[Blogger พ่อเอก-58] เกร็ดดี จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

เกร็ดดี จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก


            ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีเสวนาเรื่องการเลี้ยงลูกคู่กับคุณหมอจิราภรณ์ อรุณากูร (หรือหมอโอ๋เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน) และคุณหมอธีรชัย บุญยะลีพรรณ ส่วนผมไปในฐานะคุณพ่อรุ่นใหม่ที่เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ จึงได้มีโอกาสสนทนาเรื่องลูก กับคุณหมอทั้ง 2 ท่าน ซึ่งก็ได้ให้เคล็ดลับดีๆ ที่น่าสนใจในการเลี้ยงลูก ที่น่าสนุก และอยากเอามาแบ่งปันให้อ่านกันฮะ

  • ความสม่ำเสมอ คุณหมอธี แนะนำว่า การสอนอะไรขอให้ทำให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่อารมณ์ดีสอนอย่างหนึ่ง อารมณ์เสียสอนอย่างหนึ่ง เด็กจะไม่รู้ว่าที่ถูกคืออะไร นอกจากนั้นต้องตกลงกันให้ดีระหว่างพ่อและแม่ด้วย เช่น การรื้อกระเป๋า หากคุณแม่ดุ แต่คุณพ่อไม่ดุ เด็กจะเรียนรู้ว่าต่อหน้าคุณพ่อรื้อได้ แต่ถ้าคุณแม่อยู่ห้ามรื้อ ดังนั้นเด็กไม่ได้เรียนรู้ว่าการรื้อกระเป๋าไม่ดี ซึ่งหากไปรื้อกระเป๋าคุณครูที่โรงเรียนอาจจะกลายเป็นขโมยไป
  • การให้รางวัลต่างกับการให้สินบน เด็กๆ ต้องการคำชมเมื่อเขาทำในสิ่งที่ดีดังนั้นถ้าเด็กทำดีต้องให้รางวัล ซึ่งก็คือคำชม เช่น ถ้าเจ้าตัวเล็กทานข้าวเอง ก็ให้ชมเชยเขาด้วย ถือเป็นการให้รางวัล แต่ในอีกกรณีถ้าเจ้าตัวลงไปนอนดิ้นกลางห้างสรรพสินค้าแล้วเราบอกว่าหยุดดิ้นเดี๋ยวซื้อของเล่นให้ ในกรณีหลังเข้าข่ายให้สินบนนะฮะ ซึ่งเจ้าตัวเล็กเรียนรู้เร็วซะด้วยนะ
  • ตีลูกได้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น เด็กกำลังเล่นปลั๊กไฟอาจจะรีบตีมือจะมามัวพูดดีๆ คงไม่ทัน และคุณหมอไม่ได้มองว่าการตีเป็นสิ่งที่ผิด (ตรงนี้ปะป๊าเอกเสริมคุณหมอว่าผมก็ตีนะฮะ แต่ไม่ได้ตีให้เจ็บ แต่ตีด้วยความเมตตา ตีเชิงสัญลักษณ์ให้รู้ว่าถูกตำหนิ) คุณหมอเสริมว่า เพราะหลายๆ คนมองว่าไม่ควรตี แต่การดุแรงๆ ตำหนิแรงๆ ก็เป็นการตีแบบหนึ่ง ซึ่งเด็กเองรู้สึกไม่ต่างกับถูกตี
  • การพูดด้านบวก ในมื้อกลางวันมื้อหนึ่งปูนปั้นสนุกกับการหมุนอาหารให้คนโน้นคนนี้ แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ชอบที่จะหมุนให้เร็ว ตามปกติปะป๊าก็คงสอนว่า “หมุนเร็วไม่ดีนะเพราะอาหารจะหก และถ้วยชามอาจจะหล่นแตกได้” แต่คุณหมอมีวิธีพูดที่น่ารักและด้านบวกกว่า โดยคุณหมอพูดกับเจ้าปูนปั้นว่า “ปูนปั้นหมุนอาหารให้ผู้ใหญ่ ใจดีจังเลย แต่หมุนแบบเร็วๆ อะหมุนง่าย ใครๆก็ทำได้ หมุนช้าๆ ทำยากกว่านะ มามาลุงหมอจะสอนให้” เจ้าปูนปั้นถึงกับหันมามองหน้าลุงหมอเลยทีเดียวฮะ แล้วผมก็หันไปหาภรรยาว่าต้องหัดพูดแนวนี้ซะแล้ว
  • การกินผัก เข้าใจว่าเป็นประเด็นสำหรับหลายครอบครัว สำหรับเจ้าปูนปั้นเอง เป็นเด็กที่กินผักได้ ไม่ค่อยมีปัญหา มะระที่ผู้ใหญ่บ่นขมก็ยังทาน แต่จู่ๆบางวันก็ไม่ทานซะงั้น แม้แต่แครอทของชอบ ก็ต้องให้เขี่ยออกหมด ผมเลยได้โอกาสถามคุณหมอว่าเป็นเพราะอะไร คุณหมอบอกว่าเด็กกินผักมั้ยให้ดูภาพรวมๆ ดูค่าเฉลี่ยอย่าไปดูเป็นวันๆ เพราะเด็กจะมีอารมณ์แนวนี้อยู่อยากบ้างไม่อยากบ้างเป็นเรื่องปกติ ถ้าเฉลี่ยๆเขาทานเราก็เสริมเขาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องไปกังวล
  • การแบ่งปัน การที่สอนเด็กให้แบ่งปันเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นที่น่าสนใจจากการสนทนากับคุณหมอคือ การที่เด็กแบ่งปันยังไม่ใช่เรื่องคุณธรรมดาความดีแต่อย่างเดียว แต่เด็กทำเพราะอยากได้รับคำชม ดังนั้นถ้าเขาทำดีแล้วเราไม่ชม เขาก็อาจจะเลิกทำ แต่ถ้าเราชมเชยเวลาที่เขาแบ่งปัน จากการทำเพื่อรับคำชม ต่อไปคุณธรรมก็จะค่อยๆ ปลูกฝังเมื่อเขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
  • ติดจอ อีกหนึ่งปัญหาโลกแตก ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องนี้ไปก็ได้รับคำคอมเมนต์ว่าจะให้ทำอย่างไร ไม่มีเวลาดูลูกตลอด หรือ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยลูกก็ดูปกติดี สิ่งที่ได้จากการสนทนาและเสวนาในครั้งนี้ที่น่าสนใจ คือ ผลที่จะเกิดอาจจะไม่ได้เกิดปัจจุบันทันด่วนในตอนนี้นะฮะ แต่จะสะสมไปเรื่อยๆ เช่น เด็กสามารถรูดจอเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนอะไรดูได้รวดเร็วทันใจ สิ่งที่ค่อยๆสะสมคือ ความไม่รู้จักอดทนรอ เพราะทุกอย่างมันไม่สามารถรูดปรื้ดได้หมด หรือ อีกกรณีที่คุณหมอยกตัวอย่าง คือ สติในการตัดสินที่ต้องใช้เวลาชั่ววูบ เด็กที่ติดจออาจจะตัดสินใจแบบใช้สติน้อย ไม่รอบคอบ เช่น มีคนมาดักจี้ เอามีดมาจี้ขอมือถือ ถ้ามีสติเราน่าจะยอมให้และรักษาตัว แต่มีคนที่เลือกจะสู้เพราะผลจากการเสพสื่อพวกนี้ ใช้การตัดสินใจแบบวูบวาบไม่คิดให้รอบคอบkeyword คงอยู่ที่ การดูจอมากๆ อาจจะไม่ได้เห็นผลเสียในวันนี้นะฮะ
  • เด็กง่วงนอนแล้วงอแง อันนี้คุณหมอแนะว่า ทำใจให้สบาย พยายามเข้าใจเขาว่าเขาเองก็ง่วง หงุดหงิด แต่ไม่อยากนอน เรารู้จักลูกมากที่สุด ต้องหาวิธีที่ทำให้เขาสงบ เป็นกลเม็ดครอบครัวใครครอบครัวเขา อย่าไปคิดฝืนดุเขา ตวาดหรือตีให้หยุด เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กทุกคน

