สัญญาณเตือน! อาการหนาวใน จุดเริ่มของโรคร้าย

คุณแม่ลูกอ่อน หรือคุณผู้หญิงคนไหนเคยมีอาการแบบนี้บ้าง? ทั้งๆ ที่อากาศเมืองไทยร้อนขนาดนี้ แต่ทำไมบางวันกลับรู้สึกหนาวสะท้าน หนาวถึงกระดูก แถมคนรอบข้างก็ไม่มีใครนั่งหนาวเหมือนเราเลยสักคน ซึ่งอาการหนาวแบบนี้ อาจเป็นสาเหตุของโรคอย่างหนึ่งก็เป็นได้

ซึ่งอาการหนาวแบบไม่ปกติแบบนี้ เรียกอีกอย่างว่า “หนาวใน” สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัย ทั้งในผู้หญิงสูงอายุที่กำลังจะหมดประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนแล้ว รวมถึงคุณผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น ประจำเดือนมาน้อย เป็นไข้ทับระดู ปวดประจำเดือนรุนแรง ลักษณะของประจำเดือนมีสีคล้ำ เป็นก้อน เป็นลิ่ม เป็นต้น หรือโบราณมักบอกว่าเป็นเพราะคุณแม่ไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอด เพราะตำราแพทย์แผนไทยกล่าวว่า เมื่อเราคลอดลูกร่างกายจะสูญเสียความร้อนและธาตุไฟ ทำให้ร่างกายขาดความสมดุลนั้นเอง

หนาวใน

อาการเริ่มต้นของอาการ หนาวใน ที่ควรสังเกต!

  • ในบางครั้งแค่ฝนตั้งเค้าก็เกิดอาการหนาว มือเท้าเย็น ปากเขียว มือเขียว หนาวสั่นสะท้าน เหมือนเลือดไหลเวียนไม่ดี และเมื่อมีอาการหนาวในเป็นประจำจะทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น ปวดหลังชาๆ ขัดข้อสะโพก มีจ้ำเขียวตามร่างกายได้ง่าย เป็นไข้ทับระดูทุกครั้งที่มีประจำเดือน มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว
  • และถ้ายิ่งมีอาการหนาวในเป็นประจำจะทำให้ปวดหลังแบบชาๆ ขัดข้อสะโพก ร่างกายเกิดรอยจ้ำง่าย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว หรือมีไข้ทับระดูทุกครั้งที่เป็นประจำเดือน ซึ่งเวลาหนาวในแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป หากปล่อยทิ้งไว้หรือไม่สังเกตอาการของตัวเองตั้งแต่แรก อาจปวดหน่วงตรงท้องน้อยหรือมดลูกอักเสบได้ และคนที่มีอาการหนาวในจะทำให้มีลูกยากอีกด้วย
  • แต่ทั้งนี้ อาการดังกล่าวยังไม่เป็นข้อสรุปที่แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด และมีลักษณะอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเป็นมากก็อาจมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยจนถึงมดลูกอักเสบ ซึ่งเกิดจากการที่ไม่ได้รักษาตั้งแต่เริ่มแรก เนื่องจากไม่คิดว่าเป็นอาการของโรค

การรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน แต่จะใช้ขั้นตอนไหนบ้างก็ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล ดังนี้

ขั้นแรก เรียกว่า การปลูกไฟธาตุ คือ การใช้ยาร้อน ปลูกให้ธาตุไฟทำงาน เนื่องจากอาการหนาวในมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดธาตุไฟ เราจึงควรปรับสมดุลธาตุในร่างกายก่อน

ขั้นที่สอง คือ การบำรุงไฟธาตุ โดยการใช้ยารสเปรี้ยว เน้นไปที่การฟอกเลือด บำรุงเลือดเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

ขั้นสุดท้าย คือ การใช้ยาร้อนที่สุดเพื่อช่วยขับโลหิตและของเสียออกจากร่างกาย เช่น เจตมูลเพลิง หรือว่านชักมดลูก เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายมีการขับของเสียเช่นประจำเดือน ออกจากร่างกายให้หมดไม่ให้มีตกค้าง ซึ่งอาจทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ได้

นอกจากคนที่ไม่ได้อยู่ไฟแล้ว อาการหนาวใน เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?

1. น้ำหนักน้อยเกินไป

นักโภชนาการ กล่าวว่า หากค่า BMI ในร่างกายเราต่ำกว่า 18.5 นั่นแปลว่าเรามีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างคามอบอุ่นได้เพียงพอจนทำให้รู้สึกหนาวง่าย อีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อเราผอมเพราะไม่ค่อยได้กินอาหารสักเท่าไร ก็ยิ่งลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญให้อยู่เฉยจนความร้อนในกระบวนการเผาผลาญไม่เกิด ดังนั้นคนที่ตัวผอมบางจึงมักจะรู้สึกหนาวง่ายหรือหนาวตลอดเวลานั่นเอง

ซึ่งวิธีเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเองก็ไม่ยาก แนะนำให้คุณรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเยอะ ๆ โดยเน้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันชนิดดี

2. ภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

ถ้าคุณมักจะรู้สึกหนาวเป็นพัก ๆ รวมทั้งผมเริ่มบาง ผิวแห้งมากขึ้น แถมยังรู้สึกอ่อนเพลียด้วย ลักษณะอาการเช่นนี้อาจเข้าข่ายภาวะขาดไทรอยด์ ซึ่งเป็นอาการที่ต่อมไทรอยด์ไม่หลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่พอเพียง จนส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายจึงลดน้อยลงไปด้วย ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีสัญญาณเหล่านี้ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษานะคะ

3. ขาดธาตุเหล็ก

ในภาวะที่ร่างกายมีธาตุเหล็กน้อยก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหนาวง่ายด้วยเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ช่วยขนส่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง นำพาความร้อนและสารอาหารที่สำคัญเข้าสู่กระบวนการทำงานของเซลล์ทุกแขนงในร่างกาย ดังนั้นหากขาดธาตุเหล็กไป กระบวนการตามที่ว่าก็คงสะดุดกันบ้าง คราวนี้ความอบอุ่นในร่างกายก็จะลดน้อยลง

ทั้งนี้นักโภชนาการเชี่ยวชาญแห่งสำนักโภชนาการลอสแองเจลิสได้แนะนำว่า คุณสามารถเสริมธาตุเหล็กชนิดอาหารเสริมได้ ทว่าหากเลือกรับธาตุเหล็กจากอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ไข่ ผักใบเขียว กะหล่ำ ผักโขม และอาหารทะเลจะดีกว่า

อ่านต่อ >> “อาการหนาวใน ที่เกิดจากสาเหตุอื่น” คลิกหน้า 2

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up