สอนลูกเข้าใจแพ้…ไม่ใช่เรื่องใหญ่

พอใกล้จะจบเกมและคุณก็เตรียมจะอ่อนข้อให้อยู่แล้ว เจ้าลูกน้อยกลับปล่อยโฮออกมาดื้อๆ เสียก่อน  เนื่องจากตระหนักว่าตัวเองกำลังจะแพ้  คุณเลยกลุ้มใจ สงสัยว่าเขาจะเป็นคนประเภท ขี้แพ้ชวนตีŽ อย่างนี้ไปตลอดหรือเปล่า

 
เรื่องจริงก็คือ  เป็นธรรมดาของเด็กวัยยังไม่ถึง 7 ขวบ  ซึ่งวิสัยทัศน์เรื่องการแพ้ชนะนั้นยังคับแคบอยู่มาก  ด้วยความอ่อนวัย เขารับรู้เพียงว่าการชนะเป็นเรื่องดี  ส่วนการแพ้นั้นไม่ดี  เป็นเรื่องไม่ถูกไม่ควร  ฉะนั้นเขาจึงยอมเป็นผู้แพ้ไม่ได้ (ถึงแม้จะเป็นไปแล้วก็ตาม) เวลาเล่นเกมกระดานหรือการ์ดเกม  คุณคงต้องพยายามออมฝีมือให้ลูกได้ชนะบ้าง  หรือไม่ก็หาเกมคอมพิวเตอร์หรือเกมเสริมทักษะอื่นๆ ที่สามารถเล่นอยู่ในทีมเดียวกันหรือช่วยกันเล่นได้ก็จะดีกว่า

 
ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะไปร้องไห้โวยวายขณะที่เล่นแข่งขันกับเพื่อน โดยธรรมชาติแล้ว  ระหว่างที่อยู่กับเพื่อน  เด็กจะระมัดระวังกิริยาอาการมากกว่าเวลาอยู่กับคุณอยู่แล้ว  ที่ต้องทำคือคอยสอนว่าเขาต้องทำตามกฎกติกาถ้าอยากให้เพื่อนเคารพกฎเหมือนกัน  ถ้ารู้สึกว่าลูกจะจริงจังกับความพ่ายแพ้มากเกินไปแล้ว  ค่อยๆ อธิบายให้เขาเข้าใจว่า ทุกๆ คน  ไม่ว่าใครก็ตาม  ต้องแพ้บ้างชนะบ้างสลับกันเป็นเรื่องธรรมดา  สิ่งที่สำคัญกว่าความพ่ายแพ้คือความสนุกสนานที่ได้จากการเล่นต่างหาก

 
แพ้อย่างสวยงาม ให้ลูกเข้าใจว่าการที่เขาได้พยายามเล่นอย่างดีที่สุดนั้นสำคัญกว่าการแพ้ชนะ  ขณะเล่นเกมใดๆ กับลูกให้คอยบอกเขาว่า  ลูกนับเลขได้เก่งจริงๆŽ หรือ วิธีเดินหมากของลูกพัฒนาขึ้นมากŽ  เมื่อคุณ(ทำเป็น) แพ้ในบางเกม  ให้เป็นตัวอย่างผู้แพ้ที่ดี  แสดงออกถึงอารมณ์ที่แจ่มใส  บอกกับลูกว่าคุณมีความสุขและสนุกมากแค่ไหนที่ได้เล่นกับเขา  แน่นอน  ต้องมีบ้างที่เขาแพ้อีกแม้ว่าคุณจะออมฝีมือแล้วก็ตาม  ไม่ผิดที่จะปลอบโยนลูก  เมื่อปลอบจนน้ำตาแห้งแล้ว ก็ชวนกันไปหากิจกรรมสนุกๆ อย่างอื่นทำด้วยกันต่อไป  เดี๋ยวลูกก็จะลืมเรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาไปเอง

 

 

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up