11960247_944090702298913_6621335728678131534_n 11933388_942774142430569_6715374320626245561_n 11212763_944090715632245_9072105801024757818_n

  • ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง หลักในการเลี้ยงลูกมีง่ายๆ คือ เลี้ยงให้ลูกเติบโตมาดีกว่าเรา ทำสิ่งที่ดีให้เขาดูเป็นตัวอย่าง อะไรไม่ดีก็อย่าทำให้เห็น คุณหมอชอบลูกอมมากแต่คุณหมอจะไม่ให้ลูกเห็น เวลาจะอมก็ไปหลบๆ ซึ่งพอโตมาลูกๆ คุณหมอก็ไม่อมลูกอมกันแต่จะซื้อมาฝากคุณหมอ เพราะรู้ว่าคุณพ่อชอบ อยากให้ลูกทำอะไรก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง คุณหมอจะยกกรณีที่ปะป๊าเอก เก็บของให้ปูนปั้นดูเป็นตัวอย่าง จนปูนปั้นทำตามเป็นนิสัยปกติว่าเล่นของเล่นเสร็จแล้วต้องเก็บขึ้น ซึ่งคุณหมอพูดตัวอย่างนี้ทุกรอบ ผมขอเอาคลิปปูนปั้นเก็บของเล่น แบบดูไปอมยิ้มไปมาฝากด้วยครับ

ผมว่าเกร็ดเล็กๆ ข้างบนน่าจะปรับใช้ได้กับทุกครอบครัว จริงๆ ยังมีอีกหลานเรื่อง เช่น ทั้งเด็ก 2-3 ภาษา, การคุมอารมณ์ของพ่อแม่ เป็นต้น แต่จริงๆย้อนหลังอ่านที่ผมเคยเขียนไว้ได้นะฮะ ตบท้ายด้วยประโยคทีเด็ดของคุณหมอที่ช่วยลดความกดดันให้คุณพ่อคุณแม่ก็คือทำให้ดีที่สุดได้สัก 80% ก็เพียงพอแล้ว ถ้าตัดเกรดก็ได้ 4 แล้ว หวัง 100% คงยาก เมื่อได้อ่านเกร็ดต่างๆแล้ว หากครอบครัวไหนมีเกร็ดอะไรสนุกๆ มาคอมเมนต์แบ่งปันกันเพิ่มก็จะได้เป็นประโยชน์มากขึ้นนะครับ

ฝากช่องทางติดตามเจ้าปูนปั้นอีกที่คือที่ Youtube ช่อง PoonPun ‘The Smiling Boy’ นะครับ

 

 

 

Tags

[Blogger – พลอย ชิดจันทร์] ตอนที่ 5 พลอยเลี้ยงลูกให้พี่น้องรักกันก่อนอย่างอื่น

มีคนถามว่าพลอยวางเป้าหมายให้ลูกแต่ละคนไว้อย่างไรบ้างไหม

 

ตอนนี้ “ทาชิโน่”  5  ขวบ “ชิลี่” 3 ขวบ “‘ชีต้าร์'” 2 ขวบ  และ “‘ชิลิน'” เพิ่ง 5 เดือน (คนสุดท้องเกิดเดือนมีนาคม 2558) พลอยมีความสุขที่ได้เห็นลูกๆเล่นกันสนุก พี่น้องรักกัน อยากเก็บเวลาแบบนี้ไปนานๆ

 

พลอยเลยไม่ได้วางแผนอะไรไกลๆ ถ้าจะมีวางแผนบ้างก็เป็นเรื่องพื้นฐานการใช้ชีวิตของเด็กๆก่อน ปลูกฝังให้พี่น้องรักกัน เเบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน ส่วนเรื่องการเรียน และความชอบนั้น เขาชอบอะไรก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติของเขาดีกว่าค่ะ เราพ่อแม่มีหน้าที่สังเกตว่าเขาถนัดอะไร แล้วส่งเสริมให้ถูกทางน่าจะดีที่สุดนะคะ

 

ภาพ จาก IG @ploychidjan

Tags

How to watch movie with your kids ดูหนังกับลูกต้องสอนอะไรบ้าง?

การชวนลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ร่วมกัน ไม่ว่าจะดูกันทั้งครอบครัว ดูกับคุณพ่อ หรือคุณแม่ก็ตามเป็นกิจกรรมที่หลายๆ ครอบครัวมักทำร่วมกันในวันว่าง ตอนเย็นหลังทานข้าว หรือก่อนนอน … นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ชื่นชอบแล้ว ผู้ปกครองอย่างเราๆ ก็ได้ใช้เวลานี้พักผ่อนสมอง รวมถึงยังได้ใช้เวลาร่วมกับลูกน้อยอีกด้วย  เรามักจะบอกกับคุณผู้อ่านเสมอว่าการให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์นั้น ไม่ควรให้เขาดูเพียงลำพัง เพราะไม่มีใครให้ข้อมูลหรือสอนในสิ่งที่เขาอยากรู้ได้ดีเท่าคุณพ่อคุณแม่อีกแล้ว  การดูภาพยนตร์ร่วมกับลูกคุณต้องสอนอะไรลูกบ้างนั้น เรามีคำแนะนำมาฝาก

1

สอนให้ลูกเรียนรู้พฤติกรรมทั้งดีและไม่ดี

เพราะการ์ตูนและภาพยนตร์เกือบทุกเรื่อง มักจะมีตัวเอกของเรื่องที่ทั้งดีและไม่ดี สิ่งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาสอนลูกได้ค่ะ  สอนให้เรียนรู้เรื่องคุณธรรม การเสียสละ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น  เรียนรู้ว่าการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  รวมถึงลูกจะได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวร้ายทำไม่ดีมาตลอดทั้งเรื่องนั้น จะได้เห็นผลที่ได้รับในตอนจบอย่างไร  สอนให้เขารู้ว่าสิ่งไหนที่เขาควรนำไปเป็นแบบอย่าง และสิ่งไหนที่เขาไม่ควรจะทำตามหรือเข้าใกล้เลย เป็นต้น

