การนอนหลับ…ส่งเสริมการเชื่อมต่อของสมองและความสามารถในการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น

Real Parenting #1

ระหว่างการนอนหลับตอนกลางคืน สมองของลูกน้อยจะเก็บสิ่งที่ลูกได้เรียนรู้ในระหว่างวัน และจากนั้นสมองของลูกจะประมวลข้อมูลที่ได้รับในขณะที่ลูกนอนหลับ การที่หลับได้เพียงพอ (ไม่ตื่น) ระหว่างกลางคืนจะทําให้ความสามารถในการจําสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในช่วงกลางวันมี ประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่าลูกน้อยที่หลับไม่ดี และเด็กจะจําได้ดีกว่า…

การทำงานต่างๆของสมอง ล้วนเกิดจากการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ประสาทของเซลล์ในสมอง โดยการสื่อสารดังกล่าวจะสื่อสารกันผ่าน ”สารสื่อประสาท” ที่เป็นเหมือน เป็นตัวช่วย หรือสื่อกลางในการส่งต่อข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทในสมองที่มีอยู่ นับล้านๆเซลล์ ให้สื่อสารถึงกันและส่งต่อข้อมูลถึงกันได้เป็นอย่างดี

สารสื่อประสาทคือสารเคมีที่สร้างจากตัวเซลล์ประสาท และหลั่งออกจากปลายประสาทเพื่อเป็น ตัวนําสัญญาณประสาท ผ่านรอยต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกว่า ไซแนปส์ (Synapse) หรือช่องว่างระหว่างเซลล์ประสาทกับเซลล์กล้ามเนื้อ เพื่อให้วงจรการ ทํางานของระบบประสาทเกิดความสมบรูณ์เต็มรูปแบบ และเกิดการทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ร่างกายของลูกน้อยไม่สามารถ สร้างกรดอะมิโนจําเป็นได้ ร่างกายต้องได้รับกรดอะมิโนจําเป็นจากอาหารที่รับประทานเข้าไป และหนึ่งในกรดอะมิโนสําคัญนี้เรียกว่าทริปโตเฟน ซึ่งทริปโตเฟนมีบทบาทสําคัญในพัฒนาการของระบบ ประสาทของลูกน้อยวัยแรกเกิด  และหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยสร้างกรดอะมิโนนี้ก็คือ สารอาหารที่ชื่อว่า แอลฟา-แลคตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่พบมากในนมแม่นั่นเอง

สารอาหารอย่างแอลฟา-แลคตัลบูมินเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง แอลฟา-แลคตัลบูมิน เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกย่อยให้กรดอะมิโมมากมายรวมทั้งกรดอะมิโนจําเป็น คือทริปโตเฟน (Tryptophan ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสาร สื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin) อาจมีผลช่วยควบคุมความอยากอาหาร อารมณ์ ควบคุมความเครียด และควบคุมการนอน  

Real Parenting #2ทราบอย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะให้ความสําคัญของการนอนหลับของลูกน้อยเช่นเดียวกับที่ให้ความสําคัญในความปลอดภัยของลูก และเช่นเดียวกับความสําคัญของการให้อาหารเช้า กลางวัน และ เย็นของลูกน้อยในประจําวัน คุณพ่อคุณแม่เป็นบุคคลสําคัญต่อการฝึกนิสัยการ นอนของลูกน้อย การปลูกฝังนิสัยที่ดีตั้งแต่เด็กจะง่ายกว่าการที่ต้องมาเปลี่ยนแปลงนิสัยในภาย หลัง

มาให้ความสำคัญของการนอนหลับกันนะคะ คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีลูกที่มีการเจริญเติบโตที่เหมาะ สม มีพัฒนาการการเรียนรู้ มีความสุข ไม่งอแง ส่วนคุณพ่อคุณแม่เองก็อาจจะได้มีเวลาพักผ่อน มากขึ้นเช่นกัน


แหล่งอ้างอิง:

[1] Wilhelm Ines, et al. The sleeping child outplays the adult’s capacity to convert implicit into explicit knowledge. Nature Neuroscience, 2013; DOI: 10.1038/nn.3343

[2] Silvia Helena Cardoso. Communication Between Nerve Cells. State University of Campinas

[3] Kandel, Eric R.; Schwartz, James Harris; Jessell, Thomas M. (2000). Principles of neural science. New York: McGraw-Hill. ISBN 978-0-8385-7701-1. OCLC 42073108.

[4] Robert Stufflebeam, Consortium on Cognitive Science Instruction, Neurons, Synapses, Action Potentials, and Neurotransmission.

[5] Heine WE. The significance of tryptophan in infant nutrition. In: Huether G, Kochen W, Simat TJ, Steinhart H, eds. Tryptophan, Serotonin, and Melatonim: Basic Aspects and Applications. New York, NY: Kluwer Academic/Plenum Publishers; 1999:705-710. Advances in Experimental Medicine and Biology; vol 467.

