ชวนลูกทำ กิจกรรมนอกบ้าน เสริมทักษะการแก้ปัญหา!! - Amarin Baby & Kids
ชวนลูกเล่นนอกบ้าน

ชวนลูกทำ กิจกรรมนอกบ้าน เสริมทักษะการแก้ปัญหา!!

Alternative Textaccount_circle
event
ชวนลูกเล่นนอกบ้าน
ชวนลูกเล่นนอกบ้าน

กิจกรรมนอกบ้าน คือ การเล่นนอกบ้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมทางวิชาการ ก็สามารถเพิ่มทักษะให้ลูกได้อย่างมหาศาล รวมถึงทักษะการแก้ปัญหาด้วย

ชวนลูกทำ กิจกรรมนอกบ้าน เสริมทักษะการแก้ปัญหา!!

การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีประสบการณ์ และการเรียนรู้ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเท่านั้น การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าการเรียนรู้ที่จะกิน เดิน พูด เล่น เที่ยว ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้กับลูกน้อยได้ ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ และธรรมชาติที่อยู่รอบตัวลูก ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญหรือไม่สำคัญ ก็สามารถสร้างประสบการณ์ให้ลูกได้หมด โดยเฉพาะทักษะในการแก้ปัญหา ซึ่งทักษะนี้จะเป็นทักษะที่สำคัญต่อลูกน้อยในอนาคต

Adversity Quotient (AQ) – คือ ความสามารถในการอดทน ทั้งในด้าน ความยากลำบากทางกาย ความอดกลั้นทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ที่สามารถเผชิญและเอาชนะเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ที่รวดเร็วและไม่มีความแน่นอน ซึ่งจะเป็นรูปแบบพฤติกรรมการตอบสนองต่อปัญหา อุปสรรคในชีวิต

เล่นนอกบ้าน
เล่นนอกบ้าน

ในยุคนี้ ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมถึงฝุ่นและโรคภัยต่าง ๆ ทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้นอกบ้านได้น้อยลง จริงอยู่ว่าเด็กสามารถเรียนรู้หรือศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านจอได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งทำให้เด็กขาดความต้องการที่จะออกไปหาความรู้หรือประสบการณ์นอกบ้าน เพราะการออกไปหาประสบการณ์นอกบ้าน ต้องอดทน รอคอย กว่าที่จะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ ดูเหมือนเทคโนโลยีเหล่านี้จะดีใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ ในยุคสมัยที่ข้อมูลมหาศาลหาได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วนั้นสะดวกค่ะ แต่สิ่งที่เทคโนโลยีเหล่านี้ ให้กับเด็กไม่ได้คือ Adversity Quotient หรือ ทักษะในการแก้ปัญหา การเอาตัวรอด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความอดทนต่อความยากลำบากต่าง ๆ ค่ะ

จากการเฝ้าสังเกตุการณ์ของนักวิจัยเกี่ยวกับการเรียนและกิจกรรมในโรงเรียนอนุบาล พบว่าเด็กอนุบาลที่ขาดทักษะการแก้ปัญหา และทักษะในการอดทนต่อปัญหา มักจะไม่ยอมห่างจากพ่อแม่ ร้องไห้หรือไม่พอใจเมื่อต้องเข้าแถว ขอความช่วยเหลือจากคุณครูเมื่อมีปัญหาเสมอไม่ว่าปัญหานั้น ๆ จะเล็กหรือใหญ่ และเมื่อตนเองแพ้หรือผิดหวัง ก็มักจะร้องไห้หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมา ดังนั้น วิธีแก้สำหรับเด็กที่ขาด Adversity Quotient คือการเล่นนอกบ้านนั่นเอง การเล่นนอกบ้านก็เป็นเหมือนเกมที่มีทั้งความตื่นเต้น อุปสรรค และความสนุกสนาน ให้เด็ก ๆ ได้ฟันฝ่า ซึ่งนอกจากความสนุกสนานแล้ว เด็ก ๆ จะมีพัฒนาการในทักษะด้านการแก้ปัญหา และการอดทนต่อปัญหาอีกด้วย โดยมีผลการวิจัยจาก Advances in Social Science, Education and Humanities Research (ASSEHR) ซึ่งได้วิจัยอาสาสมัครเด็กที่มีอายุ 5-6 ขวบ จำนวน  16 คน เป็นเด็กผู้ชาย 10 คน และเด็กผู้หญิง 6 คน โดยได้วัดทักษะ Adversity Quotient (AQ) ก่อนการทำ กิจกรรมนอกบ้าน และได้วัดทักษะ Adversity Quotient (AQ) อีกครั้งหลังจากที่ทดลองให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมนอกบ้านแล้ว พบว่าเด็กทั้ง 16 คน มีทักษะในการอดทนต่อปัญหา และมีทักษะในการแก้ปัญหาได้ดีขึ้น ซึ่งกราฟด้านล่างนี้ แสดงให้เห็นว่าเด็กทั้ง 16 คน มีทักษะ Adversity Quotient (AQ) ที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้ออกไปทำ กิจกรรมนอกบ้าน และเล่นนอกบ้าน

Adversity Quotient
Adversity Quotient
  • AA-AP แทนชื่อเด็กทั้ง 16 คน
  • Pre-cycle – ค่า Adversity Quotient ของเด็กแต่ละคนก่อนเริ่มทำ กิจกรรมนอกบ้าน
  • Cycle 1 – ค่า Adversity Quotient ของเด็กแต่ละคนหลังเล่นนอกบ้าน