2

 

สอนให้ลูกรู้จักธรรมชาติของสัตว์ หรือสิ่งของ

ก่อนที่จะได้ไปสัมผัสธรรมชาติของจริงอย่างในสวนสัตว์ ทะเล ฯลฯ  ลูกจะได้เรียนรู้ธรรมชาติต่างๆ จากกการ์ตูนหรือภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องกันก่อน อย่าง เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Finding Nemo สอนให้รู้ว่าธรรมชาติของปลาต้องอยู่ในน้ำหรือท้องทะเล และไม่มีที่ไหนเหมาะกับปลาได้ดีที่สุดเท่านี้อีกแล้ว  เรื่อง Madagascar เด็กๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร  สิ่งที่อันตรายกับสัตว์เหล่านี้มีอะไรบ้าง หรืออย่าง เรื่อง TOY STORY ที่ทำให้ของเล่นคู่หูของเด็กๆ มีชีวิตจริงๆ ขึ้นมา สอนให้รู้จักธรรมชาติของของเล่น สอนให้รู้ว่าของเล่นที่มีทั้งดีและไม่ดีจะเป็นยังไง

3

 

สอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องภาษา

การฝึกฝนด้านภาษาให้ลูก บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เด็กๆ หลายคนชื่นชอบมากที่สุด เป็นการเรียนภาษาที่แสนจะเพลิดเพลินผ่านเรื่องราวและตัวการ์ตูน หากคำไหน หรือบทสนทนาไหนที่ลูกยังไม่เข้าใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถให้คำแนะนำเขาได้

การให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์จะดีหรือไม่ดี และได้ประโยชน์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า “ลูกดูอยู่กับใคร?” ถ้าเขาดูอยู่คนเดียว จะไม่มีใครให้คำแนะนำได้ว่าสิ่งที่เขาดูอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ถ้าลูกดูกับผู้ปกครอง นอกจากเขาจะได้เรียนรู้สิ่งที่เราต้องการอยากจะเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ภาพยนตร์สอนแล้วนั้น  การได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวจะทำให้ลูกมีความสุขและอบอุ่นซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาอีกด้วยค่ะ ครบทุกประสบการณ์การดูหนังที่ WWW.HOLLYWOOD-HDTV.COM

หนูน้อยอินจัด ทำท่าเลียนแบบคอนดักเตอร์ ในพิธีสวดมนต์ภายในโบสถ์

คลิปนี้ เป็นเรื่องราวของสาวน้อยแสนน่ารัก ที่สวมบทตัวเอง ว่ากำลังเป้นคอนดักเตอร์ หรือ วาทยกรตัวน้อย ผู้ควบคุมการร้องประสานเสียงในวงออร์เคสตรา ซึ่งท่าทางของหนูน้อยเหมือนจริงแถมฟีลลิ่งก็มาเต็ม น่ารักน่าเอ็นดู ฉายแววคอนดักเตอร์สาวในอนาคตออกมาให้เห็นเลยทีเดียว . . . จะน่ารักขนาดไหนไปชมกันเลยค่ะ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Sans Déconner

 

เห็นแล้วร้องว้าว! เจ้าหนูวัย 2 ขวบเล่นยิมนาสติกสุดคล่องแคล่ว (มีคลิป)

 “อารัต” เจ้าหนูชาวอิหร่านแสนอัจฉริยะคนนี้ วัยเพียง 2 ขวบ ซึ่งเขาฝึกฝนยิมนาสติกตั้งแต่อายุ 9 เดือน โดยในคลิปจะเห็นว่าเจ้าหนูโชว์ท่วงท่าได้อย่างมีพรสวรรค์

ทั้งนี้พ่อแม่ของเจ้าหนูเปิดเผยว่า ลูกชายไม่ได้ฝึกอย่างมืออาชีพ แต่ซ้อมทุกวันวันละ 10-20 นาที โดยครอบครัวของเจ้าหนูได้โพสต์วิดีโอลงบน Instragram โชว์การเล่นยิมนาสติก ซึ่งเจ้าหนูจะแสดงให้เห็นท่วงท่าที่สมดุลและถูกต้องตามหลักยิมนาสติก และได้โชว์การเล่นในสถานที่ต่างๆภายในบ้าน

พ่อของเจ้าหนูยังได้กล่าวอีกว่า วันหนึ่งตอนที่ผมกลับจากทำงาน อารัตเดินมาจับมือผมแล้วค่อยๆยกตัวขึ้นจากพื้น ตอนนั้นผมเห็นอย่างชัดเจนว่า แขนของอารัตมีพลังอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มตีลังกาม้วนหลังเขาชอบเล่นอะไรแบบนี้มากหลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาออกกำลังกายแบบนี้วันละ 20 นาที

14424881131442488541l

ว่าแล้วก็ตามไปชมคลิปของเจ้าหนูอัจฉริยะลีลาพริ้ว กันดีกว่าค่ะ



ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Flash News , Daily News

 

ฝรั่งถึงกับอึ้ง! พ่อแม่ญี่ปุ่นให้เด็กไปโรงเรียนเองตั้งแต่ 6-7 ขวบ [มีคลิป]

สื่อออสเตรเลียแพร่สารคดีสะท้อนภาพสังคมญี่ปุ่นฝึกเด็กให้แกร่ง ปล่อยเดินทางไปโรงเรียนเองระยะทางไกลๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถมศึกษา แม่ชี้เป็นการฝึกให้เด็กพึ่งพาและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ขณะที่ฝรั่งเผยแม้แต่ชุมชนในเมืองซิดนีย์ที่ว่าปลอดภัยก็ยังไม่กล้า

คลิปวีดีโอนี้เป็นสารคดีเรื่อง “เด็กพึ่งตัวเองของญี่ปุ่น (Japan’s independent kids)” ในช่วงรายการเดอะฟีด (The Feed) ซึ่งเผยแพร่ผ่านทาง youtube ด้วย โดยเนื้อหาเป็นคลิปวิดีโอความยาว 8.21 นาที กล่าวถึงสังคมญี่ปุ่นที่ พ่อแม่ผู้ปกครองมีธรรมเนียมปฏิบัติให้ลูกช่วยเหลือพึ่งพาตัวเอง และเดินทางไปโรงเรียนเองตั้งแต่ยังเล็ก

ในสารคดีดังกล่าวได้ยกตัวอย่างชีวิตประจำวันของสามพ่อแม่ลูกแห่งครอบครัวอันโด ที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกสาววัย 7 ขวบเดินทางไปโรงเรียนเองทุกเช้าเป็นระยะทางไกลทั้งเดินด้วยเท้า และขึ้นรถไฟต่อเนื่องหลายสายกว่าจะถึงจุดหมาย