[6] Heine WE, Klein PD, Reeds PJ. The importance of Alpha-Lactalbumin in infant nutrition. J.Nutr. 1991;121:277-283

เครื่องปั๊มนม spectra s1

เครื่องปั๊มนม spectra s1 พึ่งซื้อมา 1 เดือน ซื้อมาเป็นเครื่องสำรอง ใช้ไม่ถึง 5 ครั้งเนื่องจากจะใช้อีกเครื่องเป็นเครื่องหลักค่ะ สภาพ 100% มีหัวปั๊มที่ยังไม่แกะกล่อง 2 ชุด ประกันศูนย์ไทย
โทร 089-504-9696

Tags

คลิปสุดน่ารัก เจ้าหนูวัย 2 ขวบร้องเพลง Don’t Let Me Down

เด็กแต่ละคนก็มีความสามารถพิเศษ อาจจะเรียกว่า “พรสวรรค์” ก็ได้ แต่ที่แตกต่างกันออกไป พรสวรรค์นั้นมีอยู่ 2 อย่าง ก็คือ ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด กับเกิดจากการฝึกฝนบ่อยๆ ทำให้เกิดเป็นความชำนาญโดดเด่นเหนือใครๆ  แต่สำหรับเจ้าหนูน้อยคนนี้เชื่อได้ว่าหากใครได้ชมคลิปแล้วต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาจากพรสวรรค์ล้วนๆ เพราะด้วยวัยเพียง 2 ขวบไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดสำหรับการร้องเพลงเล่นดนตรีเลย เจ้าหนู Diogo ก็สามารถบรรเลงทั้งร้องและเล่นได้ ราวกับว่าฝึกมาตั้งแต่อยู่ในท้อง

ว่าแล้วจะน่ารักขนาดไหน ตามไปดูคลิปแบบจัดเต็ม “The Beatles – Don’t Let Me Down” ทั้งร้อง ทั้งเล่น น่ารักสุด ๆ กันดีกว่าค่ะ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Christian Diego Mello

 

Tags

เปิดใจ”พนักงานเก็บขยะ” ปลื้ม!ลูกสวมครุยกราบเท้า

จากกระแสโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ภาพ และข้อความจากเฟซบุ๊กของ Klanarong Srisakul ซึ่งเป็นภาพของบัณฑิตใหม่ป้ายแดง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ขณะก้มลงกราบเท้าพ่อ ที่ทำงานเป็นพนังงานขับรถขนขยะ …

พร้อมระบุข้อความในใจว่าด้วยเรื่องของพ่อ โดยบัณฑิตคนดังกล่าวได้พูดถึง “พ่อ” ที่ทำงานเป็นพนังงานขับรถขนขยะ ว่าในสมัยเด็กนั้นตนอายที่พ่อทำงานนี้ แต่พอโตขึ้นพ่อได้พยายามส่งเสียให้เรียนจน ทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้ มายืนตรงนี้ได้ พร้อมเล่าเรื่องราวสุดประทับใจ และทิ้งท้ายว่า “ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคุณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จ ที่เราเหนื่อยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือ พ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ”

ภายหลังภาพดังกล่าว และเรื่องราวสุดประทับใจนี้ ได้ถูกเผยแพร่และมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นกระแสแสดงชื่นชมในความรักของพ่อลูกคู่นี้

1180551

ซึ่งผู้เป็นพ่อ ได้เปิดใจเล่าให้ฟังว่า หลังจากลูกชายไปรับชุดครุย ได้โทรศัพท์มาถามว่า ตนเลิกงานเวลาใด จากนั้นก็มาหาตน พร้อมกับก้มลงกราบเท้าหน้ารถถังขยะ “วันนั้นผมตกใจมาก ที่เห็นลูกทำแบบนั้น รู้สึกดีใจและภูมิใจจนพูดไม่ถูก ผมร้องไห้ เขาก็ร้องไห้ ตอนเด็กๆ เขาเคยถามผมว่า ทำไมผมไม่เป็นทหาร เป็นตำรวจแต่งตัวดีๆ ผมบอกว่าผมจบแค่ ป.4 ไม่มีความรู้ทำงานแบบนั้นไม่ได้ ผมสอนเขาเสมอให้ตั้งใจเรียนให้สูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพ่อ ตอนเขาสอบเข้าจุฬาฯได้ผมดีใจมาก แต่เขาเรียนมหาฯลัยไฮโซ ผมเป็นแค่คนเก็บขยะก็กลัวว่าลูกจะอาย เขาต้องประหยัดค่าใช้จ่าย อยู่หอใน เพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ได้ไป เพราะผมไม่มีเงินให้ แต่ผมอยากบอกเขาว่าผมรักและภูมิใจในตัวเขามาก”

นอกจากนี้ผู้เป็นแม่ยังกล่าวอีกว่า พ่อของน้องแม็กนอกจากขับรถขนขยะซึ่งต้องทำงาน 7 วัน ไม่มีวันหยุดแล้ว เมื่อเลิกงานก็จะมาเก็บขยะที่ตลาดไปขายเป็นรายได้เสริม เนื่องจากรายได้ประจำไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เพราะอยากส่งเสียให้ลูกเรียนจบสูงๆ โดยตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นลูกสาวซึ่งกำลังเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนคนเล็กคือ “น้องแม็ก” เพิ่งเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬาฯ โดยจะมีการรับปริญญาในวันที่ 9 ต.ค.นี้

1180552 1180553


ขอบคุณข้อมูลข่าวและภากจากเว็บไซต์ : http://www.dailynews.co.th/regional/352

 

 

[Blogger พ่อเอก-60] ปูนปั้นกับเพื่อนบนกำแพง .. เปลี่ยนความกลัวเป็นโอกาสเรียนรู้

เราได้ยินเสมอๆที่กับประโยคที่คุณพ่อ คุณแม่ หรือ อาจจะเป็นปู่ย่าตายายที่มักใช้หลอกเจ้าตัวเล็ก (ถ้าใช้คำตรงๆ คงใช้คำว่า ขู่ น่าจะถูกต้องกว่า) ประมาณว่า ถ้าไม่ทำโน่นทำนี่แล้วจะมีตัวนั้นตัวนี้มาทำอะไรกับเจ้าตัวเล็ก เช่นถ้าไม่รีบนอนจะเรียกตุ๊กแกมากินตับ (เขาขู่กันอย่างนี้ใช่มั้ยฮะ) หรือ ถ้าไม่กินข้าวเดี๋ยวจะเรียกตำรวจมาจับไปเลยนะเป็นต้น

