วัคซีนสำหรับแม่ท้อง ฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย

หากบ้านไหนกำลังวางแผนจะมีเจ้าตัวน้อยอยู่ล่ะก็ นอกจากเรื่องเตรียมร่างกายและใจแล้ว อย่าลืมใส่เรื่อง “การฉีดวัคซีน” เข้าไปในแผนด้วยนะคะ เพราะมีวัคซีนสำคัญหลายตัวเลยที่ฉีดได้เฉพาะก่อนท้องเท่านั้น แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เรามีวิธีง่ายๆ มาแนะนำค่ะ

วัคซีนหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่ก่อนท้อง-หลังคลอด ควรฉีดอะไรบ้าง เมื่อไหร่ดี?

“ก่อนท้องต้องฉีด”

วัคซีนสำหรับแม่ท้องมีหลายชนิด ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกและสุขภาพของแม่ แต่ก็มีบางชนิดที่ห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อลูกน้อยได้

สำหรับวัคซีนที่ต้องฉีดก่อนท้อง ได้แก่

  • วัคซีนหัดเยอรมัน
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
  • วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส

โดยอันดับแรก คุณแม่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองก่อนว่า ตัวเองมีภูมิคุ้มกันของโรคเหล่านี้หรือไม่ หากยังไม่มีก็ควรจะฉีด ที่สำคัญคือต้องคุมกำเนิดหลังฉีดอีก 1 เดือนก่อน จึงจะตั้งครรภ์ได้

1. วัคซีนหัดเยอรมัน

  • จำนวน 1 เข็ม
  • หมายเหตุ ควรฉีดก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน

ถ้ามีการติดเชื้อ คุณแม่จะมีอาการคล้ายไข้หวัดและมีผื่นขึ้นร่วมด้วย หากติดเชื้อในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้ลูกน้อยมีความผิดปกติ อวัยวะพิการ เช่น หัวใจ สมอง หู ตา แขนและขา เป็นต้น (วัคซีนหัดเยอรมันนี้จะมีวัคซีนหัดและคางทูมรวมอยู่ด้วยในเข็มเดียวกัน)

2. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

  • จำนวน 3 เข็ม
  • ระยะเวลาการฉีด ฉีดเข็มที่ 1 แล้วอีก 1 เดือนฉีดเข็มที่ 2 จากนั้นอีก 6 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 3
  • หมายเหตุ ควรฉีดก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน

ไวรัสตับอักเสบบีเป็นไวรัสที่ติดจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำลาย น้ำมูก อสุจิ เป็นต้น ซึ่งสามารถติดจากแม่สู่ลูกได้ ลักษณะอาการของโรคจะแตกต่างกันไป บางคนไม่มีอาการจึงเรียกว่าเป็นพาหะ บางคนมีอาการรุนแรง เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย ตับอักเสบ หรือเสียชีวิต นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับในอนาคตอีกด้วย

3. วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส

  • จำนวน 2 เข็ม
  • ระยะเวลาการฉีด ฉีดเข็มที่ 1 แล้วอีก 1 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 2
  • หมายเหตุ ควรฉีดก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน

การติดเชื้อระหว่างการตั้งครรภ์ในช่วง 20 สัปดาห์แรก เป็นสาเหตุทำให้เกิดความพิการของลูกน้อยในครรภ์ เช่น ศีรษะผิดปกติ ตาบอด แขนขาผิดปกติ เป็นต้น

นอกจากวัคซีนทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมานี้ ยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันนิยมฉีดกันมากคือ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (จำนวน 3 เข็ม) ซึ่งควรฉีดก่อนตั้งครรภ์เช่นกัน แต่หากฉีดอยู่แล้วและเกิดการตั้งครรภ์ ก็ควรหยุดฉีดเช่นกัน แล้วค่อยฉีดต่อหลังคลอด

Q&A

Q. หากตอนท้องไม่ได้ฉีดวัคซีนทั้งสามชนิดนี้ จะทำอย่างไรดี

หากคุณแม่ไม่ได้รับวัคซีนเหล่านี้ ต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงและระมัดระวังเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือสถานที่ที่มีเด็กๆ จำนวนมาก เช่น เนิร์สเซอรี่ โรงเรียน เป็นต้น และไม่อยู่ใกล้คนเป็นหวัด หากมีอาการผิดปกติ ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

Q. หากคุณแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกติดได้อย่างไร

หลังคลอดไม่เกิน 12 ชั่วโมง คุณหมอจะฉีดวัคซีนและภูมิต้านทานให้กับลูกน้อย เพื่อช่วยเร่งภูมิ ทำให้ลูกน้อยมีโอกาสติดเชื้อน้อยลง

Q. หากฉีดวัคซีน โดยไม่รู้ว่าตั้งครรภ์แล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่           

จากการศึกษายังไม่พบว่าเป็นอันตรายต่อลูกในท้องจนต้องยุติการตั้งครรภ์ เพียงแต่คุณหมอจะเฝ้าระวังและติดตามอาการเป็นพิเศษ ในกรณีที่คุณแม่ฉีดวัคซีนไปแล้วแต่ยังไม่ครบจำนวนเข็ม และเกิดการตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถมาฉีดต่อหลังคลอดได้โดยไม่ต้องเริ่มฉีดใหม่

keyboard_arrow_up