ตกขาวสีเหลือง

อย่าอาย! ตกขาวสีเหลือง เขียว เทาสีไม่ขาวผิดปกติแน่นอน

ตกขาวสีเหลือง
ตกขาวสีเหลือง

ตกขาวเมื่อไม่ขาว อย่ามัวแต่อาย สีของตกขาวกำลังบอกอะไรเรา จะ ตกขาวสีเหลือง เขียว เทา หรือขาว สีไหนปกติ สีไหนควรพบแพทย์ มาร่วมฟังคำตอบจากคุณหมอกันเลย

อย่าอาย! ตกขาวสีเหลือง เขียว เทาสีไม่ขาวผิดปกติแน่นอน

“ตกขาว”อาการทีพบได้ในผู้หญิงสามารถเกิดขึ้นได้และไม่อันตรายเสมอไป มาร่วมฟังข้อมูลดี ๆ จากคุณหมอ อ.พญ. อรวี ฉินทกานันท์ สาขาวิชาอนามัยการเจริญพันธ์ุ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ในรายการพบหมอรามา ช่วง Big Story ออกอากาศวันที่ 1 พ.ย.2560

ไขข้อข้องใจ กับภาวะตกขาว

ตกขาว คืออะไร?

ตกขาว (Leucorrhea) คือ สิ่งคัดหลั่งจากอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นจากช่องคลอด ปากมดลูก หรือแม้กระทั่งจากตัวมดลูกเอง ลักษณะของตกขาวปกติ คือ ตกขาวจะมีลักษณะตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และรอบเดือน ขึ้นกับปริมาณของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตโรน (Progesterone) ลักษณะเป็นเมือกขาว ใส ไม่มีสี หรือเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่นเหม็น ปริมาณไม่มาก และไม่ก่ออาการคัน ตกขาวปกติจะพบมากได้ในช่วงกลางของรอบประจำเดือนหรือขณะตั้งครรภ์ และจะมีการหลั่งของเมือกในช่องคลอดมากขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์

ทำไมผู้หญิงต้องมีตกขาว?

เป็นของเหลวที่ถูกผลิตโดยต่อมภายในช่องคลอด เพื่อนำพาเอาเซลล์ที่ตายแล้ว และแบคทีเรียในช่องคลอดออกมา เพื่อความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อในระบบสีบพันธุ์

สังเกตอย่างไรว่าเรามีภาวะตกขาวที่ปกติ ไม่ต้องไปพบแพทย์?

ตามปกติแล้วในสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อีกนัยหนึ่ง คือ สตรีที่อยู่ในช่วงอายุที่ยังมีประจำเดือน หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเต็มที่) จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามระยะของประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีผลต่อการลักษณะของเหลวที่สร้างขึ้นมาจากอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรี ดังเช่น ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ในช่วงเวลานี้ จะมีตกขาวลักษณะค่อนข้างเหลวใส ๆ ปริมาณมากกว่าระยะเวลาอื่น ส่วนตกขาวในระยะเวลาอื่นจะมีสีขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก นอกจากนั้นแล้ว ตกขาวที่ปกติควรจะไม่คัน และไม่มีกลิ่น ถ้าตกขาวมีลักษณะดังที่กล่าวมานี้ถือว่าปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา

ปริมาณของตกขาวแบบใดที่ถือว่าผิดปกติ?

สตรีแต่ละคนจะมีปริมาณตกขาวแตกต่างกันไป บางคนอาจมีปริมาณตกขาวมากจนเปื้อนชุดชั้นในอยู่หลายวันในแต่ละเดือน แต่สำหรับบางคนอาจมีปริมาณน้อยจนไม่รู้ว่ามีตกขาวเลย ดังนั้นการดูแต่ปริมาณเพียงอย่างเดียวไม่ได้ คงต้องสังเกตอาการอื่น ๆ ของตกขาวประกอบด้วย

สาเหตุของการตกขาวที่ผิดปกติ เกิดได้จากอะไร?

ผู้หญิงเรามีภาวะตกขาวเป็นเรื่องปกติ แต่สาเหตุที่ทำให้ตกขาวของผู้หญิงอย่างเรามีความผิดปกติจนเกิดอาการต่าง ๆ บ่งบอกให้เราทราบได้นั้น เกิดจากสาเหตุ 2 แบบ คือ

  • สาเหตุจากการติดเชื้อ โดยช่องคลอดได้รับเชื้อจากภายนอก เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิในช่องคลอด และไวรัส
  • สาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ เช่น การระคายเคืองจากสารเคมี อาการจากมะเร็งปากมดลูก ช่องคลอด ท่อนำไข่ หรือมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด

ภาวะตกขาวผิดปกติเกิดได้ในช่วงอายุใด?

