ระวัง!!! “ประโยคอันตราย” บาดใจลูก

รอให้พ่อแกกลับบ้านก่อนเถอะ

การขู่ จัดอยู่ในกลุ่มวิธีที่ไม่ค่อยได้ผลกับเด็กๆ เช่นกัน เพราะในทางอ้อมคุณกำลังปล่อยผ่านพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าตัวเล็ก และเขาก็อาจจะลืมสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปซะแล้ว (เด็กกับปลาทองไม่ต่างกันสักเท่าไหร่) แถมการยกคนในครอบครัวมาขู่จะทำให้ลูกมีทัศนคติลบกับคนนั้นอีกด้วย

  • วิธีที่ได้ผลในการสอนลูกเล็กคือ ทำดีก็ชมทันที ทำไม่ดีก็ทำโทษหรือสอนกันเดี๋ยวนั้น โดยคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้น (ผู้รู้ถึงย้ำว่าพ่อแม่ควรอยู่ใกล้ชิดลูก เพื่อจะได้เห็นและตอบสนองกันทันทีนั่นเอง) ไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น เพราะไม่มีใครเข้าใจเรื่องราวหรือสถานการณ์ได้มากเท่าคุณแล้วละ

เร็วเข้า อืดอาดจริง

อยากให้ลูกวัยเตาะแตะใส่ถุงเท้า รองเท้าได้เอง หรือหยิบถุงเท้า รองเท้าถูกคู่ เป็นสิ่งที่พ่อแม่คาดหวังได้และควรคาดหวัง แต่ไม่ใช่ภายในระยะเวลาจำกัดหรือชั่วโมงเร่งด่วนของคุณ ดังนั้นเรื่องที่พ่อแม่ควรเข้าใจใหม่คือ สนามฝึกกับสนามรบต้องแยกกัน ถ้าคุณต้องการฝึกก็ไม่ควรทำในเวลาเร่งรีบ แต่ถ้าจะฝึกในสถานการณ์จริงก็ต้องเผื่อเวลาให้ลูกด้วย

  • ดังนั้นเวลาและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญในการฝึกฝนและเรียนรู้ของเด็กเล็กค่ะ อาการร้อนรน กอดอก เท้าเอว สลับกับการถอนหายใจหรือมองลูกด้วยสายตาตำหนิยามพ่อแม่เร่งรีบ ลูกมีแต่จะรู้สึกกดดัน และผิดพลาด สรุปฝึกก็ไม่ดี เอาจริงก็ไม่ได้

เยี่ยมไปเลย สุดยอด

ทำไมหรือ?? คำชมเชยชัดๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่จริงแล้วมันละเอียดอ่อนกว่านั้นค่ะ
นั่นคือ การชมเชยเป็นเรื่องดี แต่ถ้าลูกวาดรูปมาโชว์ ถอดรองเท้าเรียงเป็นคู่ ใส่ชุดนอนเอง หรือกระดกนมจนเกลี้ยงแก้ว แล้วคุณก็ชมลูกด้วยประโยคนี้ประโยคเดียว เขาจะแยกไม่ออกว่าอันไหนพ่อแม่ชมจริงหรือเป็นแค่คำพูดติดปากกันแน่ (หรือไม่ได้ชมจริงนั่นเอง)
  • คำชมที่ทรงพลัง คือ ไม่ชมพร่ำเพรื่อ ชมจากใจ บอกความรู้สึกคุณ ชมที่พฤติกรรมเฉพาะเจาะจง เช่น ลูกดื่มน้ำหมดแก้วแล้วถือแก้วไปวางที่อ่างล้างจาน หรือเก็บของเล่นเข้าที่ “น่ารักมากลูก ถือแก้วใช้แล้วไปวางที่อ่างล้างจาน (หรือเก็บของเล่นเข้าที่) เป็นเด็กรู้หน้าที่ เป็นระเบียบ ชื่นใจแม่”
  • ไม่ชมแต่คำว่า เยี่ยมมาก เก่งมาก หรือสวยมาก เพราะลูกก็อาจแยกไม่ออกเช่นกันว่าพ่อแม่ชมจริงหรือเปล่า มีคำมากมายที่บอกให้ลูกรู้ว่าคุณชมเขาจากใจ เช่น จะชมภาพที่ลูกวาด “ว้าว ลูกระบายสีเจ้าตูบเต็มตัวเลยต้องอดทนมากนะเนี่ย สีเดียวกับเจ้าตูบจากในนิทานที่เราอ่านด้วยกันเมื่อเช้าใช่ไหมจ๊ะ ช่างสังเกตนะลูกแม่ หรือจะชมที่เขารอแม่จนเสร็จงาน “เมื่อกี้ลูกเก่งมากจ้ะ ที่เล่นเงียบๆ คนเดียวรอจนกว่าแม่เสร็จงานได้ มาแม่หอมที” เป็นต้น

