งานวันเด็กแห่งชาติ Kids Carnival : เทศกาลแห่งความสุข …สนุก เหนือจินตนาการ

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2559 : พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2559 ภายใต้คำขวัญ “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” โดยมี พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียน ผู้ปกครอง และสื่อมวลชน เข้าร่วมกว่า 100 คน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 59 ซึ่งจากประวัติของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2498 ด้วยหลักคิดสำคัญ 3 ประการ คือ เพื่อให้ประชาชนและผู้ใหญ่ให้ความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน เพื่อกระตุ้นเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ให้มีการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมตนเอง และเพื่อให้งานวันเด็กทุกๆ ปี มีส่วนช่วยในการพัฒนาเด็กด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่แล้ว โดยเฉพาะงานสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดำเนินการคือ การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ที่จะต้องเริ่มพัฒนาเด็กตั้งแต่ตัวเล็กๆ ระดับอนุบาล เพื่อที่จะสร้างคนพันธุ์ใหม่ (Generation) ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม และจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย

กระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่กำลัง เติบโตและพร้อมสู่การเป็นอนาคตของชาติอย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ว่า “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” และสำหรับการจัดงานวันเด็กในปีนี้ได้ใช้แนวคิด “Kids Carnival : เทศกาลแห่งความสุข …สนุก เหนือจินตนาการ” เน้นความสนุกสำหรับเด็กด้วยกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การฝึกทักษะตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ กิจกรรมโตไปไม่โกงและกิจกรรมสนับสนุนการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะมอบให้ในวันเด็กแห่งชาติปีนี้

ซึ่งต้องขอฝากให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นครู พ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ ช่วยกันนำคำขวัญไปสื่อสารและถ่ายทอดให้เด็กได้เข้าใจถึงความหมายของทั้ง 4 คำ คือ “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ที่จะสอดรับกับมิติใหม่ของการศึกษาไทย ที่มิใช่สอนให้เด็กท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสื่อสารให้เด็กเข้าใจความหมาย เมื่อเข้าใจก็คิดวิเคราะห์ได้ และเมื่อนั้นเด็กก็จะนำไปปฏิบัติได้ด้วย

สำหรับกิจกรรมหลักวันเด็กปีนี้ ประกอบด้วย

1) กิจกรรมการนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ประจำปี 2558  เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทและโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2559 เวลา 13.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สำหรับปีนี้มีเด็กและเยาวชนได้รับการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 772 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 544 คน เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 228 คน

2) กิจกรรมพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ส่วนกลาง ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 ณ สนามเสือป่า เวลา 8.30-18.00 น. โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

3) กิจกรรมพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 ตั้งแต่เวลา 8.30 น.เป็นต้นไป ที่กระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 12 จังหวัดยะลา และในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดงาน

สำหรับหนังสือวันเด็กประจำปี 2559 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิมพ์หนังสือวันเด็กแห่งชาติโดยใช้ชื่อว่า “ร้อยรักเป็นหนึ่งเดียว” โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วรธัมโมวาทของผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช คำขวัญและสารของนายกรัฐมนตรี สารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,
ส่วนที่ 2 ผลงานของนักเขียนรับเชิญ ได้แก่ นิทานของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี เรื่อง พระอรหันต์อยู่ไหน และบทความสร้างแรงบันดาลใจจากน้องทาม เด็กชายวรรธนะ คำอินทร์ หนูน้อยนักปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “Bike for Mom” และกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “Bike for Dad, ส่วนที่ 3 ผลงานเขียนของนักเรียน โดยได้จัดพิมพ์จำนวน 3 แสนเล่ม

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมกิจกรรมสำหรับเยาวชนที่เข้ามาร่วมงาน จากแนวคิด “Kids Carnival” โดยภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

– Zones Smart Kids ประกอบด้วยนิทรรศการเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ กิจกรรมฝึกทักษะด้านกีฬา และกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารและภาษาอาเซียน

– Zone Happy Kids ประกอบด้วยเวทีตำรวจ การขายขนมราคาถูกแบบไม่มีคนขาย (จ่ายเงินทอนเงินเอง) การเก็บขยะมาแลกกับการให้อาหารม้าหรือให้นมปลาคราฟ การเขียนการ์ดให้กำลังใจผู้ป่วยเด็ก สวนสัตว์ขนาดเล็ก (Mini Zoo) เป็นต้น

– Zone Plearn Kids ประกอบด้วยกิจกรรมร้องเพลง กิจกรรมการเต้น กิจกรรมฝึกทักษะด้านศิลปะ วาดภาพ ระบายสี เพ้นท์หน้า ตามความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ

– Zone Kids Land ประกอบด้วยกิจกรรมบนเวทีกลาง อาทิการแสดงความสามารถของนกเหยี่ยวการแสดงจากซุปเปอร์ฮีโร่ การแสดงจากแมสคอท การเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นต้น


ถ่ายภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
กราฟิก : บัลลังก์ โรหิตเสถียร

พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดุสิต กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ ตลอดจนผู้ปกครองและประชาชน ทั้งภายในบริเวณงานและโดยรอบการจัดงานอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ งานวันเด็กแห่งชาติที่สนามเสือป่า จะเปิดให้เด็ก เยาวชน และประชาชน มาร่วมงานในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 ตั้งแต่เวลา 8.3018.00

ที่มาจากเว็บไซต์ moe.go.th

Tags

IKEA Children's day

อิเกีย ชวนคุณหนูๆ มาร่วมเป็นเชฟตัวน้อยในกิจกรรมวันเด็กปีนี้

วันเด็กปีนี้ อิเกียขอเชิญคุณหนู ๆ มาสนุกกับการสวมบทบาทเชฟตัวจิ๋วในกิจกรรม “เชฟตัวน้อยเข้าครัว” ร่วมทำเมนูแซนวิช และทำแยมผลไม้รสโปรดด้วยตัวเอง พร้อมทั้งรับไอศครีมอิเกียฟรีทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ทั้งความสนุก แล้วยังได้กล่องอาหารกลางวันคุณหนู รุ่น TJENIS/เชนิส เป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปอีกด้วย (มีจำนวนจำกัด)

งานนี้น้องๆ หนูๆ ที่สูงไม่เกิน 130 ซม. ห้ามพลาด! กับกิจกรรมวันเด็กสุดสนุกที่อิเกีย บางนา วันที่ 9 -10 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. เพียงลงทะเบียนหน้างาน ฟรี! พิเศษ สำหรับสมาชิกชาวสมอลส์รับสิทธิพิเศษแลกรับมีทบอลผัก 5 ลูก ฟรี! เฉพาะวันเด็กนี้ที่ร้านอาหารอิเกีย (จำนวนจำกัด)

สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครเป็นพลเมืองชาวสมอลล์ได้ฟรีในวันงาน เพียงชวนคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองมาที่อิเกีย พร้อมนำสำเนาเอกสารยืนยันอายุ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ฯลฯ มาสมัครก็รับสิทธิ์พิเศษได้ทันที

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.IKEA.co.th/smales

คริสปี้ ครีม ให้คุณออกแบบโดนัทได้อย่างใจ กับ คริสปี้ ครีเอชั่น โดนัท

คริสปี้ ครีมเปิดโลกแห่งจินตนาการความอร่อย เอาใจคุณหนูๆ ด้วย“คริสปี้ ครีเอชั่น โดนัท”กับชุดออกแบบสร้างสรรโดนัทหน้าใหม่สุดเก๋ในสไตล์ของคุณ แบบเอ็กคลูซีฟในราคาเพียงชุดละ 186 บาทประกอบด้วย คริสปี้ ครีม ออริจินัล เกลซ 1 ชิ้น, ช็อกโกแลต, ไวท์ ช็อกโกแลตที่มาพร้อม สปริงเกิ้ล หลากสี นอกจากนี้ คริสปี้ ครีม ยังเพิ่มความสนุกทางความคิดด้วยหมวกกระดาษคริสปี้ ครีม 1 ใบ และสีเทียน สำหรับขีดเขียนไอเดีย1 กล่อง (มี 4 แท่ง)

มาร่วมแต่งแต้มสีสัน ความอร่อยให้คริสปี้ ครีม โดนัทในแบบของคุณ กับคริสปี้ ครีเอชั่น โดนัท ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม– 7 กุมภาพันธ์2559 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 22 สาขา ใกล้บ้านคุณ

ติดตามความเคลื่อนไหวคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th และwww.facebook/krispykremethailandfanpage

Tags

“ประสานมิตร” โรงเรียนคิดบวก

ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว สำนักพิมพ์ประสานมิตร ผู้สร้างสรรค์ตำราเรียนคุณภาพที่อยู่คู่กับวงการศึกษาไทย มายาวนาน ได้ก่อตั้งโรงเรียนประสานมิตรขึ้น โดย คุณวรพร ทรัพย์ทวีพร และคณาจารย์นักวิชาการ ด้านคุรุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ จนถึงวันนี้ผู้บริหารรุ่นที่สองอย่างครูตุ๊ก พัชรี เวชยันต์วิวัฒน์ ลูกสาวของคุณวรพร ยังคงยึดมั่นเจตนารมณ์ของคุณแม่ไว้อย่างแน่วแน่ด้วยการมอบความรู้และความรักให้แก่นักเรียนด้วยดีเสมอมา แต่เธอไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ยังคงปรับตัวและหาวิธีการสอนให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาสมองเอ็นแอลพี ที่เริ่มต้นใช้ครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2557 แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว เราไปทำความรู้จักกับโรงเรียนประสานมิตรและหลักสูตรภาษาสมองกันดีกว่าค่ะ

 

