สอนลูกให้พูด “ความจริง “

นอกจากนี้จินตนาการและนิสัยชอบสวมบทบาทซึ่งครอบงำจิตใจของเด็กๆ ยังมีส่วนชักจูงความคิดของพ่อหนูแม่หนู จนในสายตาของพวกเขา สิ่งต่างๆที่คิดฝันดูจะกลายเป็นเรื่องจริงไปเสียหมด

 
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าหากว่า ลูกสาวตัวน้อยจะปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำว่าหนูเปล่าŽ ทั้งที่คุณเห็นตำตาว่าแกเพิ่งจะเตะกองตัวต่อเลโก้ของพี่ชายเสียกระจุย ทั้งนี้เพราะแม่หนูรู้ดีว่าแม่ต้องโกรธในสิ่งที่แกทำลงไปแน่ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหนูน้อยก็เลยคิดไปเสียว่า แกไม่ได้ทำมันสักหน่อย

 
ถ้าเจอสถานการณ์อย่างนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การบังคับให้ลูกสารภาพ แต่เป็นการสอนให้เขาเข้าใจถึงความสำคัญของการพูดความจริงต่างหาก

 
– หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้ลูกโกหก โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ความจริงอยู่แล้ว ก็ไม่ควรถามเซ้าซี้ ลองนึกภาพว่า ถ้าคุณเห็นลายมือไก่เขี่ยเต็มผนังห้องรับแขกสีขาวอันแสนภูมิใจ ปกติแล้วคุณจะต้องหันไปถามลูกด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า หนูทำใช่ไหม!Ž และลูกน้อยของคุณก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันควันว่า เปล่า!Ž

 

แม้ว่าจะยังกำสีเทียนไว้แน่น ดังนั้นอย่าสร้างสถานการณ์หรือเงื่อนไขที่ทำให้ลูกต้องโกหก คราวหน้าลองบอกลูกด้วยน้ำเสียงปกติว่า แม่ไม่ชอบเห็นผนังมีรอยเลอะเลย เรามาช่วยกันเช็ดดีกว่าŽ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วชวนลูกมาทำความสะอาดรอยเลอะ งานและหน้าที่รับผิดชอบจะทำให้เด็กๆ เข้าใจได้เองว่าผนังห้องไม่ใช่กระดานวาดรูป และแกก็จะเลิกเขียนผนังไปเองโดยไม่จำเป็นต้องโกหกเลย- ตอบสนองทางบวกเมื่อลูกพูด ความจริงŽความโกรธและการลงโทษไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา มิหนำซ้ำยังทำลายความมั่นใจของเด็กๆ และความเชื่อมั่นที่แกมีต่อพ่อแม่ด้วยฉะนั้นหากลูกยอมรับความผิด เราก็ควรตอบสนองด้วยท่าทางที่เป็นบวก เช่น หนูกล้าหาญมากที่ยอมรับ แม่ภูมิใจในตัวหนูมากจ้ะŽ และจัดการแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านั้นด้วยกัน

 
– เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก ถ้าไม่อยากให้ลูกโกหก คุณเองก็ต้องพูดจริงทำจริง อย่าผัดวันประกันพรุ่งด้วย ถ้าสัญญาว่าจะซ่อมกระโปรงของน้องตุ๊กตา หรือบอกลูกว่า ถ้ากินข้าวหมด เดี๋ยวเราจะไปสนามเด็กเล่นกันŽ ก็เตรียมอุปกรณ์เย็บปักให้พร้อม หรือก้าวออกจากบ้านหลังจากที่ทานข้าวเสร็จ ไม่อย่างนั้นก็หลีกเลี่ยงการให้คำสัญญาจะดีกว่า

 
– ปล่อยให้หนูๆ ได้ฝันบ้าง หากไม่ใช่เรื่องจริงจังอะไร ก็ปล่อยให้เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการของเขาบ้าง ระหว่างที่คุณแวะรับลูกสาวคนโตจากโรงเรียนสอนเปียโน ถ้าเกิดลูกสาวคนเล็กพูดเสียงแจ๋วขึ้นมาว่า หนูก็ไปเรียนเปียโนเหมือนกันนะŽ เราทุกคนรู้ดีว่าแม่หนูไม่ได้ตั้งใจโกหก แกเพียงแต่อยากเลียนแบบพี่ใหญ่เท่านั้น ดังนั้นแทนที่จะแย้ง ลองถามต่อว่า เหรอ แล้วโรงเรียนของหนูเป็นยังไงล่ะŽ แล้วปล่อยให้ลูกโม้ให้เต็มที่ ถ้าเจ้าพี่คนโตเกิดโวยวายว่าน้องเพ้อเจ้อ ก็เตือนว่า สมัยที่แกเด็กๆ แม่ก็เคยปล่อยให้แกพูดเจื้อยแจ้วแบบนี้เหมือนกัน

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up