ฝาแฝดในอเมริกาเกิดห่างกันหนึ่งปี

วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ครอบครัววาเลนเซียได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ซึ่งเป็นทารกฝาแฝดที่เกิดห่างกันคนละปี! โดยคืนส่งท้ายปี คุณแม่มาริเบล วาเลนเซียจากเมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนียเกิดเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดและเดินทางมาโรงพยาบาล ในช่วงวินาทีสุดท้ายของปี พ.ศ.2558 หนูน้อยเจล์นฝาแฝดคนแรกก็ถือกำเนิด ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา หลุยซ์ ฝาแฝดคนน้องจะคลอดออกมาเมื่อเข้าสู่ปี 2559 ไปเรียบร้อยแล้ว

“เราจ้องนาฬิกาไม่วางตาเลยครับ” คุณพ่อหลุยซ์ (ชื่อเดียวกับลูกชาย) ให้สัมภาษณ์อย่างตื่นเต้น โชคดีที่ทารกทั้งสองและคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว

 

ข้อมูลจาก http://www.channelnewsasia.com

เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

ที่นี่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรม และศาสนา ผ่านความวิจิตรบรรจงของงานปั้น งานแกะสลัก รวมไปถึงภาพวาดน่าสนใจมากมาย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆในวัย 4-13 ปี น่าดู เพราะเพียงแค่เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของช้างเอราวัณสามเศียรก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเด็กๆได้แล้ว ภายในตัวช้างจัดแสดงเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์มีด้วยกัน 3 ส่วน ชั้นล่างสุด หรือ ชั้นใต้ดิน คือ ชั้นสุวรรณภูมิ ชั้นกลางคือชั้นโลก และชั้นบนสุด คือ ชั้นจักรวาล ทั้งสามชั้นถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต อ่อนช้อย ส่วนด้านนอกมีสวนรายล้อมอยู่ประดับตกแต่งรูปปั้นสัตว์ในป่าหิมพานต์ไว้มากมาย ซึ่งแต่ละตัวมีชื่อติดไว้ให้ได้ทำความรู้จักกัน ลองชี้ชวนให้เขารู้จักกับสัตว์หิมพานต์เหล่านี้ จากนั้นฝึกให้เขาแยกออกมาสิว่า แต่ละตัวเป็นลูกผสมของสัตว์ชนิดไหนกันบ้าง หรือไม่ก็จินตนาการดูสิว่า สัตว์ชนิดไหนสามารถเอามารวมร่างแบบนี้ได้บ้าง เรื่องสนุกๆแฟนตาซีแบบนี้ เด็กๆชอบกันน่าดู และกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ค่อยเปิดหนังสือ หรือ หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่บอกเล่าเรื่องราวของสัตว์ในป่าหิมพานต์เหล่านี้กันอีกครั้ง

ข้อควรระวัง
: ควรระวังเด็กๆไว้ให้ดี ไม่ปล่อยให้วิ่งขึ้นบันไดตามลำพัง ปีน โหน หรือ จับชิ้นงาน เพราะอาจเกิดความเสียหายได้ รวมถึงไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนด้วย

  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็กอายุ 6-15 ปี 100 บาท
  • วัน-เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. โทร. 0 2371 3135-6
  • ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

 

Peppermint Bike Park (เหมาะสำหรับเด็กวัย 5 ขวบขึ้นไป)

peppermint 3            ครอบครัวนักปั่นห้ามพลาด สำหรับสนามปั่นจักรยาน Peppermint Bike Park พื้นที่สำหรับปั่นจักรยานที่สนุกและปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง จากพื้นที่รกร้างว่างเปล่าถูกเนรมิตเป็นเส้นทางจักรยาน ที่มีเนินสูง – แอ่งน้ำ – สะพานไม้ – wall ride ให้สาดโค้งได้สนุกเร้าใจ และอุปสรรคมากมายที่เตรียมไว้ท้าทายนักปั่นที่ต้องการฝึกทักษะในทุกระดับฝีมือ ที่สำคัญยังมี Spot light ส่องสว่างตอนกลางคืน ทำให้เรื่องเวลาไม่เป็นปัญหาในการปั่นอีกต่อไป สำหรับเจ้าตัวเล็กที่อยากปั่นจักรยานกับคุณพ่อคุณแม่ ขอให้อายุเกิน 5 ขวบ และสามารถบังคับจักรยานสองล้อได้ เท่านี้ก็มาปั่นสนุกกันได้ทั้งครอบครัวแล้ว

 

