ลูกท้องผูกบ่อย อึยาก ลูกอึไม่ออก พ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างไร
ลูกท้องผูกบ่อย ติดต่อกันหลายวัน เวลาอึต้องเบ่งนานจนก้นแดง หลายคนอึยากบ่อยจนเป็นแผล และทำให้ลูกกลัวการนั่งอึ ซึ่งยิ่งกลายเป็นปัญหาที่แก้ยากและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เด็กที่มีอาการท้องผูกอาจมีอุจจาระที่แข็ง แห้ง ถ่ายยาก หรือเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระ อาการท้องผูกอาจเกิดขึ้นทุกวันหรือนานๆ ครั้ง หากคุณแม่รู้วิธีดูแลเรื่องอาหารการกิน ฝึกฝนการขับถ่าย และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ท้องผูกก็เพียงอาการเจ็บป่วยชั่วคราวเท่านั้น
ลูกท้องผูกบ่อย อึยาก ลูกอึไม่ออกหลายวัน พ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างไร
ลูกท้องผูกบ่อยเกิดจากอะไร
โดยทั่วไปแล้ว ทารกที่ได้รับนมแม่มักไม่มีอาการท้องผูก แต่มักเริ่มมีอาการเมื่อรับประทานอาหารต่างๆเป็นมื้อหลักแล้ว โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ขวบ สาเหตุของท้องผูกร้อยละ 90 ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติจากการทำงานของลำไส้ แต่มักเกิดจากพฤติกรรมการกินต่างๆ เช่น เลือกกิน กินอาหารซ้ำๆ กินอาหารที่ไม่มีกากใยอาหาร รวมถึงเด็กอาจมีพฤติกรรมกลั้นอุจจาระ ซึ่งมักมีประสบการณ์เจ็บปวดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระก้อนใหญ่และแข็งมาก่อน
ส่วนในเด็กวัยเรียน อายุ 3-6 ขวบ อาจกลั้นอุจจาระเพราะเป็นวัยที่ห่วงเล่น หรือเพราะรู้สึกไม่ชอบห้องน้ำที่โรงเรียนด้วยสาเหตุส่วนตัวต่างๆ เด็กที่มีอาการท้องผูกชนิดที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะในร่างกาย การเจริญเติบโต พัฒนาการ รวมทั้งสุขภาพโดยทั่วไปจะอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่มีอาการเจ็บป่วยใดแทรกซ้อน แต่เด็กๆยังไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึก หรืออาการท้องผูกให้เข้าใจได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตคำพูดของลูก เช่น “เจ็บก้น” “มีอะไรกัดก้นหนู” เป็นต้น และสอนคำศัพท์เกี่ยวกับการขับถ่ายให้ลูกรู้
ความแตกต่างเมื่อลูกแต่ละวัยท้องผูก
วัยทารก
ทารกวัยแรกถึงก่อนหนึ่งขวบปีเป็นช่วงที่ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงความถี่และลักษณะของอึของลูกก็จะแตกต่างกันไปตามวัยด้วย วิธีจะสังเกตว่าลูกเริ่มท้องผูกได้จากพฤติกรรมเหล่านี้
- ถ่ายอุจจาระลำบาก ใช้เวลานาน เบ่งจนหน้าแดง
- ร้องไห้ระหว่างเบ่งอึ
- อุจจาระเป็นก้อนแห้ง และแข็ง
- ท้องอืด ท้องแน่น แสดงว่าลำไส้เคลื่อนไหวน้อย
นอกจากนี้คุณแม่ควรเปรียบเทียบพฤติกรรมกับกิจวันประจำวันด้วย เช่น หากตามปกติลูกน้อยของคุณถ่ายอุจจาระวันละ 1 ครั้ง แต่เมื่อผ่านไป 2-3 วันแล้วลูกยังไม่อุจจาระอีก ก็อาจเป็นสัญญาณของอาการท้องผูกได้ โดยปกติแล้วทารกจะเริ่มมื้ออาหารในช่วงอายุ 5-6 เดือน เช่น กล้วย หรือข้าวบด หากพบว่าหลังกินแล้วท้องผูก ควรหยุดอาหารเหล่านั้นแล้วให้กินแต่นมก่อนและคอยสังเกตว่าอึดีขึ้นหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นไปได้ว่าทารกที่กินนมผงจะมีอาการท้องผูกได้เช่นกัน หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบลูกไปพบแพทย์
วัยเตาะแตะ
เด็กวัยเตาะแตะวัย 6- 1 ขวบปี ส่วนใหญ่มีอาการคล้ายทารก แต่อาจมีอาการเพิ่มเติม ดังนี้
