ฝุ่น PM2.5

เตือนแม่ท้อง สูดฝุ่น PM2.5 เสี่ยงทำลายสมองลูก

ฝุ่น PM2.5
ฝุ่น PM2.5

ช่วงนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางอากาศอย่าง ฝุ่น PM2.5 อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อย ทำให้มีอาการไอ เจ็บคอ เป็นหวัด คัดจมูก แสบจมูก แสบตา อยู่บ่อยๆ คุณพ่อ คุณแม่ รู้หรือไม่คะ ว่านอกจากจะทำลายสุขภาพแล้ว ฝุ่นเหล่านี้ยังทำลายการทำงานในสมองอีกด้วย

ฝุ่น PM2.5 ทำให้เด็กโง่จริงหรือ?

จากข้อมูลข่าวของแพทย์ที่ออกมาเตือนให้ระมัดระวังฝุ่น PM2.5 โดย พญ.ปิ่นประภา ธรรมวิภัชน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ได้เล่าถึงประเด็นสำคัญนี้เอาไว้ว่า

“ที่ถามว่าโง่ลงจริงไหม จริงค่ะ ทั้งที่พันธุกรรมเขาอาจจะดี แต่เขาโดนสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ศักยภาพของเขามันก็จะลดลง สมองเด็กกำลังเจริญเติบโต พอได้รับพวกฝุ่นเข้าไปแทรกซึม แปลกปลอมในร่างกาย ก็มีการศึกษา อ้างอิงจาก WHO เลยนะคะว่า มีผลต่อระบบความจำ และสมาธิของเด็กก็แย่ลง การควบคุมอารมณ์ของเด็กก็จะแย่ลง แล้วก็มีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับคนอื่นก็แย่ลง ผลเหล่านี้มันเกิดจากการที่เซลล์ของสมองจะถูกทำลายจากสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้นะคะ สมองทางระบบประสาทมีการเสื่อมสภาพลงไปด้วย”

ฝุ่น PM2.5
ฝุ่น PM2.5 ส่งผลเสียต่อสมองของลูก

แม่น้องเล็กจึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ที่มีผลต่อสมองแล้ว พบว่า ฝุ่นพิษที่เราหายใจเข้าไป ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาเฉพาะที่ปอด และระบบทางเดินหายใจ แต่ยังแทรกซึมไปถึงสมองโดยตรง โดยข้อมูลของ Unicef ระบุว่า ฝุ่นละอองขนาดไม่ถึง 1 ใน 25 เท่าของเส้นผมมนุษย์ เมื่อหายใจเข้าไปทางจมูก และปาก ผ่านทางเดินหายใจ ไปสิ้นสุดที่ถุงลงในปอด แทรกซึมผ่านปอดมายังระบบไหลเวียนเลือด และกระจายไปทั่วร่างกาย โดยอวัยวะที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ปอด ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ และสมอง โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังมีพัฒนาการ

ขณะที่สมองของลูกน้อยกำลังพัฒนา กลับถูกสิ่งแปลกปลอมเข้าไปทำลายเซลล์สมอง ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการ และการเรียนรู้ ทำให้เด็กมีสติปัญญาด้อยลง ส่งผลกระทบต่อการสร้างความจำ ทำให้สมาธิสั้น มีปัญหาการได้ยิน การพูด รวมถึงการควบคุมอารมณ์ของตนเอง และการปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบข้างแย่ลง และอนุภาคนั้นอาจสะสมไปจนเป็นสาเหตุของโรคเซลล์ประสาทเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้นด้วย

นอกจากฝุ่น PM2.5 จะส่งผลเสียต่อสมองของลูกน้อยแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการเจ็บป่วยอีกหลายโรคไปตลอดชีวิต เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเรื้อรังทางระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งปอด ที่สำคัญที่สุด ยังส่งผลต่อคุณแม่ตั้งครรภ์โดยตรงอีกด้วย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ “ลูกในครรภ์เป็นออทิสติกเพราะ PM2.5” คลิกหน้า 2

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up