558000010762302

“เธออาบน้ำ แปรงฟัน สระผมด้วยตัวเอง … ฉันคิดว่าก็นอกจากการดูแลบ้านแล้ว เธอก็ดูแลตัวเองได้เกือบหมด” ซาโตโกะ อันโด คุณแม่วัย 39 ปีบอก “เนื่องจากโรงเรียนของเธออยู่ไกล ทำให้เธอต้องเดินทางไปเรียนด้วยรถไฟ ซึ่งเธอเดินทางไปเอง”

“หนูเดินไปสถานีรถไฟเอง ก่อนขึ้นรถไฟสายยามาโนเตะไปที่ชินจูกุ จากชินจูกุก็เปลี่ยนไปรถไฟสายชูโอ เพื่อไปปลายทางที่โคคุบันจิ” ดญ.โนเอะ อันโด สาธยายวิธีการเดินทางไปเรียนของเธอให้ฟังอย่างละเอียด

ขณะที่คุณแม่ยืนยันว่าลูกสาวต้องเดินทางไปโรงเรียนด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีพ่อแม่ ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้เธอต้องเรียนรู้ในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดหลงทางหรือขึ้นรถไฟผิดขบวนก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็จะกลับบ้านไม่ได้

558000010762303

ด้านสื่อออสเตรเลียระบุว่า ครอบครัวอันโดไม่ได้เป็นครอบครัวญี่ปุ่นครอบครัวเดียวที่ปล่อยให้เด็กๆ เดินทางไปและกลับโรงเรียนเป็นระยะทางไกลๆ เอง แต่ครอบครัวชาวญี่ปุ่นมีการปลูกฝังเด็กให้พึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังอายุน้อยมากๆ เช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งวัฒนธรรมเช่นนี้แตกต่างจากครอบครัวชาวออสเตรเลียอย่างชัดเจน แม้ว่าอัตราการเกิดอาชญากรรมกับเด็กในชุมชนจะน้อยมากเหมือนสังคมญี่ปุ่นก็ตาม แต่พ่อแม่ชาวออสเตรเลียก็ยังไม่วางใจให้ลูกเดินทางไปโรงเรียนเองจนกระทั่งขึ้นชั้นมัธยมปลาย แม้ตัวเด็กเองจะมีความประสงค์ก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สังคมญี่ปุ่นออกแบบให้วิถีชีวิตประชาชนเป็นเช่นนี้เพื่อที่ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและระบบการทำงานในบริษัท หรือในองค์กรเพื่อสนองตอบต่อการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชน

ชมสารคดี Japan’s independent kids จากยูทิวบ์ SBS2Australia


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9580000103952

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : SBS2Australia

 

Dyson digital slim เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ตัวช่วยดีๆสำหรับแม่บ้านยุคใหม่

เชื่อว่าทุกวันนี้มีแม่บ้านหลายคนที่กำลังปวดหัวอยู่กับการกำจัดฝุ่น ทำอย่างไรก็ทำความสะอาดได้ไม่หมดสักที? ยิ่งบ้านเรามีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีขึ้นไปอีกสำหรับบางคนที่ยังทำความสะอาดบ้านด้วยไม้กวาดอาจจะยากหน่อยที่จะกำจัดพวกฝุ่นละอองเหล่านี้ให้หมดไป โดยเฉพาะยิ่งตามซอกหรือมุมเล็กๆ นี่คงไม่ต้องพูดถึง แต่บางคนใช้เครื่องดูดฝุ่นแล้วก็ยังทำความสะอาดได้ไม่หมด . . . วันนี้ นิตยสาร Realparents มีตัวช่วยทุ่นแรงชิ้นดีในการทำความสะอาดบ้านมาใหัคุณแม่บ้านกันค่ะ ^_^

วันนี้ทาง dyson thailand ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาให้เราได้ทดสอบกัน ขอบอกว่าตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวแบบเรามากๆ ตัวนี้คือ เครื่องดูดฝุ่นไดสัน ดิจิตอล สลิม DC62 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายขนาดเล็ก หลังจากที่แกะกล่องออกมาและลองถือดู ความประทับใจแรกที่ได้รับคือ น้ำหนักเบามากๆ เคลื่อนย้ายสะดวก จับถนัดมือและไม่รู้สึกใหญ่เทอะทะเกะกะเมื่อต้องถือนานๆ ระหว่างนั้นก็ไปสะดุดตาที่เจ้าถังเก็บฝุ่น ปกติจะเคยชินกับเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่จะมีถุงดักจับฝุ่นที่เมื่อดูดฝุ่นจนเต็มก็เอาถุงออกไปทิ้ง แต่เครื่องดูดฝุ่นตัวนี้แตกต่าง เจ้าไดสัน DC62 ตัวนี้มากับถังเก็บฝุ่นพลาสติกที่แค่กดปุ่มปล่อยสิ่งสกปรกทิ้งถังขยะก็จบ ง่ายและสะดวกมากๆ เพราะถังที่เป็นพลาสติกทำให้มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อถังฝุ่นเต็มและถึงเวลาทิ้งและเราก็ไม่ต้องคอยเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นอีกต่อไป

ไดสัน DC62 ถูกประกอบด้วยตัวไซโคลน 15 ชุด ซึ่งเป็นตัวช่วยในการดักจับฝุ่นขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เมื่อลองทดลองใช้ โดยการนำแป้งมาโรยตามพื้นและทดสอบประสิทธิภาพของแรงดูดต้องบอกเลยว่าจิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ เพราะมีพลังการดูดที่แรงและสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นตัวอื่น รอยแป้งหรือแม้กระทั่งแป้งที่ตกลงไปตามร่องพื้นหายไปหมดในการดูดเพียงแค่ครั้งเดียวเลยค่ะ

นอกจากนี้ ไดสัน DC62 มากับหัวดูดเฉพาะที่  แบบพิเศษให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้เลยค่ะ ทั้งหัวดูดแบบ Carbon Fibre ที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตทำให้ทำความสะอาดพื้นได้หมดจดยิ่งขึ้น หัวดูด Up Top สำหรับทำความสะอาดมุมสูง เช่น ชั้นวางหนังสือ ด้านบนเครื่องปรับอากาศ หัวดูด Combination และ Crevice สำหรับทำความสะอาดตามมุมต่างๆ และซอกระหว่างเฟอร์นิเจอร์

…เครื่องดูดฝุ่นมีมากมายหลายยี่ห้อ ฟังก์ชั่นและความสามารถของแต่ละตัวก็ดูจะคล้ายๆกันไปหมด จนบางทีผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกซื้อไม่ถูกเลยจริงๆ แต่หลังจากที่ลองใช้เครื่องดูดฝุ่นตัวนี้ โดยส่วนตัวพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าเครื่องดูดฝุ่นตัวอื่น เพราะได้ลองใช้เครื่องดูดฝุ่นมาหลายตัว แต่ทุกตัวหลังจากดูดฝุ่นแล้ว ก็ยังมีเศษฝุ่นผงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะตามซอกมุมนี่บอกลาเครื่องดูดฝุ่นปกติได้เลย เครื่องดูดฝุ่นที่ดีไม่เพียงแค่ใช้ดูดฝุ่นได้อย่างสะอาดหมดจดเท่านั้น แต่จะต้องมีทุกอย่างที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งรูปลักษณ์ที่ลงตัวไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งาน ความสะดวกสบาย ความทนทาน รวมไปถึงการประหยัดพลังงานและพร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆที่ช่วยให้ทุกอย่างจบในเครื่องเดียว และบอกได้เลยว่า ไดสัน ดิจิตอล สลิม DC62 ทำได้ค่ะ

