คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม

คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม กินมากไปเสี่ยง 7 โรคกระทบลูกในท้อง

คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม
คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม

เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “น้ำอัดลม” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของใครหลายคนที่ให้ความสดชื่นและมีรสที่หวานอร่อย  ซึ่งมีคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนไม่น้อยที่ชอบดื่มน้ำอัดลมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แต่ระหว่างท้องนี้ คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม มาไขข้อข้องใจนี้กันค่ะ

คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม กินมากไปเสี่ยง 7 โรคกระทบลูกในท้อง

ความจริงแล้วเราต่างรู้ดีกว่า ถึงแม้น้ำอัดลมจะเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น มีรสซ่า หวานอร่อย แต่ก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับร่างกาย นอกจากไม่มีคุณค่าทางสารอาหารแล้วยังมีน้ำตาลสูงและแคลอรี่ในปริมาณมาก โดยน้ำอัดลมชนิดน้ำดำกระป๋องปริมาณ 325 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 31 กรัม หรือ 8 ช้อนชา และน้ำอัดลมน้ำสีและน้ำใสกระป๋องปริมาณ 325 มิลลิลิตร มีน้ำตาลประมาณ 39 กรัม หรือ 10 ช้อนชา เมื่อดื่มในปริมาณมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้

ทั้งนี้มีข้อมูลอ้างอิงว่า การดื่มน้ำอัดลมทุกวันระหว่างตั้งครรภ์ไม่ว่าจะมีคาเฟอีนหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากมีงานวิจัยที่แนะนำว่า การดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 1 แก้วต่อวันในช่วงตั้งครรภ์ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดคลอดก่อนกำหนด และอันตรายของน้ำอัดลมอาจส่งต่อปัญหาสุขภาพของคุณแม่และกระทบต่อลูกน้อยในตั้งครรภ์ได้มากมาย อาทิเช่น

กินน้ำอัดลมตอนท้อง
กินน้ำอัดลมตอนท้อง

1.อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทารกในครรภ์

มีงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร the American Journal of Preventive Medicine ได้ให้ข้อมูลว่า คุณแม่ตั้งครรภ์อาจต้องหยุดบริโภคน้ำอัดลม เพราะอาจส่งผลถึงทักษะการเรียนรู้และความจำของลูกที่คลอดออกมา เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์บริโภคน้ำตาลมาก โดยเฉพาะน้ำตาลจากการดื่มน้ำอัดลม มีแนวโน้มว่าเด็กอาจมีทักษะด้านความรู้ความเข้าใจต่ำกว่าปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทักษะการพูด (verbal knowledge) และทักษะการสื่อสาร (non-verbal skills)

2.คาเฟอีนส่งผลกระทบต่อสุขภาพครรภ์

รู้หรือไม่ว่าในคาเฟอีนนั้นไม่ได้มีแค่ในเครื่องดื่มกาแฟหรือชาเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในเครื่องดื่มและอาหารอีกหลายชนิด ในน้ำอัดลมปริมาณ 355 มิลลิลิตร จะมีคาเฟอีนประมาณ 37 มิลลิกรัม ซึ่งสารชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น อาจไม่เป็นผลดีต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นัก โดยผลกระทบของการได้รับคาเฟอีนมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น อาจส่งผลต่อให้เกิดโอกาสที่จะเกิดการแท้ง ภาวะคลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าปกติ หรือเด็กพิการแต่กำเนิดได้ เป็นต้น ซึ่งทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดไว้ว่า ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ไม่ควรได้รับคาเฟอีนอยู่ เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน และควรควบคุมปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนไม่ให้มากจนเกินไป

3.ขาดสมดุลทางโภชนาการต่อร่างกาย

หนึ่งในเหตุผลที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมในช่วงตั้งครรภ์เพราะในน้ำอัดลมนั้นถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในกลุ่ม อาหาร Empty Calories ที่มีองค์ประกอบหลักคือ น้ำ, น้ำตาล, กรดคาร์บอนิก, กรดฟอสฟอริก, คาเฟอีน, สีและกลิ่นหรือรส รวมถึงสารกันบูด จะเห็นได้ว่านอกจากน้ำตาลที่เป็นสารอาหารชนิดเดียวที่อยู่ในขวดน้ำอัดลมที่ให้ความหวานและพลังงานแล้ว ไม่มีสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ นอกจากนี้การบริโภคน้ำอัดลมมาก จะทำให้คุณแม่รู้สึกอิ่มและรับประทานอาหารได้น้อยลง อาจเป็นเหตุให้ขาดสมดุลทางโภชนาการที่ดีด้วย

4.โรคกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อนเป็นอีกอาการหนึ่งที่แม่ท้องอาจต้องเจอ โดยมีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ แต่การดื่มน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนอยู่ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อนแย่ลงได้ ถ้าหากมีอาการนี้หลังจากดื่มน้ำอัดลมควรหยุดดื่มทันที ซึ่งโดยปกติอาการกรดไหลย้อนแม้จะไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น ทำให้คุณแม่ท้องต้องตื่นขึ้นมากลางดึก มีอาการกลืนลำบาก ไอ น้ำหนักลด หรืออุจจาระเป็นเลือด ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบ เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที

กินน้ําอัดลมเยอะ

5.มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

เป็นที่รู้กันว่าในน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูงนั้นหากดื่มในปริมาณมากก็จะส่งผลต่อสุขภาพน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังจะตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์แล้ว โรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวที่มากเกินบวกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตอนตั้งครรภ์ยิ่งส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์มากกว่าเดิมหลายเท่า เช่น เกิดความผิดปกติของการคลอด มีความดันโลหิตสูง การทำงานของระบบหัวใจผิดปกติ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะตายคลอด และภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง 1.2 เท่า และภาวะแท้งซ้ำซาก 3.5 เท่า เป็นต้น ดังนั้นคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวเกินขณะตั้งครรภ์ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้รับการตรวจบ่อยครั้งมากขึ้น และต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะการกินอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงรสหวาน

บทความแนะนำ : คนท้องกินอย่างไรไม่ให้อ้วน กับ 9 วิธีคุมน้ำหนักตอนท้องให้ได้ผล

6.ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การดื่มน้ำอัดลมผสมน้ำตาลในปริมาณสูงหรือแม้แต่น้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล นอกจากทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนแล้ว ก็จะนำไปสู่ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (เบาหวานชนิดที่ 2) ที่จะเกิดอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อยในท้องได้ อาทิเช่น ความเสี่ยงที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษ ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ร้อยละ 15-20 โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด เช่น การคลอดยาก การตกเลือดหลังคลอด ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกอาจพิการแต่กำเนิด มีโอกาสแท้งบุตรสูง หรือทารกที่คลอดอาจบาดเจ็บจากการคลอดเนื่องจากทารกตัวโตกว่าปกติ แม้กระทั่งหลังคลอดลูกน้อยยังเสี่ยงภาวะตัวเหลือง และเกิดภาวะแทรกซ้อน จากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำด้วย ดังนั้นหากคุณแม่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงหรือเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องอาหารการกินให้มาก โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงรวมถึงน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล ที่ควรจำกัดการดื่มให้ลดน้อยลง และปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด

บทความแนะนำ : อย่าคิดว่าดีแล้วดื่มไม่ยั้ง น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล ทำแม่ท้องเสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน

7.โรคฟันผุขณะตั้งครรภ์และปัญหาต่าง ๆ ในช่องปาก 

น้ำอัดลมทั้งที่มีน้ำตาลและใช้น้ำตาลเทียมนั้นเป็นสาเหตุของอาการฟันผุได้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่มีความเป็นกรดและน้ำตาลสูงที่เป็นตัวทำลายสารเคลือบฟันและน้ำตาลที่ตกค้างจะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียภายในปาก ทำให้เกิดการจับตัวของแบคทีเรียกับน้ำตาลกลายเป็นคราบหินปูน แม่ท้องที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำหากไม่ดูแลอนามัยช่องปากที่ดีจึงมีโอกาสที่จะเกิดฟันผุ และมีโอกาสสูงที่เชื้อโรคจากช่องปากแม่ที่ฟันผุสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกทางน้ำลายได้ ทำให้ทารกมีโอกาสเสี่ยงฟันผุเพิ่มมากขึ้นถึง 5 นอกจากนี้ ในรายที่เป็นโรคปริทันต์อาจก่อให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นนอกจากแม่ท้องควรลดประมาณการดื่มน้ำอัดลมระหว่างตั้งครรภ์ลง ควรเข้ารับบริการขูดหินปูนและทำความสะอาดช่องปากลดภาวะเหงือกอักเสบและอุดฟันลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ รวมทั้งหมั่นกลั้วปากด้วยน้ำเปล่าหลังดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารที่เป็นกรดและมีความหวาน ทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันเพื่อลดโอกาสที่จะไม่ทำให้สุขภาพฟันย่ำแย่และเกิดผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

จะเห็นได้ว่าน้ำอัดลมที่เป็นเครื่องดื่มให้ความรู้สึกสดชื่น ดับกระหาย และกระชุ่มกระชวย แต่เครื่องดื่มน้ำตาลสูงชนิดนี้ก็ไม่ได้ให้คุณค่าทางสารอาหารและไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ หากคุณแม่ตั้งครรภ์อยากจะพอจิบให้ชุ่มคอ ควรดื่มในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป ควรจำกัดการบริโภคน้ำตาลให้ไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน และควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเครื่องดื่มที่ดีต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็คือ น้ำเปล่านั่นเอง หรือเลือกดื่มน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำนมไขมันต่ำวันละ 1 แก้ว เพื่อทดแทนเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลมก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพและปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์นะคะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.hellokhunmor.comwww.pobpad.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ไขข้อข้องใจ! คนท้องกินน้ำมะพร้าวได้ไหม กินแล้วล้างไข คลอดง่าย ลูกออกมาผิวขาวจริงหรือ?

คนท้องห้ามกินอะไร 9 อาหาร ที่แม่ท้องควรห้ามใจ เลี่ยงได้เลี่ยงก่อนนะแม่!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up