  • ราคาค่าเข้า : ค่าผ่านประตู 200 บาท/วัน ค่าเช่าจักรยาน 150 บาท/ชั่วโมง ค่าเช่าหมวก 60 บาท/ครั้ง (สามารถนำจักรยานของตัวเองมาได้)
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : อังคาร – ศุกร์ 16.00-22.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 7.00-22.00 น.
  • ที่ตั้ง : ซอยโยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา
  • เบอร์โทร. 090-980-1368

peppermint 2

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ

เห็นชื่อแล้วอาจจะคิดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ขึงขังจริงจังดูน่าเบื่อ แต่ขอแนะนำเลยว่าที่นี่คือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ควรมาเยี่ยมชมอย่างยิ่ง เพราะมีการนำเสนอความรู้เรื่องธรณีวิทยาและไดโนเสาร์ได้อย่างทันสมัย สนุก เพลิดเพลิน สัมผัสได้จริง และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ไฮไลต์เด็ดของที่นี่คือการจัดแสดงกลุ่มไดโนเสาร์ที่ค้นพบในประเทศไทยพร้อมแสงสีเสียง ใครอยากเห็นไดโนเสาร์ขยับได้เหมือนมีชีวิตต้องมา พิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังมีลูกเล่นน่ารักๆ ด้วยคือ มีรอยเท้าไดโนเสาร์เล็กๆ ให้ผู้เข้าชมเดินตาม จะได้ไม่หลงและเก็บความรู้ได้ครบทุกจุด อีกทั้งยังมีให้โหลดแอพลิเคชั่นชื่อว่า The Xvolution เมื่อเปิดแอพนี้ตามจุดที่บอก ก็จะมีไดโนเสาร์ 3 มิติจำลองปรากฏออกมาให้ถ่ายรูปคู่ได้ด้วย สนุกและได้ความรู้ไปเต็มๆ แบบนี้ พลาดไม่ได้จริงๆ

earth 1

  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท
  • เปิด-ปิด : อังคาร – อาทิตย์ 30 – 16.30 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ตรงกับเสาร์-อาทิตย์)
  • ที่ตั้ง : ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

earth 3

Snow Town Bangkok

อยากให้ครอบครัวได้ใช้เวลาแห่งความสุขกันได้นานๆ ทั้งวัน คือคอนเซ็ปต์ Snow Town Bangkok ที่นี่จึงไม่ใช่แค่เมืองหิมะจำลองที่เข้ามาเพื่อถ่ายรูปสวยๆ และกลับออกไป แต่กลับมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่นอกจากได้ความสนุกแล้ว ยังได้ความรู้และทักษะต่างๆกลับบ้านไปด้วย เช่น คอร์สสอนเล่นสกี มุมวาดภาพที่สามารถนำภาพปริ้นท์ออกมาเป็น 3 มิติได้ ลานหิมะและเนินเล็กๆ ที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นได้อย่างอิสระ หรือจะปั้นตุ๊กตาหิมะได้ตามใจชอบ ได้สัมผัสกับหิมะโปรยปรายเสมือนของจริง เป็นต้น

 

  • ราคาค่าเข้า : วันธรรมดา ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก (ต่ำกว่า 90 ซม.) 230 บาท ผู้สูงอายุ 180 บาทวันเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก (ต่ำกว่า 90 ซม.) 280 บาท ผู้สูงอายุ 230 บาท
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 11.00-20.00 น.เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-20.00 น.
  • ที่ตั้ง : ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย

Snow town 2

Bounce in Thailand

“บ๊าวซ์ อิงค์ ประเทศไทย” กิจกรรมสนุกเต็มพิกัด ฉีกกรอบความเป็นตัวเอง ในอาณาจักรแทรมโพลีนขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย พื้นที่ในร่มขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบสำหรับคนรักในการบ๊าวซ์ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหัดกระโดด หรือมีความสามารถระดับเอ็กซ์ตรีมก็มาบ๊าวซ์กันไปเลยให้สูงสุด เพราะยิ่งสูงยิ่งท้าทาย และมั่นใจได้กับการทิ้งตัวลงบนแทรมโพลีนที่ปลอดภัย สามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งจะได้ทั้งความสนุก ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และช่วยยืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มความสูงผ่านการออกกำลังกายกระตุ้นในแนวดิ่ง ทำให้กระดูกหนาและแข็งแรงขึ้น หากบ๊าวซ์อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยยืดกระดูกได้2.5 – 5 เซนติเมตร

นอกจากโซนแทรมโพลีนขนาดใหญ่ ยังมีโซนคลิปแอนด์ไคลมบ์ เป็นโซนปีนป่ายภายในร่มจากประเทศนิวซีแลนด์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยสีสันนี้ มีด่านท้าทายความสูงถึง 24 ด่านในพื้นที่ 255 ตรม.ความตื่นเต้นที่ความสูงระดับ8.6 เมตร สามารถเล่นได้ทั้งเด็ก (น้ำหนักขั้นต่ำ 15 กก.) และผู้ใหญ่ ความปลอดภัยใช้ระบบออโตเมติค บีเลย์ TrueBlu™ตามมารตรฐานการปีนเขาขั้นสูง เป็นโซนที่ผู้รักการปีนหน้าผาจะใช้เวลาได้อย่างสนุกและเลือกเล่นได้อย่างไม่จำเจ