- อุจจาระเป็นเม็ดเล็กๆ คล้านมูลกระต่าย หรืออุจจาระมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
- ท้องรู้สึกยากที่จะสัมผัส
- ท้องบวม
- ท้องอืด
- มีร่องรอยของเลือดบนก้อนอุจจาระ หรือกระดาษชำระ ซึ่งถือว่ามีอาการรุนแรงควรพบแพทย์โดยเร็ว
อาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องอาจทำให้ “ลำไส้อุดตัน” เพราะมีอุจจาระขนาดใหญ่ติดอยู่ในลำไส้ส่วนล่างแทนที่จะอยู่เหนือทวารหนัก ซึ่งอาจทำให้เด็กมีอุจจาระเล็ดเลอะกางเกงได้

การรักษาอาการ ลูกท้องผูก
การรักษาอาการท้องผูกขึ้นอยู่กับอายุของเด็ก ยิ่งลูกขท้องผูกนานเท่าไรก็ต้องใช้เวลารักษานานขึ้น เมื่อคุณแม่พาลูกไปพบแพทย์ มักให้ใช้ยาระบายสักระยะหนึ่ง เพื่อให้อึนุ่มพอที่เด็กจะเบ่งถ่ายออกมาได้สม่ำเสมอ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกิน การขับถ่าย และการตื่น-เข้านอน เพื่อให้ลูกอึได้ตามปกติโดยไม่กลับมาท้องผูกอีก
1. รักษาด้วยยาระบายอย่างอ่อน ซึ่งยาออกฤทธิ์ โดยเพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น เพื่อให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้อาจจำเป็นต้องให้ยาระบายนานหลายเดือน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะยาระบายอย่างอ่อนมักทำให้เด็กติดยาและเกิดผลข้างเคียงอันตรายใดๆ แต่ข้อควรระวังคือ ควรหลีกเลี่ยงยาระบายกลุ่ม milk of magnesia ในเด็กที่เป็นโรคไต
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ การใช้ยาสวนทวารอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะเด็กอาจรู้สึกเจ็บและต่อต้าน ซึ่งจะยิ่งทำให้กลัวการอุจจาระและกลั้นอุจจาระมากขึ้น อย่างไรก็ตามการสวนทวารเพื่อขจัดอุจจาระปริมาณมากในลำไส้นั้นมีความจำเป็นในเด็กที่ท้องผูกมานานจนมีอาการอุจจาระเล็ดไม่รู้ตัว ควรผ่านการรักษาโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง
2. ฝึกให้ลูกขับถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเช้า และช่วงเย็น โดยการฝึกให้นั่งถ่ายนานประมาณ 5-10 นาที ทางที่ดีควรฝึกหลังจาการทานอาหารเสร็จ เพราะในช่วงหลังอาหารลำ ไส้ใหญ่จะเกิดการบีบรัดตัวซึ่งช่วยให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น หากไม่มีโอกาสฝึกการขับถ่ายในตอนเช้า คุณพ่อคุณแม่อาจฝึกการขับถ่ายได้ในเวลาหลังอาหารมื้อเย็น
3. รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากในสูงเป็นประจำ ควรให้เด็กได้บริโภคผัก ผลไม้และอาหารที่มีกากใยสูงเป็นประจำ ในปริมาณที่เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัย เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์เ มล็ดถั่ว ลูกพรุน และกล้วย สำหรับน้ำผลไม้บางชนิดมีซอร์บิมอล ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ช่วยในเรื่องการระบายด้วย อย่างไรก็ตามเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนไม่ควรดื่มน้ำผลไม้เด็ดขาด ไม่ว่าจะในปริมาณน้อยเพียงใด เนื่องจากมีความเสี่ยงแพ้อาหารได้ ปริมาณน้ำผลไม้ที่เหมาะกับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป คือ 2-4 ออนซ์ต่อวัน
4. ดื่มน้ำให้มากขึ้น
