เรียนแบบไหน? ส่งเสริมให้ลูกน้อยเก่งรอบด้าน

สมองส่วนหน้า (EF) คือส่วนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ลูกน้อยประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะส่งผลต่อการเรียน การควบคุมจิตใจให้จดจ่อ ไม่ยอมแพ้ สามารถควบคุมอารมณ์ และความคิด คุณพ่อ คุณแม่สามารถช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้าของลูกน้อย ด้วยการเลือกให้ลูกเรียนหลักสูตรเหล่านี้

4 กิจกรรม ช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้าให้ลูกน้อย

การส่งเสริมการเรียนรู้ที่ทำให้ลูกน้อยได้คิด มีส่วนร่วมและลงมือทำด้วยตัวเอง เช่น การอ่านนิทาน การเล่นกีฬา การเล่นดนตรี การทำงานศิลปะ การเล่นเกมที่ต้องเล่นร่วมกับคนอื่น หรือเกมประเภทลับสมอง หรือไขปริศนา จะช่วย “พัฒนาสมองส่วนหน้า” ให้ลูกน้อยได้คิด แก้ปัญหา

วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กมีน้ำใจ รู้จักให้ และเสียสละ

คุณพ่อ คุณแม่หลายคนอยาก เลี้ยงลูกให้เป็นคนมีน้ำใจ โดยพื้นฐานแล้ว เด็กทั่วไปมักเผลอแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะนั่นคือสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ แต่เราสามารถฝึกฝนให้ลูกน้อยเป็นเด็กมีน้ำใจได้ง่ายๆ แค่นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น

“เล่นสมมติ” ดีต่อลูกเล็กครบทั้งกาย ใจ สมอง แถมสนุกไม่ธรรมดา!

นอกจากมโนภาพที่เด็ก ๆ มีในสมองแล้ว ข้าวของต่าง ๆ ที่ดูไม่น่าจะทำอะไรได้แต่สมองน้อย ๆ ของเด็ก ๆ กลับสั่งการว่าใช้ได้นั้น…นับเป็นอุปกรณ์วิเศษที่ทำให้เด็กน้อยทั้งหลายได้สมมุติบทบาทตนเองขึ้น พร้อมสนุกไปกับโลกจินตนาการ ที่จำเป็นต้องพูดถึงการเล่นบทบาทสมมุติโดยเฉพาะ ก็เพราะการเล่นบทบาทสมมุติเป็นการเล่นอย่างอิสระ (Free Play) ที่ให้สิ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกจริงของเด็ก ๆ ในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง!?? เล่นสมมุติ/บทบาทสมมุติ คืออะไร การเล่นสมมุติ/บทบาทสมมุติคือการเล่นที่ประกอบด้วยทักษะสามอย่าง ได้แก่ การนำวัตถุสิ่งของหนึ่งมาเล่นเป็นอย่างอื่น เช่น เอาดอกไม้ ใบไม้มาเล่นทำเป็นผัก การสมมุติ หรือจำลองให้วัตถุสิ่งของนั้น ๆ มีคุณสมบัติ หรือคุณลักษณะที่ต่างไปจากที่เป็นอยู่ เช่น สมมุติให้ตุ๊กตากำลังนอนหลับอยู่ หรือสมมุติให้น้องหมีเป็นคนไข้ จินตนาการอ้างอิงถึงวัตถุสิ่งของหรือสถานที่ เช่น ลากแบ่งสมมุติอาณาเขตว่าตรงนี้เป็นประตูบ้าน หรือทำเป็นหยิบเงินซื้อของ อ่านต่อ “การเล่นสมมุติ เล่นอย่างไร?” หน้า 2

6 เคล็ดลับทำง่าย สร้างเสริมสมองลูกเล็กฉลาดอย่างได้ผล

เสริมพัฒนาการ ต้องทำให้ลูกตั้งแต่เล็ก วัยกำลังวิ่งไม่หยุดนี่แหละที่เป็นช่วงเวลาทองในการสอนลูกให้ฉลาด มาเพิ่มพูนประสบการณ์และความรอบรู้ให้ลูกกันเถอะ

5 เทคนิครับมือเหตุไม่คาดฝัน! เมื่อพาลูกเตาะแตะเที่ยวนอกบ้าน

ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ พาลูกไปเที่ยวทีไรต้องมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวได้ไม่เว้น เรามีเทคนิครับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าระหว่างท่องเที่ยวมาให้แล้ว

ฝึกลูกให้คิดเป็น ด้วยเทคนิค ตามใจลูกอย่างถูกวิธี

ถ้าอยากให้ลูก “คิดเป็น” รู้ว่าแต่ละวันเขาต้องทำอะไร เมื่อไหร่ วางแผนชีวิตได้ เริ่มฝึกให้ลูกได้ตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยหลักวินัยเชิงบวก ตามใจ และไม่ขัดใจลูก

เล่นกับลูก ช่วยให้ทารกเรียนรู้ พ่อแม่ไม่ต้องเก่งก็ทำได้!

