ระวัง! ลูก โดนเห็บกัด อาจทำให้กลายเป็น อัมพาตชั่วคราวได้

โดนเห็บกัด

วิธีจัดการเมื่อถูกเห็บกัด

จากคลิป วิธีที่ดีที่สุดจะเอาเห็บออกจากผิวหนังคือ การใช้แหนบถอนขนคีบเห็บส่วนที่ใกล้ ผิวหนังมากที่สุดแล้วค่อยๆ ดึงออก ห้ามใช้บุหรี่จี้หรือใช้น้ำยาล้างเล็บ ขี้ผึ้ง สบู่เหลว สารพวกนี้จะทำให้เห็บระคายเคืองและปล่อยสารพิษเข้าไปในแผลที่มันกัดได้ ไม่บิด หรือกระชาก ไม่ควรบีบขยี้หรือเจาะตัวเห็บ เพราะจะทำให้ของเหลวจากตัวเห็บ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคถูกปล่อยออกมา หลังจากเอาเห็บออกแล้ว ควรล้างมือ และผิวหนัง บริเวณที่ถูกกัดด้วยสบู่ให้สะอาดถ้าเห็นส่วนของปากเห็บติดอยู่ที่ผิวหนังให้ปล่อยเอาไว้ ร่างกายจะพยายามกำจัดออกมาเอง อย่าพยายามแกะ หรือแคะออก เพราะจะทำให้ผิวหนังเป็นแผลติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

การรักษาตุ่มคันจากเห็บกัด

ถ้าตุ่มอักเสบไม่มาก ใช้ยาในกลุ่ม สเตียรอยด์ลดการอักเสบ ทาสม่ำเสมอ เช้าและเย็นผื่นก็จะดีขึ้น ถ้าอักเสบมาก เรื้อรัง ตุ่มใหญ่เป็นก้อน ต้องใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์ เฉพาะที่บางรายอาจต้องตัดตุ่มที่อักเสบออก เพราะมีการอักเสบเรื้อรังไม่หาย เนื่องมาจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อส่วนปากของเห็บที่ติดอยู่ในผิวหนังนั่นเอง

ในประเทศไทยไม่พบโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ แต่ “ไร” ซึ่งมีลักษณะที่มองด้วยตาเปล่า อาจคล้ายเห็บ สามารถเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดโรคไข้รากสาดใหญ่หรือ สครับไทฟัส ไม่มียาสำหรับป้องกันการเกิดโรคหลังไรกัด ดังนั้นผู้ที่ถูกไรกัด ควรสังเกต ตัวเองว่าเป็นไข้หลังจากถูกไรกัดหรือไม่ โดยทั่วไประยะฟักตัวของโรค (ตั้งแต่ไรกัดจน ถึงไข้ขึ้น) ประมาณ 10-12 วัน

วิธีป้องกันเห็บกัด

ควรกำจัดให้รวดเร็วเพื่อลดเวลาที่จะได้รับเชื้อโรคที่จะติดมาจากเห็บ

  1. การควบคุมเห็บบนตัวสุนัข ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ให้ผลได้ดี  เช่น
  • แบบสเปรย์  วิธีนี้จะให้ผลในการกำจัดเห็บได้ดีและรวดเร็ว  โดยต้องทำการพ่นไปให้ทั่วตัวสุนัข  ตามขนาดน้ำหนักตัว  แต่ค่อนข้างยุ่งยากในการพ่นและมีกลิ่นฉุน  แต่หากสุนัขมีเห็บเยอะ วิธีนี้เหมาะสมที่สุดและช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า  ตัวอย่างเช่นสเปรย์ของยี่ห้อ  Frontline
  • แบบหยดหลัง  วิธีนี้ใช้ง่ายและสะดวก  เพียงหยดตัวยาในหลอดลงกลางหลังคอของสุนัข  โดยแหวกขนเพื่อให้ตัวยาสัมผัสกับผิวหนังให้มากที่สุด  เหมาะสำหรับกรณีใช้ป้องกันหรือในกรณีที่มีเห็บน้อยๆ  ตัวอย่างเช่นยาหยดหลังของยี่ห้อ  Frontline,  Revolution,  Advantix,  Proticall  เป็นต้น
  • แบบอื่น ๆ  เช่น ยาแบบผสมน้ำราดตัว  (ซึ่งมีขอบเขตความปลอดภัยต่ำกว่า)  ส่วนแบบแป้งหรือแชมพู  อาจมีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่า

ถ้ามีเห็บมากจริง ๆ  และถ้าการใช้เพียงวิธีเดียวไม่ได้ผล  อาจใช้หลายวิธีร่วมกันได้  เช่นแบบสเปรย์หรือหยดหลัง  ร่วมกับแบบผสมน้ำราด  ร่วมกับอาบน้ำด้วยแชมพูกำจัดเห็บ  เป็นต้น

ในปัจจุบัน  มีผลิตภัณฑ์ออกมาหลายยี่ห้อหลายรูปแบบ  ซึ่งก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้แบบที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย  โดยอาจต้องศึกษาวิธีใช้ให้ถูกต้องและปลอดภัย  หรืออาจต้องปรึกษาจากสัตวแพทย์

  1. การควบคุมเห็บที่อยู่ตามสิ่งแวดล้อม อย่างที่ได้อธิบายมาแล้วในหัวข้อวงจรชีวิตของเห็บ  ที่จะเคลื่อนลงมาที่พื้น 3 ครั้งใน 1 วงจรชีวิต  ดังนั้นตามสิ่งแวดล้อมรอบๆ ที่สุนัขอยู่อาจมีเห็บอยู่ได้  จึงจำเป็นที่จะต้องกำจัดที่สิ่งแวดล้อมด้วย  มีผลิตภัณฑ์ในหลายๆ  แบบ  โดยอาจต้องศึกษาวิธีใช้ให้ถูกต้องและปลอดภัย  หรืออาจต้องปรึกษาจากสัตวแพทย์เช่นกัน
  2. จำเป็นต้องควบคุมและกำจัดเห็บกับสุนัขทุกตัวที่เลี้ยงไว้บริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียง เพื่อตัดวงจรเห็บให้หมดไป  และป้องกันการติดซ้ำจากตัวที่ยังคงมีเห็บอยู่
  3. ควรหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่มีเห็บ เช่น  ถ้าเป็นไปได้ งดให้น้องหมาออกวิ่งนอกบ้านหรือตามพื้นดินพื้นหญ้านอกบ้านหรือแม้แต่ในสนามหญ้าในบ้านเอง  เพราะบางครั้งอาจมีสุนัขบริเวณหน้าบ้านที่มีเห็บผ่านมาและปล่อยเห็บลงมาตามพื้น ซึ่งจะติดมาที่สุนัขของเราได้

และที่สำคัญระวัง อย่าให้ลูกไปเดินในบริเวณที่รกๆ ถ้าจำเป็นต้องไป อาจใช้ยาทาป้อง กันแมลงทาบริเวณแขนขาก่อน เห็บก็จะไม่กล้ำกลายมาใกล้ได้

อ่านต่อ “บทความอื่นน่าสนใจ” คลิก!


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.tm.mahidol.ac.th , pet.kapook.com

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up