Checklist อาการแม่ Burnout ใช่เราไหมนะ

เช็กสัญญาณ “แม่หมดไฟ” แบบที่ไม่ใช่แค่เหนื่อยธรรมดา แต่รู้สึกเหนื๊อย เหนื่อยยย เหลือเกิน ลูกนอนก็ไม่ได้นอนพร้อมลูกอยากไถฟีตทั้งวัน ไม่อยากทำอะไรอยากจะอยู่เฉย ๆ อยากจุบจิบขนมหวาน ๆ ทั้งวัน กายหยาบอยู่นี่ ใจลอยไปถึงไหน ๆ แม่บ้านไหนรู้สึกแบบนี้ ไม่ต้องกังวลใจไป

เรามีเช็คลิสต์ที่มาตรวจสอบว่าใช่ใช่ไหม เราหมดไฟ อยากลาออกจากการเป็นแม่หรือเปล่า นี่คือ 5 ลิสต์ ที่ชวนแม่ ๆ มาเช็คลิสต์เบื้องต้น ว่าแม่แบบเราเข้าข่ายนั้นแล้วหรือยัง

5 อาการแม่ Burnout

  1. พลังงานติดลบเรื้อรัง  ตื่นมาก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว เหมือนชาร์จแบตไม่เข้า นอนเท่าไหร่ก็ยังเพลีย รู้สึกเหนื่อย เหมือนชาร์จแบตไม่เข้า นอนเท่าไหร่ก็ยังง่วง เพลียทั้งวัน
  2. หงุดหงิดง่ายผิดปกติ  เรื่องเล็ก ๆ ของลูก เช่น หนังสือขาด ทำน้ำหก ร้องไห้งอแง เรื่องนิดเดียวแม่ก็หงุดหงิดกลายเป็นระเบิดลง หรือเผลอตวาดลูกบ่อยขึ้นจนมาเสียใจทีหลัง  
  3. ภาวะ “ใจลอย” (Emotional Distancing) อยู่กับลูกนะ แต่ใจไม่ได้อยู่ด้วย เริ่มรู้สึกเฉยชา อยากไถมือถือหนีโลกความเป็นจริงไปเรื่อย ๆ  
  4. นอนไม่หลับแม้ลูกหลับแล้ว  ร่างกายเหนื่อยมาก แต่สมองไม่ยอมหยุดคิด วนเวียนเรื่องสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ หรือรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดกับลูก หรือสิ่งที่ทำให้ลูกเสียใจ หรืออะไรที่ผิดพลาดกับเรื่องวันนี้
  5. ความภูมิใจในตัวเองหายไป “ทำไมคนอื่นทำได้แต่เราทำไม่ได้” มองข้ามความต้องการตัวเอง ไม่อยากทำสิ่งที่เคยชอบ  ไม่สนใจในสิ่งที่เคยทำ ปล่อยตัวผมเผ้าฟู เสื้อผ้าเก่าโทรม ละเลยความต้องการตัวเอง ลืมกินข้าว ลืมอาบน้ำ หรือไม่ได้ทำสิ่งที่เคยชอบเลยแม้แต่นิดเดียวมาเป็นเวลานาน

ทำอย่างไรให้ใจเราเบาขึ้น

ภาวะ Burnout ของคนเป็นแม่ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่มันคือการหมดไฟทั้งทางกาย อารมณ์ และจิตใจ  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ อย่าเพิ่งโทษตัวเองเพราะการเลี้ยงลูกคืองานที่ไม่มีวันหยุดและไม่มีวันลาพักร้อนได้  นี่คือแนวทางในการฟื้นฟูใจตัวเองกลับมา

1. ยอมรับและหยุด “ความคาดหวังที่สมบูรณ์แบบ”

 อนุญาตให้ตัวเองเหนื่อยได้ การเป็นแม่ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นซูเปอร์วูแม่นหรือซุปเปอร์มัมตลอดเวลา ไม่ไหวคือไม่ไหวอย่างไรเราก็ยังเป็นแม่ที่ดีนะ ลดมาตรฐานลงหน่อย บ้านรกบ้างก็ไม่ผิด มื้อเย็นไม่ต้องฟูลออปชั่น กินง่าย ๆ ก็สบายใจดีนะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ สุขภาพจิตของแม่ แม่ที่ยิ้มและหัวเราะได้ลุกก็รับรู้ถึงสิ่งนั้นเช่นกัน

2. ขอความช่วยเหลือบ้าง เพื่อเติมพลังให้ตัวเอง

สื่อสารกับคนข้าง ๆ บอกสามีหรือครอบครัวไปเลยตรง ๆ ว่า  “ตอนนี้แม่ไม่ไหวแล้ว ต้องการพัก” อยากให้ช่วยทำอะไรบ้าง  เช่น ฝากดูลูก 2 ชั่วโมง ขอแม่ไปทำธุระส่วนตัวหรือหากงบประมาณเอื้ออำนวย การจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดใหญ่สักครั้ง หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ก็ช่วยลดภาระงานในบ้านได้

3. กฎ 15 นาที สร้างช่วงเวลา “Me Time”

หาเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ โดยไม่มีเสียงเรียก “แม่จ๋า” แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่แค่แม่ได้อาบน้ำนานขึ้น ได้มาร์หน้า หมักผมหรือจิบกาแฟตอนลูกหลับ ลองวางถือและหยุดไถโซเชียลก่อน ลดความกดดันตัวเองลงได้เยอะเลย

4. นอนเมื่อมีโอกาส

เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายนะ  การนอนที่เต็มอิ่มส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ ทานอาหารดีดี มีประโยชน์ และครบห้าหมู่ รวมถึงรับประทานให้เป็นเวลา รับประทานดี นอนให้หลับ เท่านี้ก็เพิ่มปริมาณความสุขแล้ว

สังเกตอาการให้ดี หากคุณเริ่มรู้สึกไม่อยากใกล้ชิดลูก มีอารมณ์ดิ่งลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น นี่อาจจะเป็นมากกว่า Burnout แต่อาจเข้าข่าย ภาวะซึมเศร้า แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยเร็ว การได้พูดคุยกับแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มีคนรับฟังอย่างเข้าใจ แนะนำให้พักเบรกสั้น ๆ ในแต่ละวันสำหรับคุณแม่ สิ่งที่ทำแล้วสบายใจ พักวางทุกอย่างลง แม้เพียงสิบห้านาทีเท่านี้ก็จะช่วยฮีลใจได้ขึ้นบ้างแล้วค่ะ

เลี้ยงลูกให้ ฉลาด ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่ Amarin Baby & Kids