มัดรวม 9 โรงเรียนสาธิตยอดนิยม!
หลักสูตรคุณภาพ ใกล้กรุงเทพฯ

บ้านไหนกำลังวางแผนส่งลูกเรียน “โรงเรียนสาธิต” ห้ามพลาดบทความนี้! เพราะเราสรุปทุกข้อมูลสำคัญแบบเน้นๆ มาให้แล้วพร้อมเปิดลิสต์โรงเรียนท็อปฮิตในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่โดดเด่นทั้งหลักสูตรและทักษะชีวิต เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวเล็กได้ง่ายขึ้นค่ะ

ทำความรู้จัก “โรงเรียนสาธิต” กันหน่อย

โรงเรียนสาธิต  (Demonstration School) คือโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ค่ะ เปรียบเสมือนห้องทดลองทางการศึกษาที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดไว้ในที่เดียวและยังมีข้อดีอีกมากมายเช่น

  • เป็นสถานที่ฝึกสอนของนิสิตนักศึกษาครู โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยดูแลอย่างใกล้ชิด
  • เป็นที่ทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนและเทคโนโลยีใหม่ ๆมากมาย
  • วิจัยพัฒนาการเด็กมีการศึกษาพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างเป็นระบบ
  • หลักสูตรทันสมัย มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของนักเรียน

ด้วยมาตรฐานที่สูงและการันตีคุณภาพโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำให้โรงเรียนสาธิตกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ครองใจผู้ปกครองมาอย่างยาวนานค่ะ

เจาะลึกจุดเด่นของโรงเรียนสาธิต

1. หลักสูตรยืดหยุ่นและบูรณาการ

แม้จะใช้หลักสูตรแกนกลางจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นพื้นฐาน แต่โรงเรียนสาธิต มี “อิสระในการบริหารจัดการตนเอง” สูงกว่าโรงเรียนทั่วไป ทำให้หลักสูตรแตกต่างจากโรงเรียนอื่น ๆ ค่ะ

  • การเรียนรู้แบบบูรณาการ ไม่เน้นการแยกวิชาเรียนจนเด็กเบื่อแต่เน้นการเชื่อมโยงความรู้หลายแขนงเข้าด้วยกันผ่านการทำโครงงาน (Project-based Learning) ทำให้เด็กสนุกและเห็นภาพรวม ซึ่งโรงเรียนสาธิตแต่ละโรงเรียนก็มีอัตลักษณ์ในการสอนของตนเองที่แตกต่างกันด้วยค่ะ
  • เน้นทักษะแห่งอนาคต มุ่งเน้นการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหามากกว่าการท่องจำ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2. บุคลากรระดับผู้เชี่ยวชาญ

คุณครูโรงเรียนสาธิตไม่ใช่แค่ผู้สอน แต่คือ “นักพัฒนาการศึกษา” ครูและอาจารย์ส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง หลายท่านทำงานวิจัยควบคู่ไปกับการสอน ทำให้วิธีการสอนทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้โรงเรียนสาธิตหลาย ๆ แห่ง ก็เชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอาชีพมาเป็นคุณครูพิเศษสอนให้นักเรียนได้รู้จริงอีกด้วยค่ะ

3. เรียนต่อเนื่อง อนุบาลถึงมัธยม

หนึ่งในจุดแข็งที่สุดคือการวางรากฐานยาวนานตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลายข้อดีคือ

  • ช่วยลดความเครียดจากการสอบ หลาย ๆ โรงเรียนมีโควตาภายในที่ให้นักเรียนชั้นประถมสามารถเลื่อนชั้นสู่ระดับมัธยมได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือกใหม่  ช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยได้อย่างมีความสุขและต่อเนื่อง
  • สังคมเพื่อนที่อบอุ่น การเรียนร่วมกันยาวนานช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในกลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ปกครอง เด็กบางคนเรียนโรงเรียนสาธิตตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยม เป็นเพื่อนกันยาวนานหลายสิบปีเลยค่ะ

4. ศูนย์กลางนวัตกรรมและวิจัย

โรงเรียนสาธิตยังเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน เช่น ออกแบบโครงการพิเศษ หรือวิธีการช่วยเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้านการเรียนอีกด้วย

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาโรงเรียนที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและนวัตกรรมการสอน โรงเรียนสาธิตในกรุงเทพฯ และปริมณฑลถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เลยค่ะ ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมี “จุดเด่น” และ “บุคลิก” ที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูรายชื่อโรงเรียนที่น่าสนใจกันเลยค่ะ

  1. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ( ฝ่ายประถม )

โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร เป็นโรงเรียนที่เน้นความหลากหลาย พัฒนาศักยภาพและการพัฒนาพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ปัจจุบันมี 3 หลักสูตร ได้แก่ ปฐมวัย (เด็กเล็ก อายุเทียบเท่าอนุบาล 3) / หลักสูตรประถมศึกษา / หลักสูตรนานาชาติ (PPiP)

โรงเรียนใช้หลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งออกเป็น 8 สาระ จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning นั่นหมายถึง แกนกลางเป็นกรอบ แต่เนื้อหาสาระภายในเข้มข้นและสร้างสรรค์ มาจากขุมพลังประสานมิตรแท้ ๆ เลยค่ะ ซึ่ง Active Learning เป็นการบูรณาการความรู้ที่เกิดประโยชน์กับเด็ก ๆ ที่สุด ช่วยพัฒนาทักษะการคิด การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้  ทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ก่อให้เกิดปฎิสัมพันธ์ทางสังคม

นอกจากนี้โรงเรียนยังมีศูนย์การเรียนรู้ 6 แห่งที่เด็ก ๆ เข้ามาใช้งานได้ ซึ่งแต่ละศูนย์ให้ความสำคัญกับการต่อยอดศักยภาพ  ให้ความรู้หลากหลาย  ทุกคนเข้าถึงได้ พูดง่ายๆ คือ เป็นแหล่งรวมเครื่องมือ ห้อง LAB เฉพาะทาง ที่ช่วยให้แต่ละคนได้เรียนรู้  พัฒนาตัวเองอย่างรอบด้านนั่นเองค่ะ

ที่สุดของความสบายใจของแม่ ๆ เพราะเด็ก ๆ จากรั้วประสานมิตร (ประถม) สามารถศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มัธยม) หรือ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน !!! เบาใจไปมากๆ เลยค่ะ อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมตามไปอ่านกันต่อที่

2.โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม

โรงเรียนสาธิตจุฬาเป็นโรงเรียนสาธิตที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 60 ปี เปิดสอนตั้งแต่ระดับ อนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในระดับชั้นอนุบาลจะเปิดรับเฉพาะบุตรหลานบุคลากรของมหาวิทยาลัยเท่านั้น

การจัดการเรียนรู้มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ทั้งด้าน ร่างกาย  จิตใจและอารมณ์ สังคม สติปัญญา พร้อมปลูกฝังภาวะผู้นำและการเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ตามศักยภาพ ความสามารถและพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย

โรงเรียนใช้แนวทาง Active Learning ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม มากกว่าการบรรยาย เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นคว้าและลงมือปฏิบัติจริง และมุ่งเน้นบูรณาการองค์ความรู้ สร้าง “คาแรกเตอร์” นักเรียน ตามแนวคิด  FUN FIND FOCUS (3F) ให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง ภายใต้แนวคิด “เรียนปนเล่น ใช้งานเป็น เห็นแก่นสาร” มุ่งพัฒนาให้เด็กค้นพบศักยภาพและต่อยอดได้อย่างเป็นระบบแนวคิดนี้จึงไม่เพียงสร้าง “เด็กเก่ง” แต่สร้างเด็กที่รู้จักตนเอง มีเป้าหมายและเติบโตอย่างมั่นคงในเส้นทางที่ตนเลือกด้วยค่ะ 
บ้านไหนสนใจสามารถเข้าไปอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%ac%e0%b8%b2/

3.โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โรงเรียนสาธิตเกษตรเป็นหนึ่งในโรงเรียนสาธิตยอดนิยมตลอดกาล สาธิตเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบองค์รวมซึ่งคือการพัฒนาในทุกๆด้านพร้อมกันอย่างสมดุล (Holistic Development) ไม่ใช่การเฉพาะเจาะจงด้านใดด้านหนึ่ง ทางโรงเรียนส่งเสริมทั้งกิจกรรมและวิชาการเพราะเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการศึกษาที่มีประสิทธิภาพจะพัฒนาควบคู่ไปกับการทำนุบำรุงร่างกายและจิตใจอย่างเท่าเทียมกัน

หลักสูตรและตำราของโรงเรียนจะมาจากการค้นคว้า ทดลอง พัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจในการเติบโตทางสติปัญญาแต่ก็ยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับนักเรียน และไม่ด้อยกว่ามาตรฐานกลาง ทำให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่สดใหม่ และทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากวิชาการที่เข้มข้นแล้วโรงเรียนสาธิตเกษตรฯส่งเสริมให้นักเรียนเลือกเรียนอย่างหลากหลายตามความถนัดและความสนใจพร้อมทั้งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อต่อยอดทักษะความสามารถและประสบการณ์ของนักเรียน มีโครงการส่งเสริมความถนัด ความสามารถ และความสนใจพิเศษทั้งทางด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ ภาษาและอื่น ๆ อีกมากมายหากนักเรียนบางคนหาตัวเองไม่เจอและไม่ได้มีความสามารถพิเศษทางโรงเรียนจะใช้วิธีเชิงรุก ทีมอาจารย์แนะแนวจะเข้าชั้นเรียนมากขึ้น เพื่อทำการสำรวจ ให้ข้อคิดเห็น ให้คำปรึกษา โดยเด็กๆสามารถเข้าปรึกษากับอาจารย์ได้โดยตรง ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจสามารถคลิกอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่