สำหรับครอบครัวเราแล้ว เราพยายามหลีกเลี่ยงการขู่เด็กในลักษณะนี้ฮะ เพราะจะเป็นการสร้างให้เด็กเกิดความกลัวที่ผิดๆ เกิดมุมมองที่ผิดเข้าไปในความคิดยกตัวอย่างหนึ่งใกล้ๆตัวของครอบครัวเรา (และครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ที่แวะมาอ่านก็คงเจอเหมือนกัน) คือ เจ้าปูนปั้นเคยรู้สึกกลัวจิ้งจกโดยที่เราเองไม่รู้มาก่อน แล้วมีอยู่วันหนึ่ง หลังกลับมาจากโรงเรียนเจ้าปูนปั้นเห็นจิ้งจกเกาะอยู่เหนือประตูเข้าบ้าน จึงทำท่าจะไม่ยอมเข้าบ้าน บอกว่า “ปูนปั้นกลัวอะ” ต้องเรียกให้คุณยายมาพาเข้าบ้าน

ปัญหาคือบ้านเราก็จิ้งจกเยอะเสียด้วย บางทีแปรงฟันอยู่ก็เจอจิ้งจกในห้องน้ำ เจ้าปูนปั้นก็จะทำท่าวิตกกังวลแล้วมีอยู่ช่วงหนึ่ง คุณยายก็เลยเผลอใช้จิ้งจกเป็นเครื่องมือในการจัดการเจ้าตัวป่วน เช่น ไม่ไปอาบน้ำเดี๋ยวจิ้งจกมานะ หรือ ไม่กินนมเดี๋ยวเอาจิ้งจกมาเลย เป็นต้น

หม่าม๊าและปะป๊าก็รู้สึกว่าการจะปล่อยให้เขากลัวอะไร อย่างนี้ไม่น่าจะดี หม่าม๊าเลยเป็นคนบอกคุณยายว่าอย่าไปหลอกเจ้าปูนปั้นให้กลัวเรื่องพวกนี้ แล้วปะป๊า หม่าม๊า ก็สอนปูนปั้นให้รู้ว่า ‘จิ้งจกไม่ใช่สัตว์อันตรายอะไร จิ้งจกไม่ทำร้ายเรา และจิ้งจกก็มีประโยชน์ด้วย เพราะจิ้งจกจะมาคอยกินแมลงที่บินไปบินมา’ และเราก็อธิบายให้เขาฟังเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ปูนปั้นเจอเจ้าจิ้งจกและทำท่าไม่ค่อยจะถูกใจเท่าไหร่

สิ่งที่เปลี่ยนไปทั้งที่ใช้เวลาไม่นานคือ ‘เจ้าปูนปั้นเริ่มถามถึงจิ้งจกในวันที่ไม่เจอเจ้าจิ้งจก’ยกตัวอย่าง เวลาแปรงฟันก่อนเข้านอนเจ้าปูนปั้นก็จะถาม “ปะป๊า จิ้งจกไปไหน” เราก็จะบอกว่า “จิ้งจกเขาก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน ไปแปรงฟันเข้านอนเหมือนกัน” หรือ เช้าๆอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนเจ้าปูนปั้นก็ชอบถามคำถามเดียวกันว่า “ปะป๊า จิ้งจกไปไหน” เราก็จะบอกว่า “จิ้งจกก็ต้องไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนเหมือนปูนปั้นแหละ เห็นมั้ยว่าจิ้งจกไม่น่ากลัว” แล้วในที่สุดปูนปั้นก็พูดเองตอนเจอจิ้งจกว่า “เห็นมั้ยปะป๊าจิ้งจกไม่น่ากลัวเล้ย ปูนปั้นไม่กลัวจิ้งจกเลยนะปะป๊า” (ตอนแรกๆ คงพูดเพื่อให้กำลังใจตัวเอง555)

แล้วในที่สุด ปูนปั้นก็เป็นเพื่อนกับจิ้งจก ไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเมื่อได้เห็นหน้าและไม่กลัวจิ้งจกอีกเลย

การทำเช่นนี้นอกจากจะไม่ทำให้เขากลัวอะไรผิดๆแล้วก็ยังทำให้เขาสนใจที่จะเรียนรู้มากขึ้นด้วย เพราะนอกจากจิ้งจกแล้ว พอเจอใยแมงมุม เราก็พยายามเล่าในลักษณะที่ให้เขาเข้าใจแมงมุมในมุมมองที่ถูกต้องว่า ‘แมงมุมตามบ้านไม่ค่อยมีอันตราย แต่มีแมงมุมบางชนิดที่มีพิษแต่ถ้าเราไม่ไปทำอะไรเขา เขาก็ไม่ทำร้ายเรา ดังนั้นไม่ต้องกลัว แต่อย่าไปจับตัวเขา แมงมุมเขาจะอยู่บนไยนั่นแหละคอยแมลงมาเกาะแล้วเขาก็หม่ำ’

เล่าถึงตรงนี้ผมลืมจุดสำคัญไปคือ สอนเขาแล้วหาโอกาสให้เขาได้เห็นของจริงด้วยนะฮะ ผมจะพาปูนปั้นออกไปดูจิ้งจกรอฉกแมลง ชี้ให้ปูนปั้นดูไยแมงมุมแล้วอธิบายว่ามันถูกใช้งานอย่างไร แม้จะไม่เคยได้เห็นจังหวะที่กินแมลงแต่ก็ทำให้เขาเข้าใจและได้เห็นว่ามันไม่มีอันตรายอะไรกับเขา

เดี๋ยวนี้เจ้าปูนปั้นเห็นแมงมุม เห็นจิ้งจกก็จะชี้ให้ปะป๊าดู กลายเป็นสิ่งสนุกสนานของเจ้าปูนปั้นไปเสียแล้ว

