ฝึกลูกนอนหลับยาว

พัฒนาการที่ดีของลูก สำคัญที่การนอน

ฝึกลูกนอนหลับยาว
ฝึกลูกนอนหลับยาว

ในเด็กเล็กๆ การนอนหลับไม่ใช่เพียงแค่ให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น แต่การนอนของเด็กยังส่งผลต่อพัฒนาการ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง อารมรณ์ เป็นต้น แต่จะทำอย่างไรให้ลูกนอนหลับดี มีคุณภาพ หลับสนิทตลอดคืน คุณแม่มือใหม่จำเป็นต้องรู้ เพื่อจะได้ “ฝึกลูกนอนหลับยาว” กันค่ะ

 

ฝึกลูกนอนหลับยาว แม่ต้องรู้ก่อนว่าลูกน้อยนอนกันวันละกี่ชั่วโมง ?

การนอนของเด็ก คุณแม่รู้ไหมว่าต่างวัย ก็ต่างกันนะคะ ฉะนั้นก่อนที่จะฝึกลูกนอนหลับยาว นอนหลับอย่างมีคุณภาพ มาดูกันก่อนว่าเด็กแต่ละวัย มีการนอนหลับแตกต่างกันอย่างไร…

  • เด็กวัยทารกแรกเกิด – 6 เดือน

เริ่มกันที่เด็กวัยทารก ซึ่งเด็กวัยนี้อย่างที่รู้กันค่ะว่า จะใช้เวลาไปกับการนอนหลับ ตื่นขึ้นมากินนม ขับถ่ายเสร็จแล้วก็นอนหลับต่อ ชั่วโมงการนอนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 14-17 ชั่วโมง จะมีภาวะหลับตื่นตลอดทั้งวัน และเมื่ออายุได้ 4 เดือน ก็จะเริ่มนอนหลับกลางคืนได้นานขึ้นประมาณ 6 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 6 เดือน จะนอนหลับได้นาน 10 ชั่วโมง แต่อาจจะมีตื่นขึ้นมาระหว่างการนอนหลับบ้าง

  • เด็กวัย 6-12 เดือน

เด็กในช่วงวัยระหว่างนี้จะเริ่มนอนหลับช่วงกลางคืนได้นานขึ้น และจะหลับช่วงกลางวันสั้นๆ ชั่วโมงการนอนโดยรวมจะ อยู่ที่ประมาณ 12-15 ชั่วโมง

  • เด็กวัย 1 – 3 ขวบ

เมื่อเข้าสู่ขวบปีแรกขึ้นไป ในช่วงกลางวันเด็กๆ จะมีกิจกรรมเล่นสนุกมากขึ้น ในเด็กบางคนอาจไม่ค่อยนอนกลางวัน ทำให้ช่วงนอนหลับกลางคืน นอนนานจนถึงเช้า (หากไม่มีอะไรมีสิ่งแวดล้อมรอบข้างๆ มากวนขณะนอนหลับ) ชั่วโมงการนอนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 11-14 ชั่วโมง

  • เด็กวัยเรียน (วัยอนุบาล)

เด็กที่เริ่มเข้าเรียนช่วงอนุบาลในระหว่างวันจะมีกิจกรรมที่โรงเรียนเพิ่มเตรียมพร้อมไปสู่วัยที่โตขึ้น ซึ่งเด็กๆ ยังจะได้นอนกลางวันอยู่ แต่เด็กบางคนก็ไม่นอนกลางวัน ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ ดังนั้นความต้องการการนอนหลับต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 9-12 ชั่วโมง และเมื่อขวบวัยเพิ่มขึ้น ชั่วโมงการนอนจะปรับเหมือนกับผู้ใหญ่ คือ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน

ฝึกลูกนอนหลับยาว

การนอน ดีต่อพัฒนาการอย่างไร ?

การนอนหลับคืออาหารสมอง และหัวใจ เพราะการนอนจะช่วยทำให้ร่างกายได้พักผ่อน สร้างภูมิต้าน เซลล์และระบบต่างๆ  ในร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปให้กลับมาสมบูรณ์  ในเด็กเล็กๆ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการพักผ่อนด้วยการนอนให้ครบชั่วโมงตามพัฒนาการช่วงวัย เนื่องจากการนอนหลับที่หลับสนิท หลับลึก ร่างกายจะมีการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) สำหรับโกรทฮอร์โมน คือ ฮอร์โมนหลักที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) จะมีหน้าที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต และการทำงานของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ การทำงานเอนไซม์ และระบบสมอง หากคุณแม่อยากให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่ดีสมวัย และมีพัฒนาการการเรียนรู้ดี อารมณ์ดี สดใสทุกวัน จะต้องไม่ให้ลูกมีพฤติกรรมการนอนดึก หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ นะคะ สำหรับโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาได้ดีตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่นอนหลับสนิท ระหว่างช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ถึงตี 3