 

  • ราคาค่าเข้า : 390 บาท ต่อ 1 ชั่วโมง
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดเทศกาลต่างๆ     08.00 – 22.00 น.จันทร์ อังคาร พุธ และ อาทิตย์    08.00 – 23.00น.พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และวันหยุดเทศกาลต่างๆ
  • ที่ตั้ง : ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเดอะ สตรีท รัชดา 139 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400

Bounce In (2)

Bounce In (3)

เมืองโบราณ

เมืองโบราณถือเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่มากกว่า 800 ไร่ รวบรวมปราสาท ราชวัง วัดวาอาราม รวมไปถึงงานประติมากรรมต่างๆ บางแห่งสร้างจำลองขึ้นมา บางแห่งก็เป็นการยกเอาสิ่งปลูกสร้างมาจากสถานที่จริง เช่น “วัดจองคำ” ที่ยกอาคารไม้สักทั้งหลังที่เชื่อมต่อวิหาร ศาลา และกุฏิ มาบูรณะไว้ นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เกิดจากจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้ง ซึ่งทั้งหมดถูกแบ่งออกตามแต่ละภาค เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวเหมือนได้เที่ยวทั่วทั้งประเทศไทย ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ให้กับเด็กๆ อายุตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป การเที่ยวชมภายในเมืองโบราณทำได้หลายวิธี จะเลือกขี่จักรยาน ขับรถส่วนตัว หรือ นั่งรถรางที่แวะไปตามจุดต่างๆ ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างขนาดนี้ ถ้ามีเวลาไม่มากแค่ 1 วัน แนะนำให้เลือกชมจุดที่สนใจ อยากไปชมกันทั้งครอบครัว

 

  • ราคาค่าเข้า : บัตรคุ้มสยาม เที่ยวชมตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น. ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 175 บาท หากนำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าไป คันละ 400 บาท (ราคานี้ไม่รวมคนขับ) (รวมรถราง จักรยาน และนั่งเรือ) เที่ยวชมตั้งแต่เวลา 16.00 – 19.00 น. ผู้ใหญ่ 175 บาท เด็ก 80 บาท หากนำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าไปคันละ 200 บาท
    สำหรับบัตรคุ้มสยาม สามารถใช้บริการได้ดังนี้ จักรยาน บัตร 1 ใบต่อ 1 ท่าน / รถรางชมเมือง (ตามรอบที่กำหนด)
  • วัน-เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.00 น. โทร. 0 2323 4094-9
  • ที่ตั้ง : บางปู จ.สมุทรปราการ

boran - 2 boran - 1

มหัศจรรย์ของผู้หญิง เพราะผู้หญิงทุกคนมีความแตกต่างกัน All women are unique

คอนเซ็ปต์ของโฆษณาเครื่องประดับ Pendora ของต่างประเทศ  เผยแคมเปญสร้างสร้างโฆษณาที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงแต่ละคนมีความแตกต่างกันเฉพาะบุคคล ซึ่งใช้ความสัมพันธ์ของแม่ลูก  สื่อสารแนวความคิดนี้ออกมาอย่างน่ารัก  โดยให้เด็กๆ ทั้ง 6 คน ปิดตาตามหาว่าคนไหนคือแม่ของพวกเขา?

07 06 05 03 02 01
มาดูกันว่าเด็กๆ จะสับสนหรือไม่?  หรือจะตามหาแม่ๆ ของพวกเขาเจอ

 

คาร์ซีท จำเป็นไหม

คาร์ซีท คือสิ่งจำเป็นแค่ไหนสำหรับลูกน้อย?

คุณพ่อ คุณแม่หลายคน อาจจะสงสัยว่า คาร์ซีท จำเป็นไหม สำหรับลูกน้อย เมื่อในบางครั้ง คุณพ่อ คุณแม่อาจจะไม่ได้เดินทางไกล จึงมองข้าม และไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ แต่คาร์ซีทคืออุปกรณ์จำเป็นที่เด็กทุกคนต้องใช้ ขณะอยู่บนรถยนต์ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง

Continue reading “คาร์ซีท คือสิ่งจำเป็นแค่ไหนสำหรับลูกน้อย?”