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสาร Amarin Baby & Kids

รอให้พ่อแกกลับบ้านก่อนเถอะ

การขู่ จัดอยู่ในกลุ่มวิธีที่ไม่ค่อยได้ผลกับเด็กๆ เช่นกัน เพราะในทางอ้อมคุณกำลังปล่อยผ่านพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าตัวเล็ก และเขาก็อาจจะลืมสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปซะแล้ว (เด็กกับปลาทองไม่ต่างกันสักเท่าไหร่) แถมการยกคนในครอบครัวมาขู่จะทำให้ลูกมีทัศนคติลบกับคนนั้นอีกด้วย

  • วิธีที่ได้ผลในการสอนลูกเล็กคือ ทำดีก็ชมทันที ทำไม่ดีก็ทำโทษหรือสอนกันเดี๋ยวนั้น โดยคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้น (ผู้รู้ถึงย้ำว่าพ่อแม่ควรอยู่ใกล้ชิดลูก เพื่อจะได้เห็นและตอบสนองกันทันทีนั่นเอง) ไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น เพราะไม่มีใครเข้าใจเรื่องราวหรือสถานการณ์ได้มากเท่าคุณแล้วละ

เร็วเข้า อืดอาดจริง

อยากให้ลูกวัยเตาะแตะใส่ถุงเท้า รองเท้าได้เอง หรือหยิบถุงเท้า รองเท้าถูกคู่ เป็นสิ่งที่พ่อแม่คาดหวังได้และควรคาดหวัง แต่ไม่ใช่ภายในระยะเวลาจำกัดหรือชั่วโมงเร่งด่วนของคุณ ดังนั้นเรื่องที่พ่อแม่ควรเข้าใจใหม่คือ สนามฝึกกับสนามรบต้องแยกกัน ถ้าคุณต้องการฝึกก็ไม่ควรทำในเวลาเร่งรีบ แต่ถ้าจะฝึกในสถานการณ์จริงก็ต้องเผื่อเวลาให้ลูกด้วย

  • ดังนั้นเวลาและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญในการฝึกฝนและเรียนรู้ของเด็กเล็กค่ะ อาการร้อนรน กอดอก เท้าเอว สลับกับการถอนหายใจหรือมองลูกด้วยสายตาตำหนิยามพ่อแม่เร่งรีบ ลูกมีแต่จะรู้สึกกดดัน และผิดพลาด สรุปฝึกก็ไม่ดี เอาจริงก็ไม่ได้

เยี่ยมไปเลย สุดยอด

ทำไมหรือ?? คำชมเชยชัดๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่จริงแล้วมันละเอียดอ่อนกว่านั้นค่ะ
นั่นคือ การชมเชยเป็นเรื่องดี แต่ถ้าลูกวาดรูปมาโชว์ ถอดรองเท้าเรียงเป็นคู่ ใส่ชุดนอนเอง หรือกระดกนมจนเกลี้ยงแก้ว แล้วคุณก็ชมลูกด้วยประโยคนี้ประโยคเดียว เขาจะแยกไม่ออกว่าอันไหนพ่อแม่ชมจริงหรือเป็นแค่คำพูดติดปากกันแน่ (หรือไม่ได้ชมจริงนั่นเอง)
  • คำชมที่ทรงพลัง คือ ไม่ชมพร่ำเพรื่อ ชมจากใจ บอกความรู้สึกคุณ ชมที่พฤติกรรมเฉพาะเจาะจง เช่น ลูกดื่มน้ำหมดแก้วแล้วถือแก้วไปวางที่อ่างล้างจาน หรือเก็บของเล่นเข้าที่ “น่ารักมากลูก ถือแก้วใช้แล้วไปวางที่อ่างล้างจาน (หรือเก็บของเล่นเข้าที่) เป็นเด็กรู้หน้าที่ เป็นระเบียบ ชื่นใจแม่”
  • ไม่ชมแต่คำว่า เยี่ยมมาก เก่งมาก หรือสวยมาก เพราะลูกก็อาจแยกไม่ออกเช่นกันว่าพ่อแม่ชมจริงหรือเปล่า มีคำมากมายที่บอกให้ลูกรู้ว่าคุณชมเขาจากใจ เช่น จะชมภาพที่ลูกวาด “ว้าว ลูกระบายสีเจ้าตูบเต็มตัวเลยต้องอดทนมากนะเนี่ย สีเดียวกับเจ้าตูบจากในนิทานที่เราอ่านด้วยกันเมื่อเช้าใช่ไหมจ๊ะ ช่างสังเกตนะลูกแม่ หรือจะชมที่เขารอแม่จนเสร็จงาน “เมื่อกี้ลูกเก่งมากจ้ะ ที่เล่นเงียบๆ คนเดียวรอจนกว่าแม่เสร็จงานได้ มาแม่หอมที” เป็นต้น

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสาร Amarin Baby & Kids

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up