เป็นได้ทุกวัย ขึ้นอยู่กับความสะอาด และการดูแล ในหญิงที่มีอายุเยอะเข้าสู่วัยทอง ตกขาวปริมาณจะลดลง แต่ถ้ากลับมามีปริมาณตกขาวมากขึ้นผิดสังเกตควรระวัง ในเด็กก็อาจเกิดภาวะตกขาวผิดปกติได้ แต่ส่วนใหญ่จะพบสาเหตุเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอม หรือเด็กยัดของเล่นเข้าไปทำให้ระคายเคือง และมีตกขาวได้

สีของตกขาวสามารถบอกอาการของโรคได้จริงหรือ?

เบื้องต้นการสังเกตความผิดปกติของสีของตกขาวสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธ์ุภายในของผู้หญิงได้ แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยทั้งหมดว่าเป็น 100% ต้องมีการสังเกตอาการอื่นร่วมดัวย เช่น กลิ่นมีกลิ่นคาว คัน มีไข้ ปวดท้อง แสบร้อน เป็นต้น และควรได้รับการตรวจภายในตรวจละเอียดโดยสูตินารีแพทย์ โดยเราสามารถสังเกตสีของตกขาวเบื้องต้นได้ ดังนี้

ตกขาวสีเหลือง เขียว บอกโรค
ตกขาวสีเหลือง เขียว บอกโรค
  • ตกขาวสีเขียว เป็นเพราะช่องคลอดเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอด หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อโรค เช่น โรคหนองใน ลักษณะของอาการที่สังเกตได้เบื้องต้น คือ ตกขาวจะมีลักษณะสีเขียว บางครั้งก็อาจจะมีสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็นคาวปลา บางรายอาจจะมีอาการคัน และปวดแสบขณะปัสสาวะร่วมด้วย
  • ตกขาวสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์  อาจมีอาการคันในบางราย สาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอาจทำให้ตกขาวมีกลิ่นคาวปลาหลังการร่วมเพศ แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อจากโรคหนองในตกขาวจะมีสีเหลืองจัด อาจร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดได้
  • ตกขาวสีชมพู พบได้ในหญิงหลังคลอด เนื่องจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ตกขาวสีขาว แม้จะมีสีขาวแต่ลักษณะรูปร่างผิดปกติ คือ มีลักษณะเหมือนโยเกิร์ต มีการจับตัวเป็นก้อน ๆ เหมือนนมบูด อาจเกิดจากการติดเชื้อราจนมีอาการบวม แดง คันบริเวณอวัยวะเพศ แสบร้อน และเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
  • ตกขาวสีเทา ติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีหลายชนิด ต้องตรวจดูว่าเป็นตัวไหน จะได้ให้ยาได้ตรงตามเชื้อนั้น ๆ
  • ตกขาวสีน้ำตาลปนเลือด สีนี้เป็นสีที่น่ากังวล เพราะต้องตรวจดูว่าเลือดมาจากไหน อาจมาจากมะเร็งที่ทำให้เกิดเลือดได้จึงมีออกมาปนกับตกขาว
  • ตกขาวเป็นน้ำ ถ้าตกขาวเป็นน้ำไหลโจ๊กหรือเป็นฟอง มักเกิดจากเชื้อปรสิตพยาธิ พวกทริโคโมแนส

อายไม่กล้าตรวจภายใน ซื้อยามาทานเองได้ไหม?

อย่างที่บอกไปว่าสาเหตุของการที่ตกขาวเปลี่ยนสี มีหลากหลายสาเหตุ ทำให้หากไม่ไปตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคที่แท้จริง ใช้วิธีซื้อยามารับประทานเอง อาจจะได้ยาไม่ตรงกับเชื้อโรค เกิดภาวะดื้อยา ทำให้ไม่หาย แล้วถ้าปล่อยไว้นาน ๆ จะเป็นอันตรายมากกว่าได้รับการรักษาเสียแต่เนิ่น ๆ เช่น การอักเสบจนลามไปยังอุ้งเชิงกราน ทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ เป็นต้น

วิธีการดูแลรักษาความสะอาดควรทำยังไง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อในช่องคลอด?