            หลักสูตรภาษาสมอง NPL

ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่หลายคนบอกว่า “อยู่ยาก” ครูตุ๊กเล็งเห็นถึงปัญหาและนำไปสู่การศึกษาเพื่อหาวิธีพัฒนาการเรียนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กๆ มีสภาพจิตใจที่แข็งแรง เข้าใจสภาพแวดล้อม สามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมอบความรักความเข้าใจให้แก่คนรอบตัวได้ “ครูตุ๊กเคยเข้าเรียนคอร์สของครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนความคิดและมุมมองในหลายๆเรื่อง รู้สึกเข้าใจตัวเองมากขึ้น และนำมาปรับใช้ในชีวิตในครอบครัว ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมาก จึงสนใจวิธีการนี้จริงจังและนำมาปรับใช้ในโรงเรียน ซึ่งหลักสูตร NPL (Neuro Linguistic Programming) จะช่วยให้เด็กมีแนวคิดเชิงบวกทุกมิติ พัฒนาอัจฉริยภาพ และครอบคลุมถึงการฟังพูดอ่านเขียน ทำให้เด็กอ่านหนังสือแล้วเข้าใจมากขึ้น โดยจะมีเทคนิคที่ช่วยให้เด็กลบบางอย่างทิ้ง และทำให้เด็กจำได้แม่นขึ้น ซึ่งที่ต่างประเทศก็มีการสอนรูปแบบนี้อยู่ แต่สำหรับประเทศไทยเราเป็นโรงเรียนแรกที่เริ่มใช้”

prasarnmit-2

            ค้นหาศักยภาพด้วยนวัตกรรมนำสมัย

ครูตุ๊กเล่าให้เราฟังว่า นอกจากหลักสูตรภาษาสมองแล้ว ทางโรงเรียนยังร่วมมือกับสถาบันพัฒนาศักยภาพปัญญธารา (P-Pac) ในเครือบริษัทซีพีฯ นำนวัตกรรมการวิเคราะห์ลายผิว (Finger Scan) มาใช้กับเด็กๆในโรงเรียนเพื่อค้นหาศักยภาพที่โดดเด่นของเด็กแต่ละคนตามทฤษฎีพหุปัญญา “โครงการ P-Pac in Education มีค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป โดยจะวิเคราะห์เกี่ยวกับผลด้านการศึกษา ซึ่งผลสแกนจะทำให้ทราบถึงศักยภาพ ลักษณะนิสัย วิธีการเรียนรู้ บุคลิกภาพและความสามารถเฉพาะของเด็ก เช่น เด็กบางคนรับข้อมูลแล้วต้องใช้เวลากลั่นกรองนาน หรือบางคนรับแล้วพูดออกมาเลย การวิเคราะห์ P-Pac จะช่วยให้ครูผู้สอนมีแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กคนนั้นๆ รวมถึงหาวิธีกระตุ้นการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กแต่ละคนด้วย ซึ่งจากที่ผ่านมาเราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กที่ร่วมโครงการอย่างชัดเจน”

 

สุดท้ายถึงแม้ว่าการวิเคราะห์ P-Pac จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีสิ่งสำคัญที่ครูตุ๊กอยากฝากไว้ “ถึงแม้ว่าการสแกนจะทำให้เรารู้ว่าเด็กมีศักยภาพมากแค่ไหน โรงเรียนสามารถส่งเสริมได้ถูกที่ถูกทาง แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือครอบครัว การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นก็ต้องอาศัยแรงของพ่อแม่ที่ช่วยส่งเสริมลูกเช่นกันค่ะ”

 

 

Information

โรงเรียนประสานมิตร เปิดสอนระดับเตรียมอนุบาล – ประถมศึกษาตอนปลาย

เลขที่ 59/573 หมู่บ้านพรร่มเย็น ถนนเสมาฟ้าคราม-ลำลูกกา คลอง 2 จังหวัดปทุมธานี 12130

โทร. 0-2987-6601-2 เวบไซต์ www.psm.ac.th

 

Tags

ครอบครัวหนังสือ รุ่น 2

ฝึกทำหนังสือพร้อมวาดภาพกันเถอะ กับโครงการ ‘ครอบครัวหนังสือ’ รุ่น 2!

โครงการครอบครัวหนังสือ รุ่น 2 เชิญชวนเด็กๆ อายุ 7-9 ปี ส่งใบสมัคร พร้อมเรียงความสั้นๆ เรื่อง “หนังสือ” โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวันเสาร์และกลุ่มวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 16-17 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

โครงการ ‘ครอบครัวหนังสือ’ เป็นหนึ่งในโครงการพื้นฐานประชาชนของศูนย์เรียนรู้และพัฒนาหนังสือไทย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิวิชาหนังสือ โดยมีแนวคิดให้เรื่องหนังสือเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิต สัมผัสจับต้องได้ ค้นหาคำตอบได้ ฝึกฝนได้ ในเวลาอันสั้น ในการอบรมครั้งนี้ เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่จะได้รู้จักกระบวนการทำหนังสือ ตั้งแต่การเข้าเล่มหนังสือ การทำภาพประกอบ และส่งไปสู่ขั้นตอนการจัดพิมพ์แบบหนังสือจริงทุกประการ จนสำเร็จเป็นรูปเล่มและได้รับเป็นของที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย

โครงการนี้รับเพียง 25 ครอบครัวที่มีลูกอายุ 7-9 ขวบ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองจะต้องมาร่วมเรียนกับลูกด้วยทุกครั้ง และโปรดระบุในใบสมัครด้วยว่าจะเข้ากลุ่มใด ระหว่าง 1. กลุ่มวันเสาร์ และ 2. กลุ่มวันอาทิตย์

ระยะเวลาอบรมมีทั้งหมด 3 ครั้ง ผู้สมัครจะต้องมาได้ครบทั้ง 3 ครั้ง  การอบรมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มวันเสาร์ : วันเสาร์ ที่ 16 และ 23 มกราคม และครั้งสุดท้าย 6 กุมภาพันธ์ 2559

กลุ่มวันอาทิตย์ : วันอาทิตย์ ที่ 17 และ 24 มกราคม และครั้งสุดท้าย 7 กุมภาพันธ์ 2559

เวลา 13.00 น.-16.00 น. ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ถนนราชดำเนิน

ผู้สนใจสมัคร กรุณาเขียนจดหมายแจ้งความประสงค์และเจตจำนงที่จะร่วมโครงการ พร้อมเรียงความ หัวข้อ “หนังสือ” จ่าหน้าซอง ส่งถึง ‘โครงการครอบครัวหนังสือ’ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อาคารธนาลงกรณ์ ชั้น 7 ถนนบรมราชชนนี  เขตบางพลัด ธนบุรี กรุงเทพฯ 10700

รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาหนังสือไทย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย คุณอารียา สุภาพ และคุณณัฐเดช ปราการสมุทร โทร. 0 2422 8824 หรือทาง www.facebook.com/thaibooks.studies

งานวันเด็ก 2559 ที่ Farm de Lek

ไปเล่นกลางแจ้ง ใกล้ชิดธรรมชาติ ในงานวันเด็ก 59 ที่ Farm de Lek กัน! 9-10 ม.ค. นี้

Farm de Lek (ฟาร์ม เดอ เล็ก) หรือฟาร์มตาเล็ก ซึ่งเป็นฟาร์มที่ทำการเกษตรขนาดเล็กที่เน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านธรรมชาติและกิจกรรมต่างๆ ภายในฟาร์ม มีแนวคิดในการจัดกิจกรรมพิเศษในโอกาสพิเศษวันเด็กแห่งชาติในปี 2559 ให้เด็กๆ และครอบครัวได้ออกนอกเมืองมาสัมผัสกิจกรรมที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กๆ และเยาวชนได้มีประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ในวันที่ 9 – 10 มกราคม 2559 เวลา 09.30 – 16:30 น. ฟรี!**

childrens-farm-day-farm-de-lek-08

โดย Farm de Lek ได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจในชุมชน ได้แก่ Equestrian Paradice, โรงเรียนสอนการบิน BAC และ ฟาร์มหมอปอ ในการจัดกิจกรรมวันเด็ก ภายใต้แนวคิด “Happiness is to Share” ภายในงานจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและมีการแสดงมากมาย อาทิ กิจกรรมใกล้ชิดและให้อาหารสัตว์นานาชนิด, กิจกรรมการเล่นสนุกกลางแจ้ง, กิจกรรมศิลปะ, การแสดงขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง, พาเหรดม้า, การแสดงความสามารถของสุนัขช่วยชีวิต รวมถึงการจัดตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรขนาดย่อมและอาหารเพื่อสุขภาพ

เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ ทางฟาร์มเดอเล็กขอความร่วมมือจากผู้เข้าชมงานดังนี้ค่ะ

  1. ทุกคนจะต้องนำขยะที่ไม่ใช้แล้ว มาลงทะเบียนในวันที่ร่วมงานอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้น
  2. นำถุงผ้าและภาชนะส่วนตัวมาใช้ในการซื้อของและรับประทานอาหาร-เครื่องดื่มภายในงาน
  3. โทรศัพท์แจ้งจำนวนคนและวัน/เวลาที่จะมาร่วมกิจกรรม เพื่อเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านค่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถสอบถามรายละเอียดและแจ้งความจำนงเพื่อรับหมายเลขลงทะเบียนและสูจิบัตรงานได้ที่เบอร์ 098-463-8223, 081-832-7848, 02-539-1857 หรือ inbox ไปที่ Facebook แฟนเพจ Farm de Lek ค่ะ

** หมายเหตุ มีบางกิจกรรมที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ Adventure Zone, Little Pony Ride, บูธแต่งหน้าแฟนซี, Tattoo และการซื้อผลิตภัณฑ์ในตลาดนัดอาหารและผลิตภัณฑ์การเกษตร

เล่นสนุกได้เรียนรู้ที่ “KiDO”

“ลูก” เปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนและแรงกระตุ้นที่ดีที่สุดสำหรับพ่อแม่ บางคนชีวิตเปลี่ยนไปเพราะมีลูก หลายคนเริ่มธุรกิจของตัวเอง หลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากลูก หนึ่งในนั้นคือคุณแม่ลูกสองคนนี้ ครูเอ๋ ชลิดา วัฒนคุณ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง KiDO Educare Center ซึ่งเป็น One Stop Shop แบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ทั้งดูแลและส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านให้แก่เจ้าตัวเล็กแบบจัดเต็ม

สำหรับลูกต้องสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น

“KiDO เริ่มต้นจากที่เราอยากหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูก แต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วบ้านเรายังไม่มี One Stop Shop แบบที่ต้องการเลย คือเราเชื่อในการเรียนรู้แบบธรรมชาติ เพราะเด็กวัยก่อนเข้าอนุบาลงานหลักของเขาคือการเล่น เขาต้องเรียนรู้ผ่านการเล่น และไม่ใช่การเร่งเรียนเขียนอ่าน แต่เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาล ซึ่งตอนนั้นเราหาไม่ได้ ก็เลยคิดว่าทำเองดีกว่า”