อย่างที่ผมกล่าวไปว่านอกจากจะทำให้ไม่กลัวอะไรผิดๆ ยังทำให้เขารักที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆด้วย

มีอยู่วันหนึ่งปูนปั้นออกไปปั่นจักรยาน (จริงๆคือเป็น balance bike คือ จักรยานแบบขาไถ) แล้วเจ้าปูนปั้นเห็นอะไร ดำๆ แห้งๆ ที่พื้นถนน เจ้าปูนปั้นก็ชี้ถามปะป๊าว่า “นั่นคืออะไร” ปะป๊าตอบว่า “เป็นกบที่ตายแล้วตากแดดแห้ง” สารพัดคำถามก็พรั่งพรูออกมาจากปากเจ้าปูนปั้น ที่ปะป๊าต้องพยายามตอบ แต่เจ้าปูนปั้นก็ยังจะดูอี๋ๆ อยู่

วันต่อมาเจ้าปูนปั้นออกไปปั่นจักรยานก็ยังเจอเจ้ากบตากแห้งอยู่ที่เดิม ก็ถามซ้ำอีก จนเมื่อปั่นไปที่สวนในหมู่บ้าน ปะป๊าจึงได้โอกาสชี้ให้ดูกบตัวเป็นๆว่ารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เจ้าปูนปั้นนก็ดูเหมือนจะเข้าใจขึ้นและจากนั้นขากลับเจ้าปูนปั้นก็เดินไปชะโงกดูเจ้ากบตากแห้งนั่นใกล้ขึ้น ไม่ทำอี๋เหมือนเมื่อวาน

และก่อนกลับเข้าบ้าน เจ้าปูนปั้นก็ไปเห็นเจ้ากิ้งกือตัวยาวเดินอยู่ ซึ่งผมคิดว่า เจ้าปูนปั้นน่าจะอี๋ แต่ที่ไหนได้เจ้าปูนปั้นหยุดตรงนั้น ยืนมอง ถามปะป๊าว่า“นี่คือตัวอะไร” แม้ผมเองจะไม่พิสมัยกิ้งกือเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำเฉยๆ เล่าให้ฟังว่า “กิ้งกืออยู่ในดิน ทำให้ดินไม่เป็นก้อน มีโพรงอากาศ กิ้งกือมีขาเยอะแยะ ขบวนยาวเหมือนรถไฟเลยเนอะ” เมื่อเราเล่าให้เขาฟัง ไม่ขู่ให้เขากลัว เขาก็สนใจอยากรู้มากขึ้น

ก่อนกลับบ้าน

ผมจึงได้เห็นภาพสวยๆ ที่เจ้าปูนปั้นนั่งยองๆ นั่งมองเจ้ากิ้งกือเดินผ่านหน้าไปสู่โพรงดินอันอุดม


แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่

www.facebook.com/Poonpun.Poonpoon นะครับ

บทความโดย: บรรทัดที่สิบเอ็ด (พ่อเอก-จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์)

60-blogge (3)

Tags

Nippon Box (2 ขวบ++)

Nippon Box (2 ขวบ++)

เตรียม 10 นาที ปรุง 15 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 3-4 ที่)

ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก                     1 – 2        ถ้วย

หมูสันในหั่นชิ้นพอคำ            1              ถ้วย

หอมหัวใหญ่ซอยบาง            ½            หัว

น้ำมันงา                                 1              ช้อนชา

น้ำมันหอย                              1 ½         ช้อนโต๊ะ

โชยุ                                         1 ½         ช้อนโต๊ะ

ซอสมะเขือเทศ                      2              ช้อนโต๊ะ

ไข่ดาว

ผักลวกหั่นชิ้นพอคำ เช่น แครอท ฟักทอง เป็นต้น สำหรับจัดเสิร์ฟ

เกลือและพริกไทยดำบดสำหรับปรุงรส

น้ำมันรำข้าวสำหรับผัด

วิธีทำ

  1. หมักหมูสันในกับหอมหัวใหญ่ น้ำมันงา โชยุ น้ำมันหอยและซอสมะเขือเทศ หมักไว้อย่างน้อย 30 นาที
  2. นำกระทะ Non-Stick ขึ้นตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ รอจนน้ำมันร้อน ใส่หมูสันในที่หมักไว้ลงทอดให้สุกดี ตักขึ้นพักไว้
  3. จัดเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่นหุงสุกโรยหน้าด้วยสาหร่ายหรือผงปลาป่น ผักลวกและไข่ดาว

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

3 ใบเถา (2 ขวบ++)

3 ใบเถา (2 ขวบ++)

เตรียม 15 นาที ปรุง 20 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 3-4ที่)

ข้าวหอมมะลิ                         1              ถ้วย

ดอกอัญชัน                            10           ดอก

น้ำเปล่า                                  1              ถ้วย

เนื้อปลาแซลมอนไม่เอาหนัง                1              ถ้วย

กระเทียมสับละเอียด            3              กลีบ

ใบกะเพรา                              1              กำมือ

ไข่ไก่                                        1              ฟอง

นมสดจืด                                                1              ช้อนโต๊ะ

พริกหวานและแครอทสับละเอียด       2              ช้อนโต๊ะ

ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ                      2              ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา น้ำมันหอย เกลือและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส

วิธีทำ

  1. ล้างดอกอัญชันให้สะอาด ยีให้ช้ำแช่ในน้ำเปล่าและบีบจนดอกซีด ช้อนดอกทิ้ง นำน้ำสีนำเงินนี้มาหุงข้าวหอมมะลิให้สุกดี พักไว้
  2. นำกระทะ Non-Stick ตั้งไฟแรงให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ รอจนร้อน ใส่กระเทียมลงผัดให้สุก ตามด้วยแซลมอน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอยและพริกไทยเล็กน้อย เมื่อแซลมอนสุกเกรียมดี ใส่ใบกะเพรา ผัดเข้ากันปิดไฟ ตักใส่จาน
  3. ในกระทะใบเดิม ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ตั้งไฟให้ร้อน ใส่พริกหวานและแครอทลงผัดให้สุก ตีไข่ไก่กับนมเข้ากัน เทใส่กระทะ เอียงกระทะไปด้านหน้า ให้ไข่กองอู่ด้านเดียว ค่อยๆ กลับทอดให้สุกดี ตักใส่จานราดหน้าด้วยถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