 

ทำอย่างไรจะช่วยให้ลูกนอนหลับได้คุณภาพ หลับสนิทตลอดคืน

ลูกน้อยจะมีพัฒนาการดีสมวัย คุณแม่ต้องดูแลให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมให้ลูกมีการนอนหลับที่ได้คุณภาพ การนอนหลับที่ได้คุณภาพ เมื่อลูกตื่นขึ้นมาจะสดชื่น อารมณ์ดี  ซึ่งการดูแลให้ลูกนอนหลับสบายตลอดคืน สามารถทำได้ดังนี้

  • จัดห้องนอนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ห่างเปิดเครื่องปรับอากาศให้ลูกขณะนอนหลับ ควรปรับอุณหภูมิที่ประมาณ 25 องศา (อากาศในห้องนอนต้องไม่ร้อนมาก หรือเย็นมากเกินไป)
  • ห้องนอนต้องเงียบไม่มีเสียงรบกวน เช่น เสียงทีวี โทรศัพท์มือถือ รวมถึงความสว่างในห้องต้องไม่สว่างจ้าจนมากวนการนอนของลูก
  • ไม่ควรให้อิ่มมากเกินไป คุณแม่ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกก่อนถึงเวลาเข้านอนห่างประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง การกินอิ่มมากไป หรือกินไม่อิ่ม หลังจากเข้านอนมักเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กนอนได้ไม่ค่อยดีค่ะ
  • ไม่ควรให้ลูกทำกิจกรรมที่ส่งผลต่อจิตใจก่อนนอน เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ ที่มีเนื้อเรื่องกระตุ้นให้สมองเครียด หรือสร้างความตื่นกลัว ตื่นเต้น เป็นต้น
  • ในลูกเล็กๆ ก่อนเข้านอนหากมีคุณแม่ หรือคุณพ่ออยู่ข้างๆ กล่อมนอนจะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และหลับได้ง่ายขึ้น

 

มีเทคนิคง่ายๆ สำหรับช่วยคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยไม่เกิน 2 ขวบให้เจ้าตัวน้อยหลับสบาย แค่นวดให้หนูน้อยก่อนนอน

คุณแม่สามารถใช้ตัวช่วยขณะนวดผิวกายลูกเบาๆ ได้ด้วย และนั่นก็คือ “Vicks BabyBalsam” จะช่วยทำให้ผิวลูกน้อยชุ่มชื่นไม่แห้งคัน และรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว  Vicks BabyBalsam อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากวิคส์ที่คุณแม่ๆวางใจ ซึ่งมีส่วนผสมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เหมาะกับผิวอ่อนบางของลูกน้อยอายุ 3 เดือนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น

  • Lavender Oil และ Rosemary Oil : ให้กลิ่นหอม สดชื่น ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • Aloe Vera Oil Extract: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวลูกน้อย

Vicks Baby Balsam

โดยคุณแม่สามารถทา Vicks BabyBalsam ที่ผิวของลูกน้อยเบาๆ ได้ทั่วทั้งตัว เช่น ผิวบริเวณหน้าอก หลัง ลำคอ แขน ขา และเท้า สามารถใช้ได้เสมอเมื่อต้องการ แต่ไม่ควรทาบริเวณใกล้ดวงตานะคะ  อย่างไรก็ดี Vicks BabyBalsam ไม่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกจากโรคหวัด ดังนั้นหากลูกรักมีอาการคัดจมูกควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการคัดจมูกที่เหมาะสม เช่น ยาทาบรรเทาอาการคัดจมูก ยาบรรเทาอาการคัดจมูกชนิดพ่นหรือหยด สำหรับใช้เฉพาะที่ หรือยารับประทานเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก แล้วแต่กรณี

  • Vicks BabyBalsam บรรจุในขวด เนื้อครีมไม่เหลวหกง่าย สะดวกในการใช้ ดังนั้นหากมี Vicks BabyBalsam ติดบ้านหรือติดกระเป๋า(เดินทาง)ไว้ตลอด จะช่วยให้คุณแม่รับมือกับปัญหาลูกน้อยนอนหลับยากได้ทุกวันค่ะ
  • สามารถหาซื้อ Vick BabyBalsam ได้ที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วไป หรือ สามารถสอบถามถึงสถานที่จำหน่ายอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ P&G Thailand 1800-295-545 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) หรือ Facebook: Vicks Thailand https://www.facebook.com/VicksThailand/

 

การนอนที่ได้คุณภาพ ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการดีสมวัย ฉะนั้นคุณแม่ควรมีตัวช่วยให้ลูกนอนหลับอย่างสบายใจกันนะคะ

#เมื่อลูกสบายตัวก็หลับได้อย่างสบายใจ (#VicksThailand) #VicksBabyBalsam

 

ฝึกลูกนอนหลับยาว

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up