KiDO เริ่มต้นเปิดตัวโดยเป็นสถาบันเสริมทักษะ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ครูเอ๋ตามหา “KiDO ในช่วงแรกจะเปิดในพื้นที่การศึกษาของห้างสรรพสินค้า และเริ่มจากกิจกรรมเสริมทักษะ มีคลาสต่างๆ หลากหลาย ซึ่งตอนนั้นเราสังเกตว่าเวลาเด็กๆ และพ่อแม่มาทำกิจกรรมกับเรา อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 45 นาที มันแทบไม่ได้ผลทางด้านพัฒนาการเลย เราเลยคิดว่าถ้าเป็น Daycare ที่มีความต่อเนื่องในการเรียนรู้ และเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ตลอดสัปดาห์ เราก็จะสามารถช่วยดูแลเรื่องพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ”

 

            Care & Education

เมื่อ Care และ Education มารวมอยู่ด้วยกัน เด็กๆ ที่ KiDO จึงได้รับทั้งกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการ ควบคู่กับการดำเนินกิจวัตรประจำวัน อย่างถูกสุขลักษณะ เติบโตอย่างมีความสุข มีพัฒนาการที่เป็นไปตามช่วงวัย “สิ่งที่ทำวันนี้ ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างชัดเจน ซึ่งจากประสบการณ์การทำ Daycare 10 กว่าปีที่ผ่านมา เรารู้เลยว่า เด็กมีศักยภาพสูงมาก ถ้าเขาได้รับการกระตุ้นและการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง เขาจะสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด และ KiDO พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้

kido-3                ส่วนในเรื่องการดูแลเด็ก ที่นี่มีอัตราส่วนเจ้าหน้าที่ต่อเด็กดีที่สุดในประเทศ “ช่วง 4 ปีแรก เด็กๆ ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการการตอบรับ ต้องการปฎิสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้เขา ถึงแม้ระบบของ Daycare จะไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ประกบเด็กแบบ 1 ต่อ 1 ได้ แต่เรา เราให้ความสำคัญกับเรื่องอัตราส่วนเจ้าหน้าที่ต่อเด็กมาก สำหรับเด็กเล็กเราให้เจ้าหน้าที่ 1 คนดูแลเด็ก 3 คน พอโตขึ้นมาหน่อย ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ 1 คนต่อ เด็ก 4-5 คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงมากสำหรับการดูแลเด็กใน Daycare”

 

สนุกกับเรื่องรอบตัว

คอนเซ็ปต์หลักของที่นี่ คือต้องการให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องรอบๆ ตัว “เราเน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น ปลูกฝังให้เขาสนุกกับการเรียนรู้ เพราะเราเชื่อว่าถ้าเด็กสนุกกับการเรียนรู้ เขาจะมีความใฝ่รู้ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา และนั่นคือการต่อยอดให้เขาสามารถเติบโตเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุขกับชีวิต

ที่สำคัญเราให้เด็กๆ เรียนรู้จากของจริง เป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการให้เด็กสามารถคิดต่อยอดและเชื่อมโยงได้ ตัวอย่างเช่น Weekly Alphabet Theme สัปดาห์นี้เรียนพยัญชนะ A เป็น A for Ant ทั้งนิทาน บทเพลง บทกลอน ศิลปะ ก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเจ้ามดทั้งหมด อย่างเริ่มเรียนวันแรกของสัปดาห์ เราก็เอาหุ่นมดมาเรียงกันให้นับ นับตัว นับขา นับตา นับหนวด เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้เรื่องตัวเลข ลองเปรียบเทียบกับของตัวเอง วันต่อมาเราเล่นบทบาทสมมติ ถ้าเด็กๆ เจอมด ต้องทำอย่างไง จับมันได้ไหม มดกัดเราได้นะ ถ้าโดนกัดแล้วจะเป็นอย่างไร ถามเพื่อให้เด็กๆ ได้แสดงความคิดของเขา ซึ่งคำถามของเราจะเน้นเป็นคำถามปลายเปิด เพื่อให้เขาได้คิดต่อ คิดได้แบบเปิดกว้าง ไม่ใช่จบที่คำตอบใดคำตอบหนึ่งเสมอ”

 

พ่อแม่มีส่วนร่วมในการพัฒนาลูก

นอกจากจะมีกล้องวงจรปิดให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูลูกผ่านอินเทอร์เนตได้แล้ว หน้าที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่คือการทำกิจกรรมต่อยอด กับลูกที่บ้าน “เรามี Communication Bookให้คุณพ่อคุณแม่ทราบเรื่องคอนเซ็ปต์การเรียนในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้สามารถกลับไปต่อยอดกับลูกที่บ้านได้ อ่านบทกลอน เล่านิทาน หรือเล่นให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ที่ลูกได้เรียนมา นอกจากนี้เรายังมีการประเมินพัฒนาการ ตรวจสุขภาพ ตรวจช่องปาก ทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกมีพัฒนาการสมวัยไหม ทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ภาษา และถ้าลูกมีพัฒนาการสมวัย จะมีกิจกรรมอะไรที่สามารถทำที่บ้านได้ เพื่อกระตุ้นให้เขามีพัฒนาการดีขึ้นไปอีก หรือถ้ามีพัฒนาการล่าช้าในบางเรื่อง เราก็จะสื่อสารกับผู้ปกครอง ให้โอกาสเด็กๆได้ฝึกฝน และประเมินซ้ำหลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่ง แต่เราจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอว่าต้องช่วยกันนะคะ เราประสานงานกันระหว่าง KiDO กับครอบครัว เพื่อช่วยกันดูแลเจ้าตัวเล็กเป็นทีม คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทน หนักแน่น สม่ำเสมอ ต้องมีวินัย ต้องให้เวลา อย่าใจร้อนแล้วจะเห็นผลแน่นอน”

 

สุดท้ายครูเอ๋ฝากมาบอกคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ว่า “สิ่งสำคัญในการเรียนรู้ของลูกไม่ใช่เทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุด แต่คุณพ่อคุณแม่คือแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดของลูก ก่อน 4 ขวบ อย่าปล่อยลูกให้อยู่แต่กับทีวี เกมคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพราะมันจะส่งผลต่อพัฒนาการของลูก ของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกวัยนี้คือพ่อแม่ การได้ปฏิสัมพันธ์กันพูดคุยสบตากัน ลูกจะมีพัฒนาการที่ดีกว่า และนี่คือเหตุผลที่เราอยู่ตรงนี้ เพราะเราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่”

 

kido-2

Parent’s Voice 

“สิ่งที่เราคาดหวังจาก KiDO คือ อยากให้ลูกมีวินัย มีระเบียบ เข้าสังคมได้ ซึ่งผ่านไปแค่ 2 เดือนกว่าๆก็เห็นผลชัดแล้ว อย่างแต่ก่อนเขาเล่นของเล่นแล้วไม่เก็บ เดี๋ยวนี้ก็เล่นเองเก็บเอง โดยไม่ต้องบอก หรือเวลากินข้าวก็อยากกินด้วยตัวเอง แม่ไม่ต้องป้อน เก็บจานได้เอง รู้สึกเขามีความรับผิดชอบมากขึ้น การเข้าสังคมก็ดีขึ้นด้วย” คุณพ่อคุณแม่น้องซาวี (อายุ 2 ขวบ 2 เดือน)

 

“ครั้งแรกที่เข้ามาดูประทับใจเรื่องความปลอดภัยและความสะอาด พอตรงนี้ผ่านก็ลองให้ลูกมาเรียนดู ลูกติดใจมาก แฮปปี้กันทั้งบ้าน สังเกตว่าเขาร่าเริงมากขึ้น เรื่องวินัยดีขึ้น เดี๋ยวนี้การพาไปห้างไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ก่อนนี่ทิ้งตัวลงพื้นเลย เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก เราก็สบายใจ อีกอย่างที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยยกมือไหว้ใครเลยนะ ไหว้แต่พระ ตอนนี้ก็มือไม้อ่อนไหว้ง่ายขึ้น ประทับใจผู้ใหญ่ที่บ้านมาก แต่การมาเรียนที่นี่ไม่ใช่ได้เฉพาะลูกเท่านั้น พ่อแม่ก็ได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูก ได้คำแนะนำ เป็นการเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน” คุณพ่อน้องก้อง (อายุ 2 ขวบ)

 

Information

รับเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือน-4 ขวบ

KiDO Services:

Daycare จันทร์-ศุกร์ 7.30 น.-18.00 น. (สามารถเลือกได้แบบเต็มวัน / ครึ่งวัน / รายวัน / รายชั่วโมง)

After School 14.30 น.-18.00 น.

KiDO Camp แคมป์แสนสนุกทุกปิดเทอม

สนใจติดต่อ: 09-5364-1986 www.kidothailand.com

 

 

Tags

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ความลงตัวของ “หลักสูตรสองภาษา”

ถ้าพูดถึงโรงเรียนสองภาษา หรือ Bilingual ในประเทศไทยก็มีอยู่หลายแห่งที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ แต่สำหรับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ที่นี่ไม่ได้เน้นเฉพาะเรื่องภาษาเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังทักษะรอบด้านให้แก่เด็กๆ เพื่อการก้าวสู่โลกกว้างอย่างมีคุณภาพในอนาคต เรียลพาเรนติ้งมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารคนเก่ง อย่าง ดร.อภิรมณ อุไรรัตน์ หรือคุณปิ๋ม เธอจะมาเล่าเรื่องราวของโรงเรียนแห่งนี้ให้เรารู้จักกันค่ะ

 

            หลักสูตรทวิภาษาแบบองค์รวม

            “บ้านเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษามานาน เราพบว่าปัญหาของเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถเก่งภาษาอังกฤษได้ ไม่ว่าจะเรียนมากี่สิบปี เราจึงหาหลักสูตรที่จะมาช่วยเติมเต็มในส่วนที่มันหายไป ดังนั้นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับเด็กไทย คือหลักสูตรสองภาษา เราจึงนำหลักสูตรนานาชาติเข้ามาผสมผสานกับหลักสูตรไทย ทำให้เกิดหลักสูตรที่เรียกว่าทวิภาษาแบบองค์รวม ซึ่งจะทำให้เด็กพูดได้ทั้งสองภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ มีความสามารถในเรื่องการคิดวิเคราะห์ มีความเป็นผู้นำ กล้าแสดงออก นอกจากนี้เรายังทำวิจัยควบคู่ไปเรื่อยๆ เพื่อปรับพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะกับผู้เรียนจริงๆ”

 

            เตรียมความพร้อมให้น้องอนุบาล

            โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิตเปิดรับเด็กตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลหรือ Toddler ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ทั้งในเรื่องความปลอดภัยของสถานที่และบรรยากาศการเรียนรู้นั้นเอื้อต่อความต้องการของเด็กๆ ส่วนในเรื่องการเรียนการสอนจะเน้นเรื่องเตรียมความพร้อมก่อน

