เรียนออนไลน์

เรียนออนไลน์ เตรียมตัวอย่างไรได้ผลดี ลูกแฮปปี้ ไม่เครียดเกินไป

เรียนออนไลน์
เรียนออนไลน์

เรียนออนไลน์ เริ่มแล้ววันนี้ !! สำหรับการเรียนทางไกลของเด็กชั้นอนุบาล 1 – ม. 6 ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งช่องทีวีดิจิตอล เว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นของ DLTV ท่ามกลางความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ว่า การเรียนที่บ้านจะมีประสิทธิภาพเท่ากับที่ไปโรงเรียนหรือไม่ แล้วถ้าต้องเรียนผ่านหน้าจอทั้งวัน ลูกจะติดจอและขัดขวางพัฒนการด้านอื่นๆ หรือเปล่า

เพื่อไขข้องใจและเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยสามารถ เรียนออนไลน์ ได้อย่างมีความสุข และเหมาะสมกับวัย  Amarin Baby & Kids จึงขอนำคำแนะนำดีๆจาก คุณหมอดวงรัตน์  วังเกล็ดแก้ว หรือหมอปุ๊ก เจ้าของเพจ “หมอดวงรัตน์ Doctor For Kids”  มาฝากกันค่ะ

เรียนออนไลน์
คุณหมอดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษา ศูนย์เด็กพิเศษ รพ.สมิติเวชศรีนครินทร์

4 ข้อคิดเมื่อลูกต้อง เรียนออนไลน์ 

ช่วงนี้ มีคุณพ่อคุณแม่ถามหมอเข้ามาเยอะเลยค่ะว่าจะช่วยให้ลูกเรียนหนังสือออนไลน์จากที่บ้านยังไงดี บรรยากาศที่บ้านก็ไม่เหมือนกับที่โรงเรียน เด็กๆมัวแต่ติดเล่นเกมทั้งออนไลน์และออฟไลน์แทนที่จะตั้งใจเรียน อยู่บ้านนานเข้า เด็กๆก็ติดสบาย นอนดึก ตื่นสาย หมอมีคำแนะนำ 4 ขัอ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ลองอ่านกันนะคะ

ข้อแรก คุยกับลูกให้เข้าใจ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ต้องทำด้วยคำพูดสั้น ง่าย

เช่น “ตอนนี้มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด ถ้าเราออกไปข้างนอก ไปอยู่รวมกับคนอื่น เราจะติดเชื้อได้ เราเลยอยู่บ้านตามคำแนะนำของหมอ แต่นี่ไม่ใช่วันหยุดพักผ่อนนะลูก พ่อแม่ก็ยังต้องทำงาน และลูกยังต้องเรียนหนังสือตามปกติ เพียงแต่พวกเราจะทำสิ่งเหล่านี้จากที่บ้านกันจ้ะ”

ข้อสอง จัดสถานที่ และจัดอุปกรณ์การ เรียนออนไลน์ ในบ้านให้ลูก

หามุมที่เหมาะสมในการเรียนออนไลน์ให้ลูก มีบรรยากาศที่สงบ ไม่มีสิ่งเร้ามารบกวนให้วอกแวกออกนอกบทเรียน พร้อมกับจัดหาอุปกรณ์ที่รองรับการเรียนออนไลน์ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต มือถือ จัดหาโต๊ะ เก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดร่างกายลูก ลองให้ลูกทดลองนั่งเรียนแล้วก็ช่วยปรับให้เหมาะสมตามการใช้งาน

เรียนออนไลน์

ข้อสาม จัดทำตารางเวลาประจำวันของลูกและของพ่อแม่ไปพร้อมๆกัน

1.พูดคุยบอกลูกให้เข้าใจและยอมรับว่าจะทำตามตารางนี้ และติดตารางเวลาตรงบริเวณที่เด็กเห็นได้ง่าย เพราะนี่เป็นการช่วยจัดระเบียบเวลาและจัดลำดับความสำคัญทั้งการเรียนและกิจวัตรประจำวันให้ลูก เด็กจะได้ไม่หลงลืมว่าเวลาไหน ควรทำอะไร

2.จัดเวลาของคุณพ่อคุณแม่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆของลูกด้วย

หากลูกโตพอที่จะเรียนออนไลน์ได้เอง คุณพ่อคุณแม่อาจจัดเวลาทำงานให้ตรงกับเวลาเรียนของลูก เพื่อมีเวลาว่างตรงกันในการทำสิ่งต่างๆ เช่น การทานอาหาร การทำงานบ้าน การนั่งเล่นพูดคุย ร่วมกันได้

แต่หากลูกยังเล็กและต้องการการช่วยเหลือในการ เรียนออนไลน์ พ่อแม่ควรจัดเวลามานั่งประกบการเรียนของลูกด้วย ส่วนนี้พ่อแม่สามารถพิจารณาตามความเหมาะสมตามวัยและลักษณะการเรียนรู้ของลูก
ซึ่งเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน พ่อแม่เป็นคนที่รู้จักธรรมชาติวิธีการเรียนรู้ของลูกดีที่สุด สามารถปรับไปตามความจำเป็นของลูกได้