โครเก้ต์ห่อชีส (1 ขวบ++)

โครเก้ต์ห่อชีส (1 ขวบ++)

เตรียม 20 นาที ปรุง 20 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 4-6ที่)

มันฝรั่งต้มสุก                         2              หัว

เนื้ออกไก่สับละเอียด            ¾            ถ้วย

ผักโขมลวกสับละเอียด        ½            ถ้วย

หอมใหญ่สับละเอียด            ½            ถ้วย

ชีสแบบแท่ง                            6-8          แท่ง

แป้งสาลี ไข่ไก่และเกล็ดขนมปังสำหรับชุบทอด

เกลือและพริกไทยดำบดสำหรับปรุงรส

มายองเนสและซอสมะเขือเทศสำหรับจัดเสิร์ฟ

 

วิธีทำ

  1. ผสมมันบด ไก่สับ ผักโขมและหอมหัวใหญ่เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ นวดให้เข้ากันดี
  2. นำชีสมาหั่นเป็นชิ้นพอคำหรือยาวประมาณ 1 นิ้ว นำมันบดมาห่อบางๆ ให้คลุมชีสดี
  3. นำมันห่อชีสไปตบแป้งสาลี แล้วชุบลงในชุบตีเข้ากัน และคลุกในเกล็ดขนมปัง
  4. นำกระทะ Non Stick ขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชมากๆกะว่าท่วมโครเก้ต์ รอจนร้อน ใส่โครเก้ต์ลงทอดให้สุกกรอบทั้งชิ้น ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  5. จัดเสิร์ฟร้อนๆ กับมายองเนสและซอสมะเขือเทศ

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

Mini Burger Box (1ขวบ ++)

Mini Burger Box (1ขวบ ++)

เตรียม 10 นาที ปรุง 20 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 4 – 6ที่)

เนื้อหมูบด                              2              ถ้วย

ไข่ไก่                                        1              ฟอง

หอมหัวใหญ่สับ                     ½            ถ้วย

น้ำมันรำข้าว                          1              ช้อนโต๊ะ

ใบออริกาโน่แห้ง                    1              ช้อนชา
เกลือป่น                                 ½            ช้อนชา

พริกไทยป่น                            ¼            ช้อนชา

ซอสปรุงรส                             2              ช้อนชา

น้ำมันหอย                              1              ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลี                                 2              ช้อนโต๊ะ

ขนมปังขาวตัดขอบ

ชีสแบบแผ่น

ผักต้มสุกหั่นเป็นชิ้นบางๆ เช่น กะหล่ำปลี แครอท แตงกวา เป็นต้น

มายองเนสและซอสมาเขือเทศ

 

วิธีทำ

  1. ผสมเนื้อหมู ไข่ไก่ หอมหัวใหญ่ น้ำมันรำข้าว ซอสปรุงรส ออริกาโน่ น้ำมันหอย เกลือ พริกไทยและแป้งสาลี เข้ากัน แล้วนวดให้เนื้อเนียนเหนียวประมาณ 5 นาที และหมักไว้ 1 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน
  2. นำกระทะ Non-Stick ตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย ตักส่วนผสมประมาณ 2 ช้อนโต๊ะใส่กระทะกดให้แบน จี่ให้สุกทั้ง 2 ด้านตักขึ้นพักไว้
  3. ตัดขนมปัง ชีสและผักให้ขนาดพอดีกับชิ้นเบอร์เกอร์ แล้ววางซ้อนกัน ระหว่างชั้นทาด้วยมายองเนสและซอสมะเขือเทศได้ตามชอบ

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

One day Tour in HongKong

One day Tour in HongKong  

นอกจากจะช้อปปิ้งให้จุใจแล้ว 1 วันในฮ่องกงเราสามารถไปเที่ยวไปกินอะไรเด็ดๆที่ไหนได้บ้าง อยากรู้ตามมาเลย

เที่ยวไหนดี

wat (1)

ขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 ไหว้พระใหญ่

ตื่นแต่เช้านั่งรถออกนอกเมืองหน่อย เราจะไปไหว้พระใหญ่เทียนถาน แห่งเกาะลันเตากัน โดยการนั่งกระเช้า (Cable Car) ข้ามภูเขา ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ระยะทางเกือบ 6 กิโลเมตร ซึ่งกระเช้าจะมี 2 แบบให้เลือกคือแบบมาตรฐาน พื้นด้านล่างทึบ และแบบกระเช้าพื้นกระจกใส ทำให้เห็นวิวด้านล่างได้อย่างชัดเจน เมื่อลงจากกระเช้าแล้วเดินต่อกันอีกนิดไปไหว้พระใหญ่ ที่มองเห็นลิบๆ แต่ไกล พระใหญ่เทียนถาน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปกราบไหว้ได้ตั้งแต่ พ.ศ.2536 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงไปแล้ว ถึงกับมีคนกล่าว่า ถ้ามาฮ่องกงแล้วไม่ได้ไหว้พระใหญ่ ก็เหมือนมาไม่ถึง

เวลาเปิดปิดกระเช้า จันทร์-ศุกร์ 10.00 น.-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 9.00 น.-18.30 น.