“เราเชื่อว่าก่อนที่เด็กจะเรียนรู้ได้ดี เขาต้องพร้อมก่อนทั้งด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ เพราะเมื่อพร้อมแล้วเขาก็จะเรียนอย่างมีความสุข อีกเรื่องหนึ่งคือเราต้องการให้เขาเป็นคนที่อยากจะเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เขามีความสุขที่จะเรียนรู้ ความอยากตรงนั้นจะเกิดเมื่อเขาพร้อม ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเร่งให้เขาโตเร็ว ไม่ต้องให้อ่านหนังสือพิมพ์ได้ตั้งแต่ 3 ขวบ ค่อยๆให้เขาเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นเราจึงจัดคุณครู 3 ท่านที่เป็นทั้งเนทีฟสปีกเกอร์และคุณครูไทยเข้าไปอยู่กับเด็กๆในห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องภาษาและสร้างบรรยากาศให้เหมาะต่อการเรียนรู้แบบสองภาษาต่อไปในระดับที่สูงขึ้น”

129-satit

            ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพี่ประถม

            เมื่อเข้าสู่ระดับประถมศึกษา ทางโรงเรียนก็ยังเน้นเรื่องการเรียนรู้แบบมีความสุข ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย “ในเรื่องวิชาการบางคนอาจจะคิดว่ามีความสุขแล้วจะต้องไม่เก่ง จริงๆมีความสุขแล้วก็เก่งด้วยได้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนรู้แบบมีความสุขแล้ว เรายังนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน อย่างโครงการห้องปฏิบัติการไอแพด ซึ่งเป็นการศึกษาและค้นคว้าของทางคุณครู ทางโรงเรียนนำมาพัฒนาระบบและใช้ในการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ”

 

            ถึงเวลาเรียนรู้โลกกว้างของพี่มัธยม

สำหรับระดับชั้นมัธยมโดยเฉพาะมัธยมฯปลายนั้น ทางโรงเรียนจะเน้นเรื่องทักษะชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ “ในช่วงมัธยม เด็กๆจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร ซึ่งโรงเรียนจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ประสบการณ์จริง เน้นการออกไปข้างนอก ไปดูโลก ไปเรียนรู้ ไปแลกเปลี่ยน ไปต่างประเทศ เพราะเราเชื่อว่าการที่เด็กออกไปเห็นโลกข้างนอก เขาจะมีความมั่นใจมากขึ้น แล้วเขาก็จะรู้ว่าในโลกกว้าง เขาจะเอาตัวเองไปยืนอยู่ที่จุดไหน”

นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังมีหลักสูตรสายศิลปะการประกอบอาหาร (เชฟ) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นโรงเรียนแรกในประเทศไทยอีกด้วย

“หลักสูตรนี้เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่สร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมีทางเลือกตามสิ่งที่อยากเรียนรู้และสนใจ เป็นความร่วมมือจากวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต เรามีห้องเรียนศิลปะการประกอบอาหารและห้องปฏิบัติการ เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการในสายการประกอบอาชีพมากขึ้น”

 

Information

129-satit-2โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต (หลักสูตรสองภาษา)

เปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนปลาย

ที่อยู่ 52/347 ถนนพหลโยธิน เมืองเอก ต.หลักหก เมืองปทุมธานี 12000

โทร. 02 792 7504 เว็บไซต์ www.sbs.ac.th

 

สัมภาษณ์และเรียบเรียง นันทวรรณ์ ภู่ศรี
ภาพ กัญชนิกา เมืองวงษ์ และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต

Tags

“อนุบาลกลมเกลียว” ครอบครัวใหญ่ ฉบับโฮมเมด (จาก ฉบับกันยายน 2558)

 

ถ้าให้นิยามคำว่าโรงเรียน บางคนอาจจะบอกว่าคือสถานที่ๆให้ความรู้ ให้การศึกษา แต่ยังมีอีกครอบครัวหนึ่งที่เขามองได้ลึกกว่านั้น และเรามีโอกาสได้พูดคุยกับครอบครัวนี้ “ครอบครัวทัศนะบรรจง” ที่มีหัวเรือใหญ่คือ คุณทวีศักดิ์ ทัศนะบรรจงหรือ “คุณลุง” ของเด็กๆ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลกลมเกลียว และลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้น อย่างสองสาวผู้บริหารรุ่นใหม่ คุณญาณินท์ และคุณญาดา ทัศนะบรรจง

 

            โรงเรียนโฮมเมด

จุดเริ่มต้นของโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจในประสบการณ์ส่วนตัวของคุณทวีศักดิ์ที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งมีครอบครัวและมีลูก “ผมจบมาทางด้านสาธารณสุข มีหลายหน่วยกิตที่จะต้องเรียนเกี่ยวกับแม่และเด็ก พัฒนาการของเด็ก พอเราได้เป็นพ่อ ผมก็หวังว่าจะเดินตามสิ่งที่เรารู้มาเรียนมา แต่สิ่งที่เป็นกับสิ่งที่รู้ไม่เหมือนกันเลย เช่น เรารู้ว่า 6 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเด็ก เด็กต้องการอาหารดีๆ อากาศบริสุทธิ์ ต้องออกกำลังกายให้ร่างกายเจริญเติบโต นี่คือสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เป็นกลับตรงกันข้าม คือลูกเราไม่มีเวลากินอาหารเช้าดีๆ อากาศในกรุงเทพก็แย่สุดๆ พื้นที่สำหรับวิ่งเล่นออกกำลังกายก็มีน้อย ผมเลยคิดว่าสักวันหนึ่ง ถ้ามีโอกาส สิ่งแรกที่ผมอยากทำก็คือ ทำสิ่งที่รู้กับสิ่งที่เป็นให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด และวันนี้ผมก็ได้ทำแล้ว”

                เสิร์ฟอาหาร 3 มื้อ

            อาหาร อากาศ และสถานที่ออกกำลังกาย คือหัวใจหลักที่โรงเรียนให้ความสำคัญไม่แพ้การเรียน โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร โรงเรียนขออาสาดูแลอาหารหลัก 3 มื้อให้กับนักเรียนตัวน้อย โดยมีพ่อครัวคนพิเศษบรรจงสร้างสรรค์ คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หลานๆ “คุณลุง” ตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่งไปตลาดคัดสรรวัตถุดิบ ลงมือปรุงด้วยตัวเอง เลือกสิ่งที่เหมาะและเด็กๆ ชอบจริงๆ เช่น ผัดบวบ ก็ต้องเลือกบวบบ้านที่ลูกไม่โตนัก ไม่มีรสชม ผัดกับไข่ แอบไปดูเห็นเด็กๆกินกันเกลี้ยง แถมวันไหนใครอยากกินเมนูอะไร ยังมากระซิบบอกคุณลุงดังๆได้อีกด้วย

           ความประทับใจแรกของเราที่เห็นโรงเรียนแห่งนี้คือมีพื้นที่ให้เด็ก ๆ เล่นเยอะมาก แถมมีต้นไม้เยอะ ร่มรื่นจนไม่อยากเชื่อว่าอยู่ในเมืองใหญ่ ตัวอาคารและห้องต่าง ๆ ก็แบ่งสัดส่วนอย่างเหมาะสมและเหมือนบ้านมากกว่าโรงเรียน คุณทวีศักดิ์ ทัศนะบรรจง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเล่าให้เราฟังว่า

“เราใช้พื้นที่เป็น 3 เท่า คือ ห้องเรียน มีห้องน้ำห้องส้วมในตัวเพื่อความปลอดภัย ส่วนเวลานอนเราก็มีห้องนอนที่แยกออกไป ถึงจะนอนแค่วันละ 2 ชั่วโมง แต่เราก็ยอมลงทุน เหมือนเรามีบ้านเราก็ต้องมีห้องนอน เพราะครึ่งชีวิตเขาต้องมาโตที่นี่ เราก็อยากให้เขาโตในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม”

ที่นี่คงเป็นโรงเรียนแห่งเดียวที่เสิร์ฟอาหารหลักทั้ง 3 มื้อให้แก่เด็กๆ โดยมีพ่อครัวคนพิเศษบรรจงสร้างสรรค์คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หลาน ๆ “คุณลุง” ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปตลาด คัดสรรวัตถุดิบลงมือปรุงด้วยตัวเอง เลือกสิ่งที่เหมาะและเด็ก ๆ ชอบจริง ๆ เช่น ผัดบวบ ก็ต้องเลือกบวบบ้านที่ลูกไม่โตนัก ไม่มีรสขม ผัดกับไข่ แอบไปดูเห็นเด็ก ๆ กินกันเกลี้ยง แถมวันไหนใครอยากกินอะไรยังมากระซิบบอกคุณลุงดัง ๆ ได้อีกด้วย130-anubankom-2

นอกจะเป็นโรงเรียนของลูกๆแล้ว ที่นี่ไม่ได้ใส่ใจเฉพาะรายละเอียดของเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังนึกถึงทุกคนในครอบครัว “เรามีอุปกรณ์ฟิตเนสให้พ่อแม่ได้มาออกกำลังกาย มีที่จอดรถเยอะมาก ตอนเย็นๆพ่อแม่จะได้ขึ้นมาออกกำลังกาย ได้มากอดมาเล่นกับลูก เป็นบรรยากาศของครอบครัวใหญ่ เป็นสังคมเล็ก ๆ ของโรงเรียนเราที่เขาจะได้มาสังสรรค์กันทุกวัน ในอนาคตเราก็จะมีซีเนียร์แคร์เพื่อให้ปู่ย่าตายายมาอยู่โรงเรียนกับหลาน เรียกว่าเราพร้อมดูแลทุกคนในครอบครัวให้คุณ”

Information

โรงเรียนอนุบาลกลมเกลียว ที่อยู่ เลขที่ 65/24 ถนนโชคชัย 4 ซอย 75 (สุดซอย) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. 10230 โทร. 0-2942-0881 – 2 และ 08-1343-4873 www.klomkleoschool.ac.th

Tags

เติบโตตามธรรมชาติที่ “อนุบาลช้างเผือก” (จาก ฉบับสิงหาคม 2558)

ความประทับใจแรกของโรงเรียนแห่งนี้คือบรรยากาศภายในโรงเรียน ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ มีดิน มีทราย ให้เด็กๆ ได้สัมผัส และยิ่งได้พูดคุยกับสองผู้บริหารครูเกด – ภูวฤทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ และครูอั๋น – อันธิกา ภูวภิรมย์ขวัญ เราก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้นและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทั้งคู่ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เด็กๆจริงๆ