เป็นพ่อแม่มือใหม่ค่ะ ลูกอายุได้ 4-5 เดือน เราตกลงกันให้แม่เลี้ยงลูกเป็นหลัก ปัญหาคือ เวลาอยู่กับลูกเล็กๆ ทั้งวัน ไม่รู้จะทำอะไรกับลูกค่ะ มีแต่คุยด้วยและอุ้มไปเดินเล่นแถวบ้านบ้าง เด็กทารกอยู่แต่ในบ้านจะดีกับเขาหรือเปล่าคะ อยากมีส่วนช่วยให้ลูกเรียนรู้ เด็กเล็กขนาดนี้เขาจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง

อยากให้ลูกฉลาด ต้องให้ลูก “เล่น”!

การเล่นจะช่วยพัฒนาทักษะที่สำคัญสำหรับเด็กๆ ที่บางอย่างก็ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน ฉะนั้น อยากให้ลูกฉลาด โปรดให้ลูกได้เล่น เพราะเด็กๆ เรียนรู้ได้ทุกที่

ภัยจากทีวี อย่าปล่อยให้ลูกน้อยเป็นเด็กสมาธิสั้น และออทิสติก

เด็กกับผู้ใหญ่ มีความแตกต่างเรื่องบุคลิกภาพ ผู้ใหญ่มักจะดูนิ่งกว่าเด็ก มีความคิด และนิสัยที่ชัดเจน สามารถแยกแยะความถูกผิดได้ในระดับหนึ่ง ส่วนแด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ความคิดอยู่ทุกวัน การที่ให้ลูกดูทีวีนานๆ อาจนำ ภัยจากทีวี มาฆ่าสมองลูกน้อยได้โดยไม่รู้ตัว นพ. กิจจา ฤดีขจร กล่าวว่า อาการของโรคสมาธิสั้น และออทิสติก ในเด็กเกิดจากปัจจัยของการพัฒนาสมอง และบุคลิกภาพของเด็กเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับ 2 อย่าง คือ ปัจจัยภายใน มีผลมาจากพันธุกรรม และปัจจัยภายนอก มาจากการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม ครอบครัว สังคม เพื่อน และโรงเรียน ในประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น และออทิสติกอยู่ประมาณ 5-10% ซึ่งมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ การเลี้ยงดู 30-40% การดูโทรทัศน์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น แสดงผลเร็ว ชัดเจน และรุนแรงมากขึ้น โทรทัศน์เป็นตัวกระตุ้นให้แสดงอาการของโรคสมาธิสั้น เพียงงดไม่ให้ลูกน้อยดูทีวี อาการที่อยู่ไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิ หุนหันพลันแล่น ก็จะดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน และหายไปในที่สุด โดยไม่ต้องใช้การรักษาอย่างอื่นร่วมด้วย ส่วนโรคออทิสติก […]

“ลูกควบคุมตัวเอง” ได้ ต้องฝึกให้สมองได้ “คิด”

การที่ “ลูกจะควบคุมตัวเอง” ได้ หากทำตั้งแต่เล็กจะได้ผลดีเยี่ยมแน่นอน มาดูกันว่าต้องฝึกสมองลูกอย่างไร ลูกจึงจะควบคุมตัวเอง-รับผิดชอบ-มีวินัยได้!

“ปลูกฝังลูกให้อดทน” ควรทำให้เป็นวิถีชีวิต เริ่มได้ตั้งแต่ทารก

การ “ปลูกฝังให้ลูกอดทน” เป็นวิธีที่จะทำให้ลูกเจนอัลฟ่าอยู่รอดได้อย่างมีความสุขในโลกที่สับสนวุ่นวายใบนี้ เริ่มทำได้ตั้งแต่ลูกยังเป็นทารกเลยเชียวค่ะ