ตั้งแต่วันที่ 15-30 กันยายนนี้ เชิญพบกับ Dyson Fluffy Event ได้ที่ Central Embassy ชั้น 2 โพสต์ภาพถ่ายหรือวีดิโอคู่กับ “Mattress wall” หรือ “Glass runway” แล้ว tag #DysonThailand บน Instagram หรือ Facebook ภาพที่ได้รับการกด Like มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ! หมดเขตวันที่ 1 ตุลาคมwww.dyson.co.th

Palmer’s cocoa butter formula Soothing Oil for Dry/Itchy Skin 150ml

Palmer’s cocoa butter formula Soothing Oil for Dry/Itchy Skin 150ml ออยล์ทาผิว สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวที่แห้งและสูญเสียความชุ่มชื้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ลดอาการคัน ด้วยส่วนผสมที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อย

ผิวของคุณแม่ตั้งครรภ์มักจะขาดความชุ่มชื่นเมื่อผิวขยายขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม และอาจจะเกิดรอยแตกลายได้ง่าย ควรหาตัวช่วยดีๆ อย่างปาล์มเมอร์ สูตรโกโก้บัตเตอร์ ซูตติ้งออย ผลิตภัณฑ์อันดับ1ในอเมริกา ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ 97% พิสูจน์แล้วว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น และช่วยลดปัญหาอาการคันหน้าจากท้องแห้งตึง เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวภายใน วิธีใช้ควรพ่นหลังอาบน้ำเสร็จทุกครั้งเช้าและเย็นนะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอด ผิวจะมีโอกาสแห้งและคันมากกว่าปกติอีกด้วยค่ะ
ราคาปกติ 490
ขาย 390 ส่งฟรีลทบ.
0891156088
Id line : monngoy

Tags

ครั้งแรกในประเทศไทย! วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

ตั้งแต่ปี 2012 องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เพื่อให้การป้องกันไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และวัคซีนนี้มาถึงประเทศไทยแล้วค่ะ

“ในแต่ละปี ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 250,000 – 500,000 ราย และทุกปีมีคนไทยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สูงถึง 50,000 – 70,000 ราย” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์เสน่ห์ เจียสกุล ประธานคณะกรรมการป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าว

สาเหตุของไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งมี 3 ชนิด คือ A, B และ C

  • ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก
  • ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
  • ไวรัสชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

ในอดีตไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A เป็นหลัก ปัจจุบันพบว่าสายพันธุ์ B เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยขึ้น “การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกัน

“ไข้หวัดใหญ่จะมีภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า และโดยทั่วไปอาการจะรุนแรงและยาวนานกว่าไข้หวัดธรรมดา ในผู้ที่มีโรคเรื้อรังอาจจะส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ระบบอื่นๆ” แพทย์หญิงอรอุมา บรรพมัย อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าว

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์เสน่ห์ เสริมว่า “จากที่พบว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ B บ่อยขึ้น ในปี 2012 องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้แนะนำให้เพิ่มไวรัสสายพันธุ์ B เข้าไปอีก 1 สายพันธุ์ ทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไวรัสสายพันธุ์ A/H1N1, A/H3N2 และไวรัสสายพันธุ์ B 2 สายพันธุ์ คือ B/Victoria และ B/Yamagata วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) จึงป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หลังจากเริ่มใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เพิ่มมากขึ้น ลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องมารักษาตัวในโรงพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและที่เกี่ยวเนื่องกับไข้หวัดใหญ่ลงได้มาก

วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน และผู้สูงอายุรวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์มีประโยชน์อื่นอีกไหม?

  • สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นกว่าเดิม
  • ลดอัตราการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่
  • ลดปัญหาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง
  • ลดการใช้ยาปฎิชีวนะ จากภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา
  • ลดการขาดงานหรือขาดเรียน
  • ลดอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่

คุณหมอยังแนะนำด้วยว่า เด็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำนะคะ 🙂

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ โรงพยาบาลสมิติเวชพร้อมให้บริการวัคซีนไข้หวัด 4 สายพันธุ์แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่ > รู้จักและรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์วัคซีน โรงพยาบาลสมิติเวช

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ : shutterstock

รู้จักและรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”

เรามักคิดกันว่าโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดเฉพาะหน้าฝน แต่ความจริงแพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปีและทุกกลุ่มอายุ ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายมีอาการรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาล และมีจำนวนไม่น้อยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนเสียชีวิต

รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปีประมาณ 50,000 คน ในปีที่มีการระบาดมากจะพบได้ถึง 70,000 คน

อาการจะรุนแรงกว่าไข้หวัดปกติ และมีความเสี่ยงต่ออาการโรคประจำตัวกำเริบและภาวะแทรกซ้อน ซึ่งรวมถึงภาวะปอดบวม หลอดลมอักเสบ หรือมีผลกระทบรุนแรงต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบประสาทจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจาก?

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ซึ่งมีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ A, B และ C

  • ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก
  • ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
  • ไวรัสชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

ไวรัสชนิด A และ B เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน โดยอาการติดเชื้อมักเริ่มขึ้นในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน (จมูกและคอ) และอาจแพร่กระจายไปยังปอดและหลอดลมได้ ในอดีตการระบาดของไข้หวัดใหญ่ พบว่าไวรัสสายพันธุ์ A ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ A/H1N1 และ A/H3N2 เป็นสายพันธุ์หลัก หลายปีที่ผ่านมาพบว่าการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B เพิ่มมากขึ้น รวมถึงในประเทศไทยด้วย

เราจะป้องกันได้อย่างไร?

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกัน จะมีการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมและตรงกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี

แต่เดิมวัคซีนที่ใช้กันอยู่จะป้องกันไวรัสได้ 3 สายพันธุ์ แต่เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ B บ่อยขึ้น ในปี 2012 องค์การอนามัยโลกจึงได้แนะนำให้เพิ่มไวรัสสายพันธุ์ B เข้าไปอีก 1 สายพันธุ์ ทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไวรัสสายพันธุ์ A/H1N1, A/H3N2 และไวรัสสายพันธุ์ B 2 สายพันธุ์ คือ B/Victoria และ B/Yamagata วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) จึงป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ใครควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่บ้าง?

กลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้ควรได้รับการป้องกันด้วยวัคซีนอย่างสม่ำเสมอค่ะ

  • เด็ก ที่อายุน้อยกว่า 2 ปี จนถึง 5 ปี
  • ผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • หญิงตั้งครรภ์ และ ผู้หญิงที่อยู่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง

ข้อยกเว้น ผู้ที่แพ้ไข่ไก่รุนแรงไม่สามารถฉีดได้ เนื่องจากกระบวนการผลิตวัคซีนมีการเพาะเชื้อในไข่ไก่ หากแพ้ไข่ไก่ไม่รุนแรงควรฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ดูอาการหลังฉีดวัคซีน

ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี?

