พ่อแม่สูบบุหรี่ วิจัยชี้! เสี่ยงลูกมีสมาธิสั้นและมีพฤติกรรมในทางลบได้ง่าย

ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือ พ่อสูบบุหรี่ ผลต่อลูก ที่จะได้รับคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ไม่ว่าจะต่อสุขภาพร่างกายและล่าสุดมีงานวิจัยออกมาเผยว่ามีผลต่อจิตใจด้วย

หลายคนต่างก็รู้ว่า “บุหรี่” มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในควันบุหรี่ เต็มไปด้วย นิโคติน (สารเสพติด), สารเคมี 7,000 ชนิด, สารพิษ มากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็ง มากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลงรวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและได้รับควันบุหรี่เข้าไปก็อาจเจ็บป่วยได้ไม่น้อยไปกว่าผู้สูบเองเช่นกัน

วิจัยชี้ แม่หรือ พ่อสูบบุหรี่ ผลต่อลูก อาจสมาธิสั้นและมีพฤติกรรมด้านลบได้ง่าย!

พ่อสูบบุหรี่ ผลต่อลูก

ควันบุหรี่สีขาวนี้มีสารเคมีอยู่หลายพันชนิด และกว่า 60 ชนิดที่ในวงการแพทย์ระบุไว้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองนั้นจะได้รับผลกระทบโดยตรง หรืออาจจะมากกว่าตัวผู้สูบเอง 5-10 เท่าเลยทีเดียว เพราะมีความเข้มข้นของสารพิษมากกว่า เนื่องจากควันจากปลายมวลบุหรี่มีอุณหภูมิเผาไหม้ต่ำ โดยโทษจากควันบุหรี่มือสองสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้

กลุ่มเด็กเล็กและเด็ก

ร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ และไม่เพียงพอต่อการป้องกันสารพิษจากควันบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นหากมีคนในครอบครัวสูบบุหรี่ เด็ก ๆ อาจจะป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด, หลอดลมอักเสบ, ปอดบวม และอาจมีสมรรถภาพปอดแย่กว่าเด็ก ๆ ทั่วไป

⇒ Must read : อันตรายที่มองไม่เห็น!! ควันบุหรี่ จากพ่อแม่สู่ลูกน้อย เสี่ยงปอดติดเชื้อ

กลุ่มแม่ท้อง

กลุ่มนี้ถือว่าอันตรายมาก ๆ หากคุณแม่ท้องได้รับควันบุหรี่มือสองในปริมาณมากอาจทำให้เกิดภาวะแท้งบุตร, คลอดก่อนกำหนดหรือครรภ์เป็นพิษได้เลยทีเดียว สำหรับคุณแม่ท้องเองที่สูบบุหรี่นั้น พบว่า จะทำให้น้ำหนักครรภ์เพิ่มน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะรกเกาะต่ำ และรกลอกตัวก่อนกำหนดมากขึ้น ลูกที่คลอดจากแม่ที่สูบบุหรี่ อาจจะมีน้ำหนักและความยาวน้อยกว่าปกติ พัฒนาการทางสมองช้ากว่าปกติ อาจจะมีความผิดปกติทางระบบประสาท ระบบความจำได้

⇒ Must read : หยุดทำร้ายลูกน้อยด้วยการ สูบบุหรี่ตอนท้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook.com

ทั้งนี้ด้าน สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยผลวิจัยพบว่าการที่พ่อแม่สูบบุหรี่ ทำให้ลูกน้อยมีสมาธิสั้นและมีพฤติกรรมในทางลบได้ง่ายอีกด้วย

โดย มาร์ค แฮมเมอร์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ได้เปิดเผยว่า ใครๆ ก็รู้ว่าผลกระทบของการสูดกลิ่นควันบุหรี่นั้นก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพร่างกายของเด็ก แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าควันบุหรี่ส่งผลต่อสุขภาพจิตเช่นกัน

ปัจจุบันนี้ 2 ใน 3 ของเด็กอายุระหว่าง 3-11 ปี ในสหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบจากการสูดดมควันบุหรี่ ขณะที่ 1 ใน 5 ของเด็กอายุ 9-17 ปี ได้สูดกลิ่นควันบุหรี่ถึงขั้นเสพติด และมีภาวะผิดปกติทางจิตแล้ว  และจากการศึกษาโดยการตรวจปริมาณควันบุหรี่จากน้ำลายของเด็กวัย 4-8 ปี จำนวน 901 คน

พบว่า เด็กที่ได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายมากจะมีสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ และมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างติดลบ  ขณะที่เด็กที่ได้รับควันบุหรี่น้อยที่สุด มีสุขภาพจิตดี และมีพัฒนาการทางสมองที่ดีด้วย  ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องพยายามให้ลูกน้อยอยู่ห่างไกลจากควันบุหรี่ และได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายให้น้อยที่สุด เพื่อสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้น้อยกว่าเด็กคนอื่นๆ

อ่านต่อ >> ผลวิจัยพบพ่อแม่สูบบุหรี่ ทำให้ลูกน้อยมีสมาธิสั้นและมีพฤติกรรมในทางลบได้ง่าย คลิกหน้า 2

อ่านต่อ “บทความน่าสนใจ” คลิก!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up