เลี้ยงลูกให้อดทน-แกร่ง-อึด สร้างสุดยอดเด็กเก่งในยุคดิจิทัล

ทำอย่างไร? ให้ลูกเก่ง แกร่ง มีทักษะรู้คิด และจิตสำนึกที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม “วันนี้เด็กเก่งอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบของสุดยอดเด็กอีกต่อไป คำตอบที่ถูกต้องของสุดยอดเด็ก คือ เด็กต้องแกร่ง รู้เท่าทัน เป็นคนดีที่เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในสังคม และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข ดังนั้นสังคมไทยจึงต้องการเด็กที่มีพลังอึดอดทน รู้เท่าทัน มีทักษะรู้คิด และมีจิตสำนึกที่ดี เป็นเด็กดีที่อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข”  คุณหมอสุริยเดว ทรีปาตี  ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวกล่าวเปิดประเด็น  เพื่อชี้ถึงคุณสมบัติของสุดยอดเด็กไทยในยุคดิจิทัลที่ควรจะต้องมี ทั้งความเก่ง แกร่ง มีทักษะรู้คิด และจิตสำนึกที่ดี เพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่สร้างลูกให้มีคุณภาพครบถ้วน รู้เท่าทันเทคโนโลยี  เพื่อให้พ่อแม่ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีและพลังอึดอดทนให้กับลูกน้อยทุกคนค่ะ เทคโนโลยีช่วยลูกสบายในวันนี้ แต่จะลำบากในวันหน้า “คนเก่งแต่เห็นแก่ตัวมีเยอะ จบด็อกเตอร์แต่ไม่คิดจะทำประโยชน์ให้ส่วนรวมก็มีเยอะ เราไม่ได้ต้องการแบบนั้น หมอเชื่อว่าสังคมไทยก็ไม่ต้องการแบบนั้น” การเป็นสุดยอดเด็ก ต้องรู้จักในการเอาชนะกับปัญหาและอุปสรรค มีความพร้อมที่จะเผชิญกับความยากลำบากขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเลี้ยงลูกในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี หากเด็กไม่ได้มีทักษะการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ไม่เคยเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ  การทำให้ลูกเป็นสุดยอดเด็กก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้  เพราะเทคโนโลยีส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบจิตสำนึก ไม่มีพื้นที่ฝึกความแข็งแกร่งให้ลูก สมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยี  วิถีชีวิตของผู้คนจะต้องผ่านความยากลำบากขั้นพื้นฐาน  เพราะไม่มีรีโมตคอนโทรล  ไม่มีเครดิตการ์ด  ไม่มีไลน์หรือเฟซบุ๊คที่ให้เราติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศได้ในพริบตา  วิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนั้นคือวิถีแห่งความอดทน  รู้จักอดกลั้น  รู้จักรอคอย  จึงมีพลังอึดเยอะ  แต่เด็กในทุกวันนี้ถูกเลี้ยงอย่างสะดวกสบาย  พลังเหล่านี้จึงหายหมด  […]

เคล็ดลับพัฒนาสมอง ด้วยการกอด กิน เล่น อ่าน

คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ได้เขียนหนังสือชื่อ “ป่วยทางจิตผิดตรงไหน” ในบทที่ชื่อ “ลูกเราไอคิวต่ำ” คุณหมอแนะนำ เคล็ดลับพัฒนาสมองลูกน้อย โดยเขียนเอาไว้ว่า

ลูกเราควรไปโรงเรียนตอนอายุเท่าไหร่?

มีคำถามเสมอว่าควรส่งลูก “เข้าโรงเรียน” เมื่อไร น่าจะถามใหม่ว่า ควรส่งลูกไปจากเราเมื่อไร? คำตอบที่ตรงไปตรงมาและไม่เกรงใจกระแสสังคมคืออย่างเร็วที่สุดก็ 6 ขวบ

เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี อารมณ์ดี และมีความสุข เพียง 4 ข้อ

เด็กๆ ทุกคนต้องการความรักและการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ จนกว่าจะเติบโตและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ไม่ดูแลลูก ก็คงเป็นเรื่องยากที่ลูกจะอยู่รอดปลอดภัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ พ่อแม่ไม่ควรทอดทิ้งลูก การ เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี และอารมณ์ดี ก็เป็นสิ่งสำคัญ

พูดกันดีๆ สร้างลูก EQ ดี เพื่อชีวิตเป็นสุขและพบความสำเร็จในแบบตัวเอง

คนมีทักษะสื่อสารดี จะเป็นพื้นฐานให้พัฒนาทักษะอื่นๆ เช่น ทักษะการเรียนรู้ คือคิดเป็น ตั้งคำถามได้ ถ่ายทอดได้ มีทักษะชีวิตคือรู้จักจัดการอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่นได้ ลูกจึงพึ่งพาตัวเองและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างที่พ่อแม่ไม่ต้องกังวล

ฝึก “วินัย” ลูก ให้ความสามารถนำทางชีวิตด้วยตัวเอง

ทำไมพ่อแม่จึงต้องฝึกวินัยให้ลูก? เพราะวินัยเป็นพื้นฐานของการทำอะไรได้สำเร็จอย่างที่คิดหวัง วินัยสร้างไม่ได้ชั่วข้ามคืน ต้องฝึกฝน ทำซ้ำๆ จนเป็นนิสัย

keyboard_arrow_up
X