เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 9 – ประสบการณ์จริง…เมื่อฉัน ครรภ์เป็นพิษ!

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 9 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ประสบการณ์จริง…เมื่อฉัน ครรภ์เป็นพิษ!

 

“แต่เมื่อตั้งครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ ฉันรู้สึกลูกไม่ดิ้น เมื่อวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงถึง 160/110 แม่รีบจ้างรถคนข้างบ้านไปส่งโรงพยาบาล ไปถึงโรงพยาบาลหมอบอกฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง”

ฉันชื่อสุธาสินี (นามสมมุติ) อายุได้ 34 ปี หลังจากจบปริญญาตรีที่ต่างจังหวัด ฉันก็เข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ได้ตำแหน่งเป็นเสมียนร้านค้าแห่งหนึ่ง งานที่ทำเหมือนงานเบาไม่ต้องแบกหาม นั่งโต๊ะดูแลเอกสาร แต่ก็วุ่นวายไม่ว่างเลย ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เลิกงานไม่ต่ำกว่าสองทุ่ม เมื่อฉันแต่งงานได้เพียงสองเดือน ฉันก็ท้อง ฉันไปฝากครรภ์ที่คลินิกหมอสูติฯ ผลการตรวจเลือดตรวจครรภ์ปกติดี หมอบอกตั้งครรภ์ท้องแรกอายุ 34 ปี ถือว่าอายุมาก แนะนำให้พักผ่อนมากๆ ระวังครรภ์เป็นพิษซึ่งเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่มักเป็นกับแม่ท้องแรกอายุมาก ฉันยิ้มรับกับคำแนะนำ แม้อยากทำตาม แต่ก็ไม่ได้ทำตามเลย แค่จะมาหาหมอ ก็ต้องลางานล่วงหน้า เพราะหากลากระชั้น จะไม่มีใครทำงานแทน โชคดีที่ไม่แพ้ท้องเลย เมื่อท้องได้สี่เดือน ได้เจาะเลือดตรวจคัดกรองกลุ่มอาการทารกเด็กดาวน์ ผลปกติ เมื่อท้องได้หกเดือน ตรวจเลือดหาเบาหวาน ผลก็เป็นปกติ ทำให้ฉันคิดว่าตนเองน่าจะแข็งแรงดี

แต่พอตั้งท้องได้ 7 เดือน ฉันสังเกตว่าหลังเท้าสองข้างเริ่มบวม สวมรองเท้าเดิมแทบไม่ได้ เมื่อไปหาหมอตามนัด หมอบอกว่า ตอนนี้ความดันโลหิตสูง เท้าและขาสองข้างเริ่มบวม อาการนี้เป็นอาการของครรภ์เป็นพิษแต่ยังไม่รุนแรง หากรุนแรง แม่จะชัก การรักษาครรภ์เป็นพิษคือต้องให้คลอด ซึ่งหากคลอดไม่ครบกำหนดลูกก็อาจจะไม่แข็งแรง หรือไม่รอดชีวิต เมื่อฉันถามหมอว่าจะทำอย่างไร หมอบอกว่า ควรพักผ่อนให้พอ หากอาการไม่ดีขึ้นต้องนอนโรงพยาบาล สามีของฉันจึงบอกหมอตามความเป็นจริงว่า งานที่ทำเครียดไม่มีโอกาสพักผ่อนเลย หมอเลยออกใบรับรองแพทย์ให้ร้านค้าที่ทำงานว่า “คุณสุธาสินีตั้งครรภ์ 7 เดือน มีอาการบวม ความดันโลหิตสูง เป็นอาการของครรภ์เป็นพิษ แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนัก และมาพบแพทย์ตามนัด” เมื่อเอาใบรับรองแพทย์ไปยื่นให้ผู้จัดการ ผู้จัดการบอกว่า “พยายามหาเวลาพักเอาก็แล้วกัน ทำอย่างไรก็ไม่มีคนทำงานแทนเธอเลย”

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด เล่าให้ท่านฟังถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แม่บอกว่าให้ลางานกลับมาอยู่บ้าน แม่จะได้ช่วยดูแล ได้พักผ่อน ก็คงจะดีกว่าอยู่กรุงเทพฯ ฉันรู้สึกเสียดายงานเพราะเงินเดือนดี สวัสดิการดี จึงปรึกษาผู้จัดการอีกครั้งหนึ่ง ผู้จัดการบอกว่า “ขอให้ทำงานต่ออีกเดือน ให้เคลียร์งานที่คั่งค้างให้หมด ช่วงนี้จะได้หาคนมาทำงานแทน” ฉันจึงโทรศัพท์ปรึกษาเพื่อนซึ่งเป็นหมอ เพื่อนบอกว่าครรภ์เป็นพิษนั้นน่ากลัวมาก หากเป็นชนิดรุนแรง บางคนลูกเสียชีวิตในท้อง แม่บางคนมีอาการชัก จนมีเลือดออกในสมอง บางคนตามัวมองไม่เห็นเป็นปีๆกว่าอาการจะกลับมาปกติ ทำให้ฉันตัดสินใจลาออก สามีก็เห็นด้วย เพราะฉันอายุมากแล้ว ไม่ได้ลูกคนนี้ก็ไม่รู้จะมีลูกได้อีกหรือเปล่า ฉันไปพบหมอที่ฝากครรภ์ก่อนเดินทางกลับต่างจังหวัด บอกหมอว่า จะกลับไปหาแม่ ไปคลอดต่างจังหวัด เพราะที่กรุงเทพฯ ไม่มีใครช่วยดูแล หมอก็เขียนใบส่งตัวให้