            ครูอั้นเริ่มต้นเล่าว่า “เราอยากเป็นครูอยู่แล้วและใฝ่ฝันว่าอยากมีโรงเรียนอนุบาลเป็นของตัวเอง โชคดีที่พวกเราทั้งคู่มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการศึกษา เราได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เห็นชีวิตของเด็กที่มีความสุข และเราก็มีลูก เราเลยตัดสินใจมาจัดการศึกษาให้ลูกกัน โรงเรียนอนุบาลเล็กๆแห่งนี้จึงเกิดขึ้นมา”

การเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้เน้นให้สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติของเด็กมากที่สุด “เราบูรณาการทั้งด้านวิชาการ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และจิตใจ เข้าไปสู่กระบวนการที่เด็ก ๆ ชอบ คือ การเล่น ศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว”

“อีกอย่างเรามีโรงเรียนพ่อแม่สำหรับอบรมผู้ปกครองใหม่ทุกคนก่อนที่จะตัดสินใจให้ลูกเข้าเรียนที่นี่ เพื่อให้พ่อแม่เกิดการตกตะกอนทางความคิด ทำให้เขารู้ว่าตัวเองเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาลูกให้ถึงขีดสูงสุดเช่นกัน จุดนี้ทำให้ทุกคนมาพบกันตรงกลาง มาช่วยกันเพื่อลูก ๆ ของเรา”

Information

โรงเรียนอนุบาลช้างเผือก ที่อยู่ เลขที่ 59 ซอยลาดพร้าว 124 ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 0-2934-1513 – 4 เว็บไซต์ www.changphueak.com

Tags

3 โรงเรียน เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว

ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี ทีมงานคอลัมน์ School Visit มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่มีบรรยากาศและหลักสูตรแตกต่างกันไป ทุกโรงเรียนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสร้างความประทับใจให้ทีมงาน สำหรับฉบับส่งท้ายปีเราขอเลือก 4 โรงเรียนที่ตรงกับคอนเซ็ปต์ Fami+link มาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

 

            อยู่กันอย่างครอบครัวที่…”อนุบาลปษิตา”

            (จาก ฉบับมกราคม 2558)

130-schoolvisiteครูป๋อ เกษม ตันคณารัตน์ เกิดและเติบโตในครอบครัวที่ทำโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษามาก่อนบวกกับความรักเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อลูกสาวคนแรกเกิดมาจึงไม่ลังเลที่จะเปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับเด็กและตรงกับความต้องการของเด็กจริง ๆ

“ผมเป็นคนรักเด็กมาก เจอที่ไหนต้องเข้าไปเล่น ตั้งแต่เล็กจนโต ผมเลยคิดว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ผมก็จะมีความสุขมาก”

“แล้วตอนนั้นลูกเราอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ เราก็เลยอยากทำเพื่อลูกด้วยค่ะ” ครูแจ๋ – สาวิณี ตันคณารัตน์ ภรรยาของครูป๋อกล่าวเสริม

สนามหญ้าสีเขียวกินพื้นที่พอ ๆ กับตัวอาคารเรียน บวกกับความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ ดึงดูดให้เด็ก ๆ อยากลงไปวิ่งเล่นทั้งวัน “เราเลือกทำเลด้านในไม่ติดถนนใหญ่ เพื่อลดมลภาวะและต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นที่ในโรงเรียนก็จะเน้นพื้นที่สีเขียว หลายคนเข้ามาแล้วบอกว่าเหมือนบ้าน”

บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองที่หาได้ยากในโรงเรียนใหญ่เป็นอีกเสน่ห์ของปษิตา

“โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ เวลาทำกิจกรรมอะไรเราก็ทำด้วยกันทั้งโรงเรียน คุณครูจะรู้จักเด็กนักเรียนทุกคน รู้จักผู้ปกครองเด็ก ส่วนผู้ปกครองท่านไหนมีความเชี่ยวชาญเรื่องที่ตรงกับหน่วยการเรียนของเด็กๆ พอดี เราก็จะชักชวนมาแลกเปลี่ยนความรู้หรือทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ด้วย”

Information

โรงเรียนอนุบาลปษิตา ที่อยู่ 89/20 หมู่ 7 ซอยสวนผัก 43 ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 โทร. 0-2884-2292 www.anubanpasita.com

 


 

            เติบโตตามธรรมชาติที่ “อนุบาลช้างเผือก”

            (จาก ฉบับสิงหาคม 2558)

ความประทับใจแรกของโรงเรียนแห่งนี้คือบรรยากาศภายในโรงเรียน ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ มีดิน มีทราย ให้เด็กๆ ได้สัมผัส และยิ่งได้พูดคุยกับสองผู้บริหารครูเกด – ภูวฤทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ และครูอั๋น – อันธิกา ภูวภิรมย์ขวัญ เราก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้นและสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทั้งคู่ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เด็กๆจริงๆ

 130-anubanchang           ครูอั้นเริ่มต้นเล่าว่า “เราอยากเป็นครูอยู่แล้วและใฝ่ฝันว่าอยากมีโรงเรียนอนุบาลเป็นของตัวเอง โชคดีที่พวกเราทั้งคู่มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการศึกษา เราได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เห็นชีวิตของเด็กที่มีความสุข และเราก็มีลูก เราเลยตัดสินใจมาจัดการศึกษาให้ลูกกัน โรงเรียนอนุบาลเล็กๆแห่งนี้จึงเกิดขึ้นมา”

การเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้เน้นให้สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติของเด็กมากที่สุด “เราบูรณาการทั้งด้านวิชาการ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และจิตใจ เข้าไปสู่กระบวนการที่เด็ก ๆ ชอบ คือ การเล่น ศิลปะ

ดนตรี และการเคลื่อนไหว”

“อีกอย่างเรามีโรงเรียนพ่อแม่สำหรับอบรมผู้ปกครองใหม่ทุกคนก่อนที่จะตัดสินใจให้ลูกเข้าเรียนที่นี่ เพื่อให้พ่อแม่เกิดการตกตะกอนทางความคิด ทำให้เขารู้ว่าตัวเองเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาลูกให้ถึงขีดสูงสุดเช่นกัน จุดนี้ทำให้ทุกคนมาพบกันตรงกลาง มาช่วยกันเพื่อลูก ๆ ของเรา”

Information

โรงเรียนอนุบาลช้างเผือก ที่อยู่ เลขที่ 59 ซอยลาดพร้าว 124 ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 0-2934-1513 – 4 เว็บไซต์ www.changphueak.com

 


 

            “อนุบาลกลมเกลียว” ครอบครัวใหญ่ ฉบับโฮมเมด

            (จาก ฉบับกันยายน 2558)

            ความประทับใจแรกของเราที่เห็นโรงเรียนแห่งนี้คือมีพื้นที่ให้เด็ก ๆ เล่นเยอะมาก แถมมีต้นไม้เยอะ ร่มรื่นจนไม่อยากเชื่อว่าอยู่ในเมืองใหญ่ ตัวอาคารและห้องต่าง ๆ ก็แบ่งสัดส่วนอย่างเหมาะสมและเหมือนบ้านมากกว่าโรงเรียน คุณทวีศักดิ์ ทัศนะบรรจง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเล่าให้เรา130-anubankomฟังว่า

“เราใช้พื้นที่เป็น 3 เท่า คือ ห้องเรียน มีห้องน้ำห้องส้วมในตัวเพื่อความปลอดภัย ส่วนเวลานอนเราก็มีห้องนอนที่แยกออกไป ถึงจะนอนแค่วันละ 2 ชั่วโมง แต่เราก็ยอมลงทุน เหมือนเรามีบ้านเราก็ต้องมีห้องนอน เพราะครึ่งชีวิตเขาต้องมาโตที่นี่ เราก็อยากให้เขาโตในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม”

ที่นี่คงเป็นโรงเรียนแห่งเดียวที่เสิร์ฟอาหารหลักทั้ง 3 มื้อให้แก่เด็กๆ โดยมีพ่อครัวคนพิเศษบรรจงสร้างสรรค์คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หลาน ๆ “คุณลุง” ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปตลาด คัดสรรวัตถุดิบลงมือปรุงด้วยตัวเอง เลือกสิ่งที่เหมาะและเด็ก ๆ ชอบจริง ๆ เช่น ผัดบวบ ก็ต้องเลือกบวบบ้านที่ลูกไม่โตนัก ไม่มีรสขม ผัดกับไข่ แอบไปดูเห็นเด็ก ๆ กินกันเกลี้ยง แถมวันไหนใครอยากกินอะไรยังมากระซิบบอกคุณลุงดัง ๆ ได้อีกด้วย

นอกจะเป็นโรงเรียนของลูกๆแล้ว ที่นี่ไม่ได้ใส่ใจเฉพาะรายละเอียดของเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังนึกถึงทุกคนในครอบครัว “เรามีอุปกรณ์ฟิตเนสให้พ่อแม่ได้มาออกกำลังกาย มีที่จอดรถเยอะมาก ตอนเย็นๆพ่อแม่จะได้ขึ้นมาออกกำลังกาย ได้มากอดมาเล่นกับลูก เป็นบรรยากาศของครอบครัวใหญ่ เป็นสังคมเล็ก ๆ ของโรงเรียนเราที่เขาจะได้มาสังสรรค์กันทุกวัน ในอนาคตเราก็จะมีซีเนียร์แคร์เพื่อให้ปู่ย่าตายายมาอยู่โรงเรียนกับหลาน เรียกว่าเราพร้อมดูแลทุกคนในครอบครัวให้คุณ”

Information

โรงเรียนอนุบาลกลมเกลียว ที่อยู่ เลขที่ 65/24 ถนนโชคชัย 4 ซอย 75 (สุดซอย) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. 10230 โทร. 0-2942-0881 – 2 และ 08-1343-4873 www.klomkleoschool.ac.th

 

เรื่อง : นันทวรรณ์ ภู่ศรี
ภาพ : กัญชนิกา เมืองวงษ์ และจักรพงษ์ นุตาลัย

Tags

อยู่กันอย่างครอบครัวที่…”อนุบาลปษิตา” (จาก ฉบับมกราคม 2558)

ครูป๋อ เกษม ตันคณารัตน์ เกิดและเติบโตในครอบครัวที่ทำโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษามาก่อนบวกกับความรักเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อลูกสาวคนแรกเกิดมาจึงไม่ลังเลที่จะเปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับเด็กและตรงกับความต้องการของเด็กจริง ๆ

