ลมเข้าสมอง

แพทย์เผย! กลั้นไอ – จามบ่อย เสี่ยง ลมเข้าสมอง ไม่รู้ตัว

ลมเข้าสมอง
ลมเข้าสมอง

ภัยของการกลั้นจามยังไม่หมดเพียงเท่านั้นนะคะ เพราะมีเคสผู้ป่วยชาวอังกฤษที่กลั้นจาม แล้วมีอาการคอหอยบวม แถมเสียงยังหายโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่พอ MRI เท่านั้นแหละ แพทย์ถึงพบช่องลม (Air pocket) อยู่ด้านหลังคอหอย และยังพบว่ามีลมค้างอยู่ใกล้ ๆ บริเวณหลอดลมของผู้ป่วยรายนี้อีกด้วย ซึ่งอาการนั้น คล้าย ๆ กับคุณยายวัย 82 ปีเลยละค่ะ

โดยจากรายงานในวารสาร BMJ Case Reports เผยว่า กรณีที่เนื้อเยื่อคอหอยจะฉีกขาด หรือมีช่องโหว่ขึ้นมาอย่างทันทีทันใด พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากเคสที่มีอาการอาเจียน อาการขย้อน หรือผู้ป่วยที่มีอาการไออย่างรุนแรง รวมไปถึงผู้ป่วยหนักที่มีอาการบาดเจ็บอย่างสาหัส เป็นต้น ดังนั้นเคสผู้ป่วยชาวอังกฤษคนนี้จึงน่าแปลกใจไม่น้อยว่าเขามีลมรั่วเข้าคอหอยและหลอดลมได้อย่างไร

ลมเข้าสมอง
จากการซักประวัติก็ทำให้ทราบว่า ผู้ป่วยมีพฤติกรรมกลั้นจาม ทำให้ลมพยายามหาทางออกจากร่างกายด้วยการกระจายตัวไปตามเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งด้วยความดันของแรงลมที่ย้อนกลับจากการกลั้นจามนี้ ส่งผลให้เกิดเสียงดังจากลำคอลงไปถึงซี่โครงและไม่ใช่แค่อาการเจ็บร้าวจากคอไปจนถึงซี่โครงเท่านั้นที่เกิดขึ้นกับเขา แต่พฤติกรรมกลั้นจาม ยังส่งผลให้ผู้ป่วยรายนี้เสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อที่ลำคอ ซึ่งแพทย์ก็ต้องให้อาหารทางสายยางและให้ยาปฏิชีวนะไปจนกว่าอาการบวมจากการติดเชื้อจะหายไปในที่สุด

นอกจากนี้ศาสตราจารย์นายแพทย์ Richard Harvey ก็อธิบายว่า ภาวะมีอากาศในเนื้อเยื่อสามารถเกิดขึ้นได้กับช่องอก ลำคอ หรือแม้กระทั่งบริเวณสมอง โดยเมื่อลมจากการจามผ่านออกทางจมูกหรือปากไม่ได้ ลมจะย้อนกลับและผ่านท่อยูสเตเชี่ยน ซึ่งเชื่อมระหว่างช่องจมูกกับหูชั้นกลางไปจนถึงเยื่อแก้วหู ซึ่งอาจส่งผลทำให้แก้วหูแตก หรืออาจจะเป็นสาเหตุเล็ก ๆ ของอาการเส้นเลือดในตาเปราะขาดหรือแตก เสี่ยงมีความผิดปกติต่อกระบังลมได้อีกด้วย

จากรายพบว่า มีบางเคส ลักษณะทางกายภาพบางคน ลมจากการกลั้นจามอาจทะลุผ่านกระโหลกใต้สมองเข้าสมองได้ในที่สุด ซึ่งนอกจากความผิดปกติ เช่น มีอาการเบลอ พูดไม่ชัด คอบวม เสียงหาย ยังพบว่ามีเคสผู้ป่วยกลั้นจามแล้วหูดับ หูหนวกถาวรด้วยเช่นกัน

น่ากลัวจังเลยนะคะ … ถ้าอย่างนั้น หากคุณพ่อคุณแม่หรือคุณลูกรู้สึกอยากไอหรืออยากจาม ก็ทำเถอะค่ะ แต่!! อย่าลืมหาผ้าปิดปาก ใส่หน้ากาก หรือใช้มือปิดปากกันด้วยนะคะ อ้อ!! ที่สำคัญห้ามลืมล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค นั่นเองค่ะ
ขอบคุณที่มาของภาพและเนื้อหา: เฟซบุ๊กหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC และ Kapook
อ่านต่อเรื่องอื่นที่น่าสนใจ:

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up