ไข่ต้มสอดไส้หมู

เมนูของว่างที่อุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ“ไข่ทำอะไรก็อร่อย” ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ Cuisine ที่แค่เห็นภาพก็น้ำลายสอจนต้องลงมือทำตาม พอทำเสร็จได้ชิมรส อืม…อร่อยจริง แถมใช้เวลาทำไม่นาน ถึงตรงนี้เลยอยากแนะนำให้คุณแม่ได้ลองทำกันดู เพราะเป็นเมนูที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหาร โดยเฉพาะโคลีนที่มีอยู่ในไข่แดงซึ่งจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของสมองลูกน้อยในครรภ์…เล่ามาซะยืดยาว เรามาลงมือทำอาหารกันดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  1. ไข่เป็ดต้มสุก    2 ฟอง
  2. ไข่แดงเค็ม        1 ฟอง
  3. เนื้อหมูบด         1 ขีด
  4. ต้นหอมซอย     1 ต้น
  5. รากผักชี           ½ ช้อนโต๊ะ
  6. กระเทียม         ½ ช้อนโต๊ะ
  7. พริกไทยเม็ด    ½ ช้อนชา
  8. ซีอิ๊วขาว            ½ ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันหอย        ½ ช้อนโต๊ะ
  10. ต้นหอมหรือผักชีสำหรับโรยหน้า
  11. ซอสเปรี้ยว (จิ๊กโฉ่ว) สำหรับรับประทานคู่กัน

วิธีทำ

  1. ผ่าครึ่งไข่ต้ม ใช้ช้อนตักไข่แดงออก
  2. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย รวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับไข่แดงในข้อแรก ตามด้วยหมูบด และต้นหอม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอย
  3. ตักส่วนผสมที่ได้ในข้อสองลงในไข่ขาว และวางไข่แดงเค็มลงตรงกลาง
  4. นำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที จากนั้นยกลงจากเตา จัดใส่จานโรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอม เสิร์ฟพร้อมซอสเปรี้ยว

Tip

ถ้าอยากได้รสสัมผัสกรุบกรอบให้ใช้มันแกวหรือสาลี่หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆผสมลงไปด้วย

 

ขอบคุณสูตรอาหารจากหนังสือ “ไข่ทำอะไรก็อร่อย” สำนักพิมพ์อมรินทร์ Cuisine

เด็กน้อยรอดจมูกเน่าหวุดหวิด เหตุมีถ่านกระดุมติดในจมูก

เหตุการณ์นี้เกิดจากคุณแม่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อคุณ Feel Good ได้โพสต์ภาพแบตเตอรี่ขนาดเล็กหรือถ่านกระดุมบนกระดาษทิชชูพร้อมข้อความว่า…

“นี่ไงที่ทำให้ลูกฉันเลือดไหลออกจากจมูก… ออกมาเรียบร้อย หมอตรวจละเอียดมาก ตรวจจนเจอสิ่งแปลกปลอม มันคือก้อนถ่านนาฬิกา มันเป็นสิ่งอันตรายเพราะมันเป็นกรด กัดจนเนื้อที่อยู่ในโพรงจมูกไม่เหลือและกัดไปถึงกระดูก แต่ก่อนหน้านี้พาลูกไปโรงพยาบาลตามสิทธิรักษาบัตรทอง พอไปถึงก็บอกอาการกับหมอที่ตรวจว่าลูกเราเป็นอะไร …อาการของเด็กคือมีเลือดไหลออกมาจากจมูกตลอดเวลาและเด็กเจ็บจมูกมาก พอบอกอาการหมอที่โรงพยาบาลแรก หมอกลับบอกมาว่าในจมูกไม่เห็นจะมีอะไร หรืออาจจะเป็นฝีในจมูก และให้ยามากิน 2 ขวดกับน้ำเกลือขวดเล็กมา (แต่พอมาโรงพยาบาลที่สอง หมอกลับบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้เด็กจะจมูกเน่า) แต่หมอโรงพยาบาลแรกบอกไม่เป็นไร คุณแม่ไม่ต้องกังวล ลูกอาจจะเป็นฝีในจมูก…”

ถ่าน จมูก เลือดออกอ่านต่อ “คำเตือนจากใจเรื่องความปลอดภัยในบ้าน สำหรับบ้านที่มีลูกเล็ก” คลิกหน้า 2

ข่าว ข่าวน่ารัก

เด็กชายห้าขวบเลือกนำเงินไปทำบุญกับสถานสงเคราะห์สัตว์ แทนการซื้อของขวัญวันเกิด

เมื่อพ่อและแม่ของ Dalton Shaw หนูน้อยวัยห้าขวบบอกกับเขาว่า วันเกิดของเขาอยู่ในช่วงต้นปี ซึ่งของขวัญที่เขาเพิ่งได้รับเนื่องในวันคริสต์มาสก็ยังดูใหม่อยู่ทุกชิ้น ฉะนั้นเขาต้องการจะทำอะไรกับของขวัญวันเกิดในปีนี้ให้แตกต่างจากทุกปีหรือไม่?