จากงานวิจัยชิ้นนี้ แสดงให้เห็นว่าการเล่นนอกบ้าน ช่วยเพิ่มทักษะในการแก้ปัญหา และการอดทนต่อปัญหาได้จริง และนอกจากทักษะการแก้ปัญหา และอดทนต่อปัญหา จะเพิ่มขึ้นหลังการพาลูกเล่นนอกบ้านและทำกิจกรรมนอกบ้านแล้ว การเล่นนอกบ้านยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ดังต่อไปนี้

6 ประโยชน์จากการพาลูกไปเล่นนอกบ้าน

    1. การเล่นนอกบ้าน ช่วยเรื่องสมาธิ เกม การ์ตูน และแอพต่าง ๆ ในมือถือและแท็ปเลต ทำให้เด็กมีความอดทนน้อยลง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้ง่ายและรวดเร็ว หากลูกต้องการเปลี่ยนคลิปการ์ตูนที่ต้องการดู ลูกเพียงแค่ใช้นิ้วกดเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถดูการ์ตูนที่ตนเองต้องการได้แล้ว การดูหรือทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ แบบนี้ จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิ ถูกรบกวนได้ง่าย สมาธิหลุดบ่อย ๆ ไม่สามารถทำงานบางอย่างจนเสร็จได้ ในทางกลับกัน หากคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเล่นนอกบ้าน หากลูกต้องการที่จะร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ลูกจะต้องรู้จักรอคอยเพื่อให้ถึงคราวของตนเองถึงจะเล่นได้ และหากลูกไม่ได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าสมองจะรับได้ จะทำให้ลูกมีสมาธิและสามารถทำสิ่งที่ตนเองต้องการจะทำให้สำเร็จได้
    2. เพิ่มทักษะการเข้าสังคม การออกนอกบ้าน แน่นอนว่าจะต้องได้พบเจอกับผู้คนหลากหลาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้หญิงและผู้ชาย ลูกจะได้เรียนรู้ถึงความต่างทั้งทางความคิด การแสดงออก จิตใจ และลักษณะทางกายภาพ เมื่อลูกได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละคนแล้ว ลูกก็จะได้เรียนรู้ที่จะปรับตัว เพื่อให้อยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้ การปรับตัว การระมัดระวังในกิริยาและวาจา เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นนั้ จะช่่วยเพิ่มทักษะในการเข้าสังคมให้ลูกได้เป็นอย่างดี เมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะรู้จักที่จะแสดงออกได้อย่างเหมาะสม
    3. เพิ่มวิตามินดีให้ร่างกาย การออกนอกบ้าน ทำให้เราได้เจอกับแสงแดด รังสียูวีบีจากแสงแดดจะทำปฏิกิริยากับคอเลสเตอรอลในเซลล์ผิว ซึ่งทำให้เกิดวิตามินดี ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน โรคกระดูกบาง โดยเวลาที่เหมาะสมในการให้เด็กๆ ไปเล่นนอกบ้านเพื่อให้รับวิตามินดีจากแสงแดด ก็คือ ช่วงเช้าถึง 9.00 น. และช่วงเย็นตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาอื่น โดยเฉพาะช่วงเที่ยงและบ่าย เพราะแสงแดดอาจทำร้ายผิวของเด็ก ๆ ได้
    4. ลดโอกาสการเกิดสายตาสั้น เพราะการใช้สายตาในการเพ่งมองจอ หรือมองสิ่งต่าง ๆ ในระยะใกล้ไม่เกินระยะแขนเอื้อมถึง จะทำให้สายตาทำงานหนัก และทำให้เกิดสายตาสั้นได้ แต่การออกไปเล่นนอกบ้าน จะทำให้ลูกสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาหนัก จึงทำให้ลดโอกาสการเกิดสายตาสั้นได้นั่นเอง
    5. รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตนเอง การออกไปปั่นจักรยาน ไปเล่นที่สนามเด็กเล่น หรือวิ่งเล่นนอกบ้านจะทำให้ลูกเจอปัญหาบางอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน เช่น จักรยานโซ่หลุด อุปสรรคเวลาเล่นเครื่องเล่น สุนัขข้างบ้านเห่าใส่ ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้จะฝึกทักษะการตัดสินใจของลูก ทำให้เขารู้จักแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับลูกในอนาคต เพราะว่าเราไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดเวลา และไม่สามารถแก้ปัญหาทุก ๆ เรื่องให้ลูกได้ ดังนั้นการให้เขาออกไปเล่นนอกบ้านก็จะทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะตัดสินใจและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
    6. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เวลาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน แน่นอนว่าเขาต้องเลอะ ตัวเปรอะ เปื้อนดินเปื้อนทราย และได้แบคทีเรียเป็นของแถมมาด้วย ซึ่งข้อดีของการเจอแบคทีเรียก็คือ จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของลูก ให้ลูกแข็งแรงขึ้นเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรียเหล่านี้ ทำให้ลูกไม่ป่วยง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่าการเลี้ยงลูกในสภาพแวดล้อมที่สะอาดมากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด เป็นต้น

คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นประโยชน์อย่างมหาศาลจากการพาลูกออกไปเล่นนอกบ้านกันแล้ว สุดสัปดาห์นี้ ลองชวนลูกให้ออกไปทำ กิจกรรมนอกบ้าน กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่อยู่เพียงหน้าบ้าน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามสถานที่เที่ยวต่าง ๆ ก็สามารถสร้างประสบการณ์ชีวิตดี ๆ ให้กับลูกได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : Advances in Social Science, Education and Humanities Research (ASSEHR), volume 58, 3rd International Conference on Early Childhood Education (ICECE-16), hellokhunmor.com

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up