ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a กับ b

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ a กับ b ต่างกันอย่างไร ?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a กับ b
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a กับ b

ไข้หวัดใหญ่ รักษาอย่างไร?

 

สำหรับการรักษาไข้หวัดใหญ่นั้น จะเป็นการรักษาแบบประคับประคองอาการโดยให้ยารับประทาน ยกตัวอย่างเช่น ปวดศีรษะก็ให้ทานยาแก้ปวด มีไข้ก็ทานยาลดไข้ มีน้ำมูกก็ทานยาลดน้ำมูก เป็นต้น

แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเสี่ยงก็จะมีการใช้ยาเพื่อต้านเชื้อไวรัส โดยยาที่แพทย์ใช้ก็ได้แก่ ยาอะแมนตาดีน (Amantadine) และยาไรแมนตาดีน (rimantadine) นอกจากนี้ยังมียาซานามิเวียร์ (Zanamivir) และโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เป็นต้น โดยการใช้ยาต้านไวรัสนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ช่วยป้องกันได้จริงหรือไม่?

ในปัจจุบันวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ การฉีดยาป้องกันปีละ 1 ครั้ง แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า วิธีนี้ไม่อาจป้องกันโรคดังกล่าวได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากวัคซีนที่นำมาใช้ในแต่ละปีนั้น เกิดจากการคาดการณ์ว่า สายพันธุ์ใดจะแพร่ระบาด จากนั้นก็จะทำการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสสายพันธุ์นั้น ทำให้วิธีดังกล่าวไม่สามารถป้องกันไวรัสตัวใหม่ที่เกิดขึ้นได้

ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ดูแลสุขภาพของลูกและตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสถานที่ที่อาจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ ๆ แออัดและมีคนอยู่เยอะ  หมั่นล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสใบหน้าหรือหยิบอะไรเข้าปากด้วยนะคะ

วิธีการดูแลเมื่อลูกป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ คลิก!

keyboard_arrow_up