ทั้งนี้ “อย่าเคร่งครัดให้ลูกนั่งเรียนหนังสือออนไลน์อย่างเดียว สมองจะเหนื่อยล้ามากเกินไป” ควรมองหากิจกรรมเพลิดเพลินอื่นๆให้ทำด้วย โดยเฉพาะการออกกำลังกายในบ้าน จะช่วยให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อและมีร่างกายแข็งแรง

เรียนออนไลน์

ข้อสี่ ดูแลติดตามให้ลูกเรียนออนไลน์ไปได้อย่างที่ควรจะเป็น

1.ในแต่ละวัน หาเวลาช่วงเย็นประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อเช็คดูว่าลูกทำงานส่งครูได้ตามกำหนดหรือไม่ ตามทันสิ่งที่ครูสอนดหรือเปล่า หรือมีปัญหาติดขัดอะไรที่ต้องการให้ช่วยหรือไม่

ระลึกไว้เสมอว่า“ช่วงเวลานี้ไม่ควรเป็นเวลาที่จะมาจับผิดลูก แต่ควรเป็นเวลาที่เราจะรับฟัง” ให้คำแนะนำ รวมถึงพูดชมเชยในความตั้งใจเรียนของลูก

2.ลองจินตนาการว่าถ้าเรามีหัวหน้างาน แล้วได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้ไปศึกษาและทำงานชิ้นหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ และทุกเย็นจะเป็นช่วงเวลาที่หัวหน้าจะมาติดตามงาน เราในฐานะลูกน้องต้องการให้หัวหน้าปฏิบัติต่อเราในช่วงติดตามงานนี้อย่างไรบ้าง

ถ้าถามหมอ

หมอก็อยากให้หัวหน้ารับฟัง รวมถึงพูดชมเชยอย่างจริงใจหากหมอทำงานได้ตามกำหนด แต่หากเรามีปัญหาติดขัดบางอย่าง ก็ต้องการให้หัวหน้าเข้าใจ มีพูดให้กำลังใจบ้าง เราก็จะสบายใจ มีแรงทำงานต่อ ความรู้สึกของเด็กก็ไม่ต่างกันนะคะ

ในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกก็มีส่วนคล้ายกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง คล้ายตรงที่ “หัวหน้า/พ่อแม่ – มีอำนาจเหนือกว่า”   “ลูกน้อง/ลูก – มีอำนาจน้อยกว่า” ในการเรียนหรือการทำงานต่างๆตามที่พ่อแม่บอก ลูกก็ย่อมต้องการกำลังใจ คำชี้แนะ คำชมเชย การยอมรับคุณค่าในตัวลูกอย่างจริงใจจากพ่อแม่

เรียนออนไลน์

ตาราง เรียนออนไลน์ และกิจวัตรประจำวันสำหรับเด็ก

นอกจากนี้ คุณหมอปุ๊กหมอยังมีตัวอย่าง #ตารางเวลาในการเรียนและการทำกิจวัตรประจำวัน มาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้กับลูกๆที่บ้านช่วงต้องเรียนออนไลน์กันนะคะ

8.00-9.00 น. ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว กินอาหารเช้า

9.00-10.00 น ช่วยกันทำงานบ้าน เก็บล้างจาน ซักเสื้อผ้าฯลฯ

10.00-12.00 น เวลาเรียนหนังสือออนไลน์

12.00-13.30 น กินอาหารกลางวัน ช่วยเก็บล้างจาน พักผ่อนอิสระ

13.30-15.30 น เรียนหนังสืออนไลน์

15.30-17.00 น ทำงานบ้านหรือกิจกรรมอื่นๆตามความสนใจ เช่น ทำความสะอาดบ้าน เก็บผ้า ออกกำลังกาย เล่นกีฬาที่ชอบ อ่านหนังสือ วาดรูป เล่นของเล่น เล่นดนตรี ฟังเพลง ทำขนม ปลูกต้นไม้ คุยเล่นกับเพื่อน ฯลฯ

17.00-18.00 น พ่อแม่ติดตามดูความก้าวหน้าในการเรียน ช่วยลูกทบทวนบทเรียนออนไลน์

18.00-19.00 น กินอาหารเย็น ช่วยกันเก็บล้าง

19.00-20.00 น อาบน้ำ

20.00-22.00 กิจกรรมผ่อนคลายอิสระและเตรียมตัวเข้านอน

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างของตารางกิจกรรมในหนึ่งวัน คุณพ่อคุณแม่เอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสมนะคะ สิ่งสำคัญคือ ทำใจให้สบาย ไม่ต้องเคร่งเครียดกับการทำให้ถูกต้องหรือมองหาความสมบูรณ์แบบมากนักนะคะ เราควรมีความยืดหยุ่น รู้จักปรับตัวไปในสถานการณ์แบบนี้

ด้วยความปรารถนาดีจาก
#หมอดวงรัตน์DoctorForKids

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับคำแนะนำดีๆจากคุณหมอ เชื่อว่าคงช่วยคลายความกังวล และพอจะเป็นไกด์ให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และลูกน้อยสามารถเตรียมความพร้อม และปรับตัวให้เข้ากับ “วิธีการเรียนแบบใหม่” ได้อย่างเหมาะสม และมีความสุขกันทั้งครอบครัว

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

ลูกไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ เพราะ พ่อแม่พูดแบบนี้

ปรับนโยบายการศึกษา ช่วงโควิด 19

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up