ค่าบริการ ตั๋วไป-กลับ กระเช้ามาตรฐาน ผู้ใหญ่ 165 ดอลล่าร์ฮ่องกง เด็กอายุ 3-11 ปี 85 ดอลล่าร์ฮ่องกง

กระเช้าพื้นกระจกใส ผู้ใหญ่ 255 ดอลล่าร์ฮ่องกง เด็ก 175 ดอลล่าร์ฮ่องกง

            จองตั๋ว E-Ticket และติดตามข่าวสารได้ที่เวบไซต์ np360.com.hk

wat (2)

Tips

                – เด็กอายุ 0-2 ขวบ ขึ้นกระเช้าฟรี!

– ควรขึ้นกระเช้าช่วงเช้าดีที่สุด เพราะช่วงบ่ายคนเยอะมาก-ก-ก

กินอะไรดี

อาหารทะเลที่เล่ยหยูมุน (Lei Yue Mun)

ใครโปรดปรานอาหารประเภทกุ้งหอยปูปลาแนะนำให้เดินทางมาที่หมู่บ้านชาวประมงเล่ยหยูมุน ซึ่งอยู่ฝั่งเกาลูนตะวันออก ที่นี่รวบรวมอาหารทะเลสดๆไว้มากมายทั้ง ปลาเก๋าตัวโตๆ หอยนานาชนิด กุ้งปูไซส์บิ๊กเบิ้ม มีให้เลือกจนตาลาย แต่อย่ามัวตกใจกับขนาดแล้วเผลอชี้นิ้วไปที่ตู้ปลาเด็ดขาด อาเฮียอาเจ๊จะเข้าใจผิดคิดว่าเราสั่งอาหาร เดี๋ยวจะได้ปลาตัวโตราคาแพงหูฉี่กลับบ้านไปแบบไม่รู้ตัว ส่วนเมนูแนะนำ ได้แก่ หอยงวงช้างหม้อไฟซาชิมิ ใครกินดิบได้ลุย แต่ถ้าไม่กินดิบต้องลวกหอยในน้ำร้อนนิดนึง จะได้หอยเนื้อหวานเคี้ยวกรุบๆ อร่อยเด็ด (พกน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วยอร่อยเป็น 2 เท่า!) นอกจากนี้ยังมีเมนูกั้งทอดกระเทียม หอยเชลล์อบวุ้นเส้น ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว กุ้งมังกรผัดกระเทียม หอยเป๋าฮื้อสดนึ่งซีอิ๊ว ใครชอบอะไรก็สั่งเลย แต่อาหารที่นี่จานใหญ่มากค่อยๆสั่งกันนะ เดี๋ยวจะอิ่มจนลุกไม่ขึ้น

Tags

ข้าวต้มทรงเครื่อง (10 เดือน++)

ข้าวต้มทรงเครื่อง (10 เดือน++)

 

เตรียม 5 นาที ปรุง 15 นาที (ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่)

  • ข้าวกล้องหุงสุก                     1              ถ้วย
  • เผือกต้มสุก                            ¼            ถ้วย
  • แห้วต้มสุก                              ¼            ถ้วย
  • ตะไคร้บุบ                               1              ต้น
  • น้ำซุป                                      2 ½         ถ้วย
  • เนื้อปลานิลหั่นชิ้นเล็ก           ½            ถ้วย
  • ขิงซอย
  • เกลือป่นและซีอี๊วขาวสำหรับปรุงรส

 

 

วิธีทำ

  1. หมักปลานิลกับซีอี๊วและขิงซอยไว้ประมาณ 30 นาที
  2. ต้มน้ำซุปในหม้อให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข้าวกล้อง เผือกและแห้ว ต้มรวมกันให้ข้าวบานดี ปรุงรสด้วยเกลือและซีอี๊วตามชอบ ปิดไฟพักไว้ ตักใส่ชามเสิร์ฟ
  3. นำปลานิลที่หมักไว้ไปจี่ในกระทะ Non-Stick ให้พอสุก ตักโรยหน้าข้าวต้ม

 


บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสาร Amarin Baby & Kids

Tags

Yummy Corn Soup (8 เดือน++)

ข้าวโพดหวานถือเป็นสุดยอดอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี แถมมีใยอาหารและวิตามินต่างๆ มากมาย เป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับเด็กเลยล่ะค่ะ เมนูนี้แนะนำสำหรับลูกทารกวัย 8 เดือนขึ้นไปนะคะ มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

เตรียม 10 นาที ปรุง 20 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2-3 ที่

  1. เนื้อข้าวโพดต้มสุก  1  ฝัก
  2. กระเทียมสับละเอียด  1  กลีบใหญ่
  3. น้ำมันรำข้าว  2  ช้อนโต๊ะ
  4. ใบออริกาโน่แห้ง  ¼  ช้อนชา
  5. น้ำซุปผัก  2  ถ้วย
  6. นมที่น้องดื่มได้  ½  ถ้วย
  7. ไก่ต้มฉีกฝอย ½  ถ้วย
  8. เกลือและพริกไทยดำบดสำหรับปรุงรส

วิธีทำ

  1. นำหม้อก้นหนาตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันรอจนร้อน ใส่กระเทียมลงผัดด้วยไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนหอม ใส่ข้าวโพดลงผัดให้พอสุกนิ่ม เติมน้ำซุป ออริกาโน่ หรี่ไฟเคี่ยวให้นุ่มดีประมาณ 5-10 นาที
  2. เมื่อนุ่มดีแล้ว ปิดไฟยกลงจากเตา นำไปปั่นจนละเอียด แล้วเติมนมที่น้องดื่มได้ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย คนเข้ากันดี ตักใส่ชามเสิร์ฟโรยหน้าด้วยเนื้อไก่ต้มฉีกฝอย

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ออกเดินทางผจญภัยในยุคน้ำแข็ง กับ “ไอซ์ เอจ ไลฟ์! อะ แมมมอธ แอดเวนเจอร์”

