รับมือศิลปะบนพื้น + ผนัง

จนตอนนี้ผนังสีฟ้าในห้องนอนมีลายหลุมอวกาศสีแดงแจ๋เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณฟุตครึ่งกระจายตัวเป็นหย่อมๆ

 

 

 
เพราะในสายตาของสาวน้อย เธอไม่รู้หรอกว่าตัวเองใช้งานผิดประเภทไปนิด การยึดสีก็ไม่ใช่ทางแก้ ในเมื่อศิลปะควรได้รับการส่งเสริมมากกว่าสกัดกั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมให้ศิลปินน้อยแปลงโฉมบ้านโดยไม่ได้รับการอนุมัติถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจว่า“ห้ามวาดบนผนัง” ไม่ใช่ห้ามทำงานศิลปะ

 

 

 
อย่าด่วน “ปี๊ดแตก” เมื่อเห็นมือน้อยๆลากปลายดินสอสีบนผนังสวยสะอาดถึงจะปวดใจแปลบๆ ก็ขอให้นับ 1 – 10 ในใจก่อน อย่าลืมว่าลูกอยากเห็นความภาคภูมิใจของคุณมากที่สุด การใช้ไม้แข็งจะเป็นการลดทอนความมั่นใจและความตั้งอกตั้งใจในการริเริ่มงานศิลปะ แต่ถ้าชื่นชม เขาก็จะยิ่งทำต่อไป แทนที่จะพูดว่า “ตายแล้ว! ลูกทำอะไรน่ะ กำแพงเละหมดแล้ว” ให้เลือกคำพูดอย่าง “รูปนี้สวยมากๆ เลย แต่หนูไม่ควรวาดบนกำแพงนะจ๊ะลูก” ดีกว่านะ

 

 

 
อย่าหวงกระดาษ ในวัยที่ความคิดสร้างสรรค์และสีสันในหัวใจมีอยู่อย่างท่วมท้น ให้ซื้อกระดาษม้วนใหญ่ที่ปูพื้นให้ลูกนั่งได้โดยที่ดินสอสีก็ไม่ต้องกระจายอยู่บนพื้น และลูกก็ไม่ต้องเข้าใกล้ผนังพอวาดเต็มแล้วก็ดึงกระดาษออกมาเปลี่ยนได้ เด็กๆ จะชอบมากและให้ยึดกระดาษไว้กับพื้นด้วยสกอตเทปเพื่อความถนัดของลูกอย่าพร่ำห้ามเรื่องการเขียนบนผนัง เพียงคอยจับตาไม่ให้เขาเข้าใกล้มันอีกก็พอ และในแต่ละวันให้ลูกมีโอกาสได้วาดรูปเวลาที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ ลูกวัยนี้ ถ้าไม่แน่ใจ เมื่อคุณไม่อยู่ก็เก็บสีเทียนให้ไกลหูไกลตาไว้ก่อนจะดีกว่า

 

 

 
เพื่อความแน่ใจ ให้ย้ำความเข้าใจว่าผนังไม่ใช่ผืนผ้าใบ โดยให้ลูกช่วยเช็ดผลงานที่ผนังให้หมดจดด้วยผ้าบิดหมาดๆ และเมื่อศิลปินน้อยวาดรูปบนกระดาษเสร็จแล้ว ก็แสดงให้เขารู้ว่าคุณภูมิใจโดยเอารูปวาดของเขามาติดโชว์บนผนัง ประตูตู้เย็น ฯลฯ

 

 

 
นี่แหละ วิธีรักษาหัวใจศิลปะดวงน้อยๆ ทั้งยังส่งเสริมให้ลูกแสดงผลงานอย่างถูกที่ถูกทางต่อไปด้วย

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up