4.โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ

โรงเรียนสาธิตละอออุทิศยังถือเป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ เปิดรับนักเรียนระดับเนอสเซอรี่ – ประถม 6 แนวทางการสอนในรูปแบบบูรณาการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้ตามศักยภาพอย่างมีความสุขและยังคงพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้เข้ากับสภาพสังคม เพื่อวางรากฐานให้กับเด็ก ๆ ได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

โรงเรียนเน้นพัฒนาให้เด็กเกิดกระบวนการคิดและใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออกและฝึกใช้ภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ผ่านการเล่น ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยมี Teacher ทั้งฟิลิปปินส์และครู Native  มาสอนร่วมกับครูไทย

เพราะเด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งแวดล้อมที่เน้นเด็กเป็นสำคัญและมีความปลอดภัยสูง โรงเรียนจัดบรรยากาศห้องเรียนเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการสอน เช่น  iPad และ Apple TV  เทคโนโลยีต่าง ๆ  ที่นี่มีห้องเรียนคอมพิวเตอร์ IMAC และ IPAD แบบ 1ต่อ 1 เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้เต็มที่ รวมไปถึงห้องวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนทำอาหารที่มีอุปกรณ์ครบครัน ห้องเรียนมอนเตสเซอรี่ และห้องเรียนภาษาจีนด้วยค่ะ

ใครสนใจสามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/la-orutis-dusit/

5.โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 -6  เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ที่จะสร้างความสุขและการค้นหาตัวเองของเด็กๆ ในระบบนิเวศน์ที่ปลอดภัยและสนับสนุนให้เด็กๆทุกคนมีโอกาสในการเรียนที่เท่าเทียมกัน  ไม่เน้นการแข่งขันแต่เน้นการสร้างความร่วมมือในการทำงานเป็นทีม เพราะทุกคนมีศักยภาพที่จะเติบโตในแบบของตนเอง

หลักสูตรของโรงเรียนได้รับการปรับใช้และพัฒนาอยู่ตลอด ที่โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์ เด็กๆไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้เพียงผู้เดียวเท่านั้น พวกเขายังมีส่วนร่วมในการศึกษาของตนเอง เพราะการเรียนรู้จากการลงมือทำเป็นวิธีการศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงสุด หลักสูตรจึงได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆมีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและลงมือปฏิบัติครอบคลุมสาขาวิชาหลักและสาขาวิชาเลือก

รูปแบบการเลือกลงเรียนเหมือนพี่ๆมหาวิทยาลัย เป็นการบริหารจัดการการเรียนรู้ของแต่ละคนเอง ครูจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา Customize วิชาเรียนต่างๆ ให้เหมาะกับความชอบและเส้นทางของนักเรียนแต่ละคน เด็กๆจะมีวิชาเรียนที่ลงลึกตามที่ตนเองสนใจ หากเก็บหน่วยกิตครบ เด็กๆสามารถเรียนจบได้ใน 5 เทอม

น่าสนใจมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกอ่านต่อกันได้เลยที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/thammasat-secondary-school/

6.Satit Bilingual School of Rangsit University

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย รังสิต เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในรูปแบบ Bilingual School

สำหรับนักเรียน SBS อายุระหว่าง 3-12 ปี ใช้หลักสูตร International Baccalaureate Primary Years Programme  (IBPYP) ที่เน้นการบ่มเพาะและพัฒนาเด็ก ๆ ให้เป็นผู้ที่มีความห่วงใยผู้อื่นและใฝ่เรียนรู้ไปตลอดชีวิตจัดการเรียนรู้รูปแบบ Activity-based learning ซึ่งเด็ก ๆ จะลงมือปฏิบัติ สำรวจ ทดลอง ทุกชั้นเรียนจะมีคุณครูไทยและคุณครูต่างชาติคู่ชั้นกัน ตั้งแต่ preschool เลยนะคะ

ในระดับมัธยมศึกษาด้วย “Cambridge International Programme  และ SBS Bilingual Programme” นักเรียน SBS มีคาแรคเตอร์ พร้อมและอยากที่จะเรียนรู้ รักที่จะ challenge ตนเอง

