เคยผิดหวังกับคำว่า “พ่อ” จนได้สัมผัสกับความรักของพ่อใหม่อีกครั้ง

ปัจจุบันดิฉันเป็นคุณแม่ลูกสอง เมื่อย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นเด็ก ดิฉันถูกเลี้ยงมาแบบค่อนข้างจะเป็นคุณหนูเลยล่ะค่ะ อยากได้อะไรเป็นต้องได้ คนภายนอกคงมองว่าครอบครัวเราสมบูรณ์แบบ แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังภาพที่สวยงาม พ่อกับแม่ของดิฉันไม่เคยมีความรักให้กันเลย

ตอนที่ดิฉันเล็กๆ เคยเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรง 2-3 ครั้งได้ แต่หลังจากนั้น พ่อกับแม่ต่างคนก็ต่างมีแฟนแบบลับๆ ดิฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นปมด้อย เพราะแม่ยังคอยให้ความรักกับดิฉันอย่างเต็มเปี่ยม มีก็แต่พ่อเท่านั้น ที่ระหว่างดิฉันกับพ่อ เราสองคนต่างค่อยๆ ห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ดิฉันรักแม่มากและรู้ว่าแม่ก็รักดิฉันสุดหัวใจ แต่แม่ก็คือผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีอารมณ์สุข ทุกข์ เศร้า และขมขื่น ไม่ต่างจากคนทั่วไป สาเหตุหนึ่งที่ดิฉันค่อยๆ เหินห่างจากพ่อ ก็เพราะสิ่งที่แม่เฝ้าพร่ำบอกกับฉันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าพ่อทำสิ่งเลวร้ายอะไรบ้าง ดิฉันซึมซับความโกรธความเกลียดมาจากแม่จนเต็มหัวใจ จนในที่สุดดิฉันสามารถพูดได้เลยว่ารู้สึกเกลียดพ่อของตัวเอง

ต่อหน้าพ่อดิฉันสามารถพูดคุยได้ตามปกติ แต่ไม่มีความใกล้ชิด เช่นการหอมหรือการกอด ลึกๆ แล้วดิฉันรู้ว่าพ่อก็รู้ว่าดิฉันรู้สึกอย่างไรกับพ่อ

จนเมื่อดิฉันอายุถึงวัยที่ควรจะแต่งงาน เป็นธรรมดาของคนที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่ผูกพันกับพ่อ ดิฉันโหยหาการแต่งงาน โหยหาครอบครัวที่มีครบทั้งพ่อ แม่ และลูก ดิฉันวาดฝันสวยงามถึงครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อที่ใกล้ชิดกับลูกและเล่นกับลูก แต่ในที่สุดความฝันของดิฉันก็ต้องพังทลายลง การแต่งงานจบลงเพียง 5 ปี ดิฉันจดทะเบียนหย่าเมื่อลูกๆ ของดิฉันอายุได้ 3 และ 4 ขวบ

อาจเป็นเพราะความคาดหวังจากอดีตสามีมากเกินไป หรือตัวแปรอื่นๆ อีกมากมาย ดิฉันจึงเสียใจกับคำว่า “พ่อ” อีกเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้เป็น “พ่อของลูก” ของดิฉันเอง

หลังการหย่าใหม่ๆ เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมากมาย ช่วง 1-2 ปีแรกหลังการหย่านับเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของดิฉันก็ว่าได้ นอกจากแม่และเพื่อนๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างดิฉันแล้ว ก็มีพ่อนี่แหละ ที่คอยช่วยเหลืออยู่อย่างเงียบๆ ไม่ซ้ำเติม ไม่ต่อว่า มีแต่กำลังใจที่คอยมอบให้ลูกสาวคนนี้เรื่อยมา

จนถึงวันนี้พูดได้เลยว่าดิฉันเข้มแข็งขึ้นมาก สำหรับอดีตสามี ในที่สุดเราก็ตกลงกันได้เรื่องการเลี้ยงดูลูก ส่วนพ่อของดิฉัน จากที่เราเคยห่างเหินกัน ตอนนี้พ่อมาช่วยดูแลหลานแทบจะทุกวัน ดิฉันจึงได้เห็นความรักและความอ่อนโยนของพ่อที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

ถึงพ่อจะไม่ค่อยพูดหรือแสดงออกอะไรมากมาย แต่สิ่งเล็กๆ ที่พ่อทำ เช่นวาดรูปบนการ์ดอวยพรวันเกิดให้ดิฉันทุกปี นั่งแคะเมล็ดออกจากส้มก่อนที่จะให้หลานกินทุกครั้ง หรือทิ้งงานสำคัญได้ทุกเมื่อเพื่อไปช่วยเฝ้าหลาน เวลาที่หลานนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล

วันนี้ดิฉันจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เคยโหยหามันไม่ได้อยู่ไกลเลย ขอบคุณพ่อมากค่ะ สำหรับความรัก ความหวังดี พ่อไม่เคยซ้ำเติมเมื่อลูกสาวคนนี้เดินทางผิด แต่พ่อคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างมาตลอด ไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์ ทุกวันนี้ภาพที่คุณตาคุณยายยิ้มแย้มกับหลานๆ คือภาพที่งดงามที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับดิฉันและครอบครัว

แท้จริงแล้วความรักของพ่อที่ดิฉันเคยโหยหา มันไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย ความรักของพ่ออยู่กับฉันเสมอและจะอยู่กับฉันและลูกๆ หลานๆ ตลอดไปค่ะ

ที่มา: เรื่องราวและประสบการณ์จริงจากทางบ้าน เนื้อหาบางส่วนอาจถูกดัดแปลงเพื่อไม่ให้กระทบกับบุคคลที่สามค่ะ

