ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม

เปิดบันทึกสุดเศร้า ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม พรากลูกในท้องจาก ‘ลีแอนน์ ฟู’ ดาราชื่อดังฮ่องกง

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม
ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม

รูปสุดท้ายของครอบครัวกับลูกน้องในท้องที่ไม่มีวันลืมตาดูโลก เรื่องราวแสนเศร้าของดาราสาวชาวฮ่องกง ลีแอนน์ ฟู ที่เธอต้องสูญเสียลูกน้อยไปถึง 2 ครั้งภายใน 1 ปี ซึ่งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้เพราะ ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม โรคประหลาดที่พรากชีวิตลูกน้อยแบบไม่ทันตั้งตัว

ดาราสาวฮ่องกงจำใจเสียลูกครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เพราะ ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ลีแอนน์ฟูภรรยาสาวคนสวยของนักร้องชื่อดัง เจสัน ชาน ต้องยุติการตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้อันเนื่องมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ชื่อว่า เอ็ดเวิร์ดซินโดรม เธอในวัย 35 ปีให้กำเนิดลูกคนแรกเมื่อปี 2561 และใฝ่ฝันว่าจะมีลูกอีกคน จนเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว เธอจำเป็นต้องทำแท้งหลังคุณหมอพบว่าการมีลูกในครั้งนั้นเป็นภาวะท้องนอกมดลูก

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม
เครดิตภาพ: IG Leanne Fu

แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ลีแอนน์ต้องพบเจอกับการสูญเสียอีกครั้ง เมื่อเธอจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์หลังตรวจพบว่าตัวอ่อนเสี่ยงต่อภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม ซึ่งทำให้ลูกในท้องตัวเล็ก มีปัญหาหัวใจบกพร่องจนไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดเกินวันเดียวหลังคลอด

จดหมายถึงลูกน้อยที่ไม่มีวันได้พบหน้ากัน

ลีแอนน์เปิดเผยถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนถึงลูกคนเล็กที่ไม่มีวันได้พบเจอกันว่า

“ถึงลูกน้อยวัย 13 สัปดาห์ แม่พยายามอย่างมากที่จะมีลูกตั้งแต่ปีที่แล้ว และต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนที่แม่เห็นขีดเล็กๆสองขีดบนที่ตรวจครรภ์ แม่รู้สึกซึ้งใจว่าในที่สุดลูกได้กลับเข้าสมาในชีวิตเราอีกครั้ง ถึงแม้แม่จะแพ้ท้องหนักทุกเช้า กินอะไรไม่ได้ แต่แม่ก็ยังอดทนและเฝ้ารอวันทีได้เจอหน้าลูก ทุกคืนแม่ได้แต่ครุ่นคิดว่าถ้าลูกจะหน้าเหมือนพ่อหรือแม่มากกว่ากัน

แต่ตอนอายุครรรภ์ราว 10 สัปดาห์กับอีก 5 วัน แม่ไปตรวจครรภ์ตามปกติ แต่คุณหมอบอกกับแม่ว่าผิวหนังที่หลังคอของลูกหนาผิดปกติ แม่ไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะยังไม่รู้สิ่งที่หมอพูดหมายความว่าอะไร แม่ถามหมอกลับไปว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” หมอตอบเพียงว่าต้องให้แม่ตรวจเลือดดูว่าหลังคอที่ค่อนข้างหนาเป็นสัญญาณของภาวะดาวน์ซินโดรมหรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ”

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม
เครดิตภาพ: IG Leanne Fu

ลีแอนน์ใช้เวลาตลอดสัปดาห์หาข้อมูลและพูดคุยกับคุณแม่ที่มีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม หลังจากลีแอนด์และเจสันปรึกษากันแล้ว พวกเราจะยอมตั้งครรภ์ต่อแม้ผลการตรวจจะบอกว่าลูกเป็นดาวน์ซินโดรมก็ตาม

“เราสามารถดูแลลูกด้วยความรักจากพ่อและแม่ แต่คุณหมอโทรมาแจ้งว่าลูกไม่ได้เป็นดาวน์ซินโดรม แต่กลับมี ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม ขณะที่ในใจครุ่นคิดว่า “ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉัน”  เพราะภาวะดังกล่าวทำให้ตัวอ่อนส่วนใหญ่เสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง และถึงแม้จะพยายามให้มีชีวิตจนคลอดออกมาได้ ก็จะมีชีวิตอยู่เพียง 1 เดือน 1 วัน หรือแค่ 1 นาทีหลังคลอดออกมาเท่านั้น”

ระหว่างวันนั้น ลีแอนน์นัดหมายจะพบหมออีกครั้ง เธอยังหวังว่าจะไม่ต้องยุติการตั้งครรภ์แต่ความหวังนั้นจบลงเมื่อผลอัลตราซาวด์ทำให้เห็นว่า สมองซีกซ้ายและขวารวมกันเป็นก้อนเดียว  มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ไม่มีดั้งจมูก และลำไส้อยู่นอกลำตัว เธอจึงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ทันที

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรมคืออะไร

เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Edward’s Syndrome) เป็นโรคหายากเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 18 ที่มีเกินจากปกติ 1 แท่ง พบได้บ่อยรองจากดาวน์ซินโดรม และเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกในน้องเสียชีวิตในช่วงสัปดาห์ที่ 2 – 3 ของการตั้งครรภ์ หากอาการไม่รุนแรงจะมีชีวิตอยู่ต่อราว 1 ปีหลังคลอด

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม
เครดิตภาพ: pinterest.com

หากต้องการลูกว่าทารกเสี่ยงต่อโรคเอ็ดเวิร์ดซินโดรมหรือไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจเลือดควบคู่ไปกับการอัลตราซาวด์ชนิดพิเศษเช่นเดียวกับการตรวจคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรมและความผิดปกติของโครโมโซมอื่น ๆ โอกาสที่แม่ท้องจะเผชิญกับความผิดปกติดังกล่าวมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับอายุที่มากขึ้นด้วย

ดังนั้นแม่ท้องอายุ 35 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันหรือรักษาโรคเอ็ดเวิร์ดซินโดรมให้หายขาด หากลูกน้อยคลอดออกมาแล้วจำเป็นต้องรักษาในภาวะรุนแรงหลายอย่างทั้ง ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ภาวะอักเสบรุนแรง การหายใจ การมองเห็น ฯลฯ หากแพทย์ตรวจพบว่าการตั้งครรภ์ดังกล่าวมีภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรมมักแนะนำให้ยุติกาตั้งครรภ์โดยเร็ว

รูปครอบครัวที่ของเราก่อน ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม พรากลูกไป

ภาวะเอ็ดเวิร์ดซินโดรม
เครดิตภาพ: IG Leanne Fu

หลังจากคุณหมอแนะนำว่าลีแอนน์ต้องเอาเด็กออกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สิ่งหนึ่งที่ลีแอนน์ตัดสินใจทำเป็นอย่างแรกคือ “ถ่ายรูป” เธอเล่าให้ฟังว่า

“ตอนที่ฉันท้องลูกคนแรก ฉันไม่เคยได้ถ่ายรูปเลย แต่การท้องครั้งนี้ ฉันอยากมีรูปครอบครัวของเราทั้งสี่คน เพราะฉันคิดว่านี่จะเป็นการท้องครั้งสุดท้าย ฉันไม่อยากรู้สึกปลาบปลื้มและผิดหวังอีก น้ำตาของฉันมันแห้งเหือด ส่วนหัวใจของฉันแตกสลายไปหมดแล้ว

เธอกล่าวขอโทษต่อลูกน้อยที่ไม่มีวันได้ลืมตาดูโลก “ฉันขอโทษที่ไม่กล้าหาญพอจะให้ลูกเกิดมา เพราะแม่ไม่อาทนเจอกับลูกแค่ช่วงเวลาสั้นๆ หลังคลอด มีบุญไม่พอที่จะได้เป็นแม่ของลูก ชั้นได้ใช้โชคทั้งหมดในชิวิตเมื่อได้แต่งงานกับพ่อและมีพี่สาวของลูก แม่เสียใจที่ไม่อาจให้กำเนิดลูกได้ แต่แม่หวังว่าลูกจะรู้ว่าพ่อกับแม่รักลูกเสมอ”

แหล่งข้อมูล  www.8days.sg , www.pobbad.com

อ่านบทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ดาวน์ซินโดรม รู้ล่วงหน้า..หยุดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA โรคทางพันธุกรรม ที่ต้องรู้จัก! ก่อนคิดมีลูก

แม่แชร์ประสบการณ์! “ท้องนอกมดลูก” วิธีสังเกต รักษา อย่างละเอียด

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X