กลับมาถึงบ้าน แม่รีบพาฉันไปฝากครรภ์กับหมอสูติ ชื่อจินตนา (ชื่อสมมุติ) หมอตรวจฉันอย่างละเอียด แล้วแจ้งว่า ตอนนี้ฉันอายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ ลูกในท้องตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป คือหนักแค่ 1,100 กรัม ทั้งที่ควรจะหนัก 1,360 กรัม แต่อาจเพราะแม่ตัวเล็กลูกเลยตัวเล็ก ฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษ คือมีความดันโลหิตสูง บวมที่หลังเท้า มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ แต่อาการยังไม่รุนแรง หากครรภ์เป็นพิษรุนแรงต้องให้เด็กคลอดมิฉะนั้นจะเกิดอันตรายทั้งแม่และลูก ฉันรีบถามหมอว่าทำอย่างไรลูกจึงจะโต หมอบอกว่า ให้กินกับนอน ไม่ต้องทำงาน พยายามลดความเครียด หมั่นนอนตะแคงซ้าย ให้รับประทานยาบำรุงตามหมอให้ ให้วัดความดันโลหิตวันละ 2 ครั้ง หากความดันโลหิตสูงมากกว่า 150/100 ให้มาพบแพทย์ ให้สังเกตอาการครรภ์เป็นพิษรุนแรง เช่น แน่นท้อง ปวดหัว ตามัว มือบวม หน้าตาบวม ให้สังเกตลูกดิ้น ถ้าลูกดิ้นน้อยหรือไม่ดิ้นให้มาพบหมอ หมอนัดมาตรวจสัปดาห์ละสองครั้ง

กลับมาอยู่บ้านฉันซาบซึ้งกับความรักของแม่ แม่ไปยืมเครื่องวัดความดันโลหิตของ อสม. (อาสาสมัครหมู่บ้าน) มาให้ฉันวัดความดันโลหิตด้วยตนเองเช้าเย็น แม่ตื่นแต่เช้าเตรียมอาหารที่ฉันชอบ ไม่ให้ฉันทำอะไรนอกจากนั่งเล่นนอนเล่น เมื่อไปตรวจครรภ์ตามนัด พบว่า อาการครรภ์เป็นพิษไม่ได้กำเริบ แต่เมื่อตั้งครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ ฉันรู้สึกลูกไม่ดิ้น เมื่อวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงถึง 160/110 แม่รีบจ้างรถคนข้างบ้านไปส่งโรงพยาบาล ไปถึงหมอบอกฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง หมอให้ยากันชัก และผ่าตัดคลอด ลูกคลอดออกมาน้ำหนัก 1,900 กรัม อยู่ในตู้อบ 7วัน ลูกจึงรอดชีวิต ส่วนอาการครรภ์เป็นพิษของฉันก็ค่อยๆดีขึ้นจนกลับมาเป็นปกติ ฉันตั้งใจให้นมลูกจนครบ 1 ขวบเพราะเมื่อให้นมแม่ น้ำหนักลูกขึ้นดี และลูกไม่ป่วยเลย ฉันบอกแม่ว่า “ตอนนี้ข้าวได้ราคา ฉันกับสามีจะกลับมาเป็นชาวนากับแม่ ไม่ไปทำงานกรุงเทพฯ อีกแล้ว แม้เงินจะดีแต่ชีวิตที่เครียดเร่งรีบไม่มีเวลาพักผ่อน เกือบทำให้ฉันไม่ได้ลูก”

 

บันทึกจากหมอ

ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นปัญหาในประเทศไทยติดอันดับสูง 1 ใน 3 ทำให้มารดาและลูกเสียชีวิต คืออาการครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะหายก็เมื่อให้คลอด คุณสุธาสินีเป็นตัวอย่างคนไข้ครรภ์เป็นพิษ สุดท้ายแม่ลูกปลอดภัย สิ่งสำคัญกว่าหรือพอๆกับการดูแลของแพทย์คือการดูแลของตนเองและครอบครัว อาการครรภ์เป็นพิษก็เหมือนเด็กน้อยที่ออกมาร้องเพลงโชว์ กว่าจะแสดงได้ดีขนาดนั้น ใครจะรู้ไหมว่าเบื้องหลังเด็กน้อยต้องใช้ความพยายามเพียงใด

 

บทความโดยพญ. ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพ : shutterstock

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up