10 ทักษะใหม่ ที่เด็กไทยควรมีติดตัว เพื่อการอยู่รอดในอนาคต

ในอนาคตอันใกล้เทคโนโลยีจะมีบทบาทกับชีวิตมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้ นวัตกรรมสมัยใหม่ทั้งหมดจะเข้ามามีบทบาทกับระบบงาน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ให้กับเด็กรุ่นปัจจุบันเพื่อจะได้ปรับตัวเข้ากับงานใหม่ๆ ที่จะรองรับพวกเขาในอนาคต

สร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้ลูก ตอน อบรมและจัดการพฤติกรรมเด็ก

การอบรมและจัดการพฤติกรรมเด็ก เป็นการสอนผ่านการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก บางครั้งสามารถสอนผ่านการเล่านิทาน ฝึกรับมือกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับลูก และปลูกฝังให้ลูกควบคุมตนเอง สอนให้ลูกรู้ว่า “อะไรควร อะไรไม่ควรทำ”

Kid Safety – ภัยจากพี่เลี้ยงต่างชาติ

“คิดจะมีพี่เลี้ยงต่างชาติ เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย”   ยุค”ครอบครัวรวม”นั่นคือ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา และหลานๆอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ช่วยดูแลเอาใจใส่กัน เห็นทีจะหาได้ยากขึ้นทุกทีแล้วในสังคมเรา สิ่งที่เด็กๆรุ่นนี้มากมายที่เติบโตกันมาในสภาพ “ครอบครัวเดี่ยว”(มีเพียงพ่อและแม่ช่วยกันดูแล) “ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว”(มีเพียงพ่อหรือมีเพียงแม่เท่านั้นที่เลี้ยงดู) และมีไม่น้อยเลย ที่อยู่กับ “ใครก็ไม่รู้”ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า “พี่เลี้ยง” เรียกได้ว่าพอคุณแม่ครบกำหนดลาคลอด(3 เดือน) ลูกวัยแบเบาะก็ได้เห็นพี่เลี้ยงมายืนยิ้มเผล่อยู่ข้างเปลนอนแล้ว…. ปัญหาก็คือคงไม่มีคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ไหนแน่ๆที่จะปล่อยให้ลูกของตนอยู่กับ“ใครก็ไม่รู้”โดยลำพัง แม้เพียงชั่วแว่บเดียวก็ตาม โดยมากจึงอาศัยญาติสนิทมิตรสหายช่วยกันแนะนำหรือติดต่อผ่านทางศูนย์พี่เลี้ยงซึ่งมีตัวตน มีสถานที่ชัดเจน มีสถาบันที่น่าเชื่อถือได้ให้การรับรองรับผิดชอบ แต่บางครั้งก็แพงครับ พ่อแม่อาจหาทางประหยัดหรือหาศูนย์พี่เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีมาตรฐาน ราคาถูก ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทุกวันนี้พี่เลี้ยงเด็กไม่ใช่น้อยๆเลยเป็น คนต่างชาติ ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลยิ่งขึ้นไปอีก เปล่าครับ,, มิใช่การเหยียดผิว หรืออคติใดๆ แต่ความเป็นต่างชาติต่างแดนทำให้ยิ่งไม่รู้ที่มาที่ไป แถมไม่มั่นใจในสุขภาพกายและสุขภาพจิตอีกตะหาก   ต่อจากนี้ไปเป็นแนวคิดเบื้องต้นของพิจารณา เมื่อจำต้องให้ลูกมีพี่เลี้ยงต่างชาติ หลายๆท่านเลือก Daycare (หรือที่เราเรียกกันว่า Nursery) ซึ่งหาให้ใกล้ที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งจะได้อาศัยช่วง         พักเที่ยงแว่บไปดูแลลูก และหลังเลิกงานจะได้ไปรับลูกได้โดยไม่เสียเวลามากนัก แม้เป็นเรื่องยาก ก็ยังภาวนาให้คุณได้มีญาติสนิท(คุณปู่-ย่า-ตา-ยาย […]

[Blogger พ่อเอก-56] ทำให้เขามีความสุขหรือสอนให้เขามีความสุข

ทำให้เขามีความสุขหรือสอนให้เขามีความสุข ผมเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนเวลาที่มองไปที่เจ้าตัวเล็กน่าจะมีความคิดอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ถ้าองค์กรธุรกิจเขาต้อง Maximize Profit วัตถุประสงค์หลักสถาบันครอบครัวก็คงไม่น่าจะพ้น Maximize Happiness ให้เจ้าตัวเล็ก ด้วยความรักและความสุขเวลาที่ได้เห็นเจ้าตัวเล็กมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มันจึงนำคุณพ่อคุณแม่ไปสู่ ‘กับดักความสุข’ (อันนี้เป็นศัพท์เทคนิคที่ผมคิดมาเองนะฮะ อย่าเอาไปอ้างอิงทางวิชาการใดๆ 555) เจ้ากับดักความสุขที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่เนี่ย มันเกิดจาก‘การเสพติดรอยยิ้ม’ ครับ รอยยิ้มของเจ้าตัวเล็กเนี่ยแหละฮะ และคุณพ่อคุณแม่จะมีอาการตรงข้ามคือ ‘เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง’ เมื่อเจ้าตัวเล็กเกิดอาการหน้าเบะ โดยจะเกิดอาการเคืองตา ต่อมน้ำตาเร่งขับน้ำตา บางรายอาจจะถึงขั้นหัวใจหวิวๆหวั่นไหวคล้ายจะเป็นลม ดังนั้นวิธีการง่ายๆที่คุณพ่อคุณแม่มักจะนำมาใช้จัดการกับอาการดังกล่าวก็คือ ‘การจัดให้’ ไปจนถึง ‘จัดหนัก’ซึ่งการให้ทุกอย่างทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กร้องขอก็แน่นอนที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กมีรอยยิ้ม หัวเราะชอบใจ ไปจนถึงออดอ้อน ซึ่งก็จะยิ่งให้คุณพ่อคุณแม่แพ้ทางเข้าไปอีก เช่น เจ้าตัวเล็กอยากเล่นของเล่น ก็จัดให้ ซึ่งบางครั้งบางเวลาอาจจะเล่นมากเกินไปแล้ว จนถึงเวลาทานข้าวแต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมเลิก คุณพ่อคุณแม่ก็ยังตามใจเพราะ ไม่อยากเห็นน้ำตา หรือ หากเจ้าตัวเล็กกำลังติดจอมือถือ ดูนานเกินไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่กล้าขัดใจ กลัวลูกเบะ และต่อให้สิ่งที่เจ้าตัวเล็กกำลังทำนั้น จะเป็นสิ่งที่ดี แต่หากตามใจกันไปทุกครั้งที่มีการร้องบางทีมันก็อาจจะไปเป็นการบ่มเพาะนิสัยบางอย่างที่เราไม่ปรารถนาหรือไม่ เช่น เอาแต่ใจ ไม่มีระเบียบวินัย ลองยกตัวอย่างแบบนี้นะฮะ เราอยากส่งเสริมให้ลูกเล่นกอล์ฟ แล้วเจ้าตัวเล็กก็มีแววจะชอบซะด้วย ดังนั้น พอเจ้าตัวเล็กร้องขอจะไปเล่นกอล์ฟ […]

keyboard_arrow_up