เนื่องจากภูมิคุ้มกันเชื้อไข้หวัดใหญ่จะลดต่ำลงได้ในระยะเวลาไม่นาน การฉีดวัคซีนทุกปีจึงเป็นการกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง และสอดคล้องกับสายพันธุ์ของเชื้อในแต่ละปี จึงแนะนำให้วัคซีนก่อนฤดูที่มีการระบาด คือฤดูฝนและฤดูหนาว และฉีดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

 

แต่หากลูกน้อยมีอาการป่วย และคุณสงสัยว่าลูกจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เรามีวิธีสังเกตและข้อแนะนำค่ะ

อาการเด่นของไข้หวัดใหญ่มีอะไรบ้าง?

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร

หากสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรทำอย่างไร?

เนื่องจากไข้หวัดใหญ่มีระยะแพร่โรคคือ 1 วันก่อนมีอาการ ถึง 7 วันหลังมีอาการ จึงควรทำสิ่งต่อไปนี้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นค่ะ นอกจากปฏิบัติตามนี้แล้ว อย่าลืมไปพบแพทย์ด้วยนะคะ

  • หยุดงาน หยุดเรียน
  • ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด
  • ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช้จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ร่วมกับผู้อื่น

รู้ไหม?

การจามสามารถแพร่เชื้อโรคได้ไกลถึง 6 ฟุต หรือเกือบ 2 เมตร! จึงควรใช้กระดาษทิชชูปิดปากทุกครั้งที่จามแล้วทิ้งถังขยะให้เรียบร้อย หากไม่มี ห้ามใช้มือปิดปากแล้วจามเด็ดขาดค่ะ! ให้ยกแขนขึ้นมาจับไหล่ฝั่งตรงข้าม เช่น ยกแขนขวาขึ้นมาก็ให้จับไหล่ซ้าย และจามใส่ข้อพับข้อศอก เพราะเป็นส่วนที่ไม่ค่อยสัมผัสกับผู้อื่นหรือสิ่งของต่างๆ มากเท่ามือ เท่านี้ก็ป้องกันการแพร่เชื้อต่างๆ สู้ผู้อื่นได้แล้วค่ะ ง่ายนิดเดียวเอง ลองนำไปสอนลูกน้อยดูนะคะ

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ โรงพยาบาลสมิติเวชพร้อมให้บริการวัคซีนไข้หวัด 4 สายพันธุ์แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์วัคซีน โรงพยาบาลสมิติเวช

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ : shutterstock

Palmer’s cocoa butter formula Massage Cream For Stretch Marks 125g

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดครีม ช่วยป้องกันผิวแตกลายเนื่องจากการตั้งครรภ์ด้วยส่วนผสมจาก Vitamin E และ Cocoa Butter มาตรฐานที่คุณแม่ทั่วโลกยอมรับ
การดูแลผิวสวยของคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 ผิวหน้าท้องคุณแม่เริ่มขยาย มีโอกาสแตกลายได้ง่ายต้องปกป้องผิวสวยของคุณแม่ด้วย ปาล์มเมอร์ สูตรโกโก้บัตเตอร์ มาซซาสครีม ผลิตภัณฑ์อันดับ1 ในอเมริกา ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ 97% พิสูจน์แล้วว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น และป้องกันผิวสวยตั้งแต่แรกเริ่มของการตั้งครรภ์ ด้วยเนื้อครีมสูตรเข้มข้นที่คุณสัมผัสได้ อีกทั้งมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ได้จากธรรมชาติ ซึมซับดีกว่าปลอดภัยกว่า ควรทาบริเวณหน้าท้อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผิวยืดหยุ่นไม่มีรอยแตกลายตลอดการตั้งครรภ์นี้ค่ะ
ราคาปกติ 465
ขาย 390 ส่งฟรีลทบ.

0891156088
ID line : monngoy

Tags

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 5 ตอน ถึงเป็น “แม่” แค่อายุ 15 แต่หนูก็รักลูกหมดใจ

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 5 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ถึงเป็น “แม่” แค่อายุ “15” แต่หนูก็รักลูกหมดใจ

 

เสียงคนพลุกพล่านตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เสียงยกเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านดังกร่างเกร่ง เสียงหัวเราะหยอกล้อคุยกัน เสียงผู้คนเดินผ่านน้ำเฉอะแฉะ เสียงรถเข็นเข็นของอย่างรีบเร่ง นี่เป็นบรรยากาศทุกวันของหน้าบ้านฉันซึ่งอยู่ในตลาดสดเทศบาล

ฉันชื่อดาวเรือง (ชื่อสมมุติ) ลูกแม่ค้าขายผลไม้อยู่ในตลาด แม่ชื่อแม่ผลเป็นคนใจดี แม่มีลูกสองคนคือฉันอายุ 15 ปี กับน้องสาวอายุ 12 ปี ใครๆก็บอกว่าฉันเป็นคนหน้าตาน่ารัก เสียแต่ที่อ้วนไปหน่อย ฉันสูง 160 เซนติเมตร แต่น้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม ฉันเรียนหนังสือถึง ม.3 ก็เลิกเรียนเพราะสมองไม่ดีนัก เรียนคาบลูกคาบดอก แต่เรื่องที่สำคัญก็คือฉันได้เสียกับรุ่นพี่จนท้อง ตอนบอกแม่นั้นฉันท้องได้ 3 เดือนเศษแล้ว แม่ไม่ว่าอะไรฉันสักคำ แม้รุ่นพี่ที่เป็นพ่อเด็กจะไม่รับแม่ก็บอกว่า “ช่างมันลูก…และหนูอย่า…อย่าแม้แต่จะคิดที่จะทำแท้ง เราเป็นชาวพุทธ แม่เชื่อเรื่องบาปกรรม ช่างมันเหอะหลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้” แล้วแม่ก็พาฉันไปฝากท้องกับหมอที่เคยทำคลอดฉันกับน้องให้แม่ทั้งสองท้อง

วันแรกที่ฝากท้อง หมอทำอัลตร้าซาวนด์ ตรวจเลือด ตรวจน้ำปัสสาวะ และบอกว่า “ท้องได้ 16 สัปดาห์ เด็กดูแข็งแรงดี แต่สงสัยแม่จะเป็นเบาหวาน”

แม่ผลอุทานอย่างตกใจว่า “เป็นเบาหวานหรือหมอ ดาวเรืองอายุแค่ 15 ปีนะ”

