โคลิค

โคลิค หรือแม่ซื้อ เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด

โคลิค
โคลิค

คุณพ่อ คุณแม่คงเคยพบกับอาการที่เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ และสงสัยว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งความเชื่อของคนโบราณมักจะบอกกันว่า ที่เด็กทารกร้องไห้นั้นเพราะเขาเห็นแม่ซื้อ หรือวิญญาณที่อยู่ใกล้ตัว ส่วนในทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า โคลิค

เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด แม่ซื้อ หรือ โคลิค

แม่ซื้อ เรื่องของความเชื่อ

ในสมัยโบราณเวลาที่เด็กๆ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ร้องเสียงดัง และไม่ยอมหยุด เชื่อกันว่า เด็กมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว เช่น วิญญาณ หรือ แม่ซื้อ และเล่ากันต่อๆ มาถึงหลายๆ สาเหตุ เช่น แม่ซื้อมากวน ชวนให้เล่นด้วย, ถูกเร่งให้มาเกิด ยังไม่พร้อมที่จะมา, เด็กเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น, นมแม่เป็นพิษ, ดวงไม่ถูกกับพ่อแม่, เป็นซาง (กินน้อย ไม่ยอมกิน ทั้งที่ไม่ได้เจ็บป่วย), สวรรค์กำลังทดสอบความเป็นแม่ ถ้าผ่านไปได้ จะได้ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่

เด็กร้องไห้
พื้นฐานอารมณ์ของเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเลี้ยงยาก อาจเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้เกิดโคลิค

แม่ซื้อคือใคร?

แม่ซื้อ คือเทวดา หรือผีที่คอยดูแลเด็กทารก เชื่อกันว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาต้องมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล เพื่อปกปักษ์รักษา ไม่ให้เด็กเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ซื้อประจำวันเกิดทุกตนทรงอาภรณ์ (เสื้อผ้า) สีทอง มีดังนี้

  • วันอาทิตย์ ชื่อว่า “วิจิตรมาวรรณ” มีหัวเป็นสิงห์ ผิวกายสีแดง
  • วันจันทร์ ชื่อว่า “วรรณนงคราญ” มีหัวเป็นม้า ผิวกายสีขาวนวล
  • วันอังคาร ชื่อว่า “ยักษ์บริสุทธิ์” มีหัวเป็นควาย ผิวกายสีชมพู
  • วันพุธ ชื่อว่า ”สามลทัศ” มีหัวเป็นช้าง ผิวกายสีเขียว
  • วันพฤหัสบดี ชื่อว่า “กาโลทุกข์” มีหัวเป็นกวาง ผิวกายสีเหลืองอ่อน
  • วันศุกร์ ชื่อว่า “ยักษ์นงเยาว์” มีหัวเป็นโค ผิวกายสีฟ้าอ่อน
  • วันเสาร์ ชื่อว่า “เอกาไลย์” มีหัวเป็นเสือ ผิวกายสีดำ
เด็กร้องไห้
เชื่อกันว่าเด็กทุกคนมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล เพื่อปกปักษ์รักษา เครดิตภาพ: sanook

ตามความเชื่อ แม้ว่าแม่ซื้อจะถือว่าเป็นพี่เลี้ยงทารกก็จริงอยู่ แต่บางครั้งก็ให้โทษได้เช่นกัน มีการแปลงเพศพันธุ์เป็นสิ่งต่างๆ หลอกหลอนให้ทารกตกใจ หรือเจ็บป่วยได้ ดังนั้น เพื่อให้ทารกหายเป็นปกติ จึงมีการจัดพิธี “ทำแม่ซื้อ”หรือ “เสียแม่ซื้อ” ขึ้น เพื่อให้เด็กทารกหายจากอาการสะดุ้งผวา หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ “เรื่องของหลักวิทยาศาสตร์” คลิกหน้า 2

คุณพ่อ คุณแม่คงเคยพบกับอาการที่เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ และสงสัยว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งความเชื่อของคนโบราณมักจะบอกกันว่า ที่เด็กทารกร้องไห้นั้นเพราะเขาเห็นแม่ซื้อ หรือวิญญาณที่อยู่ใกล้ตัว ส่วนในทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า โคลิค

เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด แม่ซื้อ หรือ โคลิค

แม่ซื้อ เรื่องของความเชื่อ

ในสมัยโบราณเวลาที่เด็กๆ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ร้องเสียงดัง และไม่ยอมหยุด เชื่อกันว่า เด็กมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว เช่น วิญญาณ หรือ แม่ซื้อ และเล่ากันต่อๆ มาถึงหลายๆ สาเหตุ เช่น แม่ซื้อมากวน ชวนให้เล่นด้วย, ถูกเร่งให้มาเกิด ยังไม่พร้อมที่จะมา, เด็กเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น, นมแม่เป็นพิษ, ดวงไม่ถูกกับพ่อแม่, เป็นซาง (กินน้อย ไม่ยอมกิน ทั้งที่ไม่ได้เจ็บป่วย), สวรรค์กำลังทดสอบความเป็นแม่ ถ้าผ่านไปได้ จะได้ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่

เด็กร้องไห้
พื้นฐานอารมณ์ของเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเลี้ยงยาก อาจเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้เกิดโคลิค

แม่ซื้อคือใคร?

แม่ซื้อ คือเทวดา หรือผีที่คอยดูแลเด็กทารก เชื่อกันว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาต้องมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล เพื่อปกปักษ์รักษา ไม่ให้เด็กเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ซื้อประจำวันเกิดทุกตนทรงอาภรณ์ (เสื้อผ้า) สีทอง มีดังนี้

  • วันอาทิตย์ ชื่อว่า “วิจิตรมาวรรณ” มีหัวเป็นสิงห์ ผิวกายสีแดง
  • วันจันทร์ ชื่อว่า “วรรณนงคราญ” มีหัวเป็นม้า ผิวกายสีขาวนวล
  • วันอังคาร ชื่อว่า “ยักษ์บริสุทธิ์” มีหัวเป็นควาย ผิวกายสีชมพู
  • วันพุธ ชื่อว่า ”สามลทัศ” มีหัวเป็นช้าง ผิวกายสีเขียว
  • วันพฤหัสบดี ชื่อว่า “กาโลทุกข์” มีหัวเป็นกวาง ผิวกายสีเหลืองอ่อน
  • วันศุกร์ ชื่อว่า “ยักษ์นงเยาว์” มีหัวเป็นโค ผิวกายสีฟ้าอ่อน
  • วันเสาร์ ชื่อว่า “เอกาไลย์” มีหัวเป็นเสือ ผิวกายสีดำ
เด็กร้องไห้
เชื่อกันว่าเด็กทุกคนมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล เพื่อปกปักษ์รักษา เครดิตภาพ: sanook

ตามความเชื่อ แม้ว่าแม่ซื้อจะถือว่าเป็นพี่เลี้ยงทารกก็จริงอยู่ แต่บางครั้งก็ให้โทษได้เช่นกัน มีการแปลงเพศพันธุ์เป็นสิ่งต่างๆ หลอกหลอนให้ทารกตกใจ หรือเจ็บป่วยได้ ดังนั้น เพื่อให้ทารกหายเป็นปกติ จึงมีการจัดพิธี “ทำแม่ซื้อ”หรือ “เสียแม่ซื้อ” ขึ้น เพื่อให้เด็กทารกหายจากอาการสะดุ้งผวา หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ “เรื่องของหลักวิทยาศาสตร์” คลิกหน้า 2

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up