ลูกท้องผูก บ่อยหรือเป็นครั้งละหลายวันมักเป็นเพราะอึแห้งและแข็ง การดื่มน้ำสามารถทำให้อึนิ่มและถ่ายง่ายข้ึน หากลูกน้อยของคุณอายุอย่างน้อย 6 เดือนคุณสามารถให้น้ำ 2-3 ออนซ์ต่อครั้งเพื่อบรรเทาอาการท้องผูก นอกจากนี้การเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกายเบา ๆ หรือ การนวดท้องเป็นอีกวิธีที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ การย่อยอาหารให้เป็นปกติ ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายในระยะยาวด้วย

ปริมาณกากใยอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
เด็กที่อายุระหว่าง 2 ถึง 19 ปี ควรได้รับประทานกากใยอาหารในปริมาณที่เท่ากับช่วงวัยของเด็ก ด้วยสูตร ปริมาณกากใยอาหาร = อายุลูก + 5 กรัม เช่น ควรให้ลูกของคุณทานไฟเบอร์ให้ได้ปริมาณ 7 กรัม ต่อวัน หากลูกของคุณอายุ 2 ปี (2 บวก 5 กรัม)
การฝึกขับถ่ายให้ลูก
เมื่อถึงวัยเลิกผ้าอ้อม ช่วง 1 ขวบปี คุณแม่ลองชวนลูกเรียนรู้เรื่องการขับถ่ายด้วยตนเองแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มจาการเล่านิทานเกี่ยวกับอึ หรือห้องน้ำเพื่อให้ลูกเรียนรู้สิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาก่อน แล้วค่อยพาลูกไปดูสุขาจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ทำงานอย่างไร อาจเล่าให้ฟังว่าพ่อกับแม่เวลาปวดอึก็ต้องมาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน พร้อมกับสอนให้ลูกรู้จักคำที่ใช้บอกความรู้สึก เช่น ปวดอึ ปวดฉี่ พาเข้าห้องน้ำ เป็นต้น
สำหรับเด็กวัยนี้คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกชับถ่ายด้วยโถอึก่อน โดยให้ลูกมาลองนั่งอึเป็นเวลา เช่นหลังอาหารเช้า และหลังอาหารเย็น ถ้าลูกไม่ปวดอึก็ไม่จำเป็นต้องบังคับ แต่สอนให้ลูกรู้ว่าถ้าปวดอึต้องมาบอกแม่ทันที เป็นต้น ระหว่างนั้นคุณแม่อาจเปิดเพลงคลอระหว่างขับถ่าย เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายก็จะอึได้ง่ายขึ้น
อาการท้องผูกเป็นสิ่งที่ป้องกันได้หากคุณพ่อคุณแม่คอยใส่ใจเรื่องอาหารการกิน และกิจวัตรประจำวันของลูก อย่างที่กล่าวไปในเนื้อหาข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าอาหารมีผลอย่างมากต่อคุณภาพในการขับถ่าย ดังนั้นควรให้ลูกได้กินอาหารที่เหมาะสมในปริมาณที่พอเหมาะ หากคุณกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของลำไส้ของลูกให้ปรึกษาแพทย์ การปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกายง่ายๆ อาจเป็นวิธีที่แก้ไขอาการท้องผูกได้ แต่หากลูกของคุณยังมีอาการท้องผูกแพทย์สามารถแนะนำแผนการที่เหมาะกับบุตรหลานของคุณมากที่สุดต่อไปได้ค่ะนี้
สำหรับเด็กวัยเตาะแตะที่สามารถสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่รู้เรื่อง การสอนให้พวกเขาได้ขับถ่ายตัวเอง และพ่อแม่คอยให้กำลังใจก็เป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการฝึกให้พวกเขามีนิสัยการขับถ่ายที่ดี และเป็นการปลูกฝังให้พวกเขาเกิดทักษะด้าน ความฉลาดต่อการมีสุขภาพที่ดี (HQ)ได้อีกด้วยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : healthychildren.org , nhs.uk , thaipediatrics.org , healthline.com
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ลูกท้องผูก ไม่ถ่าย ทำอย่างไรดี ?
แม่แชร์สูตร! อาบน้ำใบกะเพรา ระเบิดพุง แก้ปัญหาลูกท้องผูก
3 ผลร้าย ของการปล่อยให้! ลูกกินแต่นม เพียงอย่างเดียว
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่