หมอตรวจเลือดของฉันอย่างละเอียดสรุปว่าเป็นเบาหวาน โดยหมอคาดว่าฉันเป็นเบาหวานมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หมอเลยให้นอนโรงพยาบาล 2 วัน เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด ตรวจเลือด และคำนวณจำนวนยาฉีดรักษาเบาหวาน สรุปว่าฉันต้องฉีดยาฮอร์โมนเก็บน้ำตาลวันละ 2 ครั้ง หมอถามแม่ผลว่า “แล้วแม่จะให้ใครฉีดยาให้ดาวเรือง ปกติคนท้องคนอื่นๆเขาก็ฉีดตัวเอง แต่ดาวเรืองอายุยังน้อยจะฉีดได้หรือเปล่า” ฉันรู้สึกลูกดิ้นตอนที่ฉันบอกหมอว่า “คุณหมอ หนูฉีดตัวเองได้ค่ะ” “ฉีดได้แน่หรือ” หมอถามอย่างไม่แน่ใจ เมื่อฉันยืนยันว่าฉีดได้ หมอก็ให้พยาบาลสอนวิธีฉีดยาเก็บน้ำตาลที่หน้าขาของฉัน ฉีดเช้าเย็นก่อนอาหาร

อันที่จริงฉันเป็นคนกลัวเข็ม แต่หมอบอกฉันกับแม่ว่า ลูกในท้องของฉันจะปลอดภัยหากฉันคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป การฉีดยาเข็มแรกด้วยตัวเอง ฉันกลัวเข็มจนน้ำตาไหล ฉันจดเข็มเข้าเนื้อตัวเองด้วยมือสั่นเทา แต่ในที่สุดฉันก็ทำได้

เมื่อท้องได้ 6 เดือน ฉันมีไข้หนาวสั่น เมื่อไปหาหมอ หมอบอกว่าฉันเป็นกรวยไตอักเสบ เหตุผลเพราะฉันติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซึ่งพบมากในคนเป็นเบาหวาน หมอรับฉันไว้ในโรงพยาบาล ฉีดยาฆ่าเชื้อนาน 5 วัน อาการก็เริ่มทุเลาลง ตั้งแต่วันนั้นแม่บอกฉันว่า ไม่ต้องมาช่วยขายผลไม้แล้ว ให้กินกับนอนจนกว่าจะคลอดลูก แม่กลัวหลานในท้องฉันจะเป็นอะไรไป แม้แต่งานบ้านแม่ก็ไม่ให้ทำ แม่ทำเอง แม่เตรียมข้าวเตรียมน้ำให้ฉันก่อนไปขายผลไม้ เมื่อท้องได้ 7เดือนฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษ มีอาการบวมที่แขนขา ความดันโลหิตสูง หมอรับฉันไว้ในโรงพยาบาล ให้ยาเร่งปอดเด็กในท้อง เมื่อเข้า 8 เดือน (34 สัปดาห์) หมอผ่าคลอดให้ฉันเพราะความดันโลหิตสูงมากจนอาจเกิดอาการชัก ตอนแรกหมอบอกว่าลูกอาจจะไม่รอด ลูกน้อยที่คลอดออกมาเป็นเพศหญิงหนักแค่ 1,600 กรัม ปอดไม่แข็งแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ ต้องอยู่ในตู้อบ ให้น้ำเกลือ และให้ยาแก้เรื่องน้ำตาลต่ำตลอดเวลา

เพราะพี่พยาบาลบอกฉันว่า ลูกเกิดก่อนกำหนดหากได้นมแม่ลูกจะแข็งแรงเร็ว ฉันจึงดื่มน้ำมากๆ แม่เอาไพลมาประคบเต้านม แกงเลียงหัวปลีให้ฉันกินวันละหม้อ น้ำนมของฉันจึงไหลออกมาก ฉันบีบนมตามที่พี่พยาบาลสอน ไปให้ลูกน้อยที่อยู่ในตู้อบทุกวัน เมื่อลูกแข็งแรงพอจะดูดนมได้ ฉันก็ไปให้นมลูก หลายคนแปลกใจว่าเด็กอายุ 15 ปีอย่างฉัน ทำไมให้นมลูกเก่งจัง ครบเดือนลูกก็มีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ได้ออกจากตู้อบและกลับบ้าน

แม้ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวไม่มีพ่อช่วยเลี้ยง แต่แม่ผลบอกฉันว่า “เราเลี้ยงเขาให้ดีๆ เขาก็จะเป็นคนดี เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ว่ามีพ่อแม่ครบถ้วนลูกถึงจะเป็นคนดี” ฉันลืมบอกไปว่า แม่ผลของฉันก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เพราะพ่อฉันได้รับอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่น้องสาวของฉันอยู่ในท้องแม่ อย่างไรก็ตาม ฉันตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกให้ดี ยังไม่มีแฟนใหม่ ในอนาคตหากมีแฟนใหม่ฉันก็คงไม่มีลูกแล้ว เพราะเบาหวานที่เป็นจะทำอันตรายต่อลูก

 

บันทึกจากหมอ

ตอนนี้ลูกสาวของดาวเรืองอายุ 5 ขวบแล้ว แม้ตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป แต่ก็เป็นเด็กฉลาดหน้าตาน่ารัก ลูกสาวของดาวเรืองไม่ได้เป็นที่รักของแม่และยายผลเท่านั้น แต่เป็นที่รักของคนทั้งตลาด ดาวเรืองเป็นตัวอย่างของเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และเป็นเบาหวาน เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างจนทำให้ลูกในท้องเกือบเสียชีวิต แต่ในที่สุดลูกก็รอดชีวิต เคสของดาวเรืองนั้น ไม่อาจจะสรุปอะไรได้ดีไปกว่าถ้อยคำที่ว่า “คุณแม่คนดีที่หนึ่งเลย” ซึ่งคุณแม่นั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะดาวเรืองที่ดูแลตนเองเป็นอย่างดีในขณะตั้งครรภ์ กล้าที่จะฉีดยาตนเองทุกวันวันละ 2 เข็ม ตั้งแต่ตั้งท้องจนคลอด แต่ยังหมายถึงแม่ผล แม่ค้าขายผลไม้ ซึ่งมักจะพูดกับหมอเสมอว่า “อะไรดีต่อดาวเรือง หมอก็แนะนำเถอะ ฉันจะทำตามหมอทุกอย่าง เพราะฉันมีความรู้น้อย” นั่นเอง

 

บทความโดย พญ. ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพโดย shutterstock

 

 

หนูน้อยปิ๊งไอเดียแอบหนีออกจากเตียงมาเริงร่าข้างนอก (มีคลิป)

คลิปวีดีโอนี้เป็นความน่ารักของหนูน้อยที่ไม่อยากนอนเล่นอยู่ภายในเตียงนอนที่มีที่กั้นสูง โดยพยายามหาวิธีออกไปให้ได้ . . . จนสุดท้ายหนูน้อยก็เกิดไอเดียอันบรรเจิดขึ้นมา

ซึ่งขั้นแรกหนูน้อยได้เอาหมอนและเริ่มม้วนฟูกที่นอนให้ไปอยู่ด้านบน ก่อนจะเอาขามาหย่อนออกตรงช่องว่างของเตียง จากนั้นก็ใช้ขาขยับเดินหมุนไปเรื่อยๆ จนไปถึงเตียงใหญ่ แล้วกลับเข้าไปในเตียงตนเอง และยืนเต็มความสูงเพื่อก้าวขาออกมาบนเตียงใหญ่ พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างเพลิดเพลิน ^_^