“ผมเป็นคนรักเด็กมาก เจอที่ไหนต้องเข้าไปเล่น ตั้งแต่เล็กจนโต ผมเลยคิดว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ผมก็จะมีความสุขมาก”

“แล้วตอนนั้นลูกเราอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ เราก็เลยอยากทำเพื่อลูกด้วยค่ะ” ครูแจ๋ – สาวิณี ตันคณารัตน์ ภรรยาของครูป๋อกล่าวเสริม

สนามหญ้าสีเขียวกินพื้นที่พอ ๆ กับตัวอาคารเรียน บวกกับความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ ดึงดูดให้เด็ก ๆ อยากลงไปวิ่งเล่นทั้งวัน “เราเลือกทำเลด้านในไม่ติดถนนใหญ่ เพื่อลดมลภาวะและต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นที่ในโรงเรียนก็จะเน้นพื้นที่สีเขียว หลายคนเข้ามาแล้วบอกว่าเหมือนบ้าน”

บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองที่หาได้ยากในโรงเรียนใหญ่เป็นอีกเสน่ห์ของปษิตา

“โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ เวลาทำกิจกรรมอะไรเราก็ทำด้วยกันทั้งโรงเรียน คุณครูจะรู้จักเด็กนักเรียนทุกคน รู้จักผู้ปกครองเด็ก ส่วนผู้ปกครองท่านไหนมีความเชี่ยวชาญเรื่องที่ตรงกับหน่วยการเรียนของเด็กๆ พอดี เราก็จะชักชวนมาแลกเปลี่ยนความรู้หรือทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ด้วย”

 

Information

โรงเรียนอนุบาลปษิตา ที่อยู่ 89/20 หมู่ 7 ซอยสวนผัก 43 ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 โทร. 0-2884-2292 www.anubanpasita.com

 

BABY POOL สร้าง STAR จากจุด START ของพ่อแม่

ดูเหมือนการว่ายน้ำของเหล่าเบบี๋ จะเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ การที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกเรียนว่ายน้ำ ไม่ใช่กระแสฮิตหรือตามเทรนด์ แต่เมื่อพ่อแม่มีกำลังในการสรรค์หาสิ่งดีๆ ให้กับลูก “ว่ายน้ำ” เป็นลำดับต้นๆ ที่พ่อแม่เลือก และยังเลือกที่จะพาเด็กๆ ไปเรียนอย่างต่อเนื่อง เพราะผลที่ได้รับเป็นที่น่าชื่นใจในพัฒนาการของลูกเมื่อเราได้มองเห็น STAR ดวงน้อยของเราสนุกสนาน  แข็งแรง และตามมาด้วยทักษะการช่วยเหลือตัวเองในน้ำ (water safety skills) และนั่นแหละคือของขวัญพิเศษสำหรับเจ้าตัวเล็กตลอดชีวิต

page

ด้วยมาตรฐานของ BABY POOL ทั้ง 5 สาขา เรามุ่งมั่นในการสร้าง STAR ตัวน้อยให้ช่วยเหลือตัวเองในน้ำได้ จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา จากรุ่นสู่รุ่นที่ START ที่ BABY POOL ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหลักสูตรของเราสามารถสร้างให้เด็กว่ายน้ำได้และมีทักษะการช่วยเหลือตัวเองในน้ำจริง ไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของนักเรียนของเรา แต่เป็นส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าทั้งหมดที่มีความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  และอย่าลืมว่าของขวัญชิ้นนี้ต้องอาศัยความสม่ำเสมอของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ

การที่เราส่งเสริมให้เริ่มว่ายน้ำกันตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปนั้น เนื่องจากเด็กแรกเกิดและทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ปียังพร้อมที่จะยอมรับน้ำโดยง่ายดายมากกว่าเด็กโต  โดยน้ำช่วยเพิ่มการทำงานอย่างประสานกันและความสมดุลด้วยการบังคับให้ทารกเคลื่อนไหวในทุกแนวพร้อมๆกันเพื่อให้เกิดความสมดุล  ความกลัวน้ำนั้นสามารถเกิดเมื่อเด็กอายุมากขึ้น  ยิ่งให้เด็กห่างจากน้ำนานยิ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นความหวาดกลัวในการลงน้ำ

44

55

อีกทั้งเด็กแรกเกิดและทารกสามารถออกกำลังกล้ามเนื้อได้มากกว่าเมื่ออยู่ในน้ำ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านแรงโน้มถ่วงน้อยกว่า  และความสามารถในการนั่งหรือยืนจะพัฒนาได้ดี  ความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นนี้มักจะส่งผลด้านพัฒนาการด้านร่างกายเบื้องต้นเช่นการเดิน การว่ายน้ำช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจในทารกและเด็กเล็ก แม้ว่าทารกและเด็กเล็กจะยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาด้านความอดทน  แต่การว่ายน้ำก็ยังส่งผลที่ดี

นอกจากประโยชน์ทางร่างกายแล้ว  การว่ายน้ำในน้ำอุ่นและการออกกำลังอย่างนุ่มนวลจะทำให้เด็กเล็กผ่อนคลายและกระตือรือร้นล้น ส่งผลให้เด็กๆทานอาหารและนอนหลับได้ดีในวันว่ายน้ำ ทางด้านอารมณ์ก็เช่นกัน  การว่ายน้ำยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ หรือ EQ ในทารกและเด็กเล็ก  การที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยประคองทารกในระหว่างการว่ายน้ำทำให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะเพิ่มสมาธิ  การได้ขยับแขนขาด้วยตนเองในน้ำจะช่วยสร้างความมั่นใจและความอิสระด้วย  กิจกรรมว่ายน้ำยังช่วยสร้างการสัมผัสระหว่างเด็กแรกเกิด ทารก และเด็กเล็กกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งนักจิตวิทยากล่าวว่าจะมีส่วนช่วยในการสร้างสายสัมพันธ์แบบลึกซึ้งระหว่างกัน

66

77

นั่นคือเหตุผลที่ศูนย์ว่ายน้ำ BABY POOL ทั้ง 5 สาขาได้รับการออกแบบและก่อสร้างมาเพื่อเป็นสระว่ายน้ำสำหรับทารกและเด็กเล็กโดยเฉพาะ  ด้วยสระน้ำอุ่นในร่มระบบเกลือ ควบคุมอุณหภูมิน้ำที่ 32-34 องศาเซลเซียส และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด  ด้วยมาตรฐานการเรียนการสอนที่เหมือนกันในทุกสาขา  ด้วยครูผู้มีประสบการณ์และได้รับประกาศนียบัตรด้านการสอนว่ายน้ำทารกและเด็กเล็ก (Baby and Toddler Swim Teaching Certificate) จากสถาบันชั้นน้ำในยุโรปและออสเตรเลีย  ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทารกและเด็กเล็กที่สะดวก สะอาดและปลอดภัย  คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่ามาตรฐานของ BABY POOL สามารถสร้าง STAR ดวงน้อยๆสำหรับครอบครัวให้เป็นอย่างที่เราหวังด้วยพัฒนาการตามวัยของเขา

ไม่ว่าจะ Start ที่ BABY POOL สาขาไหน  (สุขุมวิท38  เลียบทางด่วน  ราชพฤกษ์  บางนา  และรังสิต) ลูกคุณก็เป็น STAR ได้ค่ะ

www.babypoolthailand.com

www.facebook.com/babypoolthailand

Call Center: 081-933-7030

 

คลิปที่ทำให้คุณต้องยิ้ม! แค่ฉีกกระดาษก็ทำให้เบบี๋น้อยขำหนักมาก

หากกำลังเครียดๆ จากเรื่องรอบตัวมากมาย ยินดีด้วยค่ะ เพราะคลิปนี้น่าจะทำให้คุณยิ้ม และอาจหัวเราะตามไปโดยไม่รู้ตัว!

แค่ฉีกกระดาษก็ทำให้พ่อหนู Micah วัย 8 เดือนหัวเราะมันส์มาก ดูเหมือนเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยค่ะ ^^

มีคนให้ความเห็นในยูทูปแบบขำๆ ว่า “เขารักการทำลายล้างนะเนี่ย คุณได้สร้างอัจฉริยะสุดร้ายที่จะทำลายโลกใบนี้ขึ้นมาแล้ว” 555555 ไปดูลีลาหัวเราะสุดอร่อยของน้อง Micah กันเลยค่ะ

ถึงหน้าจะหวานๆ แบบนี้ แต่น้องเป็นเด็กผู้ชายค่ะ!

ติดตามคลิปน่ารักๆ ของหนูน้อย Micah ต่อได้ที่ Youtube Channel : BruBearBaby ค่ะ ^^

เรียนขี่ม้ากับมืออาชีพที่ Phoenix Riding Academy By KP

จากจุดเริ่มต้นของนักกีฬาขี่ม้ามืออาชีพ อย่าง ครูปุ้ย – พ.ต. เกียรติณรงค์ คล่องการ ดีกรีนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยและผู้ปลุกปั้นนักกีฬาขี่ม้ามากฝีมือประดับวงการหลายต่อหลายคน ครูปุ้ยคลุกคลีอยู่กับวงการนี้มานานกว่า 20 ปี จนถึงเวลาที่เหมาะสมจึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนขี่ม้าของตัวเองขึ้นมา โดยมีแนวคิดว่า “จะใช้กีฬาเป็นจุดมุ่งหมายหลักมากกว่าการทำธุรกิจ”

 

20 ปีในวงการขี่ม้า

“ผมเริ่มขี่ม้ามาตั้งแต่อายุ 18-19 แล้วก็ขี่มาตลอด มีโอกาสเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีม้าเป็นของตัวเอง มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ จุดเริ่มต้นที่ทำโรงเรียนแห่งนี้ก็เพราะที่ตรงนี้เป็นคอกม้าเก่า เจ้าของที่ก็เป็นรุ่นพี่ที่ผมนับถือ เขาถามมาตลอดว่าสนใจทำไหม เมื่อก่อนผมสอนที่อื่นอยู่ ก็ไม่ได้อยากขยับขยายไปไหน ไม่คิดที่จะทำธุรกิจด้วย