Dalton Shaw จึงตัดสินใจให้พ่อและแม่ของเขานำเงินที่จะซื้อของขวัญวันเกิดให้เขา ไปซื้ออาหารสัตว์เพื่อบริจาคให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์แทน

นอกจากนี้ ทุกคนที่มาร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของเขาก็ต่างเตรียมอาหารสัตว์มาให้เขาแทนของขวัญวันเกิด และยังร่วมบริจาคเงินกับหนูน้อยอีกเป็นจำนวนถึง 225$ และนั่นทำให้หนูน้อยคนนี้มีความสุขมากที่สุดในวันเกิดของเขา

ทัศนคติและแนวทางในการดำเนินชีวิตสามารถปูทางได้โดยพ่อแม่ทุกคน ลองเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ลูกได้คิด ได้ลองทำ บางทีเขาอาจจะทำอะไรได้มหัศจรรย์จนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ที่มา www.goodnewsnetwork.org

 

ข่าวเด่น บริจาคโลหิต

สรุป!! สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลของผู้บริจาคโลหิต

จากที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของผู้บริจาคโลหิตว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง  ข้อมูลทั้งหมดมีดังนี้ค่ะ

1. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ไม่เกินร้อยละ50
2. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล+ ค่าห้องพิเศษและค่าอหาร ได้ร้อยละ 50
3. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
4. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์” ขอพระราชทานเพลิงศพ ” ได้เป็นกรณีพิเศษ ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้

**ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้เช่น ตรวจหาน้ำตาล ไขมัน การทำงานของตับ การทำงานของไต ฯลฯ โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้ปีละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้สิทธินี้จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีสิทธิอย่างอื่น เช่น ประกันสังคม หรือข้าราชการ และจะใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยใน เมื่อได้ห้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว  โดยให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต  ขอหนังสือรับรองผู้บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อนำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาลเป็นครั้งๆไป
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1813

ทราบอย่างนี้แล้ว ช่วยกันบริจาคโลหิตนะคะ นอกจากจะได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลอีกด้วย

ข่าวเด่น บริจาคโลหิต

ที่มา www.khaosod.co.th, Facebook ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

 

พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร) (1 ขวบ-12 ปี)

หลังจากปิดปรับปรุงไปนาน พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ก็พร้อมเปิดพื้นที่แสนสนุกปลุกจินตนาการให้เด็กๆอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มาในคอนเซปต์ “Learning for young creative mind” เน้นให้เด็กๆได้ใช้ศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่สำหรับเจ้าตัวเล็กอย่างชัดเจนเริ่มตั้งแต่น้องเล็กนักสำรวจ (1-2 ขวบ) จนถึงพี่ใหญ่นักทดลอง (7-12 ปี) ส่วนจุดไฮไลท์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่เราไม่น้อยนั่นก็คือ โครงกระดูกไดโนเสาร์ไซต์บิ๊กเบิ้ม รับรองเด็กๆคนไหนชอบไดโนเสาร์ต้องร้อง ว้าว! นอกจากจะได้ตื่นเต้นกับโครงกระดูกสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ชนิดนี้แล้ว เด็กๆยังจะได้แปลงร่างเป็นนักสืบไดโนเสาร์ มาช่วยกันหาคำตอบว่าทำไมไดโนเสาร์ถึงสูญพันธุ์ แต่ถ้าใครร้อนอยากเล่นน้ำ รู้ยัง พิพิธภัณฑ์เด็กเขามีสวนน้ำด้วยนะ (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) อย่าลืมเตรียมชุดเล่นน้ำมาเปลี่ยนให้เจ้าตัวเล็กด้วยละ สวนน้ำเปิดให้บริการวันละ 3 รอบ เวลา 10.00 น.- 11.30 น. / 13.30 น. – 14.30 น. และรอบสุดท้าย 15.00 น. – 16.00 น.