ทั้งนี้ หลังจากวีดีโอดังกล่าวถูกนำไปโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของ 24 Horas ซึ่งเป็นเว็บไซต์เม็กซิกัน ก็ทำให้เกิดกระแสพูดถึงอย่างมาก โดยหลายคนที่ได้ชมต่างยกยิ้มให้กับความน่ารักของหนูน้อย


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.springnews.co.th/global/200209

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : لازهــــــــــــــــــــــرboyalgeria

 

สุดน่ารัก ^_^ เมื่อหนูน้อยพยายามเบ่งกล้ามเลียนแบบคุณพ่อ (มีคลิป)

เด็กๆย่อมมีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่อยู่เสมอๆ เพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะทำให้ได้เหมือนผู้ใหญ่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง หรือการพูด

เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ วัยเพียง 8 เดือนเท่านั้น ซึ่งคุณพ่อเล่าว่าระหว่างที่พวกเขาเตรียมตัวที่จะเข้าห้องน้ำอยู่บริเวณหน้ากระจก คุณพ่อก็ได้เกร็งตัว เบ่งกล้ามในกระจกเช็คความหล่อของตัวเอง เมื่อหนูน้อยเห็นเข้าแล้ว ก็ได้ทำเลียนแบบทันที คุณพ่อเลยนึกสนุกให้คุณแม่จับกล้องขึ้นมาถ่ายซะเลย จนกลั้นหัวเราะไม่ไหว จะน่ารักขนาดไหนไปดูกันค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.baabinz.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Rumble Viral

10 ลูกสาวดารา ฉายแววนางเอกตั้งแต่เด็ก สวยไม่แพ้คุณแม่

ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกดารา มีคุณพ่อคุณแม่หน้าตาดี ดีกรีเป็นถึงระดับดาราชื่อดัง คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูก ๆ จะออกมามีหน้าตาสวยเป๊ะพิมพ์เดียวกัน เผลอ ๆ คุณลูก ๆ จะหน้าตาดีกว่าคุณพ่อคุณแม่ซะอีกนะเนี่ย

…ว่าแต่จะมีซุปตาร์วัยเบบี๋คนไหนที่ยิ่งโตก็ยิ่งสวยน่ารักไม่แพ้คุณแม่กันบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปยลโฉมลูก ๆ ดารา 10 คนดัง ที่กำลังฉายแววสวยน่ารักไม่แพ้คุณแม่มาให้ชมกันค่ะ ดูสิจะมีสาวน้อยคนไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ ^_^

01_48 - Copy

น้องณดา ลูกสาวคุณแม่ กบ สุวนันท์ ยิ่งโตก็ยิ่งหน้าหวาน ฉายแววนางเอกมาแต่ไกล

02_14 - Copy

น้องไลลา ลูกสาวคุณแม่ พอลล่า เทย์เลอร์ สาวน้อยลูกครึ่งคนนี้ สวยได้แม่เลยล่ะ       

03_42 - Copy

น้องลียา ลูกสาวคุณแม่ ธัญญ่า ธัญญาเรศ สวยเป๊ะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพิมพ์เดียวกัน ^^

04_32

น้องณิริน ลูกสาวคุณแม่ หนิง ปณิตา ยิ่งโตก็ยิ่งน่ารัก อนาคตซุปตาร์แน่นอน

05_27

น้องบีน่า ลูกสาวคุณแม่ นานา ไรบีนา สาวน้อยคนนี้สวยได้แม่มาแบบเต็ม ๆ

06_20

น้องเนซซี่ ลูกสาวคุณแม่ แหม่ม คัทลียา สาวน้อยแก้มยุ้ย น่ารักไม่แพ้คุณแม่เลยล่ะ

07_15

น้องนาวา ลูกสาวคุณแม่ อ้อม พิยดา น่ารักน่าชัง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ

08_16

น้องชิลี่ ลูกสาวคุณแม่ พลอย ชิดจันทร์ หน้าตาดีไม่แพ้คุณแม่ แถมยังฉายแววเก่งแต่เด็กซะด้วย

09_14

 น้องปีใหม่ ลูกสาวคุณแม่ แอฟ ทักษอร ดีกรีคุณแม่สวยระดับซุปตาร์ขนาดนี้ อนาคตนางเอกแน่นอน

10_10

   น้องมายู ลูกสาวคุณแม่ เมย์ เฟื่องอารมย์ ตัวเล็กแค่นี้ยังน่ารักน่าหยิก โตขึ้นคงสวยไม่แพ้คุณแม่เชียวล่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : baby.kapook.com

ภาพจาก Instagram kob_nada_nadol, paulataylorbuttery, tanya_liyah, ningpanita,nanarybena, mcintosh, ploychidjun, aomphiyada

ุเตือน! อย่าปล่อยสุนัขพันธุ์พิตบูลไว้กับเด็กเพียงลำพัง

จินตนาการของลูกน้อยนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่พื้นที่ในการรองรับจินตนาการก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่พร้อมที่จะดูแลคุณลูก … ก็ควรเตรียมพื้นที่รองรับฝีมือการบรรเลงจินตนาการของเขาไว้ด้วยนะคะ เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ ค่ะ

>> ดังเช่นภาพที่จะได้เห็นต่อไปนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่มีเวลาให้ลูก หากไม่อยากให้น้องหมาของคุณเป็นแบบนี้ อย่าปล่อยน้องหมาไว้กับเด็กๆนะคะ ^_^

แค่เห็นก็ฮา ชะตากรรมของน้องหมาตัวนี้ ที่ต้องอยู่กับหนูน้อยมากจินตนาการเพียงลำพัง น้องหมาก็เลยได้ลายเพิ่มมาเต็มตัวอย่างที่เห็น จะขัดก็ไม่ได้ เพราะเด็กกำลังโต … จะว่าไปลายก็สวยดีนะคะ ฮ่าาาาาา ^_^

 


ที่มา http://tt.mop.com/15333615.html

4 สเต็ปง้ายง่าย เสริมพลังสมองลูกรัก

Amarin Baby & Kids ชวนคุณแม่คุณพ่อเสริมพัฒนาการสมองลูกน้อย ด้วยการวาดภาพสัตว์น่ารัก 4 ขั้นตอน ง้าย..ง่าย มีทั้งหมี หมู ปู ปลา เต่าทอง รวมสัตว์ทั้งหมด 13 ชนิดค่ะ

11045009_1005751946119300_7710313439806517017_n 1610891_1005751999452628_6049863646148706950_n 10421951_1005751989452629_6018354840246876814_n 10302748_1005751992785962_55064308956927681_n 11034293_1005751996119295_1149095104790667145_n 11026251_1005752042785957_1984298507269488810_n

ดูต่อ >> “วิธีวาดภาพ 4 สเต็ปง้ายง่าย” คลิกหน้า 2