1231-school                “ผมเล่นกีฬาขี่ม้าเพราะว่าชอบ จนมาปีที่แล้วผมอยากจะส่งเสริมกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง ก็คิดว่าถ้าเราไม่มีคอกม้าเอง ไม่มีกิจการเอง การที่จะส่งเสริมคงลำบาก เพราะต้นทุนมันสูงมาก แต่ถ้าเรามีโรงเรียนของเราเอง ก็จะสามารถกำหนดนโยบาย และทิศทางต่างๆที่เราต้องการได้ ม้าของเราก็เยอะแล้ว ค่าใช้จ่ายตอนฝากม้าไว้กับสโมสรเดือนๆหนึ่งก็เป็นแสน เลยคิดว่ามาทำเองดีกว่า ก็รวบรวมคนมีอุดมการณ์เดียวกัน พวกลูกศิษย์ลูกหาที่มีม้าอยู่ ก็เอามาอยู่รวมกัน Phoenix Riding Academy by KPเลยเกิดขึ้นมา ส่วนชื่อเป็นชื่อคอกเก่า แล้วเอาชื่อผมต่อท้ายเข้าไป เป็น by KP หรือครูปุ้ยครับ”

 

            ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

“กีฬาประเภทนี้ล่อแหลมเรื่องความปลอดภัย องค์ประกอบหลักๆที่จะทำโรงเรียนสอนขี่ม้าได้ คือ หนึ่ง สถานที่ที่เหมาะสม มีรั้วรอบขอบชิดให้ดี สอง ม้าที่ซื่อสัตย์ เรื่องนี้สำคัญมากจะต้องได้ม้าที่เทคแคร์เด็ก คือได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี รวมถึงนิสัยใจคอต้องเป็นม้าไม่ขี้ตกใจ ไม่ตื่นเต้นง่าย เวลามีเสียงโครมคราม ตึงตังก็นิ่งเฉย สามารถพาเด็กไปยังทิศทางที่ปลอดภัยได้ และ สาม บุคลากร นี่สำคัญมาก ถ้าบุคลากรไม่มีประสบการณ์ไม่มีความรู้ความสามารถ ก็ค่อนข้างจะอันตราย”

 

            แบ่งระดับตั้งแต่น้องเล็กจนถึงพี่โต

131-school-2                จากแต่ก่อนที่เคยสอนเฉพาะนักกีฬาทีมชาติ แต่เมื่อเปิดโรงเรียนของตัวเองครูปุ้ยจึงขอเริ่มตั้งแต่เด็กวัยอนุบาลเลยทีเดียว “ถ้าจะเป็นโรงเรียนก็ต้องมีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนกระทั่งถึงมหาลัยให้ครบวงจร ผมโชคดีที่มีโอกาสไปเรียนไปศึกษาการขี่ม้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้มาตรฐานในการสอน และนำกลับมาใช้ในบ้านเรา และได้เป็นทีมชาติอยู่หลายสมัย เราก็นำประสบการณ์ตรงนั้นมาใช้กับนักเรียนของเรา

“สำหรับเด็กเล็กผมเองอาจจะไม่ถนัด ถ้าเราลงไปเองก็จะค่อนข้างจริงจัง ต้องขี่อย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งกับเด็กนั้นไม่ใช่ เด็ก 3 ขวบ 4 ขวบ จุดประสงค์หลักแค่ให้เขาสนุกบนหลังม้า เพราะฉะนั้นเราเลยหาคุณครูที่เหมาะสำหรับสอนเด็กต้องเป็นคนใจเย็น มีบุคลิกอ่อนโยน มีทักษะการขี่ม้าดี และมีอุดมการณ์เดียวกันที่จะอยู่กับเรา ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้คุณครูที่เก่งมากมาอยู่ด้วย ส่วนในเด็กโตหรือระดับที่ฝึกเป็นทีมชาติผมก็จะสอนเอง”

           

            ชั่วโมงเรียนน้องเล็ก

“สำหรับเด็กเล็ก 3 ขวบขึ้นไป ชั่วโมงแรกเราจะให้เขาทำความคุ้นเคยกับม้าก่อน พอโอเคก็จะมีกิจกรรมให้เด็กกับม้าทำร่วมกัน โดยเราจะมีม้าโพนีตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว ไว้ให้เด็กเล็กเรียน ซึ่งพอเป็นม้าตัวเล็กๆเด็กเขาก็จะชอบ เหมือนได้เล่นกับสุนัข จับต้องได้ มีกิจกรรมร่วมกัน สำหรับเด็กวัยนี้เราจะไม่ได้ใส่เรื่องทักษะความรู้ความสามารถอะไรให้เขามาก แต่เราปลูกฝังให้เขามีจิตใต้สำนึกที่จะรักสัตว์ มีความเมตตากรุณา โอบอ้อมอารี ซึ่งม้ามีเสน่ห์อย่างหนึ่งคือนอกจากเล่นกันได้แล้ว ก็ยังสามารถขึ้นหลัง เป็นพาหนะได้ ทีนี้เราก็จะเน้นเรื่องเกม ทักษะการทำกิจกรรมร่วมกันสัก 30-40 นาทีต่อครั้ง เช่น เกมอยู่บนหลังม้า พาวิ่ง พาเดินหน้า หมุนกลับหลัง โดยครูจะต้องถูกฝึกมาให้มีทักษะตรงนั้น เขาก็จะสนุกสนานเฮฮากันไป”

 

แบบประเมินผู้เรียนคนต่อคน

เพราะการเรียนขี่ม้าไม่สามารถใช้อายุเป็นตัวกำหนดได้ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ครูปุ้ยจึงมีแบบทดสอบเด็กๆอยู่ตลอดเวลาระหว่างเรียน “การเลื่อนขั้นให้เด็กเรียนในระดับที่ยากขึ้นนั้น เราต้องดูร่างกายเขาด้วย ถ้าในระดับอายุน้อยแต่ร่างกายกำยำ สามารถดึงม้าได้ เราก็ให้เขาขึ้นไปบังคับเอง มันมีองค์ประกอบหลายอย่างทั้งชั่วโมงบิน ความถี่ของการเรียน ร่างกายสรีระของเขาเหมาะสมหรือยัง ซึ่งเราก็จะมีแบบทดสอบบนหลังม้าอยู่เรื่อยๆ พอเราเห็นก็จะรู้ว่าเด็กคนนี้เหมาะสมแล้ว สามารถบังคับม้าได้แล้ว หรือสามารถไปในระดับที่ยากกว่านี้ได้แล้ว”

 

ก่อนจากกันครูปุ้ยทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมใช้กีฬาเป็นจุดตั้งต้น และมีธุรกิจมาหล่อเลี้ยง ซึ่งมันก็พออยู่ได้ การทำธุรกิจก็ต้องหวังผลกำไร แต่ผมเอาเรื่องความถูกต้องและความชอบนำมากกว่า ผมเชื่อว่าน่าจะอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เราเอากีฬาเข้ามาทำแล้วเราจริงใจที่จะทำ และเราก็ให้ความจริงใจกับลูกค้าทุกคน ธุรกิจมันก็จะตามมาเอง และไปได้ยั่งยืนกว่า นี่คือสิ่งที่ผมคิดนะ”

 

Information

Phoenix Riding Academy By KP

84 ซอยมหาชัย บางนาตราด กิโลเมตรที่ 10.5 บางพลี สมุทรปราการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-952-0720, 086-655-9562

Facebook : Phoenix Riding Academy By KP

เด็กชายออทิสติกวัย 5 ขวบ หายจากบ้านในวันขึ้นปีใหม่ พบเป็นศพอยู่ในคลอง

พบศพเด็กชายออทิสติกวัย 5 ขวบ ในคลองแถวบ้าน หลังหายไปในวันขึ้นปีใหม่

ตำรวจรัฐเพนซิลวาเนียพบศพเด็กชายออทิสติกวัย 5 ขวบ เสียชีวิตอยู่ในคลองใกล้บ้าน โดยคาดว่าเด็กชายเดินเท้าเปล่าและไม่ได้สวมเสื้อโค้ตออกมาจากคืนปาร์ตี้ปีใหม่ที่หนาวเหน็บ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

สมาชิกในครอบครัวแจ้งตำรวจว่าเด็กชายหายไปราว 22.30 น. ซึ่งก่อนหน้านี้เขากำลังเล่นเกมส์แท็บเล็ตกับเด็กคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ทราบว่าเด็กชายหายไปได้อย่างไรในค่ำคืนวันศุกร์ที่อากาศเย็นยะเยือก

สุนัขตำรวจออกตามหากลิ่นของเด็กชาย ในจุดที่พบแท็บเล็ตหล่นอยู่ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 2 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยจึงได้ค้นหาศพเด็กชาย และพบศพจมอยู่ในคลองลึก 6 ฟุต (ประมาณ 1.8 เมตร) และห่างจากฝั่ง 8 ฟุต (ประมาณ 2.4 เมตร)

ขณะนี้ไม่มีใครทราบว่าเด็กชายพลัดตกลงไปในคลองได้อย่างไร พ่อของเด็กกล่าวว่าเขาเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเขารักลูกชายของเขามาก อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา

เมื่อพบเพียงแท็บเล็ตที่ตกอยู่ห่างจากที่ที่สุนัขตำรวจเริ่มได้กลิ่นเด็กชาย 30 หลา (ประมาณ 27.5 เมตร) เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้ว่าเด็กชายอาจตกน้ำจากจุดนั้น แล้วจึงลอยมาอยู่ตรงจุดที่พบเมื่อวันเสาร์

ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดนี้ในช่วงคืนวันปีใหม่ และสำหรับบ้านใกล้แหล่งน้ำใดๆ ที่มีสมาชิกในบ้านเป็นเด็กเล็กๆ และมักจัดงานเฉลิมฉลองปาร์ตี้บ่อยๆ ก็อย่าชะล่าใจ ทิ้งเด็กไว้ตามลำพัง หมั่นตรวจสอบหรือล็อกประตูบ้านและประตูรั้วไม่ให้เด็กเล็กสามารถเปิดออกไปนอกบ้านได้เอง ฟังเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

 

ที่มา : foxnews.com

Tags

เลือกสายชาร์จโทรศัพท์

เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ต้องประสบปัญหาสายชาร์จ หัก ชำรุด เขี้ยวจม หรือสายขาดภายใน ทำให้ต้องคอยเปลี่ยนสายชาร์จอยู่บ่อยๆ และก็มีหลายท่านที่ไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ จึงยอมที่จะใช้สายชาร์จราคาถูก โดยไม่ต้องเสียดายหากจะโยนมันทิ้งไป หรืออยากได้สายชาร์จที่มีสีสัน สลับวันใช้งาน ฯลฯ วันนี้เบลกิ้นมีข้อคิดดีๆ ช่วยกระเทาะไอเดีย ให้ผู้ใช้งานหมดปัญหาสายชาร์จ และเลือกสายชาร์จโดนใจตามไลฟ์สไตล์เรา