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ

ปัจจุบันดิฉันเป็นคุณแม่ลูกสอง เมื่อย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นเด็ก ดิฉันถูกเลี้ยงมาแบบค่อนข้างจะเป็นคุณหนูเลยล่ะค่ะ อยากได้อะไรเป็นต้องได้ คนภายนอกคงมองว่าครอบครัวเราสมบูรณ์แบบ แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังภาพที่สวยงาม พ่อกับแม่ของดิฉันไม่เคยมีความรักให้กันเลย

ตอนที่ดิฉันเล็กๆ เคยเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรง 2-3 ครั้งได้ แต่หลังจากนั้น พ่อกับแม่ต่างคนก็ต่างมีแฟนแบบลับๆ ดิฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นปมด้อย เพราะแม่ยังคอยให้ความรักกับดิฉันอย่างเต็มเปี่ยม มีก็แต่พ่อเท่านั้น ที่ระหว่างดิฉันกับพ่อ เราสองคนต่างค่อยๆ ห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ดิฉันรักแม่มากและรู้ว่าแม่ก็รักดิฉันสุดหัวใจ แต่แม่ก็คือผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีอารมณ์สุข ทุกข์ เศร้า และขมขื่น ไม่ต่างจากคนทั่วไป สาเหตุหนึ่งที่ดิฉันค่อยๆ เหินห่างจากพ่อ ก็เพราะสิ่งที่แม่เฝ้าพร่ำบอกกับฉันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าพ่อทำสิ่งเลวร้ายอะไรบ้าง ดิฉันซึมซับความโกรธความเกลียดมาจากแม่จนเต็มหัวใจ จนในที่สุดดิฉันสามารถพูดได้เลยว่ารู้สึกเกลียดพ่อของตัวเอง

ต่อหน้าพ่อดิฉันสามารถพูดคุยได้ตามปกติ แต่ไม่มีความใกล้ชิด เช่นการหอมหรือการกอด ลึกๆ แล้วดิฉันรู้ว่าพ่อก็รู้ว่าดิฉันรู้สึกอย่างไรกับพ่อ

จนเมื่อดิฉันอายุถึงวัยที่ควรจะแต่งงาน เป็นธรรมดาของคนที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่ผูกพันกับพ่อ ดิฉันโหยหาการแต่งงาน โหยหาครอบครัวที่มีครบทั้งพ่อ แม่ และลูก ดิฉันวาดฝันสวยงามถึงครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อที่ใกล้ชิดกับลูกและเล่นกับลูก แต่ในที่สุดความฝันของดิฉันก็ต้องพังทลายลง การแต่งงานจบลงเพียง 5 ปี ดิฉันจดทะเบียนหย่าเมื่อลูกๆ ของดิฉันอายุได้ 3 และ 4 ขวบ

อาจเป็นเพราะความคาดหวังจากอดีตสามีมากเกินไป หรือตัวแปรอื่นๆ อีกมากมาย ดิฉันจึงเสียใจกับคำว่า “พ่อ” อีกเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้เป็น “พ่อของลูก” ของดิฉันเอง

หลังการหย่าใหม่ๆ เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมากมาย ช่วง 1-2 ปีแรกหลังการหย่านับเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของดิฉันก็ว่าได้ นอกจากแม่และเพื่อนๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างดิฉันแล้ว ก็มีพ่อนี่แหละ ที่คอยช่วยเหลืออยู่อย่างเงียบๆ ไม่ซ้ำเติม ไม่ต่อว่า มีแต่กำลังใจที่คอยมอบให้ลูกสาวคนนี้เรื่อยมา

จนถึงวันนี้พูดได้เลยว่าดิฉันเข้มแข็งขึ้นมาก สำหรับอดีตสามี ในที่สุดเราก็ตกลงกันได้เรื่องการเลี้ยงดูลูก ส่วนพ่อของดิฉัน จากที่เราเคยห่างเหินกัน ตอนนี้พ่อมาช่วยดูแลหลานแทบจะทุกวัน ดิฉันจึงได้เห็นความรักและความอ่อนโยนของพ่อที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

ถึงพ่อจะไม่ค่อยพูดหรือแสดงออกอะไรมากมาย แต่สิ่งเล็กๆ ที่พ่อทำ เช่นวาดรูปบนการ์ดอวยพรวันเกิดให้ดิฉันทุกปี นั่งแคะเมล็ดออกจากส้มก่อนที่จะให้หลานกินทุกครั้ง หรือทิ้งงานสำคัญได้ทุกเมื่อเพื่อไปช่วยเฝ้าหลาน เวลาที่หลานนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล

วันนี้ดิฉันจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เคยโหยหามันไม่ได้อยู่ไกลเลย ขอบคุณพ่อมากค่ะ สำหรับความรัก ความหวังดี พ่อไม่เคยซ้ำเติมเมื่อลูกสาวคนนี้เดินทางผิด แต่พ่อคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างมาตลอด ไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์ ทุกวันนี้ภาพที่คุณตาคุณยายยิ้มแย้มกับหลานๆ คือภาพที่งดงามที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับดิฉันและครอบครัว

แท้จริงแล้วความรักของพ่อที่ดิฉันเคยโหยหา มันไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย ความรักของพ่ออยู่กับฉันเสมอและจะอยู่กับฉันและลูกๆ หลานๆ ตลอดไปค่ะ

ที่มา: เรื่องราวและประสบการณ์จริงจากทางบ้าน เนื้อหาบางส่วนอาจถูกดัดแปลงเพื่อไม่ให้กระทบกับบุคคลที่สามค่ะ

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up