 

ฉบับนี้พิเศษอีกแล้ว เมื่อบีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ชวนเราไปผจญภัยในยุคน้ำแข็งก่อนใครไกลถึงฮ่องกง กับโชว์ชุดใหม่ “ไอซ์ เอจ ไลฟ์! อะ แมมมอธ แอดเวนเจอร์” งานนี้หอบความสนุกความประทับใจกลับมาเต็มๆ

           

            การผจญภัยครั้งใหม่ของผองเพื่อนยุคน้ำแข็ง

            ใครที่เคยหลงรักตัวละครจากอนิเมชั่นเรื่องดัง“ไอซ์ เอจ” ต้องห้ามพลาดการแสดงสดครั้งนี้ เพราะตัวละครอย่าง ซิด แมนนี่ ดิเอโก้และผองเพื่อนจะออกมาโลดแล่นบนเวทีลานน้ำแข็ง เพื่อสร้างความตื่นเต้น เสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน ให้กับทุกคนในครอบครัวอีกครั้ง

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อชาโดว์เจ้านกชั่วร้ายแอบลักพาตัว พีชเชสลูกแมมมอธ และพอสซั่มทั้งสองไป ฮีโร่ผู้กล้าอย่างแมนนี่ ดิเอโก้ และซิดจึงต้องออกไปผจญภัยสุดหฤหรรษ์ ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาได้พบกับเพื่อนที่แสนดีอย่างบัค ที่จะมาร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากสวนแห่งเวทมนตร์และทำภารกิจให้สำเร็จ มาช่วยกันลุ้นและเป็นกำลังใจให้เหล่าฮีโร่ผู้กล้ากับภารกิจครั้งนี้กัน!

นอกจากเรื่องราวที่ชวนติดตามแล้วการแสดงสดครั้งนี้ยังผสมผสานการแสดงหลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นลีลาการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง การแสดงกายกรรมกลางอากาศ ศิลปะการต่อสู้ ยิมนาสติก และการเต้นซึ่งหลอมรวมเข้ากับฉากและเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่ลงตัว…ขอบอกดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบ

           

            เบื้องหลังการผจญภัยสุดอลังการ

นอกจากได้ชมการแสดงแล้ว บีอีซียังพาเราไปบุกถึงหลังม่านได้ร่วมพูดคุยกับผู้จัดและนักแสดงอีกด้วย ณ จุดนี้ทำให้เราต้องร้องว้าวกับความอลังการตั้งแต่ฉากแสงสีเลยทีเดียว ทั้งจอวิดีโอที่ประกอบไปด้วยแผงจอวิดีโอจำนวน 230 ชิ้น ไฟเคลื่อนที่มากถึง 250 ดวง มีการใช้แพล็ตฟอร์มเวทีเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ซึ่งควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อนำเหล่าสัตว์ยุคน้ำแข็งเดินทางไป ณ จุดต่างๆ บนแผ่นน้ำแข็ง อีกทั้งอุปกรณ์ประกอบฉากแทบทุกชิ้นที่เคลื่อนไหวบนเวทีล้วนถูกควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ

ส่วนลานน้ำแข็งที่ใช้ในการแสดง ต้องใช้เวลาทำประมาณ 2 วัน เพราะต้องทำให้น้ำแข็งอยู่ที่จุด -20 องศาเซลเซียส หลังจากแข็งตัวแล้ว 2 วันก็จะใช้น้ำพรม ตามด้วยเครื่องอัดน้ำแข็งให้แน่น ซึ่งต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำแข็งอยู่ตัว หลังจากเป็นลานน้ำแข็งที่เราได้เห็นกันแล้ว ก็ต้องมีการเซ็ตพร็อพและฉากรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆอีกประมาณ 10 ชั่วโมง

สุดท้ายบรรดานักแสดงฝากมาบอกว่า “อยากให้ทุกคนได้มาชม Ice Age Live กัน พวกเราทุกคนตื่นเต้นมาก รับรองได้ว่าเป็นโชว์ที่สนุกมากและดูได้ทั้งครอบครัว และจะเป็นโชว์ที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอน”

trips02 trips03 trips04 trips05 trips06 trips07

trips10 trips11

trips13

trips16

trips19

trips21 s

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ผจญภัยสนุกสนานครบทุกรสชาติ กับการแสดงสด “ไอซ์ เอจ ไลฟ์! อะ แมมมอธ แอดเวนเจอร์” (Ice Age Live! A Mammoth Adventure) ระหว่างวันที่ 12 – 15 พฤศจิกายนนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 600 / 800 / 1,200 / 1,500 / 1,800 / 2,500 เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา พิเศษ!! รับส่วนลด 20 % เพียงลงทะเบียนที่ www.bectero.com รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0-2262-3838 หรือ www.thaiticketmajor.com ติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/bectero

 

เรื่อง นันทวรรณ์ ภู่ศรี ภาพ บีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์

 

Tags

ข้าวกล้องตุ๋นฟักทอง (8 เดือน++)

ข้าวกล้องตุ๋นฟักทอง (8 เดือน++)

เวลาปรุง 15-20 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 2 ที่

ข้าวกล้องหุงสุก                     ½            ถ้วย

ฟักทองนึ่งสุก                         ¼            ถ้วย

ไข่ไก่                                        1              ฟอง

น้ำซุปไก่                                 1 ¼        ถ้วย

วิธีทำ

  • ใส่ข้าวกล้อง ฟักทอง และน้ำซุปลงในหม้อ นำไปตั้งไฟกลางต้มให้เดือด คนสม่ำเสมอจนข้าวกล้องนิ่ม และฟักทองสุก ยกลงจากเตา นำไปปั่นให้ละเอียด
  • เทข้าวกลับลงในหม้อ ตอกไข่ใส่ชาม คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในหม้อ คนจนไข่สุก ปิดเตา
  • ตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทานได้ทันที