ก่อนอื่นคุณคงต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณใช้สมาร์ทดีไวซ์รุ่นอะไรบ้าง เพราะในปัจจุบันหลายแบรนด์เริ่มแบ่งย่อยซีรีย์สายชาร์จตามโทรศัพท์มือถือ ลักษณะหัวชาร์จจึงเปลี่ยนไปตามรุ่นและดีไซน์ หากใช้ขนาดที่ไม่พอดีกัน จะทำให้รับปริมาณกระแสไฟได้ไม่เต็มที่ ใช้เวลาไปกับการชาร์จนานเกินไปได้ เช่นกรณีหัวชาร์จ iPhone 4 กับ 5 ก็คนละขนาดกัน ทำให้สายชาร์จต้องเริ่มแตกซีรีย์ย่อยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ลำดับต่อมาคือกำลังไฟที่ดีไวซ์หรืออุปกรณ์ต้องการ โดยปกติแล้วกระแสไฟสำหรับสมาร์ทโฟนจะอยู่ช่วงระหว่าง 1A – 2.4A โดยที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ย่อมต้องการกำลังไฟต่างกัน ความสำคัญของการทราบถึงกระแสไฟ เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกใช้สายชาร์จที่รองรับกำลังไฟนั้นๆ ได้ ไปจนถึงตัวอะแดปเตอร์ กำลังไฟที่ใช้จะมีผลอย่างมากกับทั้งตัวเครื่องและสายชาร์จ เพราะหากชาร์จในกำลังไฟที่น้อยเกินไป เช่นการชาร์จแท็บเล็ต (กำลังไฟ 2.0A) ผ่านพอร์ต USB 2.0 ที่ให้กำลังไฟเพียง 0.5 แอมป์จะทำให้เครื่องหน่วง ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่เครื่องภายในรวน แต่หากใช้กำลังไฟที่สูงเกินไป ก็อาจทำให้เครื่องร้อน และหากสายชาร์จมีขนาดเล็ก ความร้อนนี้ก็อาจทำให้สายกรอบและขาดได้ในที่สุด

นอกจากคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ใช้งานควรเลือกใช้สายชาร์จให้ถูกรสนิยม ตรงกับลักษณะการทำงาน และความต้องการ ไลฟ์สไตล์

 

สายชาร์จดีๆ สำหรับพวก Multi-tasking ต้องย๊าวยาวไว้ก่อน: เส้นหนาๆ ยาวๆ ของสายชาร์จเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในวงกว้าง ด้วยความยาวกว่า 1-5 เมตรเอื้อประโยชน์ในการทำงานค่อนข้างมาก สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกับใช้งานดีไวซ์นั้นๆ อย่างสะดวกสบาย ผลสำรวจจาก 7 ประเทศพบว่ากว่า 60% ของคนทั่วไปใช้งานมือถือจนกระทั่งหลับ โดยมีประเทศอินเดีย (74%) และประเทศจีน (70%) เป็นลำดับต้นๆ และอีก 57% นำโทรศัพท์เข้าไปใช้ในห้องน้ำ (KRC Research,3 Aug 2015) การชาร์จอุปกรณ์ไม่ได้อยู่เพียงโต๊ะทำงานอีกต่อไป ผู้ใช้งานจะต้องสามารถชาร์จมือถือ ณ เวลาใดก็ตามที่เขาเหล่านั้นต้องการ ดังนั้นสายชาร์จยาวจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

สำหรับสายชาร์จคุณภาพเยี่ยมบางแบรนด์จะเสริมอุปกรณ์เสริมอย่าง electric booster เข้าไป เพื่อกระตุ้นกระแสไฟให้ถึงปลายทางในระยะเวลาเท่าเดิม สามารถจ่ายไฟได้คงที่ และได้แรงดันเหมาะสมกับการใช้งาน

belkin_F8M989_batter_pack

สายชาร์จสั้น กะทัดรัดสำหรับขาลุย: สำหรับคนที่ไม่อยากดูแลทนุถนอมสายชาร์จมากนัก เบลกิ้นขอแนะนำสายชาร์จสั้นๆ ไซส์กะทัดรัด หยิบถนัดมือ และสะดวกพกพา ให้ผู้ใช้งานชาร์จทิ้งไว้ขณะสะพายกระเป๋าตะลอนไปไหนต่อไหน ที่สำคัญยังรักษาง่าย ไม่ต้องระวังตัวสายไปพันกับของใช้ในกระเป๋าจนหักงอ เสียหาย

 

ใครๆ ก็ต้องการสายชาร์จหนังเหนียว: หลายคนคงเบื่อกับการการเปลี่ยนสายชาร์จบ่อยๆ และพยายามจะหาสายชาร์จที่ได้คุณภาพในการชาร์จและโอนถ่ายข้อมูล และอายุการใช้งาน จุดบอดของสายชาร์จส่วนใหญ่จะอยู่ที่ข้อต่อหัวปลั๊ก และบริเวณสายไฟที่มักหักชำรุด เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้

Screen Shot 2015-07-02 at 10.48.13 AM

บางเคสก็เกิดจากความร้อนแฝงที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชาร์จจนสายไฟด้านในขาด หรือพลาสติกที่หุ้มละลาย หรือบางเคสอาจเกิดจากการเก็บรักษาผิดวิธี ม้วนหักงอสายชาร์จจนเสียรูปทรงไป เช่นเดียวกันกับบริเวณข้อต่อปลั๊ก ที่มักจะหักเมื่อใช้งานไปได้ซักระยะหนึ่ง

คุณภาพการผลิตจึงเป็นสูตรสำคัญที่ช่วยต่ออายุการใช้งานให้นานขึ้น บริเวณสายพลาสติกจะต้องเหนียว และมีความดีดตัวสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในรูปแบบต่างๆ หรืออาจเป็นประเภทสายถักที่ห่อหุ้มสายไฟภายในถึง 5 ชั้น ในขณะที่ส่วนหัวปลั๊ก ควรใช้วัสดุที่ทนทานต่อความร้อน และน้ำหนักมือ ดังเช่นวัสดุประเภทอลูมิเนียม อัลลอย ต่อยอดอายุใช้งานได้นานยิ่งกว่าสายชาร์จทั่วๆไปแน่นอน

 

สายชาร์จดีๆ ต้องไม่มีปัญหาเวลาชาร์จหรือซิงค์: เคยหรือไม่ เมื่อเชื่อมต่อ USB cable เข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่กลับพบว่าเครื่องไม่สามารถอ่านข้อมูล หรือตรวจจับดีไวซ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะด้านในพอร์ต mini B หัก หรือเสียทรงไป หรืออีกกรณีที่ขนาดพอร์ต USB ไม่ได้มาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุคุณภาพต่ำจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไม่สะดวก ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องร้อนจนระบบเสียหายหรือทำงานนาน

 

สายชาร์จดีๆ ใช้แล้วต้องปลอดภัย: ประเด็นหลักที่ผู้ใช้งานควรคำนึงถึงมากสุดก่อนเลือกใช้งาน โดยสายชาร์จที่ดีควรมีระบบป้องกัน ดังเช่น ระบบปรับกระแสไฟฟ้าให้สม่ำเสมอก่อนนำกระแสไฟเข้าเครื่องดีไวซ์ หรือระบบตัดไฟกรณีที่เครื่องรับกระแสเกินความต้องการ รวมถึงการใช้ตัวนำไฟฟ้าที่ดีอย่างทองแดง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าวิ่งไหลลื่น ไร้ปัญหาติดขัดใดๆ

Screen Shot 2015-06-18 at 6.18.01 PM

สายชาร์จดูดีต้องมีหลากสี มีสไตล์แบบแฟชั่นนิสต้า: กฏพื้นฐานอย่าง Back to basic อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป แอคเซสซอรี่ที่ใช้อย่างสีขาวหรือดำที่แม้จะเป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัว ก็อาจจะเอ้าท์ เพราะผู้คนเริ่มถามหาสีสันที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเล่นโทนฉูดฉาดบนพื้นพลาสติกเรียบ หรือแต่งเติมด้วยลายถักแมตต์กับสีหรูโทนเงิน ทอง ก็มีให้เลือกซื้อได้ง่ายกว่าแต่ก่อนยิ่งขึ้น

 

เลือกสายชาร์จที่แบรนด์เป็นที่ยอมรับ: การแข่งขันที่สูงมากทำให้เกิดกลยุทธ์ด้านราคา แต่ท่านทราบไหมว่า ไม่มีของดี ราคาถูก มีแต่ของดี ราคาเหมาะสม ราคาเหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าถูก แต่เหมาะสมกับคุณภาพ วัสดุ การออกแบบ การใช้งานที่ใช่ ซื้อของราคาถูก แต่เสียบ่อยหรือในกรณีสายชาร์จที่เห็นกันบ่อยๆ ก็คือ ความปลอดภัยระหว่างการชาร์จ หรือการใช้งาน เลือกสายชาร์จที่ดี ราคาเหมาะสม คือข้อแนะนำ

belkin_Lightning_F8J144bt04_Metallic

ใครจะเลือกใช้ 7 ข้อไหนก็ขอให้แมตท์กับไลฟ์สไตล์วันทำงาน หรือวันว่างๆ

 

บทความโดย: เบลกิ้นประเทศไทย

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนน้องๆ หนูๆ สนุกกับกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์กิจกรรม ‘7 สี คิดดี คิดส์เดย์’

ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ชวนเด็กๆ มาสนุกกับกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ปลูกฝังให้เด็กไทยคิดดี ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2559 ‘7 สี คิดดี คิดส์เดย์’ พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ ชมคอนเสิร์ตและการแสดงสุดพิเศษจากคณะนักแสดงละครเรื่องแก้วหน้าม้า ร่วมจับสลากลุ้นรับของขวัญชิ้นพิเศษจากนักแสดงช่อง 7 สี อิ่มอร่อยไปกับบูธอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ฟรี! เต็มอิ่มกับกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมอ่านข่าวกับผู้ประกาศข่าวมืออาชีพ และสนุกไปกับซุ้มเกมส์ – กิจกรรมต่างๆ พร้อมรับของรางวัลแจกฟรีมากมาย ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 10.00 – 15.00 น. ณ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ติดตามกิจกรรมดีๆ ของศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้ที่ www.thenine.co.th เฟซบุ๊ก The Nine Center Society และอินสตราแกรม Thenine_Rama9

Tags