ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

แนวทางดูแลเด็ก อาการ ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

account_circle
event
ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา
ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

แนวทางดูแลเด็ก อาการ ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

สถาบันประสาทวิทยา และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เผยแพร่แนวทางการดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีอาการทาง ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา จะมีแนวทางอย่างไร แต่ละอาการดูแลเหมือนกันไหมมาติดตามกันค่ะ

เด็กได้รับกัญชาโดยไม่ตั้งใจ

หลังจากประเทศไทยเปิดกัญชาเสรี จะทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกัญชา สามารถจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างแพร่หลาย จากเดิมที่มีเฉพาะสารสกัดกัญชาที่ใช้ในทางการแพทย์

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่จะมีการบริโภคสารสกัดกัญชาได้มากขึ้น ทั้งได้รับโดยไม่ได้ตั้งใจจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผสมกัญชาที่ใช้ในครอบครัว และการใช้เพื่อสันทนาการในกลุ่มวัยรุ่น

อาการ ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา ในเด็ก

สำหรับผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทเฉียบพลันเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย พบในเด็ก และวัยรุ่น ร้อยละ 69-85 ของอาการเป็นพิษจากกัญชาทุกระบบ ฉะนั้น การเตรียมความรู้เรื่องของอาการเป็นพิษทางระบบประสาท และการแก้ไขจึงเป็นเรื่องที่มีความจําเป็น

นอกจากนี้ แนวทางฯ ยังกล่าวถึงวิธีการประเมินและการดูแลสําหรับผู้ป่วยเด็กที่มีอาการทางระบบประสาท
เฉียบพลัน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของกัญชาที่สําคัญ โดยมีอุบัติการณ์จากการศึกษาในต่างประเทศ เรียงตามลําดับ ดังนี้ อาการซึม (40-50%) อาการอาละวาด (12-40%) อาการเวียนศีรษะ (3-20%) อาการชัก (4-5%) อาการแขนขาอ่อนแรง (พบประมาณ 3-5%) รวมไปถึงการให้คําแนะนําแก่ผู้ปกครองเพื่อป้องกันเด็กจากการได้รับพิษจากกัญชาซ้ำในอนาคต

แนวทางดูแลเด็กที่มีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

อาการภาวะพิษเฉียบพลันจากการใช้กัญชา

การประเมินเบื้องต้นในผู้ป่วยเด็กที่สงสัยได้รับพิษจากกัญชา จะแบ่งเป็น

อาการไม่พึงประสงค์หรือภาวะพิษเฉียบพลัน ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน จะมีอาการที่เข้าได้กับ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

  1. อาการระบบหัวใจ ได้แก่ หน้ามืด วูบหมดสติ ใจสั่น แน่นหน้าอก ชีพจรเต้นผิดจังหวะ เหนื่อย หายใจไม่สะดวก ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
  2. อาการระบบประสาท ได้แก่ เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง พดไม่ชัด ความรู้สึกตัวลดลง สับสน เดินเซ ชัก กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก อารมณ์แปรปรวน เห็นภาพหลอน
  3. อาการระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง

หรือ

อาการหรืออาการแสดง อ้างอิงตาม DSM-V criteria for Cannabis Intoxication 2 ดังนี้

  1. มีพฤติกรรม หรืออาการทางจิตเวชเปลี่ยนแปลง ขณะใช้ หรือหลังจากใช้กัญชา
  2. มีอาการอย่างน้อย 2 อย่าง ภายใน 2 ชั่วโมงหลังใช้กัญชา โดยที่ไม่มี สาเหตุอื่น
    • ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)
    • เยื่อบุตาขาวแดง (Conjunctival injection)
    • ปากแห้ง (Dry mouth)
    • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น (Increased appetite)

แนวทางการรักษา

การรักษาปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจง หรือยาต้านสำหรับภาวะพิษจากกัญชา จึงเป็นการรักษาตามอาการขึ้นกับอาการที่นำมาโรงพยาบาล

ข้อแนะนำเบื้องต้น

  • ควร admit เด็กเพื่อสังเกตอาการทุกราย ถ้ามีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน
  • เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลจัดให้อยู่ในที่เงียบสงบ เฝ้าระวังการทำร้ายตนเอง ป้องกันพลัดตกหกล้ม
  • ประเมินชีพจร ตรวจดูระบบหัวใจและทรวงอก การหายใจ รวมทั้งการทำงานของสมอง
  • มองหาและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดจากการได้สารแคนนาบินอยด์ ทั้งด้านระบบประสาท เช่น ซึมหมดสติอาการชัก stroke เป็นต้น และภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะอื่นๆ เช่น การหายใจผิดปกติ ตับอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ เป็นต้น
  • หากอาการหนัก เช่น ซึมมาก ชักรุนแรง สัญญาณชีพไม่คงที่ให้การรักษาอย่างรวดเร็ว และ ย้ายเข้า ICU
  • เฝ้าระวังและสังเกตอาการในโรงพยาบาลจนกว่าอาการจะดีขึ้น ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของสารแคนนาบินอยด์เข้าสู่กระแสเลือด มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารที่ได้รับ

อาการซึมหมดสติ

ผู้ป่วยซึมหมดสติที่สงสัยว่าเกิดจากพิษจากกัญชา มักพบในเด็กบ่อยกว่าในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ และมักพบเมื่อได้รับกัญชาปริมาณที่เกินขนาดมาก

ภาวะโคม่า ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท เกิดจากสมองสูญเสียหน้าที่ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น และสิ่งแวดล้อมหากวินิจฉัยและรักษาไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตและเกิดทุพพลภาพได้

เนื่องจากอาการพิษจากกัญชาไม่เฉพาะเจาะจง และในผู้ป่วยบางรายอาจจะได้รับสารเสพติดอื่น ๆ ร่วมด้วย ควรต้องวินิจฉัยแยกโรคจากโรคที่เป็นสาเหตุของภาวะโคม่าในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ เช่น hyponatremia, hypocalcemia การติดเชื้อของระบบประสาท ภาวะเลือดออกภายในกะโหลกศีรษะ (intracranial hemorrhage) สารพิษ และยาเกินขนาด ซึ่งตรวจร่างกายอาจพบลักษณะของกลุ่มอาการที่บ่งบอกว่าได้รับสารพิษ(toxidrome) อาการชัก (seizure) เป็นต้น

พฤติกรรมก้าวร้าว

ผู้ป่วยที่กระทำหรือมีพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างรุนแรง ทั้งทางวาจาหรือทางกาย ซึ่งเกิดจากความคับข้องใจ ไม่สมหวัง ความโกรธหรือถูกระราน อาจแสดงออกกับบุคคลอื่นกับตนเองหรือสิ่งแวดล้อม

ส่วนแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง เช่น ระดับ 1 หงุดหงิด ตะโดน รื้อข้าวของกระจัดกระจาย ต้องใช้กิริยาท่าทางและคำพูดช่วยทำให้ผู้ป่วยสงบลงด้วยท่าทางเป็นมิตร และไม่อยู่ตามลำพังกับผู้ป่วย, หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยที่ก้าวร้าวรุนแรง, อยู่ห่างอย่างน้อย 1 ช่วงแขน

หากเป็นระดับ 2-3 ผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย ขว้างปาสิ่งของ ข่มขู่ หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวจนเป็นอันตราย แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยากินหรือยาฉีด

ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา
แนวทางดูแลเด็ก อาการ ระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชา

เวียนศีรษะ บ้านหมุน

อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน (lightheadedness , dizziness, vertigo) เป็นผลข้างเคียงด้านระบบประสาทเฉียบพลันจากกัญชาพบค่อนข้างบ่อย ประมาณ 2.8-19% ในเด็กและวัยรุ่น

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกัญชามีฤทธิ์ต่อ CB1receptor ใน vestibular nucleus complex (VNC) and granular cell layer of cerebellum ทำให้เกิดอาการ peripheral vertigo การประเมินภาวะเวียนศีรษะ บ้านหมุน ในเด็ก อาจจะยากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กเล็กไม่สามารถบรรยายอาการได้ชัดเจน

อย่างไรก็ตามการประเมินภาวะนี้ในผู้ป่วยเด็กที่ได้รับกัญชา ก็ต้องคิดถึงโรคอื่นๆ ที่มีความรุนแรงและต้องการการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมไว้ด้วย โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยารักษาตามอาการ

อาการชัก

ชัก เป็นอาการที่เกิดจากภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันของการทำงานของเซลล์สมองโดยมีการปลดปล่อยคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติ (epileptiform activity) ออกมาจากเซลล์สมองจำนวนมากพร้อม ๆ กัน จากสมองจุดใดจุดหนึ่งหรือทั้งหมดทำให้ผู้ป่วยเกิดการทำงานของร่างกายผิดปกติ

โดยการชักที่มีสาเหตุกระตุ้นหรือเกี่ยวเนื่อง มักจะเรียกว่า Acute symptomatic seizure เช่น ยา หรือสารพิษ ภาวะเมตาบอลิค เป็นต้น

สำหรับแนวทางการรักษาแพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ชัก

แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน

การใช้กัญชาสามารถทำให้การเกิด stroke ทั้ง intracranial hemorrhage (เลือดออกในสมอง) และ ischemic stroke (สมองขาดเลือดจากเส้นเลือดตีบตัน) โดยพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณ 6.5 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้อาการแสดง ได้แก่ แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด การมองเห็นผิดปกติ เดินเซ ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ปวดศีรษะ มีอาการชักที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยการรักษาอาจจะถึงขั้นผ่าตัดได้

สำหรับกลไกในการเกิด (Pathophysiology)

  1. เกิดจากภาวะ reversible cerebral vasoconstriction19 .ซึ่งเป็นภาวะที่มีการหดตัวของหลอดเลือดแดงที่ไปเลือดสมองอย่างผิดปกติ ทำให้มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงอาจเกิดอาการเหมือน stroke
  2. การใช้กัญชาเป็นระยะเวลานานทำให้เกิดการทำงานของระบบหลอดเลือดสมองที่ผิดปกติได้
  3. พบภาวะ Cannabis-related angiopathy ในรายที่มีการใช้กัญชาในปริมาณมาก
  4. การใช้กัญชาจะเพิ่ม pro-coagulant effect เช่น THC จะเพิ่ม expression of glycoprotein IIb-IIIa และ P-selectin บนตัวเกล็ดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดรวมตัวเป็นกลุ่ม ซึ่งทำให้เกิด arterial ischemic stroke ได้มากขึ้น ซึ่งกลไกนี้พบมากในคนอายุน้อยมากกว่าผู้สูงอายุ

ขอบคุณข้อมูลจาก

The Coverage, สำนักข่าวอิศรา

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

กัญชาในขนม ! ถ้าเด็กซื้อกินเองได้ จะเกิดอะไรขึ้น!

ศูนย์พิษวิทยาเตือน!อาหารเครื่องดื่ม ใช้กัญชา มีอันตราย

แม่ท้องใช้กัญชา ห้ามเด็ดขาดทำลูกในท้องตายหรือผิดปกติ

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up