 

  • ราคาค่าเข้า : ฟรี (เข้าได้เฉพาะครอบครัวที่มีลูกอายุไม่เกิน 12 ปีเท่านั้น)
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 00 – 16.00 น.
  • ที่ตั้ง : ด้านข้างสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ถนนกำแพงเพชร 4 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
  • เบอร์โทร. 02-272-4500-1

 

pipitapandek (2) pipitapandek (3)

pipitapandek (4)

ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล (1 ขวบ++)

131-Sealife (1)


                พาครอบครัวของคุณดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลลึก พร้อมรู้จักกับสิ่งมีชีวิตต่างๆใต้ท้องทะเลอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งตอนนี้ได้เปิดโซนใหม่ 13 โซน พร้อมทั้งปรับโฉมใหม่ ซึ่งลักษณะของแต่ละโซน ตู้จะมีความเหมาะสมกับเด็กมากขึ้น ทั้งขนาดและการใช้งาน เช่น โพรงหินอำพราง เป็นถ้ำใต้ทะเล ที่ให้เด็กได้ดูถึงการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่น่ามหัศจรรย์ ภารกิจใกล้ชิดฉลาด เป็นกระจกใสให้เด็กยืนอยู่เหนือน้ำ ดูฉลาดที่อยู่ข้างใต้ ซึ่งกระจกมีความแข็งแรงและปลอดภัย เพนกวินสุขสันต์ มหัศจรรย์โลกน้ำแข็ง เด็กๆจะได้ใกล้ชิดและรู้จักการใช้ชีวิตของเจ้าเพนกวิน เป็นต้น นอกจากดูชีวิตเหล่าสัตว์ใต้ท้องทะเลแล้ว ยังเพิ่มความตื่นตาตื่นใจด้วยการโชว์ให้อาหาร ไม่ว่าจะเป็นให้อาหารปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาน้ำจืด และเพนกวิน ซึ่งจัดแสดงเป็นรอบๆในแต่ละวัน ซึ่งกิจกรรมสุดพิเศษเหล่านี้จะทำให้คุณได้เลือกเปิดประสบการณ์ใหม่แบบไม่ซ้ำใคร และพร้อมสร้างความประทับใจให้คุณและครอบครัวในทุกโอกาสแน่นอน

  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ราคา 490 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี เด็กอายุ 3-11ปี ราคา 350 บาท
  • วันเวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 00 น.- 21.00 น. (จำหน่ายบัตรรอบสุดท้าย 20.00 น.)
  • ที่ตั้ง : ชั้นบี 1- บี 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

131-Sealife (3) 131-Sealife (4)

สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

อีกหนึ่งสวนสาธารณะยอดฮิตของคนกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย เหมาะมากสำหรับเด็กๆตั้งแต่วัย 1 ขวบขึ้นไป แม้ในเด็กเล็กยังทำอะไรไม่ได้มากเหมือนพี่ๆเขา แต่แค่ได้วิ่งเล่นบนสนามกว้างๆก็สนุกสนานแล้ว ซึ่งการวิ่งบนพื้นหญ้าแบบนี้ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายเป็นอย่างดี ส่วนเด็กโตมาพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ฝึกการทรงตัว รวมถึงเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ผ่านการ ขี่จักรยาน ที่นี่มีเลนจักรยานโดยเฉพาะรอบสวน เช่าได้ในราคาคันละ 20-60 บาท   ทำความรู้จักผีเสื้อ และแมลง ณ อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ เที่ยวชมส่วนป่าจำลอง เมืองจราจรจำลอง ที่นี่เด็กๆจะได้เรียนรู้เรื่องการจราจรผ่านการระบายสี และวาดรูป ใกล้ๆกันยังมีสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ

131-rodpigarden (2)

131-rodpigarden (3)

  • ราคาค่าเข้า : ฟรี แต่หากต้องการใช้บริการศูนย์กีฬาเสียค่าบริการปีละ 40 บาท ส่วนสระว่ายน้ำค่าบริการผู้ใหญ่ 15 บาท เด็ก 5 บาท
  • วัน-เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 4.00 – 21.00 น. โทร. 0 2323 4094-9
  • ที่ตั้ง : กำแพงเพชร 3 จตุจักร กรุงเทพฯ

เคล็ดลับสำหรับวัยรุ่นเนื่องในวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันที่กว่า 100 ประเทศทั่วโลกร่วมกันฉลองวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น (Safer Internet Day) โดยอินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นของผู้คนใน 100 ประเทศนั้นเท่านั้นแต่ยังเป็นของคุณด้วยและคุณมีหน้าที่ร่วมกันรักษาพื้นที่นี้ให้ปลอดภัย

 

ด้วยเหตุนี้ลองมาดูเคล็ดลับบางส่วนที่ควรพิจารณาเมื่อใช้งานออนไลน์กัน

 

1) คิดก่อนโพสต์

เราอาจอยู่ในช่วงอารมณ์ที่อยากเขียนหรือทำอะไรที่ดูตลกขบขันในตอนนั้นแต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เราแสดงออกไปอาจทำร้ายจิตใจคนอื่นอย่างมากหรือกลับมาหลอกหลอนเราในภายหลังได้

 

เราได้จัดทำคำถามที่ช่วยเตือนสติคุณให้พิจารณาก่อนทำการโพสต์ เช่นฉันอยากให้ทุกคนมองฉันในแง่นี้หรือเปล่า?จะมีใครนำสิ่งที่ฉันโพสต์มาทำร้ายฉันหรือทำลายชื่อเสียงของฉันหรือไม่?ถ้าคนอื่นเอาไปแชร์ต่อฉันจะโมโหไหม?ถ้าฉันแชร์เรื่องนี้ออกไปสิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจะมีอะไรบ้าง?

 

และอย่าลืมว่าข้อมูลทุกอย่างที่คุณโพสท์ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นบันทึกหรือวิดีโอแชทอาจมีคนอื่นนำไปแชร์โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นถามตัวเองก่อนโพสต์ว่าถ้ามีคนแชร์เนื้อหานี้ไปทั่วโรงเรียนหรือกับบริษัทที่จะจ้างงานฉันในอนาคตฉันจะรับได้ไหม?

 

แน่นอนว่าเราทุกคนทำผิดพลาดได้หากคิดว่าคุณไม่น่าพูดหรือกระทำอะไรบางอย่างลงไปไม่เคยมีคำว่าสายที่จะกล่าวขอโทษ

 

2) รู้ก่อนว่าคุณกำลังสื่อสารกับใคร

ทุกครั้งที่คุณแชร์เนื้อหาใดๆ บนFacebook ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ภาพถ่ายหรือลิงก์ก็ตามคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็นเนื้อหานั้นบ้างและยังเลือกว่าจะรับใครเป็นเพื่อนบนFacebook ได้ด้วยดังนั้นคุณควรรับคำขอเป็นเพื่อนจากบุคคลที่คุณรู้จักเท่านั้นหากคุณเคยได้รับข้อความหรือโพสต์ที่ทำร้ายจิตใจหรือไม่เหมาะสมบนโปรไฟล์คุณมีตัวเลือกในการดำเนินการหลายอย่างคุณอาจเลือกไม่ใส่ใจขอให้บุคคลนั้นหยุดทำเลิกเป็นเพื่อนหรือบล็อกบุคคลนั้นหรือบอกพ่อแม่ครูครูที่ปรึกษาหรือผู้ใหญ่ที่คุณไว้ใจได้ขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์นั้นรุนแรงแค่ไหนทุกคนสมควรได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ

 

3) ทำหน้าที่ที่ควรทำ

คุณสามารถรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในFacebook ได้เสมอไม่ว่าจะเป็นหน้าโปรไฟล์ของคุณหรือหน้าโปรไฟล์ของคนอื่นทุกๆคนที่ใช้Facebook ได้ตกลงปฏิบัติตามมาตรฐานชุมชน ซึ่งกำหนดไว้ว่ามีโพสท์ประเภทใดที่เรายอมรับและไม่ยอมรับบ้างเช่นถ้อยคำแสดงความเกลียดชังภาพความรุนแรงน่าหวาดเสียวและการกลั่นแกล้งเนื้อหาเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้โพสต์ในFacebook และเราจะลบเนื้อหาประเภทนี้ออกเมื่อได้รับรายงานแจ้งเข้ามานอกจากนี้คุณยังสามารถรายงานเพจกลุ่มงานกิจกรรมและโปรไฟล์ที่ปลอมหรือแอบอ้างบุคคลได้อีกด้วย (โปรดทราบว่าเราเก็บการรายงานเนื้อหาเป็นความลับดังนั้นจะไม่มีใครทราบว่าผู้ใดเป็นผู้รายงาน)

 

ข้อที่ยกมาข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างเริ่มต้นเท่านั้นFacebook จะเป็นชุมชนที่น่าอยู่ ก็ต่อเมื่อมีกฎและแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ใช้ของเราปลอดภัยดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นทุ่มเทในการจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นให้แก่ชุมชนFacebook เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัยและให้การสนับสนุนแก่สมาชิกนอกจากนี้ชุมชนของเรายังขอให้สมาชิกในชุมชนช่วยกันดูแลและปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบสำหรับเดือนนี้ เราจึงขอให้ทุกคนลองคิดทบทวนว่าจะปฏิบัติอย่างไรเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีขึ้นในFacebook ต่อไปในอนาคต

 

ที่มา : Facebook
ภาพ : shutterstock

Tags

เตรียมตัวอย่างไร ไม่ให้หนูหลง

เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง เนื่องในวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันที่กว่า 100 ประเทศทั่วโลกร่วมกันฉลองวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น (Safer Internet Day) โดยFacebook ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์นโยบายและโปรแกรมการศึกษาเพื่อช่วยให้ผู้คนมีประสบการณ์ใช้งานที่ปลอดภัย

 

การสนทนาเรื่องความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดนั้นควรเกิดขึ้นระหว่างพ่อแม่หรือผู้ปกครองกับบุตรหลานของตนแม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนแต่สำหรับครอบครัวแล้วพื้นฐานของการพูดคุยกับเด็กๆ ในเรื่องความปลอดภัยนั้นยังคงเหมือนเดิม

 

ด้วยเหตุนี้ลองศึกษาถึงเคล็ดลับในการดูแลบุตรหลานของคุณขณะที่ใช้งานช่องทางออนไลน์กัน

 

1) ใช้วิธีที่ได้ผล

โดยทั่วไปคุณสามารถใช้วิธีดูแลบุตรหลานแบบเดียวกันทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์หากคุณคิดว่าพวกเขายอมทำตามข้อตกลงที่มีการตกลงกันไว้ก่อนมากกว่าก็ให้ร่างสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายลงนามได้หรือไม่เช่นนั้นแค่บอกกฎทั่วไปให้บุตรหลานทราบก็อาจเพียงพอแล้วในกรณีนี้คุณอาจตั้งกฎไว้ตั้งแต่เนิ่นๆเมื่อซื้ออุปกรณ์เคลื่อนที่ให้พวกเขาครั้งแรก

 

2) คำกล่าวที่ว่าบุตรหลานจะ “ทำตามสิ่งที่คุณทำไม่ใช่สิ่งที่คุณบอก” นั้นเป็นความจริงทั้งกับพฤติกรรมแบบออฟไลน์และออนไลน์

พยายามเป็นแบบอย่างที่ดีหากคุณจำกัดเวลาการใช้งานสื่อโซเชียลหรืออินเทอร์เน็ตกับบุตรหลาน (เช่นห้ามส่งข้อความหลังสี่ทุ่ม) การที่คุณปฏิบัติตามข้อจำกัดนั้นด้วยจะสร้างความแตกต่างได้อย่างมากหากต้องการให้พวกเขาใช้งานออนไลน์อย่างสุภาพคุณควรส่งข้อความหาพวกเขาด้วยความสุภาพและให้เกียรติด้วยเช่นกัน

 

3) มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นและสร้างพื้นฐานในการพูดคุย

มีข้อมูลวิจัยที่สนับสนุนว่าผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมกับบุตรหลานในโลกออนไลน์ตั้งแต่ช่วงแรกที่บุตรหลานเริ่มใช้สื่อโซเชียลโดยเพิ่มพวกเขาเป็นเพื่อน ตั้งแต่ที่สมัครใช้Facebook หรือติดตามพวกเขาในInstagram หากรอให้เวลาผ่านไปคุณอาจมีส่วนร่วมได้ยากขึ้นแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วแต่โปรดทราบว่าหากคุณมีการอบรมและพูดคุยกับพวกเขาตั้งแต่เด็กอยู่เป็นประจำก็ควรอบรมพูดคุยเรื่องการใช้งานออนไลน์ตั้งแต่เนิ่นๆด้วยเช่นกันและควรจะสอนพวกเขาเรื่องเทคโนโลยีพื้นฐานในภาพรวมก่อนที่จะใช้สื่อโซเชียลด้วยเพราะจะช่วยวางรากฐานในการพูดคุยในอนาคตได้

 

4) หาช่วงเวลาที่สำคัญ

การพูดคุยลักษณะนี้สามารถทำได้อย่างเหมาะสมในหลายโอกาสเช่นเมื่อบุตรหลานมีโทรศัพท์มือถือเครื่องแรก (เหมาะแก่การตั้งกฎทั่วไป) หรือเมื่อพวกเขามีอายุ 13 ปีและถึงวัยที่สามารถใช้Facebook, Instagram หรือสื่อโซเชียลอื่นๆได้แล้วหรือเมื่อพวกเขาสอบได้ใบขับขี่ (เหมาะแก่การอบรมเรื่องการไม่ส่งข้อความหรือแชทขณะขับขี่)

 

5) ขอให้บุตรหลานสอนคุณ

หากคุณไม่ได้ใช้Instagram ในตอนนี้หรืออยากลองใช้บริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ดูบ้างถ้าบุตรหลานคุ้นเคยกับบริการประเภทนี้อยู่แล้วนี่คือตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสำหรับคุณการพูดคุยกันในเรื่องนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีในการพูดคุยเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้เช่นคุณอาจถามพวกเขาเรื่องการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวขณะตั้งบัญชีผู้ใช้Facebook ของคุณเองและอย่างที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้วบุตรหลานของคุณคงดีใจที่ได้มีโอกาสสอนคุณใช้งาน

 

เคล็ดลับต่างๆที่ยกมานี้เป็นเพียงตัวอย่างเริ่มต้นเท่านั้นและอาจจะไม่ตรงกับครอบครัวของคุณเสียทีเดียวแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มพูดคุยกันในครอบครัว