การล้างช่องคลอดแรง ๆ หรือใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นเกินไป การสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินไป เป็นสาเหตุให้ผิวบริเวณนั้นแห้งเกินไป ซึ่งในช่องคลอดของผู้หญิงเราต้องมีเชื้อแบคทีเรียแลคโตบาซิลัส แบคทีเรียเจ้าถิ่นที่คอยดูแลช่องคลอด ป้องกันสิ่งแปลกปลอม การล้างมากเกินไปก็จะทำให้ระคายเคือง และไปทำลายเชื้อแบคทีเรียดีตัวนี้ด้วยเช่นกัน จึงควรล้างทำความสะอาดปกติก็พอ

อย่ามัวอาย!!ตรวจภายในไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

นพ.ฉันทวัฒน์ เชนะกุล สูตินรีแพทย์ มะเร็งนรีเวชกล่าวว่า อวัยวะเหล่านี้ไม่เหมือนอวัยวะอื่นๆ ที่เป็นระบบปิด ซึ่งมีปัจจัยรบกวนจากภายนอกน้อย แต่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงมีปัจจัยภายนอกเข้าไปรบกวน นั่นคือการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีการขยายตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายโดยเฉพาะเมื่อมีลูก ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นอะไรได้มาก “ถ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ โอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเกือบจะเป็นศูนย์ แต่ยังมีรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกที่อกาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ ดังนั้น นี่คือประโยชน์ของการตรวจภายใน”

ตรวจภายใน อย่าอาย
ตรวจภายใน อย่าอาย

เมื่อเราต้องการตรวจภายใน คุณหมอจะทำการสอบถามประวัติ และหากจำเป็นต้องตรวจภายในเพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรค คุณหมอก็จะให้ไปเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะออกให้หมด เพื่อให้การตรวจภายในนั้นให้ได้ผลแม่นยำที่สุด และจะได้ไม่รู้สึกปวดปัสสาวะเวลาที่ถูกกดตรวจท้องน้อย กรณีที่มีตกขาวไม่จำเป็นต้องล้างออก เนื่องจากคุณหมอต้องการสังเกตลักษณะของตกขาวเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค หลังจากนั้นได้เวลาขึ้นบนเตียงตรวจภายใน โดยในห้องตรวจจะเป็นบริเวณมิดชิด มีเพียงคุณหมอ และผู้ช่วยเท่านั้น การตรวจเริ่มจากสอดเครื่องมือตรวจภายในลักษณะคล้ายปากเป็ดไปในช่องคลอดเพื่อตรวจ และเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งเพื่อเช็คมะเร็งปากมดลูกได้ในขั้นตอนนี้

หลังจากนั้นคุณหมอจะถอดเครื่องมือออก และสอดนิ้วเพื่อตรวจภายใน โดยการตรวจในขั้นตอนนี้จะเป็นการตรวจเพื่อดูว่ามดลูก รังไข่ รวมทั้งอวัยวะใกล้เคียง มีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ แค่นี้ก็จบขั้นตอนของการตรวจภายในแล้ว รอรับฟังผลการตรวจภายในได้เลย สำหรับผลของการตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้น จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยบางโรงพยาบาลจะโทรศัพท์แจ้งผล และบางโรงพยาบาลอาจส่งผลการตรวจทางไปรษณีย์

เห็นไหมละว่า การตรวจภายในมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยแม้แต่น้อย ข้อสำคัญที่สุด คือ ทำใจให้สบาย อย่าเกร็ง ก็จะช่วยให้การตรวจภายในของเราง่ายขึ้น และช่วยให้หมอทำงานได้ง่ายขึ้น เมื่อทราบถึงประโยชน์ของการตรวจภายในจากคุณหมอว่าดีต่อผู้หญิงขนาดนี้แล้ว มาเลิกอายคุณหมอ แล้วหมั่นสังเกตความผิดปกติของตกขาวพวกเรากันดีกว่า เพราะอย่างไร “รู้ก่อนแก้ทัน” คำ ๆ นี้ยังคงมีประโยชน์แก่เรามากกว่ามามัวนั่งอายอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณคลิป และข้อมูลอ้างอิงจาก RAMA CHANNEL / vibhavadi.com / paolohospital.com / bangkokhospital.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ระวัง 10 อาหารต้องเลี่ยง…เสี่ยง! ตกขาวเยอะ

ตกขาวแบบไหนอันตราย

เตือนแม่! ตากผ้า ตากชุดชั้นในไม่แห้ง ระวัง เชื้อราในช่องคลอด

ไส้เลื่อนในผู้หญิง เด็กก็เป็นได้ แม่สังเกตลูกสาวให้ดี!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up