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

สมูทตี้โยเกิร์ตมะเขือเทศ (2 ขวบ++)

สมูทตี้โยเกิร์ตมะเขือเทศ (2 ขวบ++)

เวลาปรุง 10 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 2 ที่

มะเขือเทศท้อ                                         1              ลูก

โยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รี่                       1              กระปุก

น้ำต้มสุก                                                                ¼            ถ้วย

วิธีทำ

  • ใช้มีดกรีดเป็นกากบาทที่ก้นมะเขือเทศ นำไปต้มในน้ำเดือดไฟกลางประมาณ 1-2 นาที จนมะเขือเทศสุกนิ่มแล้วตักขึ้น
  • พักให้อุ่น ปอกเปลือก คว้านเอาจุกออก หั่นเป็นชิ้นใหญ่ เอาเมล็ดออก เตรียมไว้
  • จากนั้นมะเขือเทศ โยเกิร์ต และน้ำต้มสุก ไปแช่เย็นจนเย็นจัด
  • ปั่นทุกอย่างเข้าด้วยกัน เทใส่แก้ว พร้อมรับประทานได้ทันที

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

แฮมเบอร์เกอร์ปลาก้อน (2 ขวบ++)

แฮมเบอร์เกอร์ปลาก้อน (2 ขวบ++)

เวลาในการปรุง 20 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 2 ที่

เนื้อปลาทูน่า ลอกหนังออก                                 150         กรัม

หอมใหญ่สับละเอียด                                            3              ช้อนโต๊ะ

ข้าวโอ๊ต                                                                  2              ช้อนโต๊ะ

ไธม์อบแห้ง                                                             ¼            ช้อนชา

เกลือป่น เล็กน้อย

เนยสดชนิดเค็ม                                                      1-2          ช้อนโต๊ะ

ขนมปังแฮมเบอร์เกอร์โฮลวีตขนาดเล็ก                              6              ชิ้น

เชดด้าชีสแผ่น                                                        2              แผ่น

มายองเนส                                                             2              ช้อนโต๊ะ

ผักกาดแก้วหั่นหยาบ หรือผักกาดหอม                              1/3          ถ้วย

ซอสมะเขือเทศ สำหรับเสิร์ฟคู่กัน

วิธีทำ

  • ลวกเนื้อปลาให้สุก นำไปบดรวมกับหอมใหญ่ ข้าวโอ๊ต ไธม์ และเกลือ เสร็จแล้วปั้นเป็นก้อน พักไว้
  • ตั้งกระทะเทฟลอนไฟกลาง ใส่เนยลงไปรอให้ร้อน วางเนื้อปลาที่ปั้นไว้ลงทอดให้หอมเกรียมทั้งสองด้าน ตักขึ้นใส่จาน วางชีสลงด้านบน พักไว้
  • ผ่าครึ่งขนมปังตามขวาง แล้ววางด้านที่ผ่าลงบนกระทะใบเดิม ย่างให้หอม แล้วตักขึ้นใส่จาน ทามายองเนสให้ทั่วขนมปังชิ้นล่าง วางผักกาดแก้วลงไป ตามด้วยเบอร์เกอร์ปลา และปิดท้ายด้วยขนมปังชิ้นบนสุด
  • จัดเสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศ หรือซอสชนิดอื่นตามชอบ

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

เมนูกล้วยๆ

4 เมนูกล้วยๆ ทำเองง่าย ลูกน้อยได้ประโยชน์

กล้วย เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย แก้อาการท้องผูก การให้ลูกน้อยรับประทานกล้วยเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยไม่มีอาการท้องผูก แต่กล้วยแบบเดิมๆ อาจทำให้ลูกน้อยเบื่อ เพราะความซ้ำซากจำเจ แม่น้องเล็กจึงมี เมนูกล้วยๆ ทำเองง่าย มาฝากค่ะ

Continue reading “4 เมนูกล้วยๆ ทำเองง่าย ลูกน้อยได้ประโยชน์”

บะหมี่ผักน้ำข้นกับปูอัด (1 ขวบ++)

บะหมี่ผักน้ำข้นกับปูอัด (1 ขวบ++)

เวลาปรุง 15 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 2 ที่

บะหมี่ผักอบแห้ง                   1              ก้อน

ปูอัดอย่างดี หั่นชิ้นตามชอบ                2              แท่ง

บรอกโคลีหั่นชิ้นเล็ก              2              ช้อนโต๊ะ

แครอทหั่นชิ้นเต๋าเล็ก            1              ช้อนโต๊ะ

น้ำซุปผัก                                                1              ถ้วย

คามาโบโกะ                           3-4          ชิ้น

แป้งข้าวโพด                          1 ½         ช้อนชา

(ละลายกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ)

ซีอิ๊วขาว                                  2              ช้อนชา

ซอสปรุงรส                             ½            ช้อนชา

วิธีทำ

  • ลวกบะหมี่ให้สุก (ดูคำอธิบายข้างซอง) ตักใส่ชามหรือจานสำหรับเสิร์ฟ เตรียมไว้
  • ลวกบรอกโคลี และแครอทให้สุก เสร็จแล้วตักใส่ชาม เตรียมไว้
  • ตั้งน้ำซุปให้ร้อน ใส่ผักทั้งหมดลงไป ตามด้วยแป้งข้าวโพดละลายน้ำ ใส่ซีอิ๊วขาวและซอสปรุงรส คนให้เข้ากันดี ใส่ปูอัดลงเป็นอย่างสุดท้าย รอให้ร้อนดีแล้วปิดเตา
  • ตักราดลงบะหมี่ที่ใส่จานเตรียมไว้

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags