อาการหนาวสั่นหลังคลอด

แม่โพสต์เตือน! อย่ามองข้าม “อาการหนาวสั่นหลังคลอด” เสี่ยงเป็นโรคร้ายได้

อาการหนาวสั่นหลังคลอด
อาการหนาวสั่นหลังคลอด

อาการหนาวสั่นหลังคลอดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ คือ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่เป็นผู้หญิง มีสาเหตุอันเนื่องจาก

  • ด้วยท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าของผู้ชายมาก เชื้อโรคบริเวณปากท่อปัสสาวะ จึงเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า รวมไปถึงปากท่อปัสสาวะของผู้หญิงเปิดออกสู่ภายนอกในบริเวณใกล้กับช่องคลอด และทวารหนัก จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งจากช่องคลอด และจากทวารหนักได้
  • ทั้งนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศในช่วงตั้งครรภ์ และช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายในบริเวณปากช่องคลอดและปากท่อปัสสาวะจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว แบคทีเรียประจำถิ่น (Normal flora) ที่อยู่ในบริเวณนั้นจึงเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น
  • สำหรับคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งตัวครรภ์จะก่อการกดเบียดทับอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะกระเพาะปัสสาวะ จึงก่อให้เกิดทางเดินปัสสาวะอุดกั้นได้ง่าย ปัสสาวะจึงแช่ค้างในกระเพาะปัสสาวะ เชื้อโรคจึงเจริญได้ดี จึงเพิ่มเชื้อโรคในปัสสาวะ ก่อให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่ายขึ้น

อาการจากการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อย คือ

ปัสสาวะบ่อย ครั้งละน้อยๆ ปวดแสบเวลาปัสสาวะ โดยเฉพาะเมื่อสิ้นสุดปัสสาวะ และมักตื่นปัสสาวะกลางคืนบ่อยกว่าปกติ

  • อาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรง หรือเหม็น ผิดปกติ และอาจมีปัสสาวะเป็นเลือด
  • ปวดท้องน้อย/อุ้งเชิงกราน

อาการจากติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอื่นๆที่อาจพบได้ คือ

  • อาจมีไข้ต่ำๆ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ทั่วตัว อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ และ/หรืออุ้งเชิงกรานเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • มีหนอง หรือ สารคัดหลั่งบริเวณอวัยวะเพศ ปากช่องคลอด และ/หรือปากท่อปัสสาวะ

อาการจากติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะตอนบนที่นอกเหนือจากที่กล่าวแล้ว คือ

  • มีไข้ มักเป็นไข้สูง  หนาวสั่น
  • ปวดเอวทั้งสองข้าง

อาการหนาวสั่นหลังคลอด

การดูแลตัวเองและการพบแพทย์เมื่อมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ

  • เมื่อมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ เพราะการรักษาจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องทั้งชนิดของยา ปริมาณยา (Dose) และระยะเวลาที่ได้รับยา เพื่อลดโอกาสเกิดโรคย้อนกลับเป็นซ้ำจากการรักษาที่ไม่เหมาะสม และเชื้อดื้อยา ดังนั้นจึงเป็นโรคที่ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองให้โรคหายได้
  • เมื่อพบแพทย์แล้ว ควรปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลแนะนำ
  • กินยาต่างๆให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่หยุดยาเอง ถึงแม้อาการจะดีขึ้น/หายแล้วก็ตาม
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าเดิม อย่างน้อยวันละ 8-10แก้ว เมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม
  • ไม่กลั้นปัสสาวะนาน
  • และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าโรคจะหายแล้ว

อ่านต่อ >> อาการหนาวสั่นหลังคลอด เป็นอย่างไร?” คลิกหน้า 3


ขอบคุณข้อมูลจาก : haamor.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up