นอกจากนี้โรงเรียนยังมีแนวคิด No child left behind  คือการใส่ใจในการพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เฉพาะด้านวิชาการ แต่รวมถึงสุขภาพจิตและชีวิตความเป็นอยู่ด้วยนะคะ เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน และทุกคนมีศักยภาพในแบบของตัวเอง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/satit-bilingual-school-of-rangsit-university/

7.โรงเรียนสาธิตนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โรงเรียนสาธิตนานาชาติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(KMIDS) เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้น Elementary  ,Middle School (G6 – G8) และ High School (G9 – G12) เป็นโรงเรียนนานาชาติเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งแรกในไทยเลยก็ว่าได้  และยังเป็นโรงเรียนต้นแบบที่เตรียมความพร้อมให้นักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ในสายวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมการบินนานาชาติทั้งในและต่างประเทศ

โรงเรียนใช้หลักสูตรตามระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา ผสมผสานสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย  และหลักสูตรสะตีมศึกษา (STEAM Curriculum) ใช้การศึกษาแบบองค์รวม โดยการรวมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ศิลปะและคณิตศาสตร์เข้าด้วยกันในทุกด้านของหลักสูตร 

ที่ KMIDS เน้นการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning และ Inquiry Based- Learning  ซึ่งจะกระตุ้นให้เด็กๆถาม  เรียนรู้ผ่านกระบวนการทำชิ้นงาน สำคัญมากๆ เพราะคือการ Develop ทั้ง Hard และ Soft Skills ไปในคราวเดียวกัน  อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ตามไปอ่านรีวิวฉบับเต็มกันต่อได้ที่

8.โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทา

หนึ่งในโรงเรียนสาธิตที่มีชื่อเสียงมายาวนาน หลักสูตรของโรงเรียนเป็นหลักสูตรบูรณาการ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเชื่อมโยงเนื้อหาสาระของวิชาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน หรือเชื่อมโยงความรู้กับประสบการณ์ในชีวิตจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบ องค์รวม ไม่ใช่แค่การเรียนตามตำราแต่เน้นการพัฒนา ทักษะการคิดและการเรียนรู้ที่รอบด้านมีความเข้มข้นของภาษาต่างประเทศทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน

เน้นให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ช่วยเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และทักษะในการคิด เด็กที่นี่จะชอบทำกิจกรรมมากและโรงเรียนก็มีกิจกรรมมากมายให้เ

ถ้าเด็ก ๆ เรียนยาวจนถึงมัธยมปีที่ 6 เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถเรียนต่ออีก 3 เทอม ที่ Wellington High School และสอบ NCEA ( National Certificate of Educational Achievement ) สามารถเทียบเป็นจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้อีก  1 ใบ ใช้เป็นคุณวุฒิสำหรับการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในนิวซีแลนด์และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ทางโรงเรียนยังมีโครงการแลกเปลี่ยนทั้งครูและนักเรียนกับ Wellington High School เพื่อเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษ และยังมีแลกเปลี่ยนนักเรียนกับ มหาวิทยาลัยในประเทศจีนอีกด้วย

                    อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านเพิ่มเติมที่นี่เลย

9.สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ที่สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ใช้หลักสูตร HighScope ผสานกับ หลักสูตรแกนกลางกระทรวงศึกษาธิการ

HighScope เป็นหลักสูตรที่มีผลลัพธ์โดดเด่น ชัดเจนมาแล้วทั่วโลก และกระแสตอบรับในไทยจากคุณครู ผู้ปกครองก็เยี่ยมยอดไม่แพ้ในต่างประเทศค่ะ เพราะพัฒนาการทุกด้านของเด็ก ๆ ล้วนก้าวหน้าอย่างมีนัยยะเลยทีเดียว เรียนรู้แบบ “ลงมือทำ” เป็นหน่วยการเรียนรู้เป็น Theme (ที่นี่เรียนรู้แบบองค์รวม หรือ ใช้การเชื่อมโยง + ใช้ theme เดียวกันกับทุกๆ กิจกรรมภายในสัปดาห์ค่ะ)

ที่สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใช้กิจกรรม 100% + สอดแทรกวิชาการ  คุณครูจะชวนเด็กๆ มาสนุกกับอุปกรณ์และเพื่อนๆ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ไปพร้อมกัน โดยคุณครูจะสาธิตให้ดูก่อน จากนั้นเด็กๆ ลงมือทำเอง การเรียนรู้รูปแบบนี้ไม่ได้แค่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องยากๆ ได้ง่ายขึ้น

สำหรับเด็อนุบาล 3 มีกิจกรรมด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ เตรียมพร้อมเป็นพี่ ป.1 ในปีถัดไป

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านบทความต่อได้ที่นี่เลย

https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/satit-ccu/

Editor : สุทธิดา มานพน้อย

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/schools-in-nonthaburi/

Tags