจรสีเขียวสีแดง นักบินก็ต้องฟังจราจรจากศูนย์ควบคุมว่าจะบินสูงบินต่ำขนาดไหน นอกจากนั้นต้องมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ของเครื่องบินด้วย

10352559_947462688628381_7227973052285481193_n

แล้วเราก็อาจจะเล่าต่อว่า บนเครื่องบินไม่ได้มีแต่นักบินนะ จะต้องมีคนสำคัญอีกคนคือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งเป็นคนที่ชอบดูแลช่วยเหลือคนอื่น จะต้องคอยสอนให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย คอยดูแลความสะดวกต่างๆ และคอยนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้ด้วย พี่ๆเขาก็จะได้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ที่เครื่องบินบินไป แต่พี่ๆจะเหนื่อยกว่าเราเพราะเวลาเราหลับบนเครื่องบิน พี่ๆ ก็จะหลับไม่ได้เพราะต้องคอยดูแลผู้โดยสาร

ในชีวิตประจำวันเวลาไปเจอบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ เราก็สามารถผูกเรื่องราวเล่าเรื่องได้ครั้งหนึ่งปูนปั้นออกไปขี่จักรยานทรงตัวในหมู่บ้านแล้วไปเจอเจ้าหัวต่อน้ำดับเพลิงสีแดงๆ เจ้าปูนปั้นก็ถามผมว่า “ปะป๊านี่คืออะไร” ผมก็ตอบว่า“ปูนปั้นจำของเล่นที่เป็นรถดับเพลิงที่บ้านได้มั้ย รถคันนั้นเขาจะมีสายยางดับเพลิงอันใหญ่ พอพนักงานดับเพลิงดับรถมาถึง เขาก็จะเอาสายมาต่อกับหัวอันนี้แล้วน้ำก็จะพุ่งออกมา แต่พนักงานดับเพลิงจะต้องแข็งแรงมากนะเพราะน้ำจะมีแรงฉีดสูงมาก งานดับเพลิงก็จะเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายเพราะเขาจะต้องเป็นคนเอาสายยางไปฉีดดับไฟ แต่เขาจะได้ช่วยเหลือคน”

ผ่านไปอีกหลายวัน เราขับรถไปผ่านสถานีดับเพลิงแห่งหนึ่งผมก็จะชี้ให้ปูนปั้นดูรถดับเพลิงของจริง ชี้ให้ปูนปั้นเห็นพนักงานดับเพลิงและบอกปูนปั้นว่า พี่ๆเหล่านี้แหละ ที่จะเป็นคนเอาสายยางไปต่อและฉีดน้ำ เท่านี้เขาก็ตาโตกับเรื่องเล่าสนุกๆของเรา อยู่ที่ไหนก็มีวัตถุดิบให้เล่าเรื่องได้ จะเข้าไปธนาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ได้หมดที่สำคัญ อย่าลืมเล่าให้ลูกฟังเรื่องการงานของพ่อแม่ หรือพาเขาไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานของเราบ้าง ผมมักพาเขาไปร่วมงานที่บริษัทเวลามีเทศกาลสำคัญๆ หรือเวลาผมไปเป็นแขกร่วมบรรยายในงานต่างๆ ผมมักพาเจ้าปูนปั้นไปด้วย ให้เขาเห็นงานของปะป๊าและให้เขาได้เจอคนเยอะๆ บทสนทนาก็จะเยอะตามไปเอง

ผมเคยอ่านเจอมาว่าการเล่าเรื่อง พูดคุยกันเยอะๆ ระหว่างพ่อ แม่ และ ลูก ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ถ้าเราเป็นนักเล่าเรื่องราวที่ดีและได้เราได้เล่าถ่ายทอดประสบการณ์ให้เขามากพอ เราก็ไม่ต้องไปกดดันว่าให้เขาเป็นโน่นเป็นนี่ แต่ขอให้เชื่อว่า เราได้อธิบายให้เจ้าตัวเล็กรู้แล้วว่า

 

‘ภูเขามีหลายลูก ปูนปั้นชอบลูกไหน เลือกตามใจเจ้าเถิด’

 


 แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่

www.facebook.com/Poonpun.Poonpoon นะครับ

บทความโดย: บรรทัดที่สิบเอ็ด (พ่อเอก-จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์)

 

 

Tags

วิธีทำความสะอาด ก่อนเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่

วิธีทำความสะอาด ก่อนเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่

แค่รู้จุดสำคัญของระบบปล่อยของเสียในตัวลูก แม่ก็เปลี่ยนผ้าอ้อมได้สบายแล้วค่ะ

เปลี่ยนผ้าอ้อมลูกสาว

  • การทำความสะอาด ให้เช็ดจากแคมด้านหน้าลงไปที่ก้น และเปิดแคมด้านในทำความสะอาดด้วย
  • เด็กหญิงอาจมีไขหุ้มทารก ซึ่งเป็นส่วนที่ปกป้องผิวของเขาตอนอยู่ในท้องแม่ และออกมาทางช่องคลอดได้ อาจติดอยู่แถวๆ ปากช่องคลอด ไม่ต้องตกใจ แค่เช็ดออกเท่านั้น
  • ถ้าต้องล้างทำความสะอาดมากๆ ต้องล้างให้ดีจริงๆ และไม่ใช้สบู่ เพราะถ้าล้างไม่สะอาดและคราบสบู่ออกไม่หมดอาจทำให้ลูกติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

เปลี่ยนผ้าอ้อมลูกชาย

  • ก่อนทำความสะอาด ให้วางผ้าอ้อมสะอาดหรือผ้าเช็ดปิดจุ๊จุ๊ไว้กั้นเจ้าจอมทะเล้นพ่นน้ำพุใส่ ข้อนี้ต้องรู้ทันฃ
  • ทุกครั้งที่ทำความสะอาด นอกเหนือจากบริเวณจุ๊จุ๊แล้ว อย่าลืมยกถุงอัณฑะและเช็ดให้ทั่วด้วย
  • ตอนใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ ช่วยจัดจุ๊จุ๊ของเขาให้นอนลง และให้อยู่ตรงกึ่งกลางผ้าอ้อม กันรั่วนั่นเอง (ถ้าเห็นจุ๊จุ๊ของลูกยืนตรงก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติ ค่